20/02/2018

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Written by  โรงไฟฟ้าพระนครใต้ระยะที่ 1(เครื่องที่ 1 - 2) (จ.สมุทรปราการ)
Rate this item
(0 votes)

ข้อมูลทรัพยากรสิ่งแวดล้อม

            สถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประกอบด้วย สภาพ สมรรถนะ โครงสร้างการใช้และคุณภาพของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ดิน น้ำ ป่าไม้ แร่ธาตุ อากาศ แหล่งท่องเที่ยว)

            เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการ เป็นจังหวัดในเขตปริมณฑลเขตติดต่อกับกรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก ซึ่งข้อมูล ณ เดือน สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ พบว่าจังหวัดสมุทรปราการมีโรงงานอุตสาหกรรม ๖,๑๓๖ แห่ง มีประชากรอพยพมาพักอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ทั้งที่ย้ายทะเบียนบ้านและไม่ย้ายทะเบียนบ้าน (ประชากรแฝง) เกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ กอปรกับเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรปราการได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของจังหวัดสมุทรปราการในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการสามารถสามารถแยกได้ ดังนี้

            น้ำ

            มลพิษทางน้ำของจังหวัดสมุทรปราการ มีสาเหตุที่สำคัญคือโรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนเมือง ปล่อยน้ำทิ้งสู่แหล่งธรรมชาติ รวมทั้งสารเคมีเป็นพิษต่าง ๆ ทำให้แหล่งน้ำเสียแต่อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จึงได้ออกประกาศฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้กำหนดให้ท้องที่เขตจังหวัดนโยบายโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียที่คลองด่าน แต่อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้จากสภาพการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้คุณภาพน้ำของจังหวัดสมุทรปราการจัดอยู่ในระดับต่ำคือระดับ ๔ - ๕ ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้การอุปโภคบริโภคได้

            ดิน

            ลักษณะทางธรณีวิทยาของจังหวัดสมุทรปราการ พบว่าตั้งอยู่บนบริเวณ ที่ราบลุ่มตอนกลาง หรือบางครั้งเรียกว่าบริเวณดินตอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ เกิดจากการทับถมของตะกอนหนา ระดับความสูงของพื้นที่ประมาณ ๐.๕ – ๑.๕ เมตร และมีความลาดเอียงโดยเฉลี่ยต่ำกว่า ๑% ลักษณะของชั้นดินในช่วงบนความลึกประมาณ ๐ - ๑.๕ เมตร จะเป็นดินเหนียวอ่อนตัวมีความสามารถในการอุ้มน้ำ รับน้ำหนักแรงต่ำมาก ประมาณ ๐.๕ – ๓ ตัน ต่อตารางเมตร เมื่อรับน้ำหนักจะยุบตัวได้ง่าย ถัดลงไปจะเป็นพื้นดินเหนียวซึ่งมีการรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ จนถึงชั้นทรายชั้นแรกที่มีความลึกประมาณ ๒๒ – ๒๕ เมตร นอกจากนั้นจังหวัดสมุทรปราการ เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่บางส่วนติดชายฝั่งทะเลสภาพแวดล้อมด้านป่าชายเลนเสี่อมโทรมไป ส่งผลกระทบให้เกิดการกัดเซาะดินบริเวณชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล เช่น อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ส่งผลให้แต่ละปีมีดินถูกกัดเซาะหายไปปีละประมาณ ๕๐ เมตร

            เสียง

            เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการเป็นสถานที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิ ส่งผลให้เกิดมลภาวะทางเสียงจากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจากการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ตั้งสนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่ข้างเคียงพบว่าจำนวนผู้ได้รับผลกระทบด้านเสียงจากการประเมินเส้นเที่ยวบิน ๗๖ เที่ยวพบว่า

            ๑. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสูง ซึ่งมีค่า NEF-Noise Exposure Forecast มากกว่า ๔๐ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว มีจำนวน ๔ หมู่บ้าน ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบมีจำนวน ๑,๑๔๗ คน

            ๒. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบปานกลาง ซึ่งมีค่า NEF-Noise Exposure Forecast เท่ากับ ๓๕ – ๔๐ มีจำนวน ๘ หมู่บ้าน ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ มีจำนวน ๔,๓๙๒ คน

            ๓. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้อย ซึ่งมีค่า NEF- Noise Exposure Forecas เท่ากับ ๓๐ – ๓๕ มีจำนวน ๑๙ หมู่บ้านประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ มีจำนวน ๑๗,๗๔๐ คน ซึ่งส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนจังหวัดสมุทรปราการ เช่น ปัญหาสุขภาพจิต ได้แก่ ภาวะเครียด ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ เป็นต้น รวมทั้งปัญหาความวิตกกังวลต่างๆ ในด้านความชัดเจนและการให้ความช่วยเหลือ เป็นต้น

            ป่าชายเลน/แร่ธาตุ

            จังหวัดสมุทรปราการ เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม และที่ราบลุ่มปากแม่น้ำ ดังนั้น จังหวัดสมุทรปราการ จึงมีพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๑๒,๐๓๐ ไร่ หรือร้อยละ ๑.๙๒ ของพื้นที่จังหวัด แต่พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยามีการบุกรุกทำลาย รวมทั้งน้ำสกัดเซาะชายฝั่ง ทำให้พื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดสมุทรปราการมีเนื้อที่น้อยทุกปี ส่งผลกระทบต่อการกัดเซาะที่ดินบริเวณชายฝั่งทะเลและการทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ

สำหรับทรัพยากรธรณีจำพวกแร่ธาตุ น้ำมัน หรือ ก๊าซ ธรรมชาติ จังหวัดสมุทรปราการไม่พบทรัพยากรธรณีดังกล่าว

แหล่งน้ำ

จากลักษณะทางกายภาพของจังหวัดสมุทรปราการ เป็นที่ราบลุ่มชายทะเล มีระดับดินระหว่าง +๐.๕๐ ถึง +๑.๕๐ ม.รทก. ทำให้จังหวัดสมุทรปราการไม่มีอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ โดยแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดแบ่งเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา และคลองระบายน้ำต่างๆ

  • แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแม่น้ำสายเดียวที่ไหลผ่านเขตจังหวัดสมุทรปราการ มีแนวการไหลจากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้ ต่อเนื่องจากเขตกรุงเทพฯ โดยไหลผ่านอำเภอพระประแดง อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และอำเภอเมืองสมุทรปราการ ระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร แม้ว่าแม่น้ำเจ้าพระยาจะเป็นแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรในภาคกลาง แต่เนื่องจาก  แม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่ไหลผ่านจังหวัดสมุทรปราการ มีคุณภาพน้ำลดลงรวมทั้งได้รับอิทธิพลจากความเค็มของน้ำทะเล ประกอบกับเขตพื้นที่ที่แม่น้ำไหลผ่านไม่มีการทำการเกษตร ดังนั้น การใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเจ้าพระยาจึงมีเฉพาะด้านการระบายน้ำ และการคมนาคมทางน้ำ

๒.  คลองระบายน้ำ เป็นแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการมีเส้นคลองในพื้นที่เชื่อมโยงกันเป็นจำนวนมาก คลองบางสาย เช่น คลองประเวศ- บุรีรมย์ คลองสำโรง คลองด่าน คลองชายทะเล ถูกขุดขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ปัจจุบันพื้นที่การเกษตรใน จังหวัดสมุทรปราการได้รับน้ำต้นทุนจากคลองสายต่างๆ ซึ่งได้รับปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนอีกทอดหนึ่ง  ทำให้ในฤดูแล้งไม่สามารถกำหนดปริมาณน้ำได้ตรงตามความต้องการ โดยสามารถแบ่งส่วนการบริหารจัดการน้ำ ตามลักษณะพื้นที่ได้ ๓ ส่วน ประกอบด้วย

๑). พื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณอำเภอพระประแดง และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน ๑๗๐ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑๐๖,๒๕๐ ไร่

๒). พื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณพื้นที่ปิดล้อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและคันกั้นน้ำพระราชดำริในเขตอำเภอเมือง และบางส่วนของอำเภอบางพลี จำนวน ๒๑๐ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑๓๑,๒๕๐ ไร่

๓). พื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านนอกแนวคันกั้นน้ำพระราชดำริในเขตอำเภอบางบ่อ อำเภอบางเสาธง และบางส่วนของอำเภอเมือง และอำเภอบางพลี จำนวน ๖๒๔ ตารางกิโลเมตร หรือ ๓๙๐,๐๐๐ ไร่

 ปัจจุบันพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำซึ่งเป็นพื้นที่รองรับการระบายน้ำตามแนวพระราชดำริ ประกอบด้วย คลองระบายน้ำตามธรรมชาติเชื่อมโยงถึงกันจำนวนมากกว่า ๖๐ สาย ปริมาณน้ำเก็บกักสูงสุดประมาณ ๒๖.๖๐๐ ล้าน-ลูกบาศก์เมตร โดยคลองทั้งหมดมีลักษณะเป็นคลองดินและมีระดับต่ำกว่าพื้นที่การเกษตร คลองระบายน้ำเหล่านี้มีการใช้ประโยชน์ทั้งในด้านการส่งน้ำและระบายน้ำควบคู่กันไป

สำหรับคลองในความรับผิดชอบของโครงการฯชลหารพิจิตร ตาม พ.ร.บ. ชลประทานหลวง พ.ศ. ๒๔๘๕ ปัจจุบันมีอยู่จำนวน ๑๔ สาย แบ่งลักษณะการใช้ประโยชน์ตามทิศทางการไหล คือ

๑). คลองแนวเหนือ – ใต้ ได้แก่ คลองลาดกระบัง คลองบางโฉลง คลองจระเข้ใหญ่ คลองบางเสาธง คลองพระองค์ไชยานุชิต คลองบางปลา คลองเจริญราษฎร์ และคลองด่าน เป็นคลองที่ลำเลียง/ระบายน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่าง 

๒). คลองตามแนวตะวันออก – ตะวันตก เป็นคลองที่ต่อเชื่อมสำหรับรองรับน้ำจากคลองตามแนวเหนือ-ใต้ เพื่อระบายลงสู่คลองตอนล่าง ได้แก่ คลองสำโรง และคลองชายทะเล

Read 190 times Last modified on 08/06/2018

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.