25/05/2018

ภูมิรัฐศาสตร์และการปกครอง

Written by  โครงการไฟฟ้าวังน้อยชุดที่ 4 จังหวัดสระบุรี
Rate this item
(0 votes)

ภูมิรัฐศาสตร์และการปกครอง

จังหวัดสระบุรี

ทางประวัติศาสตร์

          นักประวัติศาสตร์ถือว่ายุคทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 11-16) เป็นจุดเริ่มต้นของสมัยประวัติศาสตร์พื้นที่สระบุรีมีหลักฐานว่าอยู่ในยุคทวารวดีเช่นกัน เช่น ที่บ้านอู่ตะเภา ตำบลม่วงหวาน อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี สันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองเก่าครั้งทวารวดี ที่ถ้ำพระโพธิสัตว์ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี พบภาพสลักนูนต่ำที่ผนังถ้ำเป็นลักษณะศิลปกรรมยุคทวารวดี ศรีศักร วัลลิโภดม สันนิษฐานว่า
น่าจะเป็นที่จำศีลภาวนาของนักบวชและฤาษี ภายในถ้ำโอ่โถงพอสมควรพอเป็นที่พักพำนักได้ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในระดับที่สูงแต่ก็ไม่มีอะไรที่ลำบากแก่การดำรงชีวิตอันเนื่องมาจากบริเวณที่ตีนเขา ตรงหน้าถ้ำนั้นมีธารน้ำตก เหมาะกับการตั้งหลักแหล่งพำนักอาศัยของบรรดานักบวช หรือไม่ก็ชุมชน และผู้คนที่อยู่ในที่สูงป่าเขา อาศัยผลผลิตของป่าในบริเวณนั้นหาเลี้ยงชีพอีกแห่งหนึ่งคือ ที่ถ้ำเขาวง (ถ้ำนารายณ์) หมู่ 4ตำบลเขาวง อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีมีจารึกที่ผนังถ้ำด้วยอักษรปัลลวะ ถ้อยคำที่จารึกเป็นภาษามอญโบราณ ข้อความนี้จารึกราวพุทธศตวรรษที่ 12อยู่ในสมัยทวราวดี

          ปิแอร์ ดูปองท์ นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสสันนิษฐานว่า ผู้คนในยุคทวารวดีเป็นคนมอญที่อพยพมาอยู่ถิ่นนี้เมื่อพุทธศตวรรษที่ 15 เพราะภาษาที่จารึกในยุคนี้เป็นภาษามอญทุกที่

          ราวพุทธศตวรรษที่ 17อาณาจักรทวารดีได้เสื่อมลง เนื่องจากขอมเข้ามาแผ่อิทธิพลปกครองในถิ่นนี้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ไว้ในเรื่องตำนานเมืองสระบุรี ว่า
ท้องถิ่นอันเป็นเขตจังหวัดสระบุรีนี้แต่โบราณครั้งเมื่อขอมยังเป็นใหญ่ในประเทศนี้อยู่ ในทางหลวงสายหนึ่งซึ่งขอมไปมาติดต่อกับราชธานีที่นครหลวง (ซึ่งเรียกในภาษาขอมว่านครธม) ยังมีเทวสถาน ซึ่งพวกขอมสร้างเป็นปรางค์หินไว้ตามที่ได้ตั้งเมืองปรากฏเป็นระยะ คือ ในเขตจังหวัดปราจีนบุรีที่อำเภอวัฒนานครแห่งหนึ่ง ที่ดงมหาโพธิ์แห่งหนึ่ง ต่อมาถึงเขตจังหวัดนครนายกมีที่ดงนครแห่งหนึ่ง แล้วมามีที่บางโขมดทางขึ้นพระพุทธบาทอีกแห่งหนึ่ง ต่อไปก็ถึงเมืองลพบุรี ซึ่งเป็นเมืองหลวงมณฑลละโว้ที่พวกขอมปกครอง แต่ในที่ใกล้ลำน้ำป่าสักซึ่งตั้งเมืองสระบุรีหาปรากฏสิ่งสำคัญครั้งขอมอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ เพราะฉะนั้นเมืองสระบุรีเห็นจะเป็นเมืองต่อเมืองไทยได้ประเทศนี้จากพวกขอมแล้ว

          เมืองสระบุรีเริ่มปรากฏชื่อในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลางด้วยมีคำว่า เมืองสระบุรี ปรากฏในพงศาวดารครั้งแรกในรัชสมัยสมเด็จพระมหินทราธิราชคราวที่พระเจ้าหงสาวดียกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหินทราธิราชทรงมีพระราชสาส์นถึงพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งนครเวียงจันทน์ให้นำทัพมาช่วยไทย แต่ทัพลาวถูกทหารพม่าซุ่มตีที่เมืองสระบุรี ทัพลาวแตกกลับเวียงจันทน์ เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อ พ.ศ. 2112

แสดงว่าเมืองสระบุรีต้องตั้งมาก่อน พ.ศ. 2112 แต่จะก่อตั้งเมื่อใดไม่มีหลักฐานเอกสารอ้างอิง สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานการตั้งเมืองสระบุรีไว้ดังนี้
          เมื่อในแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระราชบิดาของสมเด็จพระมหินทราธิราชนั้น พระเจ้าหงสาวดีตะเบงชะเวตี้ ยกทัพเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2091ในสมัยนั้นมีป้อมปราการเป็นเขื่อนขัณฑ์กันราชธานีอยู่ทั้ง 4ทิศ คือ เมืองสุพรรณบุรี อยู่ทางทิศตะวันตก เมืองลพบุรี อยู่ทางทิศเหนือ เมืองนครนายก อยู่ทางทิศตะวันออก และเมืองพระประแดง (ภายหลังเปลี่ยนไปเป็นเมืองธนบุรี) อยู่ทางทิศใต้ กองทัพพระเจ้าหงสาวดียกเข้าทางด่านพระเจดีย์ 3องค์ ข้างทิศตะวันตก กองทัพไทยจึงไปต่อสู้ที่เมืองสุพรรณบุรี รับข้าศึกไม่อยู่ต้องถอยกลับมาเอาพระนครศรีอยุธยาเป็นที่มั่นจึงได้ชัยชนะ เป็นเหตุให้เห็นว่าเมืองที่ตั้งขึ้นเป็นเขื่อนขัณฑ์กันพระนครนั้นหาเป็นประโยชน์ดังคาดมาแต่ก่อนไม่ที่สร้างป้อมปราการไว้ถ้าข้าศึกยึดเอาเป็นที่มั่นสำหรับทำการสงครามแรมปี ตีพระนคร ก็จะกลับเป็นประโยชน์แก่ข้าศึกจึงให้รื้อป้อมปราการเมืองสุพรรณบุรี เมืองลพบุรี และเมืองนครนายกเสียทั้ง 3 เมือง คงไว้แต่ที่เมืองพระประแดงซึ่งรักษาทางปากน้ำอีกประการหนึ่งเห็นว่าที่รวบรวมผู้คนในเวลาเกณฑ์ทัพยังมีน้อยนักจึงให้ตั้งตัวเมืองเพิ่มเติมขึ้นอีกหลายเมืองสำหรับเป็นที่รวบรวมผู้คนเพื่อจะได้เรียกระดมรักษาพระนครได้ทันท่วงทีในเวลาการสงครามมีมาอีก เมืองที่ตั้งใหม่ครั้งนั้นระบุชื่อไว้ในพระราชพงศาวดารแต่ทางทิศใต้กับทางทิศตะวันตกคือเมืองนนทบุรี เมืองสาครบุรี (สมุทรสาคร) และเมืองนครไชยศรี แต่ทางทิศอื่นหาได้กล่าวถึงไม่ เมืองสระบุรี (แลเมืองฉะเชิงเทรา) เห็นจะตั้งในครั้งนี้นั่นเอง คือตั้งราว พ.ศ. 2092ก่อนที่จะปรากฏชื่อในหนังสือพระราชพงศาวดารเพียง 20 ปี เมืองที่ตั้งครั้งนั้นเห็นเป็นแต่สำหรับรวบรวมผู้คนดังกล่าวมา จึงกำหนดแต่เขตแดน มิได้สร้างบริเวณเมืองผู้รั้งตั้งจวนอยู่ที่ไหนก็เชื่อว่าเมืองอยู่ตรงนั้น
          จากนิพนธ์นี้เข้าใจว่า ยุคนั้นคงมีผู้คนอยู่ในถิ่นนี้พอสมควร จึงตั้งเมืองขึ้นที่นี่เพื่อให้ทำหน้าที่ช่วยรบ และเตรียมเสบียงไว้ในการสงคราม สระบุรี คงมีความหมายว่า เมืองแห่งน้ำ หรือ ตัวเมืองใกล้น้ำ เพราะครั้งแรกที่ตั้งเมืองอยู่บริเวณบึงโง้ง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ในปัจจุบัน

 

สระบุรีสมัยกรุงศรีอยุธยา

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมืองสระบุรีมีบทบาทที่เกี่ยวข้องในเรื่องสงครามและการพระศาสนาเป็นสำคัญ ในเรื่องการสงครามเช่น พ.ศ.๒๑๒๕ พระเจ้าแปรยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีรับสั่งให้พระยานครนายก พระยาปราจีนบุรี พระวิเศษเมืองฉะเชิงเทรา พระสระบุรี 4 หัวเมือง ให้พระยานครนายกเป็นแม่ทัพใหญ่คุมพล 10,000 คน ออกไปตั้งค่าย ขุดคู ปลูกยุ้งฉาง ถ่ายลำเลียงไว้ตำบลทำนบรักษาไว้ให้มั่น พ.ศ.2126 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกทัพออกไปลาดตระเวน ฟังราชการให้ถึงทัพหลวง พ.ศ 2227 อ้ายธรรมเถียร คนนครนายกปลอมตนว่าเป็นเจ้าฟ้าอภัยทศลวงผู้คนให้หลงเชื่อมาถึงสระบุรีและลพบุรี แล้วนำผู้หลงเชื่อบุกเข้าไปถึงกรุง แต่ก็พ่ายแพ้และถูกประหารชีวิต พ.ศ. 2235 เกิด กบฏบุญกว้าง เป็นคนมีวิชาอาคมดีนำพวก 28 คนยึดเมืองนครราชสีมาได้ เจ้าเมืองนครราชสีมาลวงว่าควรนำทัพไปตีกรุงศรีอยุธยา บุญกว้างเชื่อจึงนำผู้คนผ่านมาถึงลพบุรี กรมการเมืองสระบุรีมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการพระศาสนาก็คือ พ.ศ. 2149 ได้พบรอยพระพุทธบาทสระบุรีในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม จากนั้นมาเป็นราชประเพณีนิยมที่พระมหากษัตริย์จะเสด็จมานมัสการพระพุทธละ ทรงนำนุบำรุงพระพุทธบาทรวมทั้งเสด็จไปนมัสการพระพุทธฉาย

เมืองสระบุรีสมัยกรุงธนบุรี ถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ช่วงนี้พระมหากษัตริย์ก็ยังทรงมีพระราชนิยมเสด็จมานมัสการพระพุทธบาทรวมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมแซมพระพุทธบาท เนื่องจากคราวที่กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเมื่อ พ.ศ.2310 นั้น จีนค่ายคลองสวนพลู 400 คน ขึ้นไปทำลายพระพุทธบาท ลอกเอาเงินดาดพื้น ทองหุ้มพระมณฑปน้อยไป ในสมัย สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรดฯให้ซ่อมพระมณฑปพระพุทธบาทแต่ยังไม่เสร็จ ครั้นถึง พ.ศ.2330 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดฯให้สมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล เสด็จขึ้นไปเป็นแม่การยกพระมณฑปพระพุทธบาท และทำพระมณฑปน้อยกั้นรอยพระพุทธบาทภายในพระมณฑปใหญ่เสาทั้งสี่ กับทั้งเครื่องบน และยอดล้วนหุ้มแผ่น ทองทั้งสิ้น

พ.ศ. 2400พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะมณฑปพระพุทธบาท และทำที่ประทับใหม่หลายหลังในพระราชวังท้ายพิกุล รวมพระราชทรัพย์ ครั้งนี้เป็นเงิน 441 ชั่ง 4 ตำลึง 3 บาท 1 สลึง 1 เฟื้อง ต่อมาปี พ.ศ. 2403 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการพระพุทธบาทอีก ทรงยกยอดพระมณฑปและทรงบรรจุพระบรมธาตุ และได้เสด็จนมัสการพระพุทธฉาย แล้วเสด็จประทับแรมที่เขาแก้ว (ปัจจุบันคือ วัดเขาแก้ว ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี) ทรงรับช้างเผือกที่ พระสุนทรราชวงศ์ เจ้าเมืองสีทา (ปัจจุบัน คือ หมู่ 8 ตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย) และจัดให้เขาคอกเป็นที่ฝึกทหาร และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยเสด็จพระราชดำเนินหลายครั้ง

 

ช่วงสมัยนี้มีการสงครามที่มีผลต่อเมืองสระบุรีด้วยคือ

พ.ศ.2314พระเจ้าสุริยวงศ์แห่งนครหลวงพระบางมีเรื่องวิวาทกับพระเจ้าสิริบุญสารแห่งนครเวียงจันทน์พระเจ้าสุริยวงศ์ยกทัพไปล้อมนครเวียงจันทน์นานถึงสองเดือนพระเจ้าสิริบุญสารส่งสาสน์ไปยังพม่าที่นครเชียงใหม่ให้ยกทัพมาช่วยตีทัพนครหลวงพระบางพระเจ้าสุริยวงศ์ทรงทราบเรื่องจึงเจรจาขอเป็นไมตรีกับพม่าเหตุการณ์ครั้งนี้ชาวเวียงจันทน์เกรงว่าจะเกิดศึกใหญ่จึงพากันอพยพมายังเมืองนครราชสีมาสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดฯให้ชาวลาวเหล่านี้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองสระบุรีพาไพร่พลหนีมาเรื่อยๆพระเจ้าสิริบุญสารก็ตามมารบจนพระตาตายพระวอพาไพร่พลหนีมายังบ้านดอนมดแดงจังหวัดอุบลราชธานีพ.ศ.2319พระเจ้าสิริบุญสารให้พระยาสุโพยกทัพมาตีและฆ่าพระวอตายทหารของพระวอที่เหลือมีหนังสือขอความช่วยเหลือมายังเจ้าเมืองนครราชสีมาเจ้าเมืองนครราชสีมานำหนังสือกราบทูลมายังสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงกริ้วว่าพระเจ้าสิริบุญสารมาฆ่าพระวอผู้มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในแผ่นดินของพระองค์พ.ศ.2321ได้ทรงมอบให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกและเจ้าพระยาสุรสีห์นำทัพไปตีนครเวียงจันทน์แลยึดนครเวียงจันทน์ได้ในคราวนั้นได้กวาดต้อนชาวเวียงจันทน์มาจำนวนมากรวมทั้งนำพระราชบุตรของพระเจ้าสิริบุญสารมาด้วยพร้อมกับอัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางมาถึงเมืองสระบุรีเมื่อเดือน4ปีกุนเอกศกจุลศักราช1141 (พ.ศ.2322) โปรดฯให้ชาวเวียงจันทน์ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่สระบุรีเรียกว่าลาวเวียงส่วนพระบรมวงศานุวงศ์ของลาวได้นำไปยังกรุงธนบุรีทรงชุบเลี้ยงเป็นอย่างดีสำหรับพระบางนั้นไทยได้คืนไปให้แก่ลาวเมื่อวันที่ 13 มีนาคมพ.ศ.2408 พ.ศ.2347พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดฯให้กรมหลวงเทพหริรักษ์และพระยายมราชนำทัพไปขับไล่พม่าให้ออกจากเมืองเชียงแสนเมื่อได้ชัยชนะแล้วก็รวบรวมชาวเชียงแสนได้23,000ครอบครัวแบ่งออกเป็น5ส่วนส่วนหนึ่งให้ไปอยู่ที่เชียงใหม่ส่วนหนึ่งให้ไปอยู่ลำปางส่วนหนึ่งให้ไปอยู่น่านส่วนหนึ่งให้ไปอยู่เวียงจันทน์อีกส่วนหนึ่งถวายลงกรุงเทพฯโปรดฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่เมืองสระบุรีบ้างแบ่งไปอยู่ราชบุรีบ้าง

พ.ศ.2368เจ้าอนุวงศ์ราชบุตรของพระเจ้าสิริบุญสารผู้เคยมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่1ต่อมากลับไปครองนครเวียงจันทน์ได้ลงมาร่วมงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยครั้งนั้นได้ทูลขอชาวลาวที่อยู่ในเมืองไทยกลับไปยังเวียงจันทน์แต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่ทรงอนุญาตเมื่อเจ้าอนุวงศ์เสด็จกลับไปยังนครเวียงจันทน์แล้วเดือนยี่ปีจออัฐศกจุลศักราช1188 (พ.ศ.2369) ได้นำทัพลงมาลวงเจ้าเมืองตามหัวเมืองต่างๆว่าทางกรุงเทพฯสั่งให้นำทัพมาช่วยรบกับอังกฤษในพงศาวดารกล่าวว่าลวงเบิกเสบียงอาหารที่นครราชสีมาได้แล้วลงมาตั้งอยู่ณตำบลขอนขว้างใกล้กับเมืองสระบุรีให้ลงมาเกลี้ยกล่อมพระยาสระบุรีซึ่งเป็นลาวพุงดำและนายครัวลาวพุงขาวเข้าด้วยกวาดครอบครัวอพยพไทยจีนลาวซึ่งตั้งอยู่เมืองสระบุรีได้เป็นอันมากขณะนั้นทางกรุงเทพฯก็รู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าอนุวงศ์คาดว่าเจ้าอนุวงศ์จะยกทัพไปถึงกรุงเทพฯจึงเตรียมรับมืออยู่ที่กรุงเทพฯต่อมากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯให้กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพพระยาราชสุภาวดีและเจ้าเมืองนครราชสีมานำทัพไปตีนครเวียงจันทน์เมื่อพ.ศ. 2370ทัพไทยชนะเจ้าอนุวงศ์นำครอบครัวไปพึ่งญวนแต่ถูกจับกุมส่งมายังกรุงเทพฯต้องโทษถูกนำออกประจานจนถึงแก่พิราลัย

พ.ศ.2371 ทัพไทยไปตีนครเวียงจันทน์อีกครั้ง คราวนี้ได้นำครอบครัวลาวเวียงจันทน์ ลาวพวน (เมืองเชียงขวาง) ลงมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ลพบุรีบ้าง สระบุรีบ้าง สระบุรีจึงมีประชาการลาวมากขึ้น

สงครามทั้ง 4 ครั้งนี้ ทำให้เมืองสระบุรีมีผู้คนมาอยู่อาศัยมากขึ้น
          คนสระบุรีแต่เดิมนั้นเป็นคนไทยภาคกลาง อยู่ที่นี่มาก่อนแล้ว เช่น บ้านโคกโบสถ์ (หมู่ 4 ตำบลหนองสรวง อำเภอวิหารแดง) เคยเป็นที่ตั้งสำนักสงฆ์มาก่อน สิ่งที่ได้พบบริเวณนี้ คือ เศียรพระพุทธรูป กระเบื้องมุงหลังคาแบบมีตะขอเกี่ยว พระกริ่ง ถาดโลหะ ลูกปืนโบราณ ฯลฯ สิ่งดังกล่าวเป็นโบราณวัตถุสมัยอยุธยาตอนปลาย ที่ตำบลบัวลอย อำเภอหนองแคมี บ้านดงเมืองเป็นเมืองเก่าคราวเดียวกับเมืองอู่ตะเภา อำเภอหนองแซง เคยเป็นเมืองที่เจริญมาก่อน ต่อมาผู้คนจากพระนครศรีอยุธยาได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ ณ ที่นี้ด้วยเนื่องจากเหตุการณ์สงครามตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยาและสมัยต้นรัตนโกสินทร์ แต่ถึงกระนั้นยุคต้น ๆ ประชากรเมืองสระบุรีก็มีไม่มากนัก และกระจายกันอยู่เป็นกลุ่ม ๆ
          จากเหตุการณ์สงครามสี่ครั้งดังกล่าว ทำให้มีคนลาวและชาวเวียงแสนมาตั้งถิ่นฐานอยู่ ทำให้สระบุรีมีประชากรเพิ่มมากขึ้น
ลาวที่มาครั้งนั้นเรียกตามสำเนียงภาษาพูดที่ต่างกันสี่กลุ่มคือ
ลาวเวียงคือ ลาวมาจากนครเวียงจันทน์ ปัจจุบันมีอยู่มากที่อำเภอแก่งคอย หนองแค หนองแซง วิหารแดง เสาไห้ บ้านหมอ
ลาวพวนคือ ลาวที่มาจากเมืองพวน (แขวงเชียงขวาง) ตั้งถิ่นฐานที่อำเภอหนองโดน และอำเภอดอนพุด
ลาวแง้วคือ ลาวที่มาจากชนบทชานเมืองเวียงจันทน์ ปัจจุบันตั้งถิ่นฐานที่บ้านตาลเสี้ยน บ้านหนองระกำ อำเภอพระพุทธบาท และบางหมู่บ้านในอำเภอหนองโดน
ลาวญ้อ คือ ลาวที่มาจากเมืองคำเกิดในประเทศลาว ปัจจุบันยังมีผู้พูดภาษาลาวญ้อในบางหมู่บ้านอำเภอแก่งคอย

คนลาวที่อพยพมาอยู่สระบุรีครั้งนั้น มีผู้ที่เคยเป็นเจ้าเมืองสระบุรี เช่น พระยาสุราราชวงศ์ เจ้าเมืองสระบุรีสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นชาวลาวพุงดำที่อพยพมาอยู่ถิ่นนี้ตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี พระสยามลาวบดี ปลัดเจ้าเมืองสระบุรีสมัยรัชกาลที่ 4 ก็เป็นชาวลาวเช่นกัน ที่ตำบลโคกแย้ อำเภอหนองแค มีวัดอยู่สองวัด คือ วัดสนมลาว (วัดไทยงาม) และวัดสนมไทย (วัดเขาพนมยงค์) วัดสนมไทยเป็นทีอยู่ของคนไทยอยุธยา ส่วนวัดสนมลาวเป็นถิ่นที่อยู่ของกลุ่มชนที่อพยพมาจากนครเวียงจันทน์ได้มาอยู่บ้านโป่งแร้ง บ้านหนองผักชี และบ้านสนมลาว ชาวบ้านเล่าสืบพันมาว่าครั้งหนึ่ง พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสยามเสด็จเยี่ยมชาวบ้านกลุ่มนี้ได้มีชาวบ้านผู้หนึ่งทูลถวายบุตรสาวของตนเพื่อเป็นบาทบริจาริกา พระองค์ก็ทรงรับไว้ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นพระสนมเอก

วันหนึ่งพระสนมเอกผู้นี้ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเดิมของตน พบว่าญาติพี่น้องยึดมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง แต่ไม่มีวัดที่จะประกอบศาสนพิธี เมื่อเดินทางกลับพระนครแล้วจึงกราบบังคมทูลให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ช่วยสร้างวัดให้ พระมหากษัตริย์พระองค์นั้นจึงโปรดฯ ให้ช่างหลวงมาสร้างวัดให้และโปรดฯ ให้สร้างพระเจดีย์ไว้ด้วย (ปัจจุบันยังมีหลักฐานเหลืออยู่) ที่เชิงเขาโป่งแร้ง และพระราชทานนามวัดว่า วัดพระสนมลาววิหาร แต่ชาวบ้านนิยมเรียกสั้น ๆ ว่า วัดสนมลาว

ส่วนชาวเชียงแสนที่มาอยู่เมืองสระบุรีเมื่อ พ.ศ. 2347 ถิ่นแรก คือท้องที่อำเภอเสาไห้ เรียกตนเองว่า คนยวน (มาจากโยนก) ปัจจุบันมีอยู่ทุกอำเภอในจังหวัดสระบุรี (ยกเว้นอำเภอหนองโดน และอำเภอดอนพุด) คนยวนเหล่านี้ได้นำภาษา และประเพณีวัฒนธรรมของล้านนาไทยมาใช้สืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้

ชาวไทยยวนที่อพยพมาจากเชียงแสนครั้งนั้นมีหัวหน้ากลุ่มชนเรียกว่า ปู่คัมภีระ มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านไผ่ล้อม ตำบลสวนดอกไม้ อำเภอเสาไห้ทุกวันนี้ ในสมัยรัชกาลที่ 2 ปู่คัมภีระได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองสระบุรีมีบรรดาศักดิ์เป็น พระยารัตนกาศ ท่านมีบุตรสี่คน บุตรชายคนแรกได้เป็นเจ้าเมืองสระบุรี สืบต่อจากบิดา มีบรรดาศักดิ์เป็นพระยารัตนกาศ เช่นกัน บุตรชายคนที่สองได้รับแต่งตั้งให้เป็นปลัดเมืองสระบุรี มีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาบำรุงราษฎร์ บุตรชายคนที่สามของปู่คัมภีระชื่อว่า มหาวงศ์ ท่านผู้นี้มีบุตรคือ พระยาการีสุนทร (ทองคำ) เคยเป็นนายอำเภอแก่งคอย (พ.ศ.2436-2457) บุตรของผู้เฒ่ามหาวงศ์ อีกท่านหนึ่งคือ พระยารัตนกาศ (แก้วก้อน) เคยเป็นนายอำเภอเสาไห้ (พ.ศ.๒๔๓๙- ๒๔๔๒) บุตรคนที่สี่ของปู่คัมภีระเป็นหญิงชื่อว่า บัว มีสามีคือ พระบำรุงภาชี เป็นผู้มีหน้าที่ดูแลพาหนะม้าสังกัดกองโค

นามเจ้าเมืองสระบุรีคนแรกไม่ปรากฏหลักฐานคงมีเพียงตำแหน่งบรรดาศักดิ์เจ้าเมืองสระบุรีซึ่งปรากฏเด่นชัดในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อพ.ศ. 2125 ทราบแต่ว่ามีบรรดาศักดิ์เป็น“ พระสระบุรี ” เท่านั้นโดยสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคนไทยภาคกลางมีหน้าที่คุมรักษาฉางข้าวไว้ให้กองทัพหลวงครั้งยกไปตีเขมร ซึ่งคงจะเป็นเพราะให้ชาวเมืองสระบุรีสมัยนั้นทำไร่ทำนาเก็บเกี่ยวไว้สำหรับงานสงคราม

จวบจนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 เจ้าเมืองสระบุรีบรรดาศักดิ์เป็น “พระยาสุราราชวงศ์ ” ซึ่งตามพงศาวดารว่าเป็นชนเผ่าลาวพุงดำซึ่งถูกเกณฑ์อพยพมาแต่ครั้ง เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (รัชกาลที่ 1) พาทัพไปตีนครเวียงจันท์ (สมัยกรุงธนบุรี ) แล้วมาตั้งรกราก ณ แขวงเมืองสระบุรี พ.ศ. 2324

 

ล่วงถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ทางการมีการแต่งชื่อเจ้าเมืองใหม่ดังนี้

เจ้าเมืองพระพุทธบาท (แก้วประศักดิ์เมืองปรันตปะ ) เดิมนามว่าขุนอนันตคีรีตั้งใหม่เป็นหลวงสัจจภัญฑคิรีศรีรัตนไพรวันเจติยาสันคามวาสีนพคูหาพนมโขลน

เจ้าเมืองสระบุรีเดิมนามว่าขุนสรบุรีปลัดตั้งใหม่เป็นพระสยามลาวบดีปลัดตำแหน่งเจ้าเมืองในสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ.2435) มีการจัดรูปการปกครองใหม่เป็นเทศาภิบาลโดยจัดตั้งเป็นมณฑลเทศาภิบาลจังหวัดอำเภอตำบลหมู่บ้านลดหลั่นกันลงไปเมืองสระบุรีขึ้นอยู่กับมณฑลกรุงเก่ามีการส่งข้าราชการมาปกครองแทนการตั้งเจ้าเมืองสำหรับที่ตั้งเมืองสระบุรีครั้งแรกไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่นอนคงทราบแต่เพียงว่าตั้งอยู่ที่หัวจวนบริเวณบึงหนองโง้งใกล้วัดจันทบุรีตำบลศาลารีลาวปัจจุบันคือตำบลเมืองเก่าอำเภอเสาไห้มีพระยาสระบุรี (เลี้ยง) เป็นเจ้าเมืองปีพ.ศ. 2433 พระยาสระบุรี (เลี้ยง) ถึงแก่กรรมจ่าเริงเป็น เจ้าเมืองแทนได้ย้ายศาลากลางเมืองสระบุรีไปอยู่ที่บ้านไผ่ล้อมน้อยอ.เสาไห้ ( บ้านเรือนที่เจ้าเมืองสร้างอยู่อาศัยคือศาลากลางเมือง ) จนถึงสมัยที่พระยาพิชัยรณรงค์สงครามเป็นเจ้าเมืองเห็นว่าตัวเมืองเดิมที่เสาไห้อยู่ห่างไกลจากทางรถไฟมาก (รัชกาลที่ 5 ได้โปรดให้สร้างทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือขึ้นมาถึงเมืองสระบุรีเมื่อ พ.ศ.2439) ประกอบกับภูมิประเทศไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในสมัยนั้นยากแก่การขยายเมืองในอนาคตจึงได้สร้างศาลากลาง ขึ้นใหม่ณบริเวณตำบลปากเพรียวการก่อสร้างเสร็จในสมัยเจ้าเมืองคนที่ 3 คือพระยาบุรีสราธิการ (เป้าจารุเสถียร) ในปีพ.ศ. 2509 ก็ได้รื้อและสร้างศาลากลางหลังใหม่ขึ้นแทน

คำขวัญประจำจังหวัด

พระพุทธบาทสูงค่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฐานผลิตอุตสาหกรรม เกษตรนำล้ำแหล่งเที่ยว หนึ่งเดียวกะหรี่ปั๊บนมดี ประเพณีตักบาตรดอกไม้งาม เหลืองอร่ามทุ่งทานตะวัน ลือลั่นเมืองชุมทาง

ตราประจำจังหวัดสระบุรี

รูปมณฑป

หมายถึง สถานที่อันเป็นที่เคารพบูชาสูงสุดของชาวจังหวัดสระบุรีและชาวไทยทั้งประเทศ เป็นรูปมณฑป ปลูกครอบรอยพระพุทธบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

 

ต้นไม้ประจำจังหวัด 

ต้นตะแบกนา  เป็นต้นไม้ผลัดใบ สูง 15 - 30 เมตร ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อยใบอ่อนสีแดงมีขนสั้นอ่อนนุ่มปกคลุม ใบแก่ขนจะหลุดหายไป แผ่นใบรูปขอบขนานแกมรูปหอก กว้าง 5 - 7 เซนติเมตร ยาว 12 - 20 เซนติเมตร ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนสอบ ดอกสีม่วงอมชมพูต่อมาเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือเกือบขาว ออกรวมกันเป็นช่อตามปลายกิ่ง ผล รูปรี ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ออกดอก กรกฎาคม - กันยายน ไม่แน่นอนแล้วแต่สภาพพื้นที่และสิ่งแวดล้อม เก็บเมล็ดได้ประมาณเดือน ธันวาคมขึ้นไป ผลแก่ จะแตกเพื่อโปรยเมล็ดในราวเดือน มีนาคม การขยายพันธุ์โดยเมล็ด

ดอกไม้ประจำจังหวัด

ดอกสุพรรณิการ์ เป็นไม้ผลัดใบที่มีถิ่นกำเนิดในแถบทุ่งหญ้าเขตร้อนแซราดู (Cerrado) ในทวีปอเมริกาใต้ (บริเวณประเทศบราซิลโบลิเวียปารากวัย)  แต่ปัจจุบันพบได้ทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน สุพรรณิการ์มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ใกล้เคียงกับฝ้ายคำมาก ข้อแตกต่างที่สำคัญประการหนึ่งคือ ฝ้ายคำจะออกดอกเพียงชั้นเดียว มี 5 กลีบ และบานทีละดอก ในขณะที่สุพรรณิการ์จะมีทั้งชนิดที่ออกดอกชั้นเดียวและชนิดที่ออกดอกซ้อนกันเป็นกระจุกแน่น โดยบานพร้อม ๆ กัน

สภาพภูมิประเทศ

    จังหวัดสระบุรี  ตั้งอยู่ใกล้เขตภาคกลางตอนบนของประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ ๓,๕๘๐ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๒,๒๓๗,๐๐๐ ไร่ เป็นชุมทางคมนาคมแถบภาคกลาง มีความสำคัญมากจังหวัดหนึ่ง มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง คือ 
            - ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดลพบุรี 
            - ทิศตะวันออก  ติดต่อกับจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดนครนายก 
            - ทิศใต้  ติดต่อกับจังหวัดนครนายกและจังหวัดปทุมธานี 
            - ทิศตะวันตก  ติดต่อกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
            พื้นที่จังหวัดสระบุรี  เป็นส่วนหนึ่งของบริเวณลุ่มน้ำภาคกลาง รวมกับอีกส่วนหนึ่งของทิวเขาดงพญาเย็น สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปมีอยู่สามลักษณะคือ บริเวณที่ราบลุ่ม บริเวณเขาหย่อมหรือเขาเตี้ย และบริเวณเขาสูง 
            บริเวณที่ราบลุ่ม  เป็นส่วนหนึ่งของที่ราบลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ส่วนใหญ่คลุมพื้นที่ทางด้านทิศตะวันตกของจังหวัด บางส่วนคลุมถึงพื้นที่ตอนกลางและด้านทิศใต้ของตัวจังหวัด นับตั้งแต่อำเภอพระพุทธบาท อำเภอหนองแซง และบางส่วนของอำเภอหนองแคและอำเภอวิหารแดง พื้นที่ประกอบด้วยลักษณะภูมิประเทศแบบที่ราบตะกอนพามา มีทั้งที่ราบตะกอนพามา ที่ราบน้ำท่วมถึง และที่ราบเป็นขั้น ๆ หรือตะพักริมน้ำ มีระดับความสูงประมาณ ๕ – ๑๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล
            บริเวณเขาหย่อม  มีลักษณะเป็นเขาลูกโดด ที่มีกระจัดกระจายอยู่ในบริเวณที่ราบตอนกลางของจังหวัด และที่เป็นแผ่นดินที่มีลักษณะเป็นคลื่นลอนต่ำ ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดซึ่งอยู่ในเขตอำเภอมวกเหล็กเป็นส่วนใหญ่ มีความสูงประมาณ ๒๐๐ – ๔๐๐ เมตร จากระดับน้ำ


            บริเวณที่เป็นเขาสูง  เป็นพื้นที่ส่วนที่เหลือจากทั้งสองบริเวณที่กล่าวแล้ว มีแนวการวางตัวของเทือกเขาตามแนวตะวันตกเฉียงเหนือ – ตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นส่วนจงอย ด้านตะวันตกของทิวเขาดงพญาเย็น จากทิวเขานี้ทิวเขาจะติดกันเป็นพืด โค้งไปตามแนวตะวันตกเฉียงใต้ – ตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วจึงต่อด้วยแนวประมาณเหนือ – ใต้ ของทิวเขาดงพญาเย็นอีกทีหนึ่ง และจะต่อกับทิวเขาเพชรบูรณ์ อันเป็นทิวเขาล้อมรอบด้านทิศตะวันตกของที่ราบสูงโคราช พื้นที่ส่วนใหญ่มีระดับความสูงประมาณ ๕๐๐ – ๑,๐๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล ยอดเขาสูงสุดของบริเวณนี้คือ ยอดเขาอินทนี สูง ๑,๐๕๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล 

 

ภูมิรัฐศาสตร์และการปกครองจังหวัดสระบุรี

ลักษณะภูมิอากาศ
จังหวัดสระบุรีเป็นจังหวัดที่มีลักษณะอากาศแบบฝนเมืองร้อนเฉพาะฤดู (TropicalAavannaClimate, Aw) ระบบจำแนกประเภทภูมิอากาศของ Koppen ซึ่งลักษณะภูมิอากาศแบบนี้จะมีฝนน้อยแห้งแล้งในฤดูหนาว และอุณหภูมิค่อนข้างสูงในฤดูร้อนและค่อนข้างจะหนาวเย็นในฤดูหนาวและมีฝนตกชุกในช่วง เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม

  

รายนามผู้ว่าราชการจังหวัด

 

ลำดับ

รายชื่อผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี

ระยะเวลาการปฏิบัติงาน

1

พระยาพิไชยรณรงค์สงคราม (ดิศ)

พ.ศ. 2441- 2452

2

พระสุระราชภักดี (อ่วม)

พ.ศ. 2452 - 2456

3

พระบุรีสราธิการ (เป้า จารุเสถียร)

พ.ศ. 2456 - 2457

4

พระยาสุรินทรภักดีศรีไผทสมันต์ (ส่าง)

พ.ศ. 2457 - 2458

5

พระพิศาลสงคราม (ผล)

พ.ศ. 2458 - 2460

6

พระยารามราชเดช (ม.ร.ว.ปาน นพวงศ์)

พ.ศ. 2461 - 2465

7

พระทวาราวดีภิบาล (เชย ชัยประภา)

พ.ศ. 2465 - 2467

8

พระจรูญภารการ (โป๊ กูระมะโรหิต)

พ.ศ. 2467 - 2472

9

พระยาบุรีสราธิการ (โจ้ กนิษฐรัต)

พ.ศ. 2472 - 2476

10

พระยาสุรพลพิพิธ (เป้า สุมนดิษฐ์)

พ.ศ. 2476 - 2476

11

พระพิชัยศรแผลง (ผ่อง เอมมะวรรธนะ)

พ.ศ. 2476 - 2481

12

นายอุดม บุญประกอบ

พ.ศ. 2481 - 2484

13

ขุนนครรัฐเขตต์ (สุนทร ตามไท)

พ.ศ. 2484 - 2486

14

ร.ต.อ.พระพิชิตบัญชาการ (ทรัพย์ พิชิต)

พ.ศ. 2486 - 2487

15

พ.ต.เล็ก ทองสุนทร

พ.ศ. 2488 - 2489

16

นายอุดม บุณยประสพ

พ.ศ. 2489 - 2489

17

นายชม ชาตินันทน์

พ.ศ. 2489 - 2490

18

ร.ท.ถวิล ระวังภัย

พ.ศ. 2490 - 2492

19

นายชุบ พิเศษนครกิจ

พ.ศ. 2492 - 2494

20

นายสาย หุตะเจริญ

พ.ศ. 2495 - 2496

21

พ.ต.อ.ตระกูล วิเศษรัตน์

พ.ศ. 2496 - 2496

22

นายประสิทธิ์ อุไรรัตน์

พ.ศ. 2496 - 2501

23

ขุนสนิท ประชากร

พ.ศ. 2501 - 2504

24

นายวรวิทย์ รังสิโยทัย

พ.ศ. 2504 - 2509

25

นายประพจน์ เรขะรุจิ

พ.ศ. 2509 - 2513

26

นายวิสิษฐ์ ไชยพร

พ.ศ. 2513 - 2514

27

นายวิทยา เกสรเสาวภาค

พ.ศ. 2514 - 2515

28

นายเลิศ หงส์ภักดี

พ.ศ. 2515 - 2520

29

นายโชดก วีรธรรมพูลสวัสดิ์

พ.ศ. 2520 - 2522

30

นายอารีย์ วงศ์อารยะ

พ.ศ. 2522 - 2523

31

นายสนิท รุจิณรงค์

พ.ศ. 2523 - 2527

32

นายธานี โรจนาลักษณ์

พ.ศ. 2527 - 2531

33

นายไพฑูรย์ สุนทรวิภาต

พ.ศ. 2531 - 2532

34

นายอภัย จันทนจุลกะ

พ.ศ. 2532 - 2534

35

นายศักดา ลาภเจริญ

พ.ศ. 2534 - 2535

36

นายปริญญา นาคฉัตรีย์

พ.ศ. 2535 - 2536

37

นายประกิต เทพชนะ

พ.ศ. 2536 - 2538

38

นายอำนวย ยอดเพชร

พ.ศ. 2538 - 2540

39

นายประยูร พรหมพันธุ์

พ.ศ. 2540 - 2541

40

นายสุนทร ริ้วเหลือง

พ.ศ. 2541 - 2544

41

นายนรินทร์ พานิชกิจ

พ.ศ. 2544 - 2545

42

นายทวีป เทวิน

พ.ศ. 2545 - 2548

43

นายชุมพร พลรักษ์

พ.ศ. 2549 - 2549

44

นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย

พ.ศ. 2549 - 2551

45

นายธนเษก อัศวานุวัตร

ตุลาคม พ.ศ. 2551 - 30 กันยายน 2552

46

นายถาวร พรหมมีชัย

1 ตุลาคม พ.ศ. 2552 - 30 กันยายน 2556

47

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ

1 ตุลาคม พ.ศ. 2556 - 1 มิถุนายน 2557

48

นายวิเชียร พุฒิวิญญู

2 มิถุนายน 2557 - 30 กันยายน 2559

49

นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์

1 ตุลาคม 2559 - ปัจจุปัน

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี

 

 

นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์

ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี

 

                                                                                                                                             

        นายชรัส  บุญณสะ                                                      นายเกียรติศักดิ์   ตรงศิริ

   รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี                                                รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี

 

หน่วยการปกครอง

การปกครองแบ่งออกเป็น 13 อำเภอ 111 ตำบล 965 หมู่บ้าน

1.       อำเภอเมืองสระบุรี

2.       อำเภอแก่งคอย

3.       อำเภอหนองแค

4.       อำเภอวิหารแดง

5.       อำเภอหนองแซง

6.       อำเภอบ้านหมอ

7.       อำเภอดอนพุด

8.       อำเภอหนองโดน

9.       อำเภอพระพุทธบาท

10.   อำเภอเสาไห้

11.   อำเภอมวกเหล็ก

12.   อำเภอวังม่วง

13.   อำเภอเฉลิมพระเกียรติ

 

 

อำเภอเมืองสระบุรี

ที่ตั้งและอาณาเขต

อำเภอเมืองสระบุรีตั้งอยู่ทางตอนกลาง ค่อนไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติ
  • ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอแก่งคอย
  • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอวิหารแดงและอำเภอหนองแค
  • ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอหนองแซงและอำเภอเสาไห้

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอเมืองสระบุรีแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 11 ตำบล 77 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอเมืองสระบุรีประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลเมืองสระบุรีครอบคลุมพื้นที่ตำบลปากเพรียวทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลป๊อกแป๊กครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลหนองโน
  • เทศบาลตำบลกุดนกเปล้าครอบคลุมพื้นที่ตำบลกุดนกเปล้าทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลตะกุดครอบคลุมพื้นที่ตำบลตะกุดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลดาวเรืองครอบคลุมพื้นที่ตำบลดาวเรืองและตำบลนาโฉงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสว่างครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกสว่างทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองโนครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองโน (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลป๊อกแป๊ก)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองยาวครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองยาวทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลปากข้าวสารครอบคลุมพื้นที่ตำบลปากข้าวสารทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลาไหลครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองปลาไหลทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งชันครอบคลุมพื้นที่ตำบลตลิ่งชันทั้งตำบล

 

อำเภอแก่งคอย

แก่งคอย เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสระบุรี เดิมมีชื่อว่า “แร้งคอย” เนื่องจากเป็นปากทางเข้าสู่เขาใหญ่ มีผู้คนจำนวนมากล้มตายจากไข้ป่าจนมีนกแร้งมาเฝ้าคอยเพื่อกินศพเป็นจำนวนมาก เป็นอำเภอที่มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก เช่น โรงงานปูนซีเมนต์ โรงไฟฟ้า โรงงานเซรามิก เคมีภัณฑ์ เป็นต้นและยังเป็นชุมทางรถไฟที่สำคัญ ประกอบกับมีถนนมิตรภาพตัดผ่าน ทำให้มีโรงงานจำนวนมากและมีประชากรแฝงเข้ามาทำงานจำนวนมาก

 

ที่ตั้งและอาณาเขต

 

อำเภอแก่งคอยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอพัฒนานิคม (จังหวัดลพบุรี) และอำเภอวังม่วง
  • ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอมวกเหล็ก
  • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอเมืองนครนายก อำเภอบ้านนา (จังหวัดนครนายก) และอำเภอวิหารแดง
  • ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอเมืองสระบุรีและอำเภอเฉลิมพระเกียรติ

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอแก่งคอยแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 14 ตำบล 117 หมู่บ้าน

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอแก่งคอยประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 13 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลเมืองแก่งคอยครอบคลุมพื้นที่ตำบลแก่งคอยทั้งตำบล
  • เทศบาลเมืองทับกวางครอบคลุมพื้นที่ตำบลทับกวางทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลตาลเดี่ยวครอบคลุมพื้นที่ตำบลตาลเดี่ยวทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแห้งครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยแห้งทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท่าคล้อครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าคล้อทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหินซ้อนครอบคลุมพื้นที่ตำบลหินซ้อนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป่าครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านป่าทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูมครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านธาตุและตำบลท่าตูมทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลชะอมครอบคลุมพื้นที่ตำบลชะอมทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสองคอนครอบคลุมพื้นที่ตำบลสองคอนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเตาปูนครอบคลุมพื้นที่ตำบลเตาปูนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลชำผักแพวครอบคลุมพื้นที่ตำบลชำผักแพวทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะปรางครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่ามะปรางทั้งตำบล

 

 

อำเภอเฉลิมพระเกียรติ

ที่ตั้งและอาณาเขต

 

อำเภอเฉลิมพระเกียรติตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้

  • ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอพระพุทธบาท และอำเภอพัฒนานิคม (จังหวัดลพบุรี)
  • ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอแก่งคอย
  • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอเมืองสระบุรี
  • ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอเสาไห้และอำเภอพระพุทธบาท

ประวัติ

อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี เดิมเป็นพื้นที่การปกครองของอำเภอเมืองสระบุรี ตั้งขึ้นเป็นกรณีพิเศษโดยไม่ผ่านการเป็นกิ่งอำเภอ ตามโครงการจัดตั้งอำเภอเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเนื่องในมหามงคลวโรกาสจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เมื่อ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2539

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอเฉลิมพระเกียรติแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 6 ตำบล 53 หมู่บ้าน

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลหน้าพระลานครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลหน้าพระลาน
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเขาดินพัฒนาครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขาดินพัฒนาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก้งครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านแก้งทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลผึ้งรวงครอบคลุมพื้นที่ตำบลผึ้งรวงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลพุแคครอบคลุมพื้นที่ตำบลพุแคทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบงครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยบงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหน้าพระลานครอบคลุมพื้นที่ตำบลหน้าพระลาน (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลหน้าพระลาน)

 

 

อำเภอดอนพุด

ที่ตั้งและอาณาเขต

อำเภอดอนพุดตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอเมืองลพบุรี (จังหวัดลพบุรี)
  • ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอหนองโดนและอำเภอบ้านหมอ
  • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอบ้านหมอ อำเภอท่าเรือ อำเภอนครหลวง และอำเภอบางปะหัน (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)
  • ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอมหาราชและอำเภอบ้านแพรก (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอดอนพุดแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 4 ตำบล 28 หมู่บ้าน

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอดอนพุดประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลดอนพุดครอบคลุมพื้นที่ตำบลดอนพุด ตำบลไผ่หลิ่ว และตำบลบ้านหลวงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลดงตะงาวครอบคลุมพื้นที่ตำบลดงตะงาวทั้งตำบล

 

อำเภอบ้านหมอ

ที่ตั้งและอาณาเขต

 

อำเภอบ้านหมอตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอหนองโดน
  • ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอพระพุทธบาทและอำเภอเสาไห้
  • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอท่าเรือ (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)
  • ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอดอนพุด

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอบ้านหมอแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 9 ตำบล 79 หมู่บ้าน

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอบ้านหมอประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลท่าลานครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านครัวทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลบ้านหมอครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลบ้านหมอ
  • เทศบาลตำบลตลาดน้อยครอบคลุมพื้นที่ตำบลตลาดน้อยทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลบางโขมดครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางโขมดทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลสร่างโศกครอบคลุมพื้นที่ตำบลสร่างโศกทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลหนองบัวครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองบัวทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองขีดขินครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านหมอ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลบ้านหมอ)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกใหญ่หรเทพครอบคลุมพื้นที่ตำบลหรเทพและตำบลโคกใหญ่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ขวางครอบคลุมพื้นที่ตำบลไผ่ขวางทั้งตำบล

 

 

อำเภอพระพุทธบาท

ที่ตั้งและอาณาเขต

 

อำเภอพระพุทธบาทตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอเมืองลพบุรีและอำเภอพัฒนานิคม (จังหวัดลพบุรี)
  • ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอพัฒนานิคม (จังหวัดลพบุรี) อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอเสาไห้
  • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอเสาไห้และอำเภอบ้านหมอ
  • ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอหนองโดน

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอพระพุทธบาทแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 9 ตำบล 68 หมู่บ้าน ได้แก่

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอพระพุทธบาทประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลเมืองพระพุทธบาทครอบคลุมพื้นที่ตำบลพระพุทธบาทและตำบลขุนโขลนทั้งตำบล รวมทั้งบางส่วนของตำบลธารเกษมและตำบลพุคำจาน
  • เทศบาลตำบลพุกร่างครอบคลุมพื้นที่ตำบลพุกร่างทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลธารเกษมครอบคลุมพื้นที่ตำบลธารเกษม (เฉพาะนอกเขตเทศบาลเมืองพระพุทธบาท)
  • เทศบาลตำบลห้วยป่าหวายครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยป่าหวายทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลนายาวครอบคลุมพื้นที่ตำบลนายาวทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลหนองแกครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองแกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลพุคำจานครอบคลุมพื้นที่ตำบลพุคำจาน (เฉพาะนอกเขตเทศบาลเมืองพระพุทธบาท)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเขาวงครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขาวงทั้งตำบล

 

อำเภอมวกเหล็ก

ที่ตั้งและอาณาเขต

  • ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอพัฒนานิคม อำเภอท่าหลวง อำเภอชัยบาดาล และอำเภอลำสนธิ (จังหวัดลพบุรี)
  • ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอสีคิ้วและอำเภอปากช่อง (จังหวัดนครราชสีมา)
  • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอเมืองนครนายก (จังหวัดนครนายก)
  • ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอแก่งคอยและอำเภอวังม่วง

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอมวกเหล็กแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 6 ตำบล 80 หมู่บ้าน

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอมวกเหล็กประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลมวกเหล็กครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลมวกเหล็กและบางส่วนของตำบลมิตรภาพ
  • องค์การบริหารส่วนตำบลมวกเหล็กครอบคลุมพื้นที่ตำบลมวกเหล็ก (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลมวกเหล็ก)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลมิตรภาพครอบคลุมพื้นที่ตำบลมิตรภาพ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลมวกเหล็ก)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองย่างเสือครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองย่างเสือทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลลำสมพุงครอบคลุมพื้นที่ตำบลลำสมพุงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลางครอบคลุมพื้นที่ตำบลลำพญากลางทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลซับสนุ่นครอบคลุมพื้นที่ตำบลซับสนุ่นทั้งตำบล

 

 

 

อำเภอวังม่วง

ที่ตั้งและอาณาเขต

 

อำเภอวังม่วงตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอพัฒนานิคม (จังหวัดลพบุรี)
  • ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอมวกเหล็ก
  • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอมวกเหล็กและอำเภอแก่งคอย
  • ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอพัฒนานิคม (จังหวัดลพบุรี)

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอวังม่วงแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 3 ตำบล 31 หมู่บ้าน

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลวังม่วงครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลคำพรานและบางส่วนของตำบลวังม่วง
  • เทศบาลตำบลคำพรานครอบคลุมพื้นที่ตำบลคำพราน (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลวังม่วง)
  • เทศบาลตำบลแสลงพันครอบคลุมพื้นที่ตำบลแสลงพันทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลวังม่วงครอบคลุมพื้นที่ตำบลวังม่วง (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลวังม่วง)

อำเภอวิหารแดง

 

วิหารแดง เป็นอำเภอหนึ่งใน 13อำเภอของจังหวัดสระบุรี มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบ และมีเขตภูเขาและป่าดงดิบทางทิศเหนือและตะวันออก ประชากรส่วนใหญ่ของอำเภอประกอบอาชีพกสิกรรม โดยเฉพาะในเขตชลประทานที่มีพื้นที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูก

 ประวัติศาสตร์

แต่เดิมตัวอำเภอไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่ปัจจุบันนี้ แต่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของเทศบาลตำบลหนองหมู แต่เมื่อมีการตัดถนนสุวรรณศรและเส้นทางรถไฟผ่าน จึงได้ย้ายที่ตัวอำเภอมาอยู่ ณ พื้นที่ปัจจุบันนี้

 

ที่ตั้งและอาณาเขต

อำเภอวิหารแดงตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอเมืองสระบุรีและอำเภอแก่งคอย
  • ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอบ้านนา (จังหวัดนครนายก)
  • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอบ้านนา (จังหวัดนครนายก) และอำเภอหนองเสือ (จังหวัดปทุมธานี)
  • ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอหนองแค

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอวิหารแดงแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 6 ตำบล

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอวิหารแดงประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลวิหารแดงครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลบ้านลำ ตำบลคลองเรือ ตำบลวิหารแดง ตำบลหนองสรวง และตำบลเจริญธรรม
  • เทศบาลตำบลหนองหมูครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลหนองหมู ตำบลวิหารแดง และตำบลหนองสรวง
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหมูครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองหมู (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลหนองหมู)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านลำครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านลำ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลวิหารแดง)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเรือครอบคลุมพื้นที่ตำบลคลองเรือ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลวิหารแดง)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลวิหารแดงครอบคลุมพื้นที่ตำบลวิหารแดง (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลวิหารแดงและเทศบาลตำบลหนองหมู)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสรวงครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองสรวง (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลวิหารแดงและเทศบาลตำบลหนองหมู)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเจริญธรรมครอบคลุมพื้นที่ตำบลเจริญธรรม (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลวิหารแดง)

 

อำเภอเสาไห้

อำเภอเสาไห้ เป็นอำเภอในจังหวัดสระบุรีที่อยู่ใกล้อำเภอเมืองสระบุรีมากที่สุด (ประมาณ 7 กิโลเมตร) เลื่องชื่อในด้านประเพณีการแข่งเรือยาว ผ้าทอ และข้าวสาร จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2437 โดยแต่เดิมเป็นตัวเมืองสระบุรีมาก่อน (ปัจจุบันเป็นตำบลเมืองเก่า) มีตำนานเล่าว่าชื่ออำเภอนี้ได้มาจากตำนานแม่นางตะเคียนเสาร้องไห้ซึ่งเป็นเสาศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเสาไห้ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดสูง

ที่ตั้งและอาณาเขต

 

อำเภอเสาไห้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอพระพุทธบาทและอำเภอเฉลิมพระเกียรติ
  • ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติและอำเภอเมืองสระบุรี
  • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอเมืองสระบุรีและอำเภอหนองแซง
  • ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอท่าเรือ (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) อำเภอบ้านหมอ และอำเภอพระพุทธบาท

ตำนานชื่ออำเภอ

ชื่ออำเภอเสาไห้เป็นการกร่อนคำมาจากคำว่า “เสาร้องไห้” เป็นตำนานเรื่องเล่าของเสาไม้ตะเคียนทองซึ่งมีขนาดความยาว 13 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.75 เมตร นับว่ามีขนาดใหญ่ต้นหนึ่งที่ไม่ได้รับการคัดเลือกเป็นเสาเอกในการสร้างปราสาทราชวังที่ประทับเชื้อพระวงศ์ต่าง ๆ ในต้นรัชกาลกรุงรัตนโกสินทร์ นางตะเคียนที่สิงสถิตอยู่เสียใจมาก ตกกลางคืนจึงแสดงอภินิหารลอยทวนน้ำขึ้นมา ขณะลอยมานั้นชาวบ้านริมน้ำได้ยินเสียงร้องไห้ และเสาดังกล่าวได้มาจมลงในบริเวณคุ้งน้ำป่าสัก ห่างจากที่ว่าการอำเภอเสาไห้ปัจจุบันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 50 เมตร บริเวณนั้นจึงถูกเรียกว่า “สาวร้องไห้” ต่อมาเหลือเพียงคำว่า “เสาไห้”

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอเสาไห้แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 12 ตำบล 103 หมู่บ้าน

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอเสาไห้ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลบ้านยางครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลบ้านยาง
  • เทศบาลตำบลสวนดอกไม้ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสวนดอกไม้ทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลเสาไห้ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเสาไห้ทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลเมืองเก่าครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองเก่าทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลต้นตาล-พระยาทดครอบคลุมพื้นที่ตำบลต้นตาลและตำบลพระยาทดทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลหัวปลวกครอบคลุมพื้นที่ตำบลหัวปลวกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านยางครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านยาง (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลบ้านยาง)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลช้างไทยงามครอบคลุมพื้นที่ตำบลงิ้วงาม ตำบลศาลารีไทย และตำบลท่าช้างทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลม่วงงามครอบคลุมพื้นที่ตำบลม่วงงามทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเริงรางครอบคลุมพื้นที่ตำบลเริงรางทั้งตำบล

 

ตำบลที่สำคัญ

  • ตำบลเสาไห้เป็นตำบลที่เป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอ โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำอำเภอ และวัดสูงที่เป็นที่ประดิษฐานของเสาร้องไห้
  • ตำบลบ้านยางเป็นตำบลที่มีชื่อทางด้านการทำกระยาสารท
  • ตำบลต้นตาลเป็นตำบลที่มีชื่อในด้านการทำผ้าทอ ซึ่งจัดทำโดยกลุ่มทอผ้าสตรีตำบลต้นตาล ณ วัดต้นตาล และมีวัดเขาแก้วราชวรมหาวิหารซึ่งเป็นวัดสร้างโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) และตรงข้ามวัดจะมีศูนย์วัฒนธรรมประจำตำบลต้นตาล ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านทรงไทยติดริมแม่น้ำ เป็นที่ถ่ายทำละครมาแล้วหลายเรื่อง อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านของชาวไทยวนด้วย ตำบลนี้มีคำขวัญประจำตำบลว่า “ถิ่นพื้นบ้านไทยวน ผ้าทอล้วนหลากสี ดวงมณีวัดเขาแก้ว ตั้งติดแนวป่าสัก อนุรักษ์วัฒนธรรม”
  • ตำบลท่าช้างเป็นตำบลที่มีร้านก๋วยเตี๋ยวจ๊างนัก (ก๋วยเตี๋ยวท่าช้าง) ที่เป็นที่รู้จักของชาวสระบุรี
  • ตำบลเมืองเก่าเป็นตำบลที่เคยเป็นที่ตั้งของตัวเมืองสระบุรีมาก่อน

 

 

อำเภอหนองแค

ที่ตั้งและอาณาเขต

 

อำเภอหนองแคตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดสระบุรี มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังนี้

  • ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอหนองแซงและอำเภอเมืองสระบุรี
  • ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอวิหารแดง
  • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอวิหารแดง, อำเภอหนองเสือ (จังหวัดปทุมธานี)
  • ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอวังน้อย อำเภออุทัย และอำเภอภาชี (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอหนองแคแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 18 ตำบล 181 หมู่บ้าน ได้แก่

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอหนองแคประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 19 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลหนองแคครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองแคทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลคชสิทธิ์ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลคชสิทธิ์
  • เทศบาลตำบลหินกองครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลห้วยขมิ้น ตำบลห้วยทราย และตำบลหนองไข่น้ำ
  • เทศบาลตำบลไผ่ต่ำครอบคลุมพื้นที่ตำบลไผ่ต่ำทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลกุ่มหักครอบคลุมพื้นที่ตำบลกุ่มหักทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลคชสิทธิ์ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคชสิทธิ์ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลคชสิทธิ์)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกตูม-โพนทองครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกตูมและตำบลโพนทองทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกแย้ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกแย้ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบัวลอยครอบคลุมพื้นที่ตำบลบัวลอยทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยขมิ้นครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยขมิ้น (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลหินกอง)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทรายครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยทราย (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลหินกอง)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไข่น้ำครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองไข่น้ำ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลหินกอง)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแขมครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองแขมทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองจิกครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองจิกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองจรเข้ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองจรเข้ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองนากครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองนากทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลาหมอครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองปลาหมอทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลิงครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองปลิงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองโรงครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองโรงทั้งตำบล

 

 

อำเภอหนองแซง

ที่ตั้งและอาณาเขต

 

อำเภอหนองแซงตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอท่าเรือ (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) และอำเภอเสาไห้
  • ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอเมืองสระบุรีและอำเภอหนองแค
  • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอหนองแค
  • ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอภาชีและอำเภอท่าเรือ (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอหนองแซงแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 9 ตำบล 69 หมู่บ้าน

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอหนองแซงประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลหนองแซงครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองแซงทั้งตำบล บางส่วนของตำบลหนองควายโซ และบางส่วนของตำบลไก่เส่า
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหัวโพครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองหัวโพและตำบลหนองสีดาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกบครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองกบทั้งตำบลและตำบลหนองควายโซ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลหนองแซง)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลไก่เส่าครอบคลุมพื้นที่ตำบลไก่เส่า (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลหนองแซง)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสะอาดครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกสะอาดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลม่วงหวานครอบคลุมพื้นที่ตำบลม่วงหวานและตำบลเขาดินทั้งตำบล

อำเภอหนองโดน

ที่ตั้งและอาณาเขต

 

อำเภอหนองโดนตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอเมืองลพบุรี (จังหวัดลพบุรี)
  • ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอพระพุทธบาท
  • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอบ้านหมอและอำเภอดอนพุด
  • ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอเมืองลพบุรี (จังหวัดลพบุรี)

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอหนองโดนแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 4 ตำบล 34 หมู่บ้าน

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอหนองโดนประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลหนองโดนครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลหนองโดน
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองโดนครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองโดน (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลหนองโดน)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกลับครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านกลับและตำบลบ้านโปร่งทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลดอนทองครอบคลุมพื้นที่ตำบลดอนทองทั้งตำบล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Read 323 times Last modified on 08/06/2018

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.