โครงการไฟฟ้าวังน้อยชุดที่ 4 (จังหวัดสระบุรี)

โครงการไฟฟ้าวังน้อยชุดที่ 4 (จังหวัดสระบุรี) (12)

ภัยพิบัติต่างๆ จังหวัดสระบุรี

 

โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานตั้งแต่วันที่ 16 – 30 พฤษภาคม 2560 เกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 16 จังหวัด รวม 53 อำเภอ 179 ตำบล 999 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,091 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 5 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำในจังหวัดสุโขทัยและสระบุรี ระดับน้ำเริ่มลดลง ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว พร้อมประสานจังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักในวันที่ 30 พ.ค.60 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย รวมถึงจัดเตรียมเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที
          นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นตลิ่ง โดยตั้งแต่วันที่ 16 – 30 พฤษภาคม 2560 มีพื้นที่เกิดสถานการณ์อุทกภัย 16 จังหวัด รวม 53 อำเภอ 179 ตำบล 999 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,091 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 5 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 2 จังหวัด รวม 2 อำเภอ 4 ตำบล ได้แก่ สุโขทัย น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอคีรีมาศ รวม 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลสามพวง และตำบลทุ่งหลวง ประชาชนได้รับผลกระทบ 17,119 ครัวเรือน 39,654 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 17,655 ไร่ ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร โดยจังหวัดได้เร่งระบายน้ำออกทางประตูระบายน้ำปากพระ ตำบลบางซ้าย และระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว สระบุรี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอพระพุทธบาท รวม 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลนายาว และตำบลพระพุทธบาทประชาชนได้รับผลกระทบ 17 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุไซโคลน "โมรา" (MORA) บริเวณชายฝั่งประเทศเมียนมา มีแนวโน้มเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณประเทศบังคลาเทศและเมียนมาในวันนี้ (30 พ.ค.60) ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ปภ.จึงได้ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางสื่อต่างๆ ทั้งวิทยุกระจายเสียงประจำท้องถิ่น เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น สถานีโทรทัศน์และเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 

การสื่อสารและเชื่อมโยง

การสื่อสารและเชื่อมโยงข้อมูลในจังหวัดสระบุรี

ข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)

โทรศัพท์

      ส่วนบริการลูกค้าจังหวัดสระบุรี บริษัท ทีโอที จ้ากัด (มหาชน)ได้พัฒนาระบบการติดต่อสื่อสารทางด้านโทรคมนาคมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องและทันกับความต้องการของประชาชน โดยได้พัฒนาอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ทั้งแบบมีสาย และแบบไร้สาย เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการให้บริการ และภายในปี 2555 มีนโยบายเปิดให้บริการโทรศัพท์ระบบ 3G

การสื่อสารโทรคมนาคม

ปี 2554 จังหวัดสระบุรีมีการสื่อสารโทรคมนาคมดังนี้

  • ที่ท้าการไปรษณีย์-โทรเลข 18 แห่ง
  • สถานีวิทยุกระจายเสียง ระบบ AM 1 สถานี
  • สถานีวิทยุเครื่องส่ง AM 111,000 กิโลวัตต์ (กรมประชาสัมพันธ์) 1 แห่ง
  • สถานีวิทยุกระจายเสียง FM (วิทยุชุมชน) 55 สถานี
  • หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น 15 ฉบับ
  • เคเบิลทีวีท้องถิ่น 9 สถานี

ที่มา : ส้านักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี

 

พลังงานชุมชนและการจัดการ

อาสาสมัครพลังงานชุมชน ตำบลหินซ้อน จังหวัดสระบุรี

      มีความประมาณตนใช้พลังงานบนพื้นฐานของความประหยัดไม้ฟุ้งเฟ้อ มีเหตุผลพิจารณาจัดหาพลังงานทดแทนในชุมชนก่อนเสียเงินซื้อหาจากภายนอก ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาปรับใช้กับเทคโนโลยีที่เหมาะสม ใช้วัตถุดับที่หาได้ในท้องถิ่นมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนลดรายจ่ายเพิ่มรายได้สร้างภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับปัญหาขาดแคลนพลังงาน ลดภาวะโลกร้อน

      ที่กล่าวมาข้างตนคือหลักปฏิบัติตนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายเจ็น และนายประจักษ์ ต้นเกตุ สองพี่น้องอาสาสมัครพลังงานชุมชน ที่เข้าร่วมโครงการวางแผนพลังงาน โดยการส่งเสริมของสำนักงานพลังงานจังหวัดสระบุรี มาตั้งแต่ปี 2552 ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด ผ่านการเรียนรู้อบรมทักษะความสามารถด้านการบริหารจัดการพลังงานทดแทนประเภทต่างๆ ที่ตรงกับความต้องการและศักยภาพในชุมชน ซึ่ง บ้านหนองงิ้วผา ม.6 ต.หินซ้อน มีความโดดเด่นด้านการเลี้ยงสัตว์มีฟาร์มหมูที่สามารถนำมาทำแก๊สชีวภาพ มีเศษวัสดุทางการเกษตรสามารถนำมาเผาถ่านเป็นพลังงานทดแทน LPG และ มีวัตถุดิบที่สามารถนำผลิตเตาซุปเปอร์อั่งโล่

      การเป็นผู้นำของสองพี่น้องในตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน และรองนายก อบต. จึงต้องลงมือทำงานด้านพลังงานทดแทนเพื่อเป็นแบบอย่างและต้นแบบให้สมาชิกในชุมชนได้เห็นประโยชน์ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจทำให้สองพี่น้องได้พัฒนาพื้นที่ในบ้านตนเองให้เป็นแหล่งเรียนรู้พลังงานชุมชน ใช้จริง ทำจริง จนประสบความสำเร็จพึ่งพาตนเองได้ มีชุมชนข้างเคียงเข้ามาดูงานมากมาย จนได้รับคัดเลือกเป็นชุมชนต้นแบบพลังงานยั่งยืน ถ่ายทำโฆษณาชุด ”มีพลังงาน มีความสุข” จากกระทรวงพลังงาน สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวบ้านหนองงิ้วผา

หากเช้าไปเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบของสองพี่น้องก็จะได้เห็นกิจกรรมที่หลากหลายเช่น ที่บ้านนายเจ็น ต้นเกตุ มีสาธิตการทำสบู่ น้ำยาเอนกประสงค์ จักรยานสูบน้ำ เตาเผาถ่านแบบโดมขนาด 1,000 กก.ได้ถ่านคุณภาพสูงไว้ใช้และเก็บน้ำส้มควันไม้เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ การใช้ฟืน ถ่าน และแก๊สชีวภาพทดแทนแก๊ส LPG 100% รวมทั้งเป็นวิทยากรศูนย์สาธิตการผลิตเตาซุปเปอร์อั่งโล่แบบครบวงจร จำหน่ายเป็นรายได้เสริมและต้อนรับชุมชนที่อยากมาอบรมพัฒนาความรู้และทักษะการปั้นเตา

ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี จังหวัดสระบุรี

ประเพณี วัฒนธรรม จังหวัดสระบุรี

การแข่งขันเรือยาวประเพณีลุ่มน้ำป่าสัก
จัดให้มีการแข่งขันขึ้น ณ บริเวณท่าน้ำ หน้าที่ว่าการอำเภอเสาไห้ ในวัน เสาร์-อาทิตย์สุดท้ายของเดือนกันยายน โดยเชิญเรือยาวจากจังหวัดต่างๆ เข้าแข่งขันชิงความเป็นเจ้าฝีพายในลุ่มน้ำป่าสัก

ประเพณีเจ้าพ่อเขาตก หรือ งานแห่เจ้าพ่อเขาตก 
ที่บริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จัดเป็นงานประเพณีประจำปี โดยในงานนี้จะมีการแสดงอภินิหารต่าง ๆ ของเจ้าพ่อเขาตก ควบคู่กันไปกับการกระทำพิธีลุยไฟ แห่สิงโตล่อโก๊ะ

งานโคนมแห่งชาติ 
จัดขึ้นที่อำเภอมวกเหล็ก ในเดือนมกราคมของทุกปี โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานของทุกปี ซึ่งเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค

ประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาท
รอยพระพุทธบาทค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม ได้มีการสร้างมณฑป ครอบรอยพระพุทธบาทไว้ ปัจจุบันรอยพระพุทธบาทตั้งอยู่ ณ บริเวณวัด พระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตำบลขุนโขลน ในปีหนึ่งๆ จะมีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางไปนมัสการด้วยความเลื่อมใส ศรัทธา ได้กำหนดให้มีการจัดงานนมัสการปีละ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 เริ่มตั้ง แต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือน 3 รวม 15 วัน ครั้งที่ 2 เริ่มตั้งแต่ วันขึ้น 8 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือน 4 รวม 8 วัน

ประเพณีกำฟ้า
งานแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ วันสุกดิบ (วันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 3) จะมีการ ละเล่นพื้นเมือง เช่น เล่นสะบ้า ชนไก่ เผาข้าวหลาม ฯลฯ ส่วนในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 จะมีการทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ เล่าประวัติบรรพบุรุษ ฯลฯ งานจัดขึ้นที่ตำบลไผ่หลิ่ว อำเภอดอนพุด

ประเพณีเจ้าพ่อเขาตก
หรือเรียกว่า "งานแห่เจ้าพ่อเขาตก" เป็นงานประเพณีประจำปี โดยในงาน นี้จะมีการแสดงอภินิหารต่างๆ ของเจ้าพ่อเขาตก ควบคู่กันไปกับการ กระทำพิธีลุยไฟ แห่สิงโตล่อโก๊ะ และการแสดงงิ้ว ส่วนมากชาวจีนที่เป็น ลูกศิษย์อยู่ทั่วประเทศจะเดินทางมาร่วมงานตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 4 รวม 4 วัน ที่บริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระ พุทธบาท

ประเพณีแห่พระเขี้ยวแก้ว
ชาวพุทธเชื่อกันว่า "พระเขี้ยวแก้ว" เป็นฟันของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ เจ้า ซึ่งในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 4 ชาวอำเภอพระพุทธบาทจะอัญเชิญพระ เขี้ยวแก้วจากพิพิธภัณฑ์วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ออกแห่ฉลอง รอบเมือง โดยมีความเชื่อว่า หากมีการแห่พระเขี้ยวแก้วแล้วจะสามารถ บันดาลให้ประชาชนชาวพระพุทธบาทได้รับความร่มเย็นเป็นสุข ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง

ประเพณีสงกรานต์สรงน้ำเสานางตะเตียนวัดสูง
จัดให้มีประเพณีสงกรานต์สรงน้ำเสานางตะเคียน (เสาร้องไห้) บริเวณ หน้าอุโบสถวัดสูง ตำบลเสาไห้ ในวันที่ 23 เมษายน มีการทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ และปิดทองเสานางตะเคียน

ประเพณีตักบาตรดอกไม้
เป็นประเพณีที่สำคัญของอำเภอพระพุทธบาท โดยในวันเข้าพรรษาซึ่ง ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 จะมีประชาชนจำนวนมากพากันไปทำบุญตัก บาตรที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร เสร็จจากการทำบุญตักบาตรในตอนเช้าแล้ว ก็จะพากันไปเก็บดอกไม้ชนิดหนึ่งเรียกว่า "ดอกเข้าพรรษา" มี 4 สี คือ สีเหลือง สีขาว สีม่วง และสีส้ม ลักษณะคล้ายต้นกระชายหรือ ต้นขมิ้น ดอกไม้ชนิดนี้ชอบขึ้นตามไหล่เขา และจะมีเฉพาะช่วงเข้าพรรษา เท่านั้น

การตักบาตรดอกไม้ 
จะทำในตอนบ่าย ในขณะที่พระภิกษุอุ้มบาตรเดินขึ้นบันได จะรับดอกไม้จากประชาชนเพื่อนำไปนมัสการรอยพระพุทธบาท หลังจากนั้นก็จะเดินลงมา ตลอดทางจะมีชาวบ้านนำขันน้ำลอยด้วยดอกพิกุล คอยอยู่ตามขั้นบันไดเพื่อล้างเท้าให้ ด้วยความเชื่อที่ว่าจะเป็นการ ชำระบาปที่ได้กระทำมาให้หมดสิ้นไป

แหล่งท่องเที่ยว สถานที่สำคัญ

 

วัดพระพุทธฉาย
เริ่มกันที่ วัดพระพุทธฉาย ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาปถวี (ปฐวี) ตำบลหนองปลาไหล เข้าทางเดียวกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธฉาย หรือ รอยพระพุทธรูป อยู่บนแผ่นหินซึ่งตั้งอยู่บนชะง่อนผา มีการสร้างมณฑปครอบไว้ มีบันไดจากบริเวณวัดด้านล่างขึ้นไปยังมณฑป และต่อไปยังหน้าผาซึ่งอยู่เหนือมณฑปขึ้นไป

 นอกจากนี้ ยังมีภาพเขียนลายเส้นยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บริเวณเชิงผา ได้แก่ ภาพสัตว์ลายเส้นคล้ายตัวกวาง บริเวณข้างประตูเข้าพระพุทธฉาย พบภาพมือคนและภาพสัญลักษณ์ บริเวณจากถ้ำฤาษีไปทางพระพุทธฉายทางทิศตะวันตก พบภาพเขียนรูปไก่ ภาพพระพุทธรูป และภาพสัญลักษณ์ ส่วนบริเวณหน้าผา จปร. พบภาพลายเส้นขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน คล้ายภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ที่เคยถูกค้นพบที่ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี เขียนด้วยยางไม้มีอายุเก่าแก่ประมาณ 3,000 ปี โดยเขียนสัญลักษณ์ใช้สื่อความหมายให้เข้าใจในหมู่เดียวกัน และอาจจะเป็นสื่อทางพิธีกรรม และความเชื่อของคนในยุคนั้น
          อีกทั้งยังพบ รอยพระพุทธบาทเบื้องขวา เมื่อ พ.ศ. 2537 กรมศิลปากรได้ทำการซ่อมมณฑปบนภูเขาบริเวณวัดพระพุทธฉาย และเมื่อรื้อพื้นซีเมนต์พบรอยพระพุทธบาทเบื้องขวาอยู่ใต้ทรายปรากฏเห็นเป็น รูปรอยประทับในหิน

 

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 28 กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2167 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปูชนียสถานที่สำคัญ คือ รอยพระพุทธบาท ที่ประทับไว้บนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธคีรี รอยพระบาทมีความกว้าง 21 นิ้ว ยาว 60 นิ้ว ลึก 11 นิ้ว ค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม พระองค์ทรงเห็นว่าเป็นรอยพระบาทตามลักษณะ 108 ประการ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างมณฑปชั่วคราวครอบรอยพระพุทธบาทไว้ ต่อมาได้มีการสร้างต่อเติมกันอีกหลายสมัย และยังพบรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ที่ก้อนหินขนาดใหญ่ สูงจากพื้น 160 เซนติเมตร เมื่อครั้นเสด็จนมัสการรอยพระพุทธบาท ส่วนพระอุโบสถและพระวิหารต่าง ๆ ที่อยู่รายรอบ ล้วนสร้างตามแบบศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยาและตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์
          นอกจากนี้ ในบริเวณวัดยังมี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาท (วิหารหลวง) ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุอันมีค่า อาทิ เครื่องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลายครามสังคโลก เครื่องทองสำริดโบราณ ศาสตราวุธโบราณ รอยพระพุทธบาทจำลอง ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่า พัดยศของพระสมัยต่าง ๆ และท่อประปาสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งวิหารหลวงจะเปิดให้ชมเฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาลนมัสการพระพุทธบาท ซึ่งปกติจัดให้มีปีละ 2 ครั้ง คือขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึงแรม 1 ค่ำ และขึ้น 8 ค่ำ เดือน 4 จนถึงแรม 1 ค่ำ


ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์เจ็ดคต-โป่งก้อนเสา
          ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์เจ็ดคต-โป่งก้อนเสา เป็นสถานที่ที่มีเขตเชื่อมต่อมาจาก “เขาใหญ่” อยู่ในเขตตำบลท่ามะปราง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี มีพื้นที่รับผิดชอบทั้งสิ้น 13,750 ไร่ เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2543 โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการแบ่งเบาภาระในเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวจากอุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่และเน้นการปฏิบัติงานด้านป่าไม้ 3 เรื่องคือ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ, การศึกษาวิจัยค้นคว้าด้านวิชาการ และการบริการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
          จุดที่น่าสนใจหลัก ๆ คือ จุดชมวิวมอเครือ ที่สามารถชมทัศนียภาพมุมกว้างสุดสายตา, น้ำตกเจ็ดคต ที่มีต้นกำเนิดจากลำห้วยเจ็ดคต ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำตก 4 แห่ง คือ เจ็ดคตเหนือ, เจ็ดคตกลาง, เจ็ดคตใต้ และเจ็ดคตใหญ่ ตามลำดับ และเส้นทางการท่องไพรเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่แบ่งเป็นรอบเล็ก, กลาง และใหญ่
          ด้วยความที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และยังคงสภาพธรรมชาติเอาไว้ให้ได้มากทำให้ที่นี่เริ่มเป็นที่นิยมของนักท่อง เที่ยวนิยมไพรและธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดจะมีผู้มาใช้บริการกันอย่างคับคั่งเลยที เดียว อีกทั้งกำลังเป็นที่เล่าลือในหมู่นักถ่ายภาพธรรมชาติ เพราะที่นี่มีทั้งผีเสื้อหลากลหายสายพันธุ์และเห็ดชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะเห็ดถ้วยหรือ “เห็ดแชมเปญ” และเห็ดถ้วยขนก็มีการเจริญเติบโตที่ค่อนข้างมากในพื้นที่แห่งนี้เช่นกัน เพียงแต่ว่าต้องเลือกมาให้ถูกช่วงเวลานั้น ก็คือ ช่วงค่อนปลายฤดูฝน (เดือนสิงหาคม-กันยายน) ซึ่งความชื้นจะเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของเห็ดทั้งหลายเหล่านี้

น้ำตกโกรกอีดก

น้ำตกโกรกอีดก อยู่ในพื้นที่การดูแลของศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า มีความสูงรวมโดยประมาณ 350 แบ่งเป็น 3 ชั้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมได้ที่ชั้นล่างสุดเท่านั้น เพราะทางขึ้นค่อนข้างชันและอันตรายมาก แต่เหมาะสำหรับนักผจญภัยที่นิยมการท่องเที่ยวประเภทเดินป่า เพราะจะได้มีโอกาสเรียนรู้ธรรมชาติกลางป่าลึก และใช้เวลาในการเดินทางสู่จุดสูงสุดไม่น้อยกว่า 4  ชั่วโมง ภาพเส้นทางเป็นธรรมชาติ ด้วยการเดินผ่านผืนป่าผ่านลำธารหลายจุด ทรายริมลำธารเป็นโป่งผีเสื้อ ปกติจะมีฝูงผีเสื้อลงที่โป่งให้เห็นประจำ เห็ดต่าง ๆ มอส เฟิน และพืชพรรณในป่าฝนมีมากมาย
          ทั้งนี้ น้ำตกแห่งนี้ถูกค้นพบโดยบังเอิญเมื่อคราวที่ นายปองพล อดิเรกสาร ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ตรวจพื้นที่ในเขตสระบุรี และได้มองเห็นน้ำตกขนาดใหญ่เบื้องล่าง จึงได้จัดทีมออกสำรวจเดินป่า ทวนลำน้ำขึ้นไปจนถึงตัวน้ำตก




เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตั้งอยู่ ณ บ้านหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Unseen Thailand ซึ่งได้ก่อสร้างขึ้นตามโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราช ดำริ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2537-2542 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานนามเขื่อนนี้ว่า “เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์” อันหมายถึง “เขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นับเป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ความยาวประมาณ 4,860 เมตร


น้ำตกเจ็ดสาวน้อย

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย เป็นส่วนหนึ่งของลำห้วยมวกเหล็ก มีต้นน้ำมาจากผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ คลองมวกเหล็กเป็นคลองที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีให้กำเนิดน้ำตกชั้นเตี้ย ๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย จำนวน 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสูงประมาณ 1-4 เมตร สายน้ำไหลลดหลั่นเป็นธารน้ำตกกว้างคล้ายแก่งขนาดใหญ่มีแอ่งน้ำตื้น ๆ หลายแห่งที่นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ ซึ่งช่วงที่สวยงามที่สุดของน้ำตกจะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายน–เดือนเมษายน เพราะมีน้ำใสและยังปลอดภัยแก่ผู้ลงเล่นน้ำ เนื่องจากน้ำไม่เชี่ยวเหมือนในเดือนพฤษภาคม–เดือนตุลาคม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเล่นน้ำตกบริเวณชั้นที่ 1-4

 

อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น
          อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น เดิมชื่อ อุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย หรือ อุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น มีพื้นที่ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง แก่งคอย หนองแค และวิหารแดง มีเนื้อที่ประมาณ 44 ตารางกิโลเมตร หรือ 27,856 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2524 ภายในอุทยานฯ ประกอบด้วยภูเขาน้อยใหญ่ มีที่ราบในหุบเขา ยอดที่สูงที่สุด คือ เขาครก สูงประมาณ 329 เมตร เป็นจุดชมวิวที่อยู่สูงที่สุดสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ที่สวยงามรอบ ๆ ตัวเมืองสระบุรี และอำเภอใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นใช้เป็นที่ส่องกล้องดูความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม สภาพพื้นที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ สัตว์ป่าที่พบมีอยู่หลายชนิด ประมาณเดือนตุลาคม-มกราคม เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นเหมาะสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อน
          อีกทั้งภายในบริเวณอุทยานฯ มีน้ำตกหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกสามหลั่น เป็นลานหินกว้างเรียงซ้อนกันเป็นสามชั้นมองดูคล้ายบันได ซึ่งเป็นที่มาของชื่อน้ำตก, น้ำตกโพธิ์หินดาษ เป็นน้ำตกชั้นเดียวเตี้ย ๆ สามารถลงเล่นน้ำได้ บริเวณน้ำตกเป็นลานหินกว้าง มีต้นโพธิ์แผ่กิ่งก้านสาขา และต้นน้ำที่ไหลมายังน้ำตกโพธิ์หินดาดยังไหลไปสู่ น้ำตกโตนรากไทร ซึ่งห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 400 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวตกลงมาจากหน้าผาหินสูง 7 เมตร สู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง รอบ ๆ แอ่งน้ำมีโขดหินน้อยใหญ่ใช้เป็นที่นั่งชมน้ำตกได้  ทางอุทยานฯ ได้ทำเส้นทางเดินเท้าเชื่อมโยงระหว่างน้ำตกเหล่านี้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องย้อนกลับเส้นทางเดิม น้ำตกจะมีความสวยงามมากที่สุดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-ต้นเดือนตุลาคม
          สำหรับสถานที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำเขารวก เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก อยู่ระหว่างเขารวกและเขาแดง สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2523 มีที่สำหรับนั่งชมทิวทัศน์ และประกอบกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ เช่น พายเรือคายัก ปั่นเรือถีบ เล่นน้ำ เป็นต้น, อุโมงค์รถไฟพระพุทธฉาย เป็นอุโมงค์รถไฟชนิดทางเดียวกว้าง 7 เมตร สูง 7 เมตร ยาว 1,197 เมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2537 เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยโดยฝีมือคนไทย อยู่บริเวณเขาช่องลิง รอยต่อระหว่างตำบลเจริญธรรม อำเภอวิหารแดง และตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี
          อนุสรณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของกองทัพญี่ปุ่น (เขาแดง) เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ยึดครองบริเวณเขาแดงเป็นฐานทัพ และใช้เป็นสถานที่กักขังเชลยด้วย ยังมีร่องรอยของหลุมระเบิดที่ทหารญี่ปุ่นทิ้งไว้ สิ่งปลูกสร้างที่ทหารญี่ปุ่นสร้างไว้ ได้แก่ อุโมงค์บัญชาการ สนามเพลาะตลอดแนวเขา ห้องผู้บัญชาการ ห้องเก็บสมบัติ แนวบังเกอร์, ซากเจดีย์โบราณบนยอดเขาเรดาร์ คาดว่าเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ถูกฟ้าผ่าเสียหาย ปัจจุบันก็ยังพอมีร่องรอยให้เห็นอยู่ ความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกอย่างหนึ่ง คือ ทหารญี่ปุ่นได้ใช้เขาเรดาร์นี้เป็นที่ตั้งปืนใหญ่ด้วย

สวนรุกขชาติมวกเหล็ก

สวนรุกขชาติมวกเหล็ก อยู่ห่างจากสระบุรีประมาณ 37 กิโลเมตร ไปตามถนนมิตรภาพ ทางเข้าซ้ายมือตรงข้ามกับร้านขายผลิตภัณฑ์ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่ง ประเทศไทย (อ.ส.ค.) สวนรุกขชาตินี้มีเนื้อที่ 375 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ระหว่างอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี กับอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีลำธารซึ่งมาจากต้นน้ำในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไหลผ่านลงสู่แม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นเส้นกั้นเขตระหว่างสองจังหวัดดังกล่าว ในลำธารมีแก่งหินลดหลั่น เป็นน้ำตกชั้นเล็ก ๆ บริเวณสองฟากของลำธารมีสะพานแขวน และพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับต่าง ๆ
          ภายในยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ น้ำตกมวกเหล็ก ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วไป บริเวณสองฝั่งลำธารมีพรรณไม้นานาชนิดขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก สามารถนั่งพักผ่อนชมน้ำตกหรือลงเล่นน้ำได้ตลอดทั้งวัน, สะพานมวกเหล็ก-ปากช่อง เป็นสะพานแขวนข้ามลำธารมวกเหล็กเชื่อมอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี กับอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นักท่องเที่ยวสามารถชมธรรมชาติและถ่ายภาพของน้ำตกมวกเหล็กจากสะพานได้อย่าง สวยงาม, สวนสักทอง มีอายุกว่า 50 ปี และประติมากรรมรากไม้ เป็นการสร้างสรรค์ของธรรมชาติที่ทำให้ ต้นไม้ต้องปรับตัวและสร้างความมั่นคงแข็งแรงให้กับตัวเองในภาวะที่ต้องขึ้น อยู่ริมน้ำที่เปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ และต้องสร้างระบบรากที่แผ่ขยายเพื่อยึดเกาะดินที่อ่อนนุ่มไม่แข็งแรงให้ สามารถทรงตัวและดำรงชีวิตอยู่ได้



 

ไร่องุ่นอำเภอมวกเหล็ก
อำเภอมวกเหล็ก มีไร่องุ่นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตลอดทั้งปี คือ ชิมองุ่นสด ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่น เช่น ไวน์ องุ่นไร้เมล็ด น้ำองุ่น องุ่นหยี แยมองุ่น องุ่นอบแห้ง องุ่นกวน เป็นต้น หรือจะร่วมกิจกรรมเก็บองุ่นก็ได้
          สำหรับไร่องุ่นที่เปิดสำหรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ ไร่องุ่นคุณมาลี อยู่บนเนินสูงชมเถาองุ่นเลื้อยและตัดผลองุ่นสุก ทั้งมีเมล็ดและไร้เมล็ดที่มีรสหวานเจี๊ยบ ปลอดสารพิษ และซื้อน้ำองุ่นรสเข้มข้นเป็นของฝากกลับบ้าน โทรศัพท์ 0 3622 7056-7, 0 3634 1159, สวนองุ่นภูอมรและไวน์องุ่นภูอมร มีผลิตผลจากองุ่นให้เลือกซื้อมากมาย ทั้งน้ำผลองุ่นสด ๆ น้ำองุ่น รวมถึงผลิตภัณฑ์องุ่นแปรรูปมากมาย อีกทั้งยังเป็นโรงบ่มไวน์ที่ได้รับรางวัลระดับ 4-5 ดาว อีกด้วย โทรศัพท์ 0 3632 7183, 08 1906 9373, ไร่องุ่นปภัสรา มีองุ่นที่ปลูกโดยวิธีทางธรรมชาติ บนเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ มีอยู่ด้วยกัน 3 พันธุ์ คือ พันธุ์แบล็คไนซ์ เป็นองุ่นพันธุ์สีดำไร้เมล็ด, พันธุ์ลูพเพลเล็ต องุ่นพันธุ์สีเขียวไร้เมล็ด มีรสหวาน และพันธุ์ไข่ปลาคาเวียร์ มีสีดำ เม็ดเล็กเป็นพวงเกาะกันเหมือนเมล็ดพริกไทย มีรสชาติหอมหวาน

 

 

 

ทุ่งทานตะวัน จังหวัดสระบุรี
          ทุ่งทานตะวัน จังหวัดสระบุรี ตั้งอยู่ที่บริเวณเขตติดต่อระหว่างจังหวัดลพบุรีและสระบุรี ตามเส้นทางสายพัฒนานิคม-วังม่วง มีการทำไร่ทานตะวันกันมากในช่วงฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ริมฝั่งถนนจะสะพรั่งไปด้วยสีเหลืองของดอกทานตะวัน เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ผ่านมาบริเวณนี้เป็นอย่างมาก ทำให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวนับแสนคนจากทั่วประเทศให้เดินทางมาเที่ยวชม และถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทานตะวันมีอยู่หลายอย่างจำหน่าย เช่น เมล็ดทานตะวันอบแห้ง คุกกี้ทานตะวัน ข้าวเกรียบ ข้าวตังทานตะวัน น้ำผึ้งดอกทานตะวัน เกสรผึ้ง นมผึ้ง และเครื่องจักสานใบลานที่ขึ้นชื่อ เป็นต้น

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดสระบุรี

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทรัพยากรป่าไม้

 

สภาพป่าไม้ เป็นป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ ไม้ที่สำคัญได้แก่ ไม้ยาง ไม้ตะเคียน ไม้เต็ง ไม้มะค่า และไม้ประดู่ เป็นต้น
ป่าไม้ในจังหวัดสระบุรี ประกอบด้วย ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ และวนอุทยาน รวม ๑๐ ป่า มีพื้นที่ประมาณ ๕๕๙,๐๐๐ ไร่ ประมาณร้อยละ ๒๕ ของพื้นที่จังหวัด


ป่าสงวนแห่งชาติ มีอยู่ ๘ ป่าด้วยกัน มีพื้นที่ประมาณ ๔๖๑,๐๐๐ ไร่ หรือประมาณ ๗๓๗ ตารางกิโลเมตร ได้แก่
– ป่าพระพุทธบาท – พุแค อยู่ในเขตอำเภอพระพุทธบาทและอำเภอเมือง ฯ มีพื้นที่ประมาณ ๒๒,๐๐๐ ไร่ หรือประมาณ ๓๕ ตารางกิโลเมตร เป็นป่าเบญจพรรณ ลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาหินปูน ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗
– ป่าลานท่าฤทธิ์ – ลำทองหลาง – ลำพญากลาง อยู่ในเขตอำเภอมวกเหล็ก และอำเภอวังม่วง มีพื้นที่ประมาณ ๑๙๓,๐๐๐ ไร่ หรือประมาณ ๒๐ ตารางกิโลเมตร เป็นป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณที่ถูกทำลาย ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๕
– ป่ามวกเหล็ก – ทับกวาง แบ่งออกเป็นสองส่วน อยู่ในเขตอำเภอมวกเหล็ก อำเภอแก่งคอยและบางส่วนอยู่ในเขตอำเภอวิหารแดง มีพื้นที่ประมาณ ๑๑๓,๐๐๐ ไร่ หรือประมาณ ๑๘๐ ตารางกิโลเมตร เป็นป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ พื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกติดต่อกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๑
– ป่าลานทุ่งฤทธิ์ อยู่ในเขตอำเภอมวกเหล็ก มีพื้นที่ประมาณ ๖,๐๐๐ ไร่ หรือประมาณ ๙ ตารางกิโลเมตร สภาพเดิมเป็นป่าเบญจพรรณต่อมาได้ถูกทำลายไปมาก จนเป็นป่าเสื่อมโทรมเหลือสภาพป่าไม่มากนัก ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๗
– ป่าเขาโป่ง – เขาถ้ำเสือ อยู่ในเขตอำเภอแก่งคอยใกล้กับป่าเขาพระ สภาพป่าถูกทำลาย เหลือสภาพเป็นพื้นที่ภูเขาและเนินเขา มีพื้นที่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ไร่ หรือประมาณ ๑๖ ตารางกิโลเมตร ประกาศเป็นป่าสงวนห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗

 

อุทยานแห่งชาติ มีอยู่สองแห่งด้วยกันคือ
– อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (บางส่วน) อยู่ในเขตอำเภอมวกเหล็ก และอำเภอแก่งคอย มีสภาพเป็นป่าดิบแล้ง มีพื้นที่ประมาณ ๗๑,๐๐๐ ไร่ หรือประมาณ ๑๑๓ ตารางกิโลเมตร
– อุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น อยู่ในเขตอำเภอเมือง ฯ อำเภอหนองแค และอำเภอวิหารแดง เดิมเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าพระฉาย ต่อมา เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๔ ได้มีพระราชบัญญัติกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น บริเวณนี้เป็นป่าดิบแล้งและเป็นป่าไผ่รวก มีพื้นที่ประมาณ ๑๘,๐๐๐ ไร่ หรือประมาณ ๔๕ ตารางกิโลเมตร เมื่อได้ประกาศเป็นเขตป่าอุทยานแห่งชาติแล้ว ทำให้สภาพป่ามีการฟื้นตัวดีขึ้น ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดสระบุรี


ทรัพยากรน้ำ
แม่น้ำป่าสัก เป็นแม่น้ำที่สำคัญที่สุดของจังหวีดสระบุรี มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ แล้วไหลผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ลงมาทางใต้ ผ่านจังหวัดลพบุรี แล้วไหลเข้าสู่เขตจังหวัดสระบุรี ผ่านอำเภอมวกเหล็ก อำเภอแก่งคอย อำเภอเมือง ฯ อำเภอเสาไห้ แล้วไหลเข้าเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความยาวประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตร ในส่วนที่ไหลผ่านจังหวัดสระบุรี เป็นความยาวประมาณ ๑๐๕ กิโลเมตร พื้นที่บริเวณน้ำป่าสัก เป็นพื้นที่ที่มีความสมบูรณ์มาก มีประชากรเข้าไปตั้งถิ่นฐานอยู่หนาแน่น น้ำของแม่น้ำป่าสักมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดี ใช้ประโยชน์ทั้งในด้านการประกอบอาชีพ กาคมนาคมขนส่งทางน้ำ การอุปโภค และบริโภค
ห้วย (คลอง) มวกเหล็ก ต้นน้ำอยู่บริเวณเขาอินทนีในเขตอำเภอแก่งคอย แล้วไหลขึ้นไปทางเหนือ เป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัดนครราชสีมากับจังหวัดสระบุรี ไหลผ่านอำเภอมวกเหล็ก อำเภอวังม่วง แล้วไหลไปบรรจบแม่น้ำป่าสักที่บ้านปากน้ำ ตำบลคำพราน อำเภอวังม่วง
ห้วยมวกเหล็ก มีน้ำตกที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีคือ น้ำตกมวกเหล็ก และน้ำตกเจ็ดสาวน้อย
ห้วยมวกเหล็กมีลำน้ำสาขาที่สำคัญคือ ห้วยแล้ง และห้วยซับบาง
ห้วยบ้านท่ามะปราง ต้นน้ำอยู่ที่บริเวณเขาโกรกสีดา ในเขตอำเภอแก่งคอย แล้วไหลไปทางด้านทิศตะวันตก ไปบรรจบกับห้วยแล้ง ที่เกิดจากเทือกเขาเดียวกันที่บ้านท่ามะปราง แล้วไหลไปบรรจบกับห้วย (คลอง) ตะเคียน แล้วไหลผ่านตำบลปากเพรียง อำเภอเมือง ฯ จึงได้ชื่อว่าคลองเพรียง แล้วไหลไปบรรจบแม่น้ำป่าสักที่อำเภอเมือง ฯ
ห้วยใหญ่ ต้นน้ำอยู่ที่เขาคลองใหญ่และเขาอินทนีในเขตอำเภอแก่งคอย แล้วไหลลงมาทางใต้ ผ่านตำบลชะอม แล้วไหลเข้าเขตจังหวัดนครนายกที่อำเภอบ้านนา ในฤดูแล้งจะตื้นเขิน ส่วนในฤดูฝนจะมีน้ำหลากท่วมฝั่งเกือบทุกปี

เศรษฐกิจอาชีพและผลิตภัณฑ์

ข้อมูลเศรษฐกิจ

 ภาวะเศรษฐกิจการคลังจังหวัดสระบุรี ประจำเดือนมกราคม 2561 “เครื่องชี้เศรษฐกิจจังหวัดในเดือนมกราคม 2561 บ่งชี้เศรษฐกิจจังหวัดมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน สะท้อนจากเครื่องชี้การใช้จ่ายภาครัฐเพิ่มมากขึ้น กอรปกับภาคการลงทุนภาคเอกชน และภาคบริการ ปรับตัวดีขึ้น ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตรกรรมปรับตัวลง อีกทั้งการบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลง สำหรับ ด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อ สูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนการจ้างงานปรับตัวลงตามการจ้างงานของภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการด้านอื่นๆ”

เศรษฐกิจด้านอุปทาน (การผลิต) พบว่า หดตัวในอัตราร้อยละ -10.4 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน ที่หดตัวร้อยละ -18.2 สะท้อนได้จากเครื่องชี้ภาคเกษตรกรรม หดตัว ดัชนีผลผลิตเกษตรกรรมหดตัวร้อยละ-47.0 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนที่หดตัวร้อยละ -43.9เนื่องจากการปรับตัวลดลงของปริมาณผลผลิตข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และน้ำนมดิบ ส้าหรับราคาสินค้าเกษตรขยายตัวร้อยละ 5.2 ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 7.7 โดยเฉพาะราคาข้าวนาปี แลมันส้าปะหลัง ส่วนรายได้เกษตรกรในจังหวัดหดตัวร้อยละ -44.2 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนที่หดตัวร้อยละ -39.6 เนื่องจาก การปรับตัวลดลงของปริมาณผลผลิตทางการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม หดตัวโดยดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวร้อยละ -11.1 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนที่หดตัวร้อยละ -4.5เนื่องจากปริมาณการใช้กระแสไฟฟ้าอุตสาหกรรมแร่หินปูนอุตสาหกรรม–ซีเมนต์ และแร่หินปูนอุตสาหกรรม –ก่อสร้าง ปรับตัวลดลง และภาคการบริการ หดตัว โดยดัชนีการบริการหดตัวร้อยละ-2.5 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนที่หดตัวร้อยละ -45.2 เป็นผลมาจากรายได้การโรงแรมหดตัวร้อยละ-19.5 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนที่หดตัวร้อยละ -43.4 เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาพักแรมในจังหวัดมากขึ้น

เศรษฐกิจด้านอุปสงค์(การใช้จ่าย) พบว่า หดตัวในอัตราร้อยละ -5.7 ซึ่งสะท้อนได้จากดัชนีการลงทุนภาคเอกชน หดตัวร้อยละ -19.9 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนที่หดตัวร้อยละ-31.2 โดยเฉพาะพื้นที่อนุญาตก่อสร้าง ขณะที่ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 7.3 ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 14.7 เนื่องจากจ้านวนรถยนต์และรถจักรยายนต์จดทะเบียนใหม่ ขยายตัวร้อยละ 34.6 และ 0.1 ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 150.0 และ 8.5 และดัชนีการใช้จ่ายภาครัฐ ขยายตัวร้อยละ 8.8 ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 8.0 เนื่องจากงบลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 101.6 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การเบิกจ่ายงบประจ้าปรับตัวลดลงร้อยละ -52.3

ด้านรายได้เกษตรกรในจังหวัด พบว่า รายได้เกษตรกรในเดือนนี้หดตัวร้อยละ -44.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกัน ในปีก่อนปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนที่หดตัวร้อยละ -39.6 เป็นผลจากการปรับตัวลดลงของปริมาณผลผลิตทางการเกษตร

ด้านการเงิน พบว่า สภาพคล่องในระบบสถาบันการเงินขยายตัว เมื่อพิจารณาจากปริมาณเงินฝากรวมที่ขยายตัวร้อยละ3.4 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน และขยายตัวจากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 2.9เนื่องจากปริมาณเงินฝากของธนาคารเฉพาะกิจขยายตัวร้อยละ12.4 ขยายตัวจากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 8.4 ปริมาณสินเชื่อรวมหดตัวร้อยละ -2.3เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนที่หดตัวร้อยละ -2.8 เป็นผลจากปริมาณสินเชื่อธนาคารพาณิชย์หดตัวร้อยละ -5.6 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนที่หดตัวร้อยละ -5.7

 

 

            

 

อาชีพของชาวสระบุรี


อุตสาหกรรม

   

    

      จังหวัดสระบุรี จากข้อมูลสถิติทำเนียบโรงงานอุตสาหกรรม ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี (ข้อมูล ณ เดือน ธันวาคม 2550) มีจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมดจำนวน 1,274 โรงงาน จำนวนเงินลงทุน 358,868.19 ล้านบาทก่อให้เกิดการจ้างงาน จำนวน 68,439 คน แยกเป็นชาย 46,956 คนหญิง 21,483 คน เครื่องจักร จำนวน 9,724,431.03 แรงม้า

การประกอบอาชีพด้านอุตสาหกรรมที่มีอยู่สามารถแบ่งตามลักษณะการผลิตได้เป็น 5 ประเภท

     1. อุตสาหกรรมการเกษตร ได้แก่ โรงสีข้าวมีทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก โรงงานผลิตถ่านสำเร็จรูปจากแกลบ 

     2.อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป ได้แก่ โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปจากนมและเนื้อสัตว์ โรงงานเส้นหมี่ โรงงานทำวุ้นเส้น และเส้นก๋วยเตี๋ยว

     3อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง อาทิ โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง หลายบริษัท ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โรงงานโม่หินผลิตปูนซีเมนต์ ปูนขาว โรงงานผลิตโมเสกและเซรามิก โรงงานผลิตกระเบื้องซีเมนต์ใยหิน กระเบื้องซีเมนต์ชนิดแผ่นเรียบและชนิดมุงหลังคาไปจนถึงโรงงานผลิตเหล็กเส้น เหล็กหล่อ

     4.  อุตสาหกรรมสิ่งทอ มีทั้งโรงงานผลิตกระสอบ โรงงานทอผ้าปั่นด้ายรวมไปถึงโรงงานผลิตภัณฑ์จากไม้ อุตสาหกรรมบริการ โรงงานผลิตก๊าซออกซิเจนเหลว ไนโตรเจนเหลว

      5. อุตสาหกรรมในครอบครัว ที่น่าสนใจได้แก่ ผ้าทอพื้นเมือง ทำกันมากที่ตำบลท่าช้าง อำเภอเสาไห้ ตำบลเตาปูน อำเภอแก่งคอย งานจักสานไม้ไผ่ เช่น ตะกร้า กระบุง พัด หมวก ที่บานท่าฤทธิ์ ตำบลวังม่วง อำเภอมวกเหล็ก และบางท้องที่ในเขตอำเภอแก่งคอย อำเภอวิหารแดง อำเภอบ้านหมอ และอำเภอดอนพุด ทอเสื่อกก ที่ตำบลบ้านธาตุ อำเภอแก่งคอย และบ้านหนองมนต์ ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนพุด

เกษตรกร

   

      ประชากรกว่าร้อยละ 70 ยังคงยึดอาชีพด้านเกษตรกรรม มีพื้นที่เพาะปลูกมากถึง 1,570,373 ไร่ ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ทำนา 773,058 ไร่ กระจายอยู่ทั่วทั้งจังหวัด เป็นพื้นที่ทำไร่ประมาณ 753,004 ไร่ พืชไร่ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ข้าวโพด ฝ้าย มันสำปะหลัง อ้อย น้ำตาล ถั่วเขียว ถั่วลิสง ถั่วเขียวผิวมัน และละหุ่ง นอกจากนั้นเป็นพื้นที่ทำสวนประมาณ 64,311 ไร่ โดยกระจายอยู่ในเขตพื้นที่ราบลุ่ม ส่วนที่เหลือประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ ค้าขาย รับจ้างในการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ย่อยหิน พาณิชย์การบริการ และการขนส่ง

จังงหวัดสระบุรี มีพื้นที่เพาะปลูกพืชประมาณ 1,177,981 ไร่ พืชที่ปลูกมาก ได้แก่

1) ข้าว เพาะปลูกทั้งฤดูนาปีและนาปรัง

2) พืชไร่ ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง ถั่วเขียวผิวมัน ทานตะวัน

ถั่วลิสง และเผือกหอม เป็นต้น

3) พืชผัก ได้แก่ ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดฝักอ่อน ถั่วฝักยาว และแตงกว่า เป็นต้น

4) ไม้ดอกไม้ประดับ ได้แก่ ไม่ประดับยืนต้น (ขุดล้อม)

5) ไม้ผล ไม้ยืนต้น ได้แก่ มะม่วง น้อยหน่า องุ่น และกล้วยหอม เป็นต้น

 

ผลิตภัณฑ์จังหวัดสระบุรี

กะหรี่ปั๊บสระบุรี

      ระหรี่ปั๊บ เป็นขนมที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว นั่นก็คือ จะมีรูปทรงพับเป็นรูปคล้ายๆ "หอย" และจะสอดไส้ด้วยเครื่องปรุงนานาชนิด เช่น ไก่ ถั่ว เผือก เป็นต้น และกะหรี่ปั๊บก็เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อมากในจังหวัดสระบุรี และที่โด่งดังก็จะอยู่ใน อำเภอ มวกเหล็ก เป็นของฝากที่นักท่องเที่ยวต่างก็ต้องซื้อติดไม้ ติดมื้อกัน รวมถึงของฝากอื่นอีกด้วย นั้นก็มี กะหรี่ปั๊บ เนื้อทุบและนม จนได้มีคำขวัญประจำ อำเภอ ว่า "เนื้อนุ่ม นมดี กะหรี่ดัง" นั่นเอง

       จากตัวเมืองสระบุรีเดินทางไปตามเส้นทาง สระบุรี-นครราชศรีมา หรือถนนมิตรภาพ ระยะทางประมาณ 37 กิโลเมตร เลยทางแยก เข้าที่ว่าการอำเภอมวกเหล็ก ตรงกันข้ามกับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย  หรือ อ.ส.ค.  บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยสินค้าพื้นเมืองรวมถึงสินค้าขึ้นชื่อ คือ กะหรี่ปั๊บ นั่นเอง

สาธารณสุขและสุขภาวะชุมชน จังหวัดสระบุรี

ข้อมูลสาธารณสุข

 

             จังหวัดสระบุรี มีสถานบริการสาธารณสุขภาครัฐ ประกอบด้วย โรงพยาบาลศูนย์ 1 แห่ง โรงพยาบาลทั่วไป 1 แห่ง และโรงพยาบาลชุมชนขนาด 60 เตียง 2 แห่ง ขนาด 30 เตียง 6 แห่ง และขนาด 10 เตียง 2 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 126 แห่ง โรงพยาบาลสังกัดกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 1 แห่ง ขนาด 30  เตียง และโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม 1 แห่งขนาด 30 เตียง (โรงพยาบาลค่ายอดิศร) บุคลากรด้านสาธารณสุข ประกอบด้วย อัตราส่วนแพทย์ต่อประชากรจังหวัดสระบุรี เท่ากับ 1:2795

โรงพยาบาล ในจังหวัดสระบุรี

  • โรงพยาบาลอภิณพเวชกรรม
  • รพ.สระบุรี
  • รพ.มิตรภาพเมโมเรียล
  • โรงพยาบาลบ้านหมอ
  • โรงพยาบาลเสาไห้
  • รพ.พระพุทธบาท
  • โรงพยาบาลวิหารแดง
  • รพ.วังม่วงสัทธรรม
  • โรงพยาบาลค่ายอดิศร
  • โรงพยาบาลหนองแค
  • โรงพยาบาลดอนพุด

ลำดับ

ประเภท

รหัส

สถานบริการสุขภาพ

สถานที่ตั้ง

โทรศัพท์/โทรสาร

ผู้รับผิดชอบ

รพศ. 

10661 

โรงพยาบาลศูนย์สระบุรี  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เมืองสระบุรี 
 

โทรศัพท์ 0-3631-6552,0-3631-6553
โทรสาร 0-3621-1624
   

 

รพช. 

10815 

โรงพยาบาลชุมชนมวกเหล็ก  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ มวกเหล็ก 
ตำบล มิตรภาพ 
 

โทรศัพท์ 0-3634-1560,0-3634-1860
โทรสาร 0-3634-1560
   

 

รพช. 

10814 

โรงพยาบาลชุมชนเสาไห้  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เสาไห้ 
ตำบล เสาไห้ 
 

โทรศัพท์ 0-3639-1253,0-3639-1254
โทรสาร 0-3639-1253
   

 

รพช. 

10807 

โรงพยาบาลชุมชนแก่งคอย  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ แก่งคอย 
ตำบล แก่งคอย 
 

โทรศัพท์ 0-3624-4433,0-3624-4611
โทรสาร 0-3624-5561
   

นางปิ่นแก้ว ธนสารโสภณ
107 
หมู่ที่ ถนน มิตรภาพ 
จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ แก่งคอย 
ตำบล แก่งคอย 

 

รพช. 

10816 

โรงพยาบาลชุมชนวังม่วง  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ วังม่วง 
ตำบล วังม่วง 
 

โทรศัพท์ 0-3635-9135,0-3635-9136
โทรสาร 0-3635-9134
   

นางสุชาดา สัทธรรม
60 
หมู่ที่
จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ วังม่วง 
ตำบล คำพราน 

 

รพช. 

10809 

โรงพยาบาลชุมชนวิหารแดง  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ วิหารแดง 
ตำบล บ้านลำ 
 

โทรศัพท์ 0-3637-7300,0-3637-7231
โทรสาร 0-3637-7601
   

นางพัชรินทร์ ปุยพันธ์
200 
หมู่ที่
จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ วิหารแดง 
ตำบล บ้านลำ 

 

รพช. 

10808 

โรงพยาบาลชุมชนหนองแค  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองแค 
ตำบล หนองแค 
 

โทรศัพท์ 0-3637-1260,0-3637-1575
โทรสาร 0-3637-1575
   

 

รพช. 

10810 

โรงพยาบาลชุมชนหนองแซง  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองแซง 
ตำบล ไก่เส่า 
 

โทรศัพท์ 0-3639-9234,0-3639-9224
โทรสาร 0-3639-9224
   

 

รพช. 

10813 

โรงพยาบาลชุมชนหนองโดน  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองโดน 
ตำบล หนองโดน 
 

โทรศัพท์ 0-3639-7111,0-3639-7251
โทรสาร 0-3639-7251
   

นางสมหมาย ชัยศิริ
หมู่ที่
จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองโดน 
ตำบล หนองโดน 

 

10 

รพช. 

10812 

โรงพยาบาลชุมชนดอนพุด  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ ดอนพุด 
ตำบล ดอนพุด 
 

โทรศัพท์ 0-3639-5111,0-3639-5252
โทรสาร 0-3639-5252
   

 

11 

รพช. 

10811 

โรงพยาบาลชุมชนบ้านหมอ  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ บ้านหมอ 
ตำบล บ้านหมอ 
 

โทรศัพท์ 0-3620-1171,0-3620-1595
โทรสาร 0-3620-2009
   

นางปัทมา นรพัลลภ
หมู่ที่
จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ บ้านหมอ 
ตำบล บ้านหมอ 

 

12 

รพท. 

10695 

โรงพยาบาลทั่วไปพระพุทธบาท  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ พระพุทธบาท 
ตำบล ธารเกษม 
 

โทรศัพท์ 0-3626-7988,0-3626-6111
โทรสาร 0-3626-6112
   

 

13 

รพ.สต. 

01709 

รพ.สต. โคกแย้ หมู่ที่ 05 โคกแย้  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองแค 
ตำบล โคกแย้ 
 

 

 

14 

รพ.สต. 

01713 

รพ.สต. ห้วยขมิ้น หมู่ที่ 06 ห้วยขมิ้น  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองแค 
ตำบล ห้วยขมิ้น 
 

 

 

15 

รพ.สต. 

01714 

รพ.สต. ห้วยทราย หมู่ที่ 01 ห้วยทราย  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองแค 
ตำบล ห้วยทราย 
 

 

 

16 

รพ.สต. 

01802 

รพ.สต. หน้าพระลาน หมู่ที่ 02 หน้าพระลาน  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ 
ตำบล หน้าพระลาน 
 

 

 

17 

รพ.สต. 

01682 

รพ.สต. หนองปลาไหล หมู่ที่ 01 หนองปลาไหล  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เมืองสระบุรี 
ตำบล หนองปลาไหล 
 

 

 

18 

รพ.สต. 

01687 

รพ.สต. ทับกวาง หมู่ที่ 09 ทับกวาง  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ แก่งคอย 
ตำบล ทับกวาง 
 

 

 

19 

รพ.สต. 

01744 

รพ.สต. บ้านครัว หมู่ที่ 05 บ้านครัว  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ บ้านหมอ 
ตำบล บ้านครัว 
 

 

 

20 

รพ.สต. 

01695 

รพ.สต. บ้านป่า หมู่ที่ 02 บ้านป่า  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ แก่งคอย 
ตำบล บ้านป่า 
 

 

นางธนันญา แพงไธสงค์
88/2 
จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ แก่งคอย 
ตำบล บ้านป่า 

 

21 

รพ.สต. 

01681 

รพ.สต. ปากข้าวสาร หมู่ที่ 02 ปากข้าวสาร  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เมืองสระบุรี 
ตำบล ปากข้าวสาร 
 

 

 

22 

สอ. 

01786 

สอ.เฉลิมพระเกียรติ หมู่ที่ 12 ลำพญากลาง  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ มวกเหล็ก 
ตำบล ลำพญากลาง 
 

 

 

23 

สอ. 

01690 

สอ.หนองสองห้อง หมู่ที่ 06 ห้วยแห้ง  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ แก่งคอย 
ตำบล ห้วยแห้ง 
 

 

 

24 

สอ. 

 

สอ.ดาวเรือง ม.06 ต.ดาวเรือง  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ บ้านหมอ 
 

 

นายดนัยฤทธิ์ พุ่มเจริญ
60 
หมู่ที่
จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ บ้านหมอ 
ตำบล บ้านหมอ 

 

25 

สอ. 

01768 

สอ.บ้านโรงเหล้า หมู่ที่ 04 ศาลารีไทย  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เสาไห้ 
ตำบล ศาลารีไทย 
 

 

 

ลำดับ

ประเภท

รหัส

สถานบริการสุขภาพ

สถานที่ตั้ง

โทรศัพท์/โทรสาร

ผู้รับผิดชอบ

26 

สอ. 

01775 

สอ.บ้านเมืองเก่า หมู่ที่ 06 เมืองเก่า  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เสาไห้ 
ตำบล เมืองเก่า 
 

 

 

27 

สอ. 

01780 

สอ.บ้านมวกเหล็ก หมู่ที่ 03 มิตรภาพ  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ มวกเหล็ก 
ตำบล มิตรภาพ 
 

 

 

28 

สอ. 

01772 

สอ.บ้านมะกรูด หมู่ที่ 01 ม่วงงาม  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เสาไห้ 
ตำบล ม่วงงาม 
 

 

 

29 

สอ. 

01736 

สอ.บ้านม่วงหวานใต้ หมู่ที่ 08 ม่วงหวาน  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองแซง 
ตำบล ม่วงหวาน 
 

 

 

30 

สอ. 

01752 

สอ.บ้านม้า หมู่ที่ 07 ดอนทอง  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองโดน 
ตำบล ดอนทอง 
 

 

 

31 

สอ. 

01708 

สอ.บ้านใหญ่ หมู่ที่ 02 โคกตูม  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองแค 
ตำบล โคกตูม 
 

 

 

32 

สอ. 

01763 

สอ.บ้านใหญ่พัฒนา หมู่ที่ 11 หนองแก  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ พระพุทธบาท 
ตำบล หนองแก 
 

 

 

33 

สอ. 

01701 

สอ.บ้านมอญ หมู่ที่ 06 เตาปูน  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ แก่งคอย 
ตำบล เตาปูน 
 

 

 

34 

สอ. 

01703 

สอ.บ้านรังแรง หมู่ที่ 07 ชำผักแพว  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ แก่งคอย 
ตำบล ชำผักแพว 
 

 

 

35 

สอ. 

01747 

สอ.บ้านรี หมู่ที่ 03 ไผ่หลิ่ว  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ ดอนพุด 
ตำบล ไผ่หลิ่ว 
 

 

นายสุริยันต์ แนบเนียม
หมู่ที่
จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ ดอนพุด 
ตำบล ไผ่หลิ่ว 

 

36 

สอ. 

01764 

สอ.บ้านยาง หมู่ที่ 02 บ้านยาง  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เสาไห้ 
ตำบล บ้านยาง 
 

 

 

37 

สอ. 

01724 

สอ.บ้านเกาะเชิงหวาย หมู่ที่ 06 วิหารแดง  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ วิหารแดง 
 

 

นางนิวัฒน์ พินิชกชกร
47/1 
หมู่ที่
จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ วิหารแดง 
ตำบล วิหารแดง 

 

38 

สอ. 

01728 

สอ.บ้านเกาะประดู่ หมู่ที่ 01 หนองสรวง  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ วิหารแดง 
ตำบล หนองสรวง 
 

 

 

39 

สอ. 

01760 

สอ.บ้านเขาวง หมู่ที่ 05 เขาวง  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ พระพุทธบาท 
ตำบล เขาวง 
 

 

นายมารุต สิงหนพ
58 
จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ พระพุทธบาท 
ตำบล เขาวง 

 

40 

สอ. 

01766 

สอ.บ้านเขาดินใต้ หมู่ที่ 12 หัวปลวก  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เสาไห้ 
ตำบล หัวปลวก 
 

 

นางวิไลวรรณ ธรรมเห็ชร
31/2 
หมู่ที่ 12 
จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เสาไห้ 
ตำบล หัวปลวก 

 

41 

สอ. 

01734 

สอ.บ้านโคกแค หมู่ที่ 07 หนองกบ  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองแซง 
ตำบล หนองกบ 
 

 

 

42 

สอ. 

01735 

สอ.บ้านโคกสะอาด หมู่ที่ 03 โคกสะอาด  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองแซง 
ตำบล โคกสะอาด 
 

 

นางสาวนุชนาฎ ณรงค์เปลี่ยน
หมู่ที่
จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองแซง 
ตำบล โคกสะอาด 

 

43 

สอ. 

01767 

สอ.บ้านโคกกระท้อน หมู่ที่ 06 งิ้วงาม  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เสาไห้ 
ตำบล งิ้วงาม 
 

 

 

44 

สอ. 

01797 

สอ.บ้านโคกดินแดง หมู่ที่ 02 เขาดินพัฒนา  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ 
ตำบล เขาดินพัฒนา  

 

นางพัชรี ชัยนฤประเสริฐ
90 
หมู่ที่
จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ 
ตำบล เขาดินพัฒนา 

 

45 

สอ. 

01776 

สอ.บ้านเจ้าฟ้าเหนือ หมู่ที่ 02 สวนดอกไม้  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เสาไห้ 
ตำบล สวนดอกไม้ 
 

 

 

46 

สอ. 

01773 

สอ.บ้านเชิงราก หมู่ที่ 03 เริงราง  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ เสาไห้ 
ตำบล เริงราง 
 

 

 

47 

สอ. 

01790 

สอ.บ้านมณีโชติ หมู่ที่ 01 แสลงพัน  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ วังม่วง 
ตำบล แสลงพัน 
 

 

 

48 

สอ. 

01733 

สอ.บ้านโดน หมู่ที่ 05 หนองสีดา  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองแซง 
ตำบล หนองสีดา 
 

 

 

49 

สอ. 

01753 

สอ.บ้านโปร่งสว่าง หมู่ที่ 01 บ้านโปร่ง  

จังหวัด สระบุรี 
อำเภอ หนองโดน 
ตำบล บ้านโป่ง 
 

 

 

การศึกษาและเยาวชน จังหวัดสระบุรี

สถานศึกษา จังหวัดสระบุรี

สถานอุดมศึกษา

โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4

·         อำเภอเมืองสระบุรี

·         โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม

·         โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สระบุรี

·         อำเภอแก่งคอย

·         โรงเรียนแก่งคอย

·         โรงเรียนบ้านท่ามะปรางวิทยา

·         โรงเรียนสองคอนวิทยาคม

·         อำเภอเฉลิมพระเกียรติ

·         โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค

·         โรงเรียนหน้าพระลาน(พิบูลสงเคราะห์)

·         อำเภอดอนพุด

·         โรงเรียนดอนพุดวิทยาคม

·         อำเภอบ้านหมอ

·         โรงเรียนบ้านหมอ (พัฒนานุกูล)

·         อำเภอพระพุทธบาท

·         โรงเรียนพระพุทธบาท (พลานุกูลวิทยา)

·         โรงเรียนสุธีวิทยา

·         อำเภอมวกเหล็ก

·         โรงเรียนซับน้อยเหนือวิทยาคม

·         โรงเรียนมวกเหล็กวิทยา

·         อำเภอวังม่วง

·         โรงเรียนวังม่วงวิทยาคม

·         อำเภอวิหารแดง

·         โรงเรียนประเทียบวิทยาทาน

·         อำเภอเสาไห้

·         โรงเรียนโคกกระท้อนกิตติวุฒิวิทยาคม

·         โรงเรียนเสาไห้ "วิมลวิทยานุกูล"

·         อำเภอหนองแค

·         โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสระบุรี

·         โรงเรียนหนองแค (สรกิจพิทยา)

·         โรงเรียนหินกองวิทยาคม

·         อำเภอหนองแซง

·         โรงเรียนหนองแซงวิทยา

·         อำเภอหนองโดน

·         โรงเรียนหนองโดนวิทยา

โรงเรียนเอกชน

กองทุนและสวัสดิการ

กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดสระบุรี

ในปีงบประมาณ 2559 จังหวัดสระบุรีโดยสํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดได้รับการจัดสรรงบประมาณ จํานวน 880,000 บาท (แปดแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) โดยแยกเป็นโครงการระบบปกติ จํานวน 80,000 บาท และโครงการระบบกระจายกองทุนสู่ภูมิภาคและท้องถิ่นจํานวน 800,000 บาท โดยคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดสระบุรีได้มีมติเห็นชอบอนุมัติสนับสนุนงบประมาณให้แก่องค์กรที่เขียนโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุน โครงการเชิงพื้นที่ จํานวน 5 โครงการ เป็นเงินทั้งสิ้น 318,825 บาท (สามแสนหนึ่งหมื่นแปดพันแปดร้อยยี่สิบห้าบาทถ้วน)

1. โครงการค่ายพ่อแม่ร่วมใจเสริมสร้างภูมิคุ้มภัย ให้บุตรหลานกองทุนสวัสดิการชุมชนตําบลหนองจรเข้

โดย กองทุนสวัสดิการชุมชนตําบลหนองจรเข้ จํานวนงบประมาณ 85,500 บาท

กลุ่มเป้าหมาย

สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตําบลหนองจระเข้ จํานวน 116 คน

พื้นที่จัดทําโครงการ

 องค์การบริหารส่วนตําบลหนองจรเข้

ระยะเวลาดําเนินการ

 8 – 22 พฤษภาคม 2559

      

 

2. โครงการพัฒนาศักยภาพเสริมทักษะอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเทศบาลเมืองสระบุรี

 โดย กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลเมืองสระบุรี จํานวนงบประมาณ 62,525 บาท

กลุ่มเป้าหมาย

          อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ จํานวน 50 คน และผู้สูงอายุในชุมชน 29 ชุมชน

พื้นที่จัดทําโครงการ

 เขตเทศบาลเมืองสระบุรี จํานวน 29 ชุมชน

ระยะเวลาดําเนินการ

 เมษายน – สิงหาคม 2559

   

3. โครงการ อบรมภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว โดย สํานักงานเทศบาลต้นตาล – พระยาทด

จํานวนงบประมาณ 37,800 บาท

กลุ่มเป้าหมาย

             เด็กและเยาวชนตําบลต้นตาล-พระยาทด จํานวน 50 คน

พื้นที่ดําเนินการ

             โรงเรียนวัดพระยาทด อําเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี

ระยะเวลาในการดําเนินกิจกรรม

              3 วัน ระหว่างวันที่ 13 – 15 กรกฎาคม 2559

        

 4. โครงการท่ามะปรางร่วมใจ ลดคัดแยก และสร้างรายได้จากขยะมูลฝอย โดยองค์การบริหารส่วน

ตําบลท่ามะปราง จํานวนงบประมาณ 40,000

กลุ่มเป้าหมาย

  1. ผู้นําชุมชนในเขตตําบลท่ามะปราง
  2. คณะทํางานศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนตําบลท่ามะปราง
  3. ตัวแทนสภาเด็กและเยาวชนตําบลท่ามะปราง
  4. ตัวแทนจากชมรมผู้สูงอายุตําบลท่ามะปราง
  5. ตัวแทนจากอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน
  6. ตัวแทนครู นักเรียน จากโรงเรียนในตําบลท่ามะปราง
  7. ประชาชนตําบลท่ามะปราง

พื้นที่ดําเนินการ

              หมู่ที่ 1 – 5 ตําบลท่ามะปราง อําเภอแก่งคอย จ.สระบุรี

ระยะเวลาดําเนินการ

              เมษายน – สิงหาคม 2559

 

  5. โครงการส่งเสริมศักยภาพเครือข่ายเพื่อพัฒนากลุ่มเป้าหมายทางสังคม โดยสํานักงานพัฒนาสังคมและ

ความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรี จํานวน 93,000 บาท

กลุ่มเป้าหมาย

  1. ศพค. เครือข่ายสตรี และเจ้าหน้าที่ อปท. รวม 32 คน
  2. อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) จํานวน 15 คน
  3. สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสระบุรี จํานวน 4 คน
  4. ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.)/เครือข่ายผู้สูงอายุ จํานวน 10 คน
  5. เจ้าหน้าที่สํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระบุรี จํานวน 4 คน

พื้นที่จัดทําโครงการ

 กลไกเครือข่ายพัฒนาสังคมในจังหวัดสระบุรี

ระยะเวลาดําเนินการ

 ระหว่างวันที่ 18 - 19 สิงหาคม 2559 ณ สายป่าน รีสอร์ท อําเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

      

 

พัฒนาท้องถิ่น จังหวัดสระบุรี

กองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า

 

ความเป็นมาของเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ตามมาตรา 97(3)

               เงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าตามมาตรา 97(3) หรือเงินกองทุนในพื้นที่ประกาศ เป็นเงินได้ที่ กกพ. เรียกเก็บจาก ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า ตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ในการประชุมเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 เพื่อนำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า โดยเรียกเก็บจาก

               1. ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า รายใหม่ หมายถึง ผู้รับใบอนุญาตฯ ที่ได้รับใบอนุญาตปลูกสร้างอาคารหรือการตั้งโรงงานตั้งแต่วันที่ระเบียบ กกพ. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการนำส่งเงินและการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้ามีผลบังคับใช้เป็นต้นไป นำส่งเงินเข้ากองทุน ดังนี้

               ช่วงระหว่างการก่อสร้าง (นับตั้งแต่วันที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าตามสัญญาว่าจ้างผู้รับเหมาเพื่อดำเนินการก่อสร้าง จนถึงวันที่เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) ให้จ่ายเงินเป็นรายปีตามกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้า ในอัตรา 50,000 บาท/เมกะวัตต์/ปี 
โดยในปีแรกให้จ่ายภายใน 5 วันทำการนับจากวันที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้า สำหรับปีถัดปีถัดไปให้จ่ายภายใน 5 วันทำการแรกของปี

ช่วงระหว่างการผลิตไฟฟ้า (นับตั้งแต่วันที่เริ่ม COD เป็นต้นไป) ให้จ่ายเงินเข้ากองทุนเป็นรายเดือนตามปริมาณการผลิตพลังงานไฟฟ้าตามชนิดของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า โดยจำแนกตามชนิดของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าในอัตราดังนี้

 

 

อัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า ตามมติ กพช.

                              2. ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า รายปัจจุบัน หมายถึง ผู้รับใบอนุญาตฯ ที่ได้รับใบอนุญาตในการปลูกสร้างอาคารหรือการตั้งโรงงานก่อนวันที่ระเบียบ กกพ. ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ กำหนดให้จ่ายเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าเฉพาะช่วงระหว่างการผลิตไฟฟ้าเท่านั้น 

                              3 ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจำหน่ายไฟฟ้านำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าเป็นรายเดือน โดยหักจากอัตราค่าบริการ ตามอัตราที่ กกพ. ประกาศกำหนด 

                              ทั้งนี้ปริมาณเงินที่นำส่งเข้ากองทุน จะต้องสอดคล้องกับการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้าที่ให้บริการแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ด้อยโอกาสหรือให้มีการให้บริการไฟฟ้าอย่างทั่วถึง หรือเพื่อส่งเสริมนโยบายในการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค รวมทั้ง ต้องสอดคล้องกับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าและแผนการลงทุนในกิจการไฟฟ้าตามที่ กพช. กำหนด โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าที่จะต้องรับภาระในการที่ผู้รับอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้านำส่งเงินเข้ากองทุนด้วย

                              โดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) จะจัดสรรให้กองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ จากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า ตามมาตรา 97 (3) โดยแยกเป็นรายบัญชีตามโรงไฟฟ้า และให้ต่อท้ายด้วยชื่อของโรงไฟฟ้า หรือชื่อตำบล หรือชื่ออำเภอ หรือชื่อจังหวัดที่โรงไฟฟ้าตั้งอยู่

หลักการสำคัญในการบริหารเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า


กกพ. ได้กำหนดนโยบายในการบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ โดยมีหลักการในการบริหารเงินกองทุน ดังนี้
               
               1. มีการกระจายอำนาจการบริหารจัดการสู่ชุมชน เพื่อให้มีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีธรรมาภิบาลโปร่งใส ตรวจสอบได้

               2. ส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำแผนพัฒนาชุมชน โดยชุมชนเพื่อชุมชน เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาศักยภาพชุมชน ตามแนวทางเศรษฐกิจ

พอเพียง เสริมสร้างระบบสวัสดิการของประชาชนและชุมชนอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

               3. ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชนภายในพื้นที่ประกาศ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงและบูรณาการ การทำงานร่วมกันกับภาคีต่าง ๆ ได้แก่ องค์กร       ปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ องค์กรชุมชน สถานศึกษา ศาสนสถาน เป็นต้น
               4. ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูล การเรียนรู้ การบริหารจัดการ การติดตามตรวจสอบ การประชาสัมพันธ์สู่สาธารณชน การพัฒนาระบบข้อมูลระหว่างกองทุนพัฒนาไฟฟ้าใน      พื้นที่ประกาศทุกระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

               5. มีการชดเชยเพื่อเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า ทั้งด้านสุขภาพ อาชีพ และสิ่งแวดล้อม

               6. ส่งเสริม สนับสนุน การฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเฝ้าระวังทางสังคม สุขภาวะ สิ่งแวดล้อม

แนวทางในการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

สำหรับเงินกองทุนในส่วนที่จัดสรรให้ใช้ในกิจการของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ประกาศที่โรงไฟฟ้าของผู้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้านั้น ๆ ตั้งอยู่นั้น ให้จัดสรรเป็น 2 ส่วน

                     ส่วนที่ 1 ไม่เกินร้อยละ 15 เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการประจำปีสำหรับกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ                     

                   ส่วนที่ 2 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 เป็นเงินอุดหนุนการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า โดยการเสนอโครงการชุมชนเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ประกาศ

ตามระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ได้กำหนดให้ สกพ. ได้กันเงินไว้ไม่เกินร้อยละ 5 เพื่อดำเนินการในกิจการ ดังนี้

       1. สำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เพื่อเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายในเบื้องต้นจากผลกระทบที่มีสาเหตุจากโรงไฟฟ้าตามที่ กกพ. เห็นสมควร

        2. อุดหนุนให้กับการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าที่ได้รับการจัดสรรเงินจำนวนน้อยไม่เพียงพอต่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นทั้งนี้ จำนวนเงินที่จะสนับสนุนให้กับแต่ละท้องถิ่นให้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมตามที่ กกพ. กำหนด

       3. เพื่อการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า