โรงไฟฟ้าพระนครใต้ระยะที่ 1(เครื่องที่ 1 - 2) (จ.สมุทรปราการ)

โรงไฟฟ้าพระนครใต้ระยะที่ 1(เครื่องที่ 1 - 2) (จ.สมุทรปราการ) (11)

โรงไฟฟ้าพระนครใต้ระยะที่ 1(เครื่องที่ 1 - 2) (จ.สมุทรปราการ)

 

ข้อมูลภัยพิบัติต่างๆ

แบ่งเป็นแต่ละด้านได้ ดังนี้

๑.    ปัญหาน้ำท่วม ถือเป็นปัญหาสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน ทาให้เกิดปัญหาการระบายน้ำไม่ทัน และเมื่อน้ำท่วมขังเป็นเวลานานส่งผลให้ถนนเกิดการชำรุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ การสัญจรไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้ยังพบปัญหาการระบายน้ำจากกรุงเทพมหานครสู่ทะเลในบางพื้นที่มีอุปสรรคในการไหลของน้ำไปสู่สถานีสูบน้ำ ทำให้ไม่สามารถเดินเครื่องสูบน้ำได้เต็มที่ เนื่องจากคลองมีลักษณะตื้นเขิน มีวัชพืชจำนวนมาก มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างลุกล้ำลำคลอง และมีถนนสายสาคัญขวางทางน้ำ เช่น ถนนอ่อนนุช ถนนบางนา - ตราด ถนนเทพารักษ์ เป็นต้น พื้นที่ซึ่งประสบปัญหาดังกล่าว ได้แก่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางเสาธง อำเภอบางบ่อ และอำเภอพระสมุทรเจดีย์

๒.     ปัญหาน้ำเสีย ถือเป็นปัญหาที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก ประกอบกับพื้นที่ชุมชนมีความหนาแน่นสูง โดยมีแหล่งกำเนิดสาคัญ ๓ แหล่ง คือ (๑) น้ำเสียจากชุมชน ประกอบด้วยชุมชนผู้พักอาศัยริมคลองชายทะเลและคลองสาขา ซึ่งมีอยู่อย่างหนาแน่น โดยส่วนใหญ่ไม่มีระบบการบำบัดน้าเสียของชุมชนก่อนระบายลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ (๒) น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ประกอบด้วย น้ำเสียจากการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากในพื้นที่ ซึ่งทำการทิ้งลงแหล่งน้ำธรรมชาติโดยไม่ผ่านการบำบัดตามข้อกาหนด และ (๓) น้าเสียจากการเกษตร เกิดจากการสูบน้ำเข้า-ออก บ่อปลาและบ่อกุ้ง ซึ่งมีการชะล้างตะกอนเลนไปสะสมในแหล่งน้ำ

๓.    ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย ปัญหาที่พบคือ ขยะมูลฝอยที่ตกค้างในชุมชนที่การจัดเก็บสถานที่หรือเข้าจัดเก็บไม่ทันเวลาทำให้เป็นสิ่งปฏิกูลที่เน่าเหม็นน่าราคาญ ไม่มีระบบการคัดแยกขยะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีสถานที่ทิ้งขยะหรือสถานที่กำจัดขยะเป็นของตนเอง ต้องเช่าพื้นที่เอกชนในการกำจัดขยะมูลฝอย สถานที่กำจัดไม่ถูกสุขลักษณะ ระบบกำจัดขยะมูลฝอยขาดประสิทธิภาพ มีการลักลอบทิ้งขยะมูลฝอยจากนอกเขต การกำจัดขยะมูลฝอยส่วนใหญ่จะใช้วิธีการฝังกลบและเทกองที่ไม่ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งประชาชนยังขาดจิตสำนึกในการทิ้งขยะและการแยกประเภทขยะมูลฝอย

๔.     ปัญหามลพิษทางอากาศ ถือเป็นปัญหาสำคัญอีกปัญหาหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก เกิดจากโรงงานและสถานประกอบการต่าง ๆ เช่น ซ่อมรถยนต์ เชื่อมเหล็ก เป็นต้น ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งในเรื่องสารเคมี และวัตถุมีพิษจากโรงงานที่ไม่มีระบบควบคุมมลพิษที่ดี ทำให้ประชาชนผู้อาศัยได้รับสารพิษจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และพบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจมากกว่าโรคอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีมลพิษที่เกิดจากการคมนาคมขนส่งทางบก ในถนนสายสาคัญ ๓ สาย คือ ถนนบางนา-ตราด ถนนเทพารักษ์ และถนนกิ่งแก้ว-ลาดกระบัง โดยปัญหาดังกล่าวพบมากบริเวณอำเภอบางพลีและอำเภอบางเสาธง

๕.    ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล จังหวัดสมุทรปราการมีความยาวของชายหาดประมาณ ๔๕ กม. แต่เนื่องจากพื้นที่บางบริเวณมีการสะสมตัวออกไป และบางบริเวณเกิดกัดเซาะของน้ำทะเลเข้ามามาก ส่งผลให้เส้นชายฝั่งมีระยะทางเพิ่มขึ้นเป็น ๗๔ กม. โดยพบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอยู่ในพื้นที่ ตำบลนาเกลือ ตำบลแหลมฟ้าผ่า ตำบลบางปู และ ตำบลคลองด่าน มีระยะทางรวมทั้งสิ้น ๕๘,๒๕๗ เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ ๗๙ ของระยะทางตามแนวชายฝั่งที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด อย่างไรก็ตามในอดีตที่ผ่านมาได้มีความพยายามในการทำเขื่อนกั้นน้ำและปักไม้ไผ่เพื่อเป็นแนวกันคลื่น แต่วิธีการดังกล่าวก็เป็นเป็นการบรรเทาปัญหาได้ระดับหนึ่ง ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง และเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก

 

ข้อมูลการสื่อสารและการเชื่อมโยง

การคมนาคมและการขนส่ง

            การคมนาคมทางบก

ทางหลวงสายหลัก - ทางหลวงสายหลักซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงสมุทรปราการที่สำคัญในพื้นที่มีทั้งหมด ๑๗ สายทาง ซึ่งมีระยะทางรวม ๒๑๙.๖๒ กิโลเมตร ได้แก่

(1) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)

(2) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๔ (ถนนบางนา – ตราด)

(3) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๐๓ (ถนนสุขสวัสดิ์)

(4) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๕๔ (ทางแยกเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ ด้านทิศตะวันตก)

(5) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๑๐๔ (ถนนเพชรหึงส์)

(6) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๑๑๓ (ถนนปู่เจ้าสมิงพราย)

(7) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๑๑๖ (ถนนบางปิ้ง-แพรกษา)

(8) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๑๑๗ (ถนนปานวิถี)

(9) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๒๔๓ (ถนนแหลมฟ้าผ่า)

(10) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๓๔๔ (ถนนศรีนครินทร์)

(11) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๒๕๖ (ถนนกิ่งแก้ว)

(12) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๒๖๘ (ถนนเทพารักษ์)

(13) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๔๑๓ (ถนนเลี่ยงเมืองบางบ่อ)

(14) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๗๐๑ (ทางบริการพิเศษสายมอเตอร์เวย์ด้านซ้าย)

(15) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๗๐๒ (ทางบริการพิเศษสายมอเตอร์เวย์ด้านขวา)

(16) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๙๐๑ (ทางบริการถนนกาญจนาภิเษกด้านซ้าย)

(17) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๙๐๒ (ทางบริการถนนกาญจนาภิเษกด้านขวา)

ทางหลวงสายรอง - ทางหลวงสายรอง ที่อยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงชนบทสมุทรปราการ ที่สำคัญในพื้นที่มีทั้งหมด ๑๓ สายทาง ซึ่งมีระยะทางรวม ๙๕.๕๙๑ กิโลเมตร

(1) แยก ทล.หมายเลข ๓๑๔ (กม.ที่ ๑๔.๘๐๐) – บ้านลาดกระบัง (ตอนสมุทรปราการ)

(2) แยก ทล.หมายเลข ๓๔ (กม.ที่ ๑๘.๑๖๕) – อ่อนนุช

(3) แยก ทล.หมายเลข ๓๓๔๔ (กม.ที่ ๑๕.๕๖๘) – บ้านบางพลีใหญ่

(4) แยก ทล.หมายเลข ๓๔ (กม.ที่ ๒๖.๑๕๐) - ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗

(5) แยกทล.หมายเลข ฉช. ๓๐๐๑ (กม.ที่ ๑๑.๔๘๕) - บ้านคลองนิยมยาตรา

(6) แยก ทล.หมายเลข ๓ (กม.ที่ ๖๐.๒๕๐) – บ้านบางพลีน้อย

(7) แยก ทล.หมายเลข ๓ (กม.ที่ ๕๒.๖๐๐)- เคหะบางพลี

(8) แยก ทลช.หมายเลข สป.๕๕๐๔ (กม.ที่ ๓.๕๒๐)- บ้านเทพราช

(9) แยก ทล.หมายเลข ๓๒๕๖ (กม.ที่ ๑๗.๐๘๕)–วัดกิ่งแก้ว

(10) แยก ทล.หมายเลข ๓๓๔๔ (กม.ที่ ๑๓.๗๕๐) – สุขุมวิท

(11) เชื่อมทางหลวงหมายเลข ๓๒๔๓ (กม.ที่ ๕.๓๑๗) – บางขุนเทียน

(12) แยก ทล.หมายเลข ๓ (กม.ที่ ๔๙.๐๓๕) – เทพารักษ์

(13) แยก ทล.หมายเลข ๓๔ (กม.ที่ ๒๙.๘๐๐) - รร.คลองหลุมลึก

เส้นทางการคมนาคมอื่น ๆ ที่สำคัญ - จังหวัดสมุทรปราการนอกจากจะมีทางหลวงสายหลัก-สายรองแล้ว ยังมีทางหลวงพิเศษซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้แก่ ทางพิเศษสายมอเตอร์เวย์ และทางด่วนกาญจนาภิเษกที่เชื่อมต่อสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ ทางพิเศษบูรพาวิถี ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม พร้อมทั้งมีสะพานแขวนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 2 แห่ง คือ สะพานกาญจนาภิเษก และสะพานภูมิพล ๑ สะพานภูมิพล ๒รวมทั้ง ทางเชื่อมเส้นทางด่วนกาญจนาภิเษกสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ กับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม (ช่วงบางหัวเสือ) และทางพิเศษบูรพาวิถี (ช่วงด่านบางแก้ว) และมีโครงข่ายเชื่อมโยงถนนสายหลักสายรองที่ถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแล จ้านวนทั้งสิ้น ๘๒ สายทาง ซึ่งเส้นทางคมนาคมหลักในจังหวัดฯ จะใช้ในการขนส่งสินค้าของภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรของจังหวัดฯ และพื้นที่ติดต่อใกล้เคียง ทำให้มีปริมาณการจราจรหนาแน่นและติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วนส่งผลให้เกิดวิกฤตด้านการจราจรอย่างหนัก ประกอบกับจังหวัดฯ ได้มีการประกาศใช้ผังเมืองรวมสมุทรปราการ ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งได้ก้าหนดแผนผังโครงการคมนาคมและขนส่ง ในพื้นที่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ ๕ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ -วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

การคมนาคมทางน้ำ

จังหวัดสมุทรปราการมีท่าเทียบเรือขนส่งโดยสารสาธารณะ และท่าขนส่งสินค้าที่สำคัญ รวม ๓๒ แห่ง และมีท่าเทียบเรือขนาดเกินกว่า ๕๐๐ ตัน จำนวน ๕๓ ท่าโดยมีท่าเทียบเรือที่ส้าคัญ ดังนี้

- ท่าเรือวิบูลย์ศรี ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ

- ท่าเรือพระประแดง ตั้งอยู่ที่หน้าที่ว่าการอำเภอพระประแดง

- ท่าเรือคลองด่าน ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองด่าน อ้าเภอบางบ่อ

- ท่าห้องเย็น ตั้งอยู่ที่ตำบลท้ายบ้าน อ้าเภอเมืองสมุทรปราการ

- ท่าสะพานปลา ตั้งอยู่ที่ตำบลท้ายบ้าน อ้าเภอเมืองสมุทรปราการ

- ท่าเรือข้ามฝากเภทรา ใช้บรรทุกยานพาหนะข้ามฟากระหว่างอำเภอพระประแดงฝั่งตะวันตกและตะวันออก

- ท่าเรืออายิโนะโมโต๊ะ อยู่ในเขตอำเภอพระประแดง ใช้บรรทุกยานพาหนะข้ามฟากไปยังบริเวณไปยังบริเวณท่าเรือข้ามฟากเภตรา

 

การคมนาคมทางอากาศ

จังหวัดสมุทรปราการมี ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi International Airport) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศที่สำคัญของประเทศไทย ภูมิภาค และของโลก ตั้งอยู่ที่ถนนบางนา-ตราด ประมาณกิโลเมตรที่ ๑๕ ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ห่างจากใจกลางกรุงเทพมหานคร ๒๕ กิโลเมตร เปิดใช้งานวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๙ นับเป็นท่าอากาศยานที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดของไทย (เนื้อที่ ๒๐,๐๐๐ ไร่) มีปริมาณผู้โดยสารสูงถึง  ๕๘ ล้านคนต่อปี รองรับเที่ยวบิน ๗๖ เที่ยวต่อชั่วโมง และรองรับการขนส่งสินค้าทางอากาศ ๓ ล้านตันต่อปี ขณะนี้ก้าลังขยายเฟส ๒ เพื่อเพิ่มหลุมจอดอีก ๒๘ หลุมจอด และเพิ่มทางวิ่งจาก ๒ รันเวย์เป็น % รันเวย์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ ๘๕ ล้านคนต่อปี และเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็นศูนย์กลางด้านการบินของภูมิภาค โดยท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบินประตูสู่เอเชีย และเป็นแหล่งกำเนิดกิจกรรมการขนส่งขนาดใหญ่ที่เป็นเขตอุตสาหกรรมหนาแน่น เขตพาณิชยกรรม เขตแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตคาดว่าแหล่งก้าเนิดกิจกรรมเหล่านี้จะขยายตัว และก่อให้เกิดปริมาณการเดินทางหลากหลายรูปแบบ

การคมนาคมระบบราง

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ - คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ได้มีมติเห็นชอบให้ รฟม. ดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ และช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ รวมเป็นระยะทางประมาณ ๒๕ กิโลเมตร โดยแนวเส้นทางโครงการระบบขนส่งกรุงเทพมหานคร ช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ มีโครงสร้างรถไฟฟ้าแบบยกระดับตลอดเส้นทาง ระยะทาง ๑๓ กิโลเมตร เป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Heavy Rail Transit System) แนวเส้นทางเริ่มต้นต่อเนื่องจากแนวเส้นทางของโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (BTS) ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ตอนที่ ๑ ช่วงอ่อนนุช - แบริ่ง บริเวณซอยสุขุมวิท ๑๐๗ (แบริ่ง) ไปตามแนวเกาะกลางของถนนสุขุมวิท ผ่านคลองสำโรง ผ่านแยกเทพารักษ์ แยกปู่เจ้าสมิงพราย เมื่อถึงบริเวณจุดตัดกับโครงการถนนวงแหวนรอบนอกด้านใต้แนวจะเบี่ยงจากเกาะกลางไปทางทิศตะวันตกของถนนสุขุมวิท เพื่อข้ามทางต่างระดับสุขุมวิท จากนั้นจึงเบี่ยงกลับมาอยู่ในแนวเกาะกลาง ถนนสุขุมวิท ผ่านแยกศาลากลาง แยกการไฟฟ้า แยกแพรกษา แยกสายลวด จนถึงจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณหน้าสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง โดยแนวเส้นทางจะเบี่ยงออกทางด้านทิศตะวันตก และลดระดับเพื่อเข้าศูนย์ซ่อมบำรุง

สถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการประกอบด้วยสถานีทั้งหมด ๙ สถานี ได้แก่ สถานีสำโรง สถานีปู่เจ้าสมิงพราย สถานีเอราวัณ สถานีโรงเรียนนายเรือ สถานีสมุทรปราการ สถานีศรีนครินทร์ สถานีแพรกษา สถานีสายลวด และสถานีเคหะสมุทรปราการ โดยบางสถานีจะเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนสายอื่น ๆ เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังมีบันไดเลื่อน ลิฟต์ ห้องน้ำ ป้ายประชาสัมพันธ์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อผู้พิการอีกด้วย

ปัจจุบัน การก่อสร้างรถไฟฟ้ามีความก้าวหน้าไปกว่า ๙๕.๐๔% ซึ่งมีกำหนดการเปิดให้บริการในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ หากเปิดใช้บริการแล้วก็จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนที่มาพักอาศัย ประกอบธุรกรรมและท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาการจราจรได้อีกทางหนึ่ง

 

 

โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) - โครงสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ มีระยะทางทั้งสิ้น ๒๓.๖ กิโลเมตร เป็นโครงสร้างทางวิ่งใต้ดิน ๑๒.๖ กิโลเมตร และโครงสร้างทางยกระดับ ๑๑ กิโลเมตร และมีสถานีทั้งสิ้น ๑๗ สถานี เป็นสถานีใต้ดิน ๑๐ สถานี และสถานียกระดับ ๗ สถานี

แนวเส้นทางโครงสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ เริ่มจากจุดเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ - บางซื่อ ที่บริเวณสถานีเตาปูน โดยเปลี่ยนเป็นเส้นทางใต้ดินแล้วเบี่ยงเข้าสู่ ถนนสามเสน ผ่านรัฐสภาแห่งใหม่ (โรงเรียนโยธินบูรณะเดิม) โรงเรียนราชินีบน กรมชลประทาน โรงพยาบาลวชิรพยาบาล หอสมุดแห่งชาติ คลองบางลำพู เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระสุเมรุ ผ่านวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร แยกผ่านฟ้า เข้าสู่ถนนมหาไชย ผ่านวัดราชนัดดารามวรวิหาร เข้าสู่ถนนจักรเพชร ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปกเกล้า เข้าสู่ถนนประชาธิปก ผ่านสีแยกบ้านแขก ลอดใต้วงเวียนใหญ่ เข้าสู่ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ลอดแยกมไหสวรรย์ จากนั้นเปลี่ยนเส้นทางยกระดับผ่านแยกถนนจอมทองเข้าสู่ถนนสุขสวัสดิ์ ผ่านแยกถนนประชาอุทิศ ข้ามทางด่วนเฉลิมมหานคร เข้าสู่ราษฎร์บูรณะข้ามคลองแจงร้อน ผ่านสามแยกพระประแดง และสิ้นสุดเส้นทางบริเวณครุใน โดยมีแผนก่อสร้างโครงการและทดสอบระบบ ในปี พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๖๕ ซึ่งคาดว่าจะเปิดบริการในช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๖๖

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง - โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง เป็นระบบขนส่งมวลชนประเภทรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Straddle Monorail) มีลักษณะเป็นโครงสร้างยกระดับตลอดแนวเส้นทาง มีระยะทางทั้งสิ้น ๓๐.๔ กิโลเมตรรวม ๒๓ สถานี มีจุดประสงค์เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสายสีน้าเงินที่สถานีรัชดา (สถานีลาดพร้าวของสายสีน้ำเงิน) กับระบบขนส่งมวลชน ๔ สาย คือ สายสีเทาของกรุงเทพ สายสีส้มบริเวณทางแยกลำสาลี รถไฟเชื่อมต่อท่าอากาศยาน (Airport Rail Link) บริเวณทางแยกต่างระดับพระราม ๙ และสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ที่สถานีสำโรง

โดยแนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง เริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้าเงินระยะแรก) ที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ไปตามแนวถนนลาดพร้าว โดยเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาของกรุงเทพมหานครที่แยกฉลองรัช และยกระดับข้ามทางด่วนฉลองรัชจนถึงทางแยกบางกะปิ จากนั้นแนวเส้นทางจะเลี้ยวขวาไปทางทิศใต้ตามถนนศรีนครินทร์ เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ทางแยกลำสาลี ต่อจากนั้นแนวเส้นทางจะยกระดับข้ามทางแยกต่างระดับพระราม ๙ โดยเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link) และผ่านแยกพัฒนาการ แยกศรีนุช แยกศรีอุดมสุข แยกศรีเอี่ยม จนถึงแยกศรีเทพา จากนั้นแนวเส้นทางจะเลี้ยวขวาอีกครั้งไปทางทิศตะวันตก ตามแนวถนนเทพารักษ์ ผ่านจุดเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริ่ง -สมุทรปราการ ที่สถานีสำโรง และสิ้นสุดแนวเส้นทางบริเวณถนนปู่เจ้าสมิงพราย รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ ๓๐.๔ กิโลเมตร ประกอบด้วยสถานีทั้งหมด ๒๓ แห่ง โรงจอดรถศูนย์ซ่อมบำรุง ๑ แห่ง อาคารและลานจอดแล้วจร ๑ แห่ง บริเวณพื้นที่ทางแยกต่างระดับศรีเอี่ยม

 

การบริการโทรศัพท์

ชุมสายโทรศัพท์ที่ให้บริการในพื้นที่ - จังหวัดสมุทรปราการมีชุมสายโทรศัพท์ที่เปิดด้าเนินการให้บริการประชาชนครอบคลุมทุกพื้นที่ ในจังหวัดสมุทรปราการ มีชุมสายโทรศัพท์ที่เปิดด้าเนินการ จำนวน ๙ ชุมสาย ได้แก่

(1) ชุมสายโทรศัพท์สมุทรปราการ ตั้งอยู่ถนนสุขุมวิท อ้าเภอเมืองสมุทรปราการ เขตรับผิดชอบคือบริเวณสะพานวันมหาวงษ์เขตเทศบาลเมืองสมุทรปราการ จนถึงบริเวณถนนสุขุมวิท (สายเก่า) กม.ที่ ๓๐

(2) ชุมสายโทรศัพท์บางปู ตั้งอยู่ในเขตอ้าเภอเมืองสมุทรปราการ เขตรับผิดชอบคือ บริเวณกิโลเมตรที่ ๓๐          ถนนสุขุมวิท ไปจนสุดเขตบางปูใหม่

(3) ชุมสายโทรศัพท์ปู่เจ้าสมิงพราย ตั้งอยู่ในเขตอำเภอพระประแดง เขตรับผิดชอบคือ บริเวณเชิงสะพานวัดมหาวงษ์ ถนนเทพารักษ์ ปากซอยสุขุมวิท ๑๐๙ และในบริเวณวัดด่านสำโรง

(4) ชุมสายโทรศัพท์บางนา ตั้งอยู่ถนนบางนา-ตราด เขตรับผิดชอบคือบริเวณซอยสุขุมวิท ๑๐๑/๑ – ๑๐

(5) ชุมสายโทรศัพท์บางพลี ตั้งอยู่ในเขตอำเภอบางพลี เขตรับผิดชอบคือ ถนนบางนา-ตราด กม.๕ ถึง กม.๒๓ และถนนเทพารักษ์ กม. ๑๒ ถึง กม. ๑๗ ทั้ง ๒ ฝั่ง

(6) ชุมสายโทรศัพท์บางพลี-บางบ่อ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอบางพลี เขตรับผิดชอบคือ ถนนบางนา-ตราด กม. ๒๓ ถึง กม. ๒๕ และถนนเทพารักษ์ กม.๑๗ ถึงนิคมอุตสาหกรรมบางพลี

(7) ชุมสายโทรศัพท์นิคมบางปู

(8) ชุมสายโทรศัพท์บางบ่อ

(9) ชุมสายโทรศัพท์บางนาทาวเวอร์

สถิติการให้บริการโทรศัพท์ในพื้นที่ - จังหวัดสมุทรปราการมีผู้ใช้บริการเลขหมายโทรศัพท์ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ จำนวน ๘๓,๓๔๙ หมายเลข โดยแบ่งผู้ขอเช่าหมายเลขเป็นผู้ประกอบธุรกิจ จำนวน ๓๒,๕๙๐หมายเลข บ้านพักอาศัยจำนวน ๑๐,๖๒๙ หมายเลข และสถานที่ราชการจำนวน ๘๕๗ หมายเลข รวมทั้งมีการให้บริการโทรศัพท์สาธารณะ จำนวน ๗๖,๙๓๗ คู่สาย แบ่งเป็นของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ จำนวน ๔๓๗ คู่สายซึ่งไม่รวมการเช่าตู้/เครื่องและที่ให้สิทธิแก่ กสท. และบริษัทสัมปทาน จำนวน ๗๖,๔๐๐ คู่สาย

ข้อมูลการให้บริการโทรศัพท์ พ.ศ. 2554 – 2557

รายการ

พ.ศ.๒๕๕๔

พ.ศ.๒๕๕๕

พ.ศ.๒๕๕๖

พ.ศ.๒๕๕๗

เลขหมายโทรศัพท์ที่มี (๑)

 

 

 

 

บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

๘๐,๓๔๙

๘๓,๓๔๙

๘๓,๓๔๙

๘๓,๓๔๙

บริษัทสัมปทาน

-

-

-

-

เลขหมายโทรศัพท์ที่มีผู้เช่า

 

 

 

 

บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

 

 

 

 

   ธุรกิจ

๓๓,๔๔๐

๓๓,๓๖๕

๓๓,๔๐๙

๓๒,๕๙๐

   บ้านพัก

๑๐,๙๗๖

๑๐,๙๕๕

๑๐,๙๒๖

๑๐,๖๒๙

   ราชการ

๑,๑๓๔

๙๕๓

๙๑๒

๘๕๗

   บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

-

-

-

-

   โทรศัพท์สาธารณะ (๒)

๙๕๓

๘๙๕

๗๑๘

๕๓๗

บริษัทสัมปทาน

๑๒๙,๔๐๐

๑๒๓,๗๙๕

๑๒๓,๐๗๙

๗๖,๔๐๐

แหล่งที่มา: บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

หมายเหตุ

(๑) ประกอบด้วยเลขหมายโทรศัพท์ประจ้าที่ และสาธารณะ

(๒) แสดงข้อมูลเฉพาะ ที่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ด้าเนินการเอง ไม่รวมที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เช่าตู้/เครื่อง และที่ให้สิทธิแก่ กสท.

 

 

 

การบริการไปรษณีย์

ไปรษณีย์ที่ให้บริการในพื้นที่ – จังหวัดสมุทรปราการมีที่ทำการไปรษณีย์ครอบคลุมและกระจายในทุกอำเภอ โดยมีที่ทำการไปรษณีย์ทั้งหมด ๑๖ แห่ง ซึ่งมีมากในอำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง และอำเภอบางพลี เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และมีประชาชากรอาศัยอยู่หนาแน่น รวมทั้งยังมีร้านไปรษณีย์ ที่คอยให้บริการในทุกพื้นที่อีกจำนวน ๘ แห่ง

ข้อมูลที่ทำการไปรษณีย์ในจังหวัดสมุทรปราการ

ที่

รหัสไปรษณีย์

ชื่อที่ทำการ/หน่วยงาน

ที่อยู่

๑๐๒๗๐

ปจ.สมุทรปราการ

๘๗ ถ.สุขุมวิท ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ

๑๐๒๗๐

ปณ.ด่านสำโรง

๑๗๓/๑-๒ ม.๕ ถ.ศรีนครินทร์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปรการ

๑๐๒๗๐

ปณ.บางปู

๔๐๐ ม.๒ ถ.สุขุมวิท ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองสมุทรปรการ

๑๐๒๗๐

ปณ.ปากน้ำ

๕ ม.๒ ถ.สุทธิภิรมย์ ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปรการ

๑๐๒๗๐

ปณ.สำโรง

๑๗๖-๑๗๗ ม.๙ ถ.สุขุมวิท ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปรการ

๑๐๕๖๐

ปณ.บางบ่อ

๓๒๓ ม.๑ ถ.รัตนราช ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ

๑๐๕๕๐

ปณ.คลองด่าน

๑๕๑/๑ ม. ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ

๑๐๕๔๐

ปณ.บางพลี

๙๙/๔ ม.๑๒ ถ.รัตนพิศาล ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี

๑๐๕๔๐

ปณ.บางนาทาวเวอร์

๒/๓ ม.๑๔ ซ.อาคารบางนาทาว์เวอร์ ชั้น เอ ถ.บางนา-ตราด

ต.บางแก้ว อ.บางพลี

๑๐

๑๐๕๔๐

ปณ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี

๑๑

๑๐๕๔๐

ศูนย์ไปรษณีย์สุวรรณภูมิ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ม.๗ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี

๑๒

๑๐๕๔๒

ปณ.บางเสาธง

๒๑๓/๒ ม.๑ ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง

๑๓

๑๐๑๓๐

ปณ.พระประแดง

๓๙ ม.๑๘ ถ.สุขสวัสดิ์ ต.บางพึง อ.พระประแดง

๑๔

๑๐๑๓๐

ปณ.ปากลัก

๔๐ ถ.ศรีนครเขื่อนขันธ์ ต.ตลาด อ.พระประแดง

๑๕

๑๐๑๓๐

ปณ.สำโรงใต้

๑๔/๑๔-๑๕ ถ.ปู่เจ้าสมิงพราย ต.สำโรงกลาง อ.พระประแดง

๑๖

๑๐๒๙๐

ปณ.พระสมุทรเจดีย์

๑๙๓ ม.๓ ถ.สุขสวัสดิ์ ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์

แหล่งที่มา: ที่ทำการไปรษณีย์ไทย (Thailand Post)

ข้อมูลร้านไปรษณีย์ไทยในจังหวัดสมุทรปราการ

ที่

ชื่อที่ทำการ/หน่วยงาน

ที่อยู่

ปณร.สมุทรปราการ ๒๐๑

(ศรีสมุทร)

๑๔๓ ถ.ศรีสมุทร ต.ปากน้า อ.เมืองสมุทรปราการ

ปณร.สมุทรปราการ ๒๐๒ (เทพารักษ์)

๔๒๐/๑๘๕ ม.๕ ถ.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ

ปณร.สมุทรปราการ ๒๐๑

(แพรกษา)

๔๓๑/๖ ม.๓ ต. แพรกษา อ. เมืองสมุทรปราการ

ปณร.สมุทรปราการ ๒๐๓ (อิมพีเรียลสำโรง)

CG ๔๖ ชั้น ๑ เลขที่ ๙๙๙ ถ.สุขุมวิท ต.สำโรง อ.เมืองสมุทรปราการ

ปณร.สมุทรปราการ ๒๐๔

(ทรัพย์บุญชัย)

228 ม.๕ ต. บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ

ปณร.สมุทรปราการ ๒๐๕

(ตลาดหนามแดง)

๑๐๕๔/๙ ม.๖ ถ. เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ

ปณร.บางพลี ๒๐๑

(ตลาดไทยประกัน)

๑๒๘/๒๕ ม.๑ ถ. เทพารักษ์ อ.บางพลี

ปณร.บางพลี ๒๐๒

(กิ่งแก้ว ๔)

๓๖/๑๔ ม.๑ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี

แหล่งที่มา: ที่ทำการไปรษณีย์ไทย (Thailand Post)

พลังงานชุมชนและการจัดการ

 

ชุมชนคลองสำโรง

คลองสำโรงเป็นหนึ่งของลำคลองในพื้นที่เมือง มีชุมชนหนาแน่นและโรงงานอุตสาหกรรมตลอดริมคลองที่ยาวถึง 55 กิโลเมตร ตัดผ่านระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำบางปะกง เดิมทีคลองสำโรงใสสะอาด มีความอุดมสมบูรณ์มาก ชุมชนต่างใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ทั้งอุปโภคบริโภค เป็นแหล่งอาหาร และเส้นทางคมนาคมหลัก แต่คลองสำโรงก็เริ่มเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็วในระยะ 30 ปีที่ผ่านมา คลองสำโรงตอนต้นซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตจังหวัดสมุทรปราการเป็นบริเวณที่มีโรงงานอุตสาหกรรมหนาแน่นมากที่สุด จากการตรวจสอบเมื่อปี พ.ศ.2553 พบว่ามีการปนเปื้อนจากโลหะหนัก สารรบกวนฮอร์โมน และสารก่อมะเร็งในคลองสำโรงและตะกอนดิน โดยมีค่าสูงกว่าระดับ “การปนเปื้อนอย่างร้ายแรง” ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนถึงความล้มเหลวของมาตรการควบคุมมลพิษและปกป้องแหล่งน้ำของประเทศ 

แต่ความเสื่อมโทรมของคลองสำโรงก็ใช่ว่าจะเลวร้ายไปตลอด 55 กิโลเมตร หากเราล่องไปตามคลองขึ้นไปทางฝั่งแม่น้ำบางปะกง จะพบว่าคลองสำโรงตอนกลางกลับมีสภาพน้ำที่สะอาดขึ้นเล็กน้อย และก็พอที่จะทำให้ชุมชนใช้ประโยชน์ได้ ทำให้เราสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุใดน้ำในคลองสายเดียวกันถึงมีสภาพที่แตกต่างกันมากถึงเพียงนี้

ยามรัฐไร้ประสิทธิภาพ ชุมชนจึงลุกขึ้นปกป้องสายน้ำ

แม้มีการพูดเป็นอย่างดีจากหน่วยงานรัฐถึงการปฏิบัติงานปกป้องแหล่งน้ำ แต่ก็ยังดูไม่มีกระบวนการที่เห็นเป็นรูปธรรม คลองสำโรงตอนต้นจึงยังคงประสบปัญหามลพิษทางน้ำจากการปล่อยน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรม ประชาชนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับสายน้ำจำเป็นต้องลุกขึ้นมาปกป้องลำคลองอันเป็นบ้านและแหล่งอาชีพของชุมชนเพื่อไม่ให้กลายเป็นสายน้ำแห่งสารพิษ จึงเป็นผลทำให้ที่คลองสำโรงตอนกลางยังมีสภาพน้ำที่ดูใสสะอาดและสามารถนำน้ำในลำคลองมาใช้ในการอุปโภคได้ มีการทำเกษตรกรรม ยึดอาชีพริมคลองด้วยการปลูกผักบุ้ง ผักกระเฉด และจับปลามาขาย อีกทั้งยังปกป้องลำคลองด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ประเพณีการเดินทางไปสักการะหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนี้คงเกิดขึ้นไม่ได้หากชุมชนมัวแต่หวังรอการดูแลฟื้นฟูจากรัฐบาลและละเลยการร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งในชุมชน

มาร่วมเรียนรู้ชุมชนคลองสำโรงแห่งนี้เพื่อเป็นต้นแบบในการดูแลสายเลือดหลักของชุมชนที่เข้มแข็ง ในการสร้างจิตสำนึกถึงถึงความรับผิดชอบของคนทุกคนต่อสายน้ำ พวกเขามีกระบวนการปกป้องสายน้ำของชุมชนอย่างไร พร้อมกับร่วมรักษ์สายน้ำไปกับพวกเขาใน การเสวนาภายในงาน“คืนชีวิตสู่ลำคลอง คืนสายน้ำสู่ชุมชน” วันที่ 20 กันยายน 2555 ซึ่งเป็นวันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำคูคลองแห่งชาติ เวลา 8.30-13.00 น. ณ กลางตลาดโบราณบางพลี คลองสำโรง วัดบางพลีใหญ่ สมุทรปราการ โดยมีการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านปราชญ์ชุมชนและเยาวชนเพื่อเป็นการประกาศเจตนารมณ์อนุรักษ์แม่น้ำคูคลอง พร้อมกับส่งสัญญาณให้ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนเร่งแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ

ทว่าเพียงแค่พลังชุมชนที่เข้มแข็งหรือจะสามารถต้านทานศัตรูที่คร่าชีวิตอย่างมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมที่นับวันถูกปล่อยเพิ่มมากขึ้นๆ อย่างไร้กฏระเบียบข้อบังคับได้อีกนานสักแค่ไหน การต่อสู้กับโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อปกป้องแม่น้ำไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อปราศจากการช่วยเหลือของอำนาจรัฐ ถึงเวลาที่รัฐและหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องให้ข้อมูลที่โปร่งใส  กรมควบคุมมลพิษต้องนำระบบการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนมีสิทธิในการรับรู้ข้อมูลการปล่อยมลพิษสู่แหล่งน้ำ (PRTRs)  โดยไม่ปล่อยให้ชุมชนเป็นผู้ต่อสู้กับมลพิษที่ตนไม่ได้ก่ออยู่ฝ่ายเดียว เพื่อให้การร่วมมือปกป้องสายน้ำที่เข้มแข็งของชุมชนไม่สูญเปล่า ทั้งยังเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้กับทุกชุมชนในการพิทักษ์สิทธิและปกป้องสายน้ำอันเป็นพื้นที่ชีวิตของตนต่อไป

ข้อมูลศิลปะวัฒนธรรม ประเพณีและศาสนา

ด้านโบราณสถาน

  • เมืองโบราณ

เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันมีสิ่งก่อสร้างสถานที่สำคัญ ๆ ทั้งที่เป็นแบบจำลองจากภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กลางและใต้ ซึ่งสิ่งก่อสร้างมีทั้งขนาดย่อส่วนและเท่าขนาดจริง

ที่ตั้ง - ถนนสุขุมวิท กม. ๓๓ ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ

  • อุทยานประวัติศาสตร์ทหารเรือ หรือป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ

เป็นป้อมที่ทันสมัยและมีบทบาทสำคัญยิ่งในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ซึ่งเป็นที่ท้าการยิงต่อสู้กับอริราชศัตรูมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ ร.ศ. ๑๑๒ (พ.ศ. ๒๔๓๖) และที่จารึกอยู่ในความทรงจำของคนไทย

ที่ตั้ง – ริมปากแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์

  • ป้อมแผลงไฟฟ้า

เป็นป้อมปราการแห่งหนึ่งของ ฐานทัพเมืองนครเขื่อนขันธ์เป็นเสมือนหนึ่งฐานทัพด้านปากแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นเมืองที่มีป้อมปราการหลายแห่ง เนื่องด้วย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช     (รัชกาลที่ ๑) มีพระราชดำริที่จะใช้ป้องกันพระราชอาณาจักร ปัจจุบันเทศบาลเมืองพระประแดงได้ทำการบูรณะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนโดยบริเวณข้างบนของป้อมได้จัดปืนใหญ่โบราณหลายกระบอกตั้งไว้ให้ชมรอบ ๆ บริเวณจัดปลูกต้นไม้ร่มรื่น

ที่ตั้ง – ตำบลตลาด ติดกับโรงเรียนเทศบาลพระประแดง

 

            ด้านสถาปัตยกรรม

  • องค์พระสมุทรเจดีย์

พระเจดีย์นี้ตั้งอยู่บนเกาะกลางปากแม่น้ำเจ้าพระยา ท้ายป้อมผีเสื้อสมุทร รูปทรงพระเจดีย์เป็นแบบระฆังคว่ำ สูง ๓๘ เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระชัยวัฒน์และพระปางห้ามสมุทร

ที่ตั้ง – ถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์

  • พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

เป็นสถานที่เก็บรักษาศิลปวัตถุ มรดกทางวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ ซึ่งช้างเอราวัณหรือช้างสามเศียร                เป็นประติมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะมือแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลกทำจากโลหะทองแดง แผ่นเล็กสุดขนาดเท่าฝ่ามือ

ที่ตั้ง - ถ.สุขุมวิท ตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมืองสุทรปราการ

 

  • ศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู (เสียนหลอไต้เทียนกง)

เป็นศาลเจ้าที่สวยงาม สถาปัตยกรรมเพียบพร้อมไปด้วยศิลปวัฒนธรรมของชาวจีนโบราณ ฝีมือแกะสลักหินอันปราณีต เป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าขุนศึกที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวไต้หวัน ๕ องค์ คือ เทพเจ้าตระกูลหลี่ เทพเจ้าตระกูลฉือ เทพเจ้าตระกูลอู่ เทพเจ้าตระกูลจู และเทพเจ้าตระกูลฟ่าน ซึ่งเรียกชื่อรวมกันว่า "อู๋ฟุ่เซียนส้วย" (โหวงหวังเอี้ย) ภายในบริเวณศาลเจ้าสามารถชมภาพแกะสลักหินเขียว เกี่ยวกับเทพนิยายจีน และตะเกียงไม้ชุบทองค้าซึ่งตกแต่งอยุ่บนฝ้าเพดาน นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าแม่กวนอิม และเทพเจ้าองค์อื่น ๆ เพื่อให้ประชาชนสักการะ เทพเจ้าตระกูลทั้ง ๕ หรือ โหวงหวังเอี้ย เป็นยอดขุนพลที่มีความสุจริตมาก เป็นขุนนางที่จงรักภักดีสมัยราชวงศ์หมิงได้เสด็จเดินทางลงใต้จากมณฑลฮกเกี้ยนถึงเกาะหนานคุนเซินประเทศไต้หวัน เป็นที่เลื่อมใสในหมู่ประชาชน แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นที่นักท่องเที่ยวจะต้องชมและเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก คือ สิงโตคู่ ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แกะสลักจากหินหยกเขียว น้าเข้าจากประเทศจีน สิงโตคู่ตามความเชื่อของชาวจีน ถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสิริมงคล มีสง่าราศี มองดูน่าเกรงขามยิ่งใหญ่เกรียงไกร

ที่ตั้ง – ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ

  • พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ

เป็นสถานที่รวบรวมและอนุรักษ์วัตถุสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ และรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับกองทัพเรือไทยและยุทธนาวีครั้งสำคัญ แบ่งเป็น ๒ อาคาร คือ อาคาร ๑ จัดแสดงประวัติบุคคลสำคัญที่เกี่ยวกับกองทัพเรือ อาทิ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์พระบิดาของทหารเรือไทย และห้องจัดแสดงเครื่องแบบต่างๆ ของทหารเรือไทย อาคาร ๒ ชั้นล่างจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ชั้น ๒จัดแสดงเกี่ยวกับเรือพระราชพิธี ชั้น ๓ เป็นการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ หมุนเวียนตามช่วงเวลาและเหตุการณ์ส้าคัญ เช่น ยุทธนาวีที่เกาะช้าง สงครามเอเชียมหาบูรพา วีรกรรมที่ดอนน้อย เรือดำน้ำแห่งราชนาวี และการปฏิบัติการของทหารนาวิกโยธิน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงวัตถุอาวุธยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ในบริเวณโดยรอบ อาทิ เรือดำน้ำ รถสะเทินน้ำสะเทินบก รวมทั้งยังสามารถชมประภาคารแห่งแรกของประเทศไทยได้

ที่ตั้ง - ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ ตรงข้ามกับโรงเรียนนายเรือ

 

ด้านประติมากรรม

  • พระมาลัยหน้าอุโบสถเก่า วัดพิชัยสงคราม

มีลักษณะเหมือนพระสงฆ์ธรรมดา

ที่ตั้ง – วัดพิชัยสงคราม ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ

  • พระประธานในอุโบสถ วัดชัยมงคล

เป็นพระพุทธรูปสำริดสมัยสุโขทัย

ที่ตั้ง – วัดชัยมงคล ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ

  • พระประธานในอุโบสถเก่า วัดกลางวรวิหาร

เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๒๐๕ ซ.ม. สร้างด้วยศิลาแลง หุ้มปูนปิดทอง และใบเสมาที่แกะสลักจากหินแกรนิต ส่วนยอดแกะสลักเป็นพระเกี้ยว ซุ้มเสมารูปกูบ เอวเสมาคอดเล็ก มีลายนาคสามเศียรเป็นตัวเหงา ตัวเสมาตรงกลางแกะสลักเป็นแถวยาว กลางแถบเป็นลายประจ้ายาม ด้านบนมีลายรูปดอกไม้

ที่ตั้ง – วัดกลางวรวิหาร ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ

  • หลวงพ่อสินสมุทร

เป็นพระประธานในอุโบสถวัดอโศการามเป็นพระพุทธรูปทองเหลือง ปางสมาธิอย่างอินเดีย

ที่ตั้ง – วัดอโศการาม ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ

  • พระประธานในอุโบสถ วัดทรงธรรมวรวิหาร

เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้

ที่ตั้ง – วัดทรงธรรมวรวิหาร อำเภอพระประแดง

  • พระประธานในอุโบสถ วัดไพชยนต์พลเสพย์

เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นบุทอง

ที่ตั้ง – วัดไพชยนต์พลเสพย์

  • พระพุทธรูปปางห้ามสมุทรในพระวิหารหน้าพระสมุทรเจดีย์

สร้างในรัชสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและมีพระพุทธรูปปางนี้ในพระอุโบสถวัดโปรดเกศเชษฐาราม            อีกสององค์

ที่ตั้ง – วัดพระสมุทรเจดีย์ วัดโปรดเกศเชษฐาราม อำเภอพระสมุทรเจดีย์

  • หลวงพ่อโต

เป็นพระพุทธรูปสำริด ตามประวัติมีว่าลอยน้ำมาจากกรุงเก่า

ที่ตั้ง – วัดบางพลีใหญ่ใน ตำบลบางพลีใหญ่ อำบลบางพลี

  • พระประธานในอุโบสถ วัดป่าเกด

เป็นพระปูนปั้น ลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย ประดิษฐานชุกชี ปูนปั้นปิดทอง ประดับกระจก

ที่ตั้ง – วัดป่าเกด

  • พระไสยาสน์ (พระนอน)

พระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยาวประมาณ ๕๓ เมตร แล้วสร้างพระวิหารคลุมทีหลัง ความสูงของวิหารเท่าอาคาร ๔ ชั้น ภายในองค์พระใหญ่พอที่จะแบ่งให้ มีห้องปฏิบัติธรรม เสาและผนัง          มีภาพเขียนเรื่องราวของเทวดา นรก สวรรค์ คติธรรม จำนวนมากมาย กว่า ๑๐๐ รูป และมีห้องหัวใจพระซึ่งประชาชนนิยมมาปิดทองเพื่อเป็นศิริมงคล

ที่ตั้ง – วัดบางพลีใหญ่กลาง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี

  • เจดีย์หลวงปู่เผือก

รอบองค์เจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีส้มและประดับด้วย ครุฑ

ที่ตั้ง – วัดกิ่งแก้ว ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี

  • หลวงพ่อสุจิตดาราม (หลวงพ่อดำ)

เริ่มสร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เดิมเรียกว่า “วัดสุจิตดาราม”ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีความเจริญเท่าใดนัก ต่อมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสได้เสด็จมา ณ   วัดสุจิตตาราม พระองค์ได้ทราบว่าประชาชนแถบนี้ เรียกท้องถิ่นนี้ว่า “บางด้วน” ดังนั้นพระองค์จึงคิดที่จะขนานชื่อ วัดสุจิตตาราม เสียใหม่

ที่ตั้ง – วัดบางด้วนนอก ตำบลบางด้วน อำเภอเมืองสมุทรปราการ

 

การละเล่นพื้นบ้าน

  • สะบ้ามอญ

เป็นประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวมอญที่พระประแดงเพื่อให้หนุ่มสาวพบปะพูดคุยกันโดยจะเล่นในวันนักขัตฤกษ์

ที่ตั้ง – อำเภอพระประแดง

  • สะบ้าทอย

เป็นการละเล่นของผู้ชายในวันสงกรานต์พระประแดง แตกต่างจากสะบ้ามอญตรงที่เป็นเรื่องของผู้ชาย เป็นการประลองความแข็งแรงและความแม่นยำของการทอยสะบ้า

ที่ตั้ง – วัดทรงธรรมวรวิหาร อำเภอพระประแดง

 

ขนบธรรมเนียมและประเพณีท้องถิ่น

  • ประเพณีรับบัว

เกิดจากชาวมอญพระประแดงที่ไปทำนาในฤดูทำนา ณ อำเภอบางพลี และเมื่อหมดฤดูก็จะกลับไปพระประแดง ซึ่งจะพอดีกับเทศกาลออกพรรษา จึงเก็บดอกบัวที่มีอยู่มากมายที่ตำบลบางพลีใหญ่กลับไปด้วย ต่อมาชาวอำเภอบางพลีเห็นว่าชาวมอญมักจะเก็บดอกบัวกลับไปทุกปี จึงเก็บดอกบัวเตรียมไว้ให้ด้วยความเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ ต่อมาเกิดความคุ้นเคยกันมากขึ้น จึงโยนบัวให้กันหากอยู่ไกล ต่อมาชาวบ้านซึ่งนิยมถวายดอกบัวแก่พระ       ในวันออกพรรษาจึงได้สร้างกิจกรรมงานประเพณีรับบัว ให้ได้มีการระลึกถึงกันและเป็นโอกาสให้ได้ร่วมทำบุญทำกุศล อีกทั้งยังเป็นการร่วมสนุกกันเป็นประจำทุกปี

ที่ตั้ง – วัดบางพลีใหญ่ใน ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี

  • สงกรานต์พระประแดง

เป็นงานประเพณีสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ จัดโดยชาวไทยเชื้อสายมอญ โดยจะเริ่มในวันอาทิตย์แรกหลังวันที่ ๑๓ เมษายน ซึ่งเดิมเรียกว่า สงกรานต์ปากลัด ในงานมีขบวนแห่นางสงกรานต์การละเล่นพื้นเมืองของชาวมอญ เช่น การสรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ปล่อยนกปล่อยปลา การเล่นสะบ้า และเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน ขบวนแห่นางสงกรานต์จะมีสาวงามแต่งชุดไทยหรือชุดรามัญ (มอญ)

ที่ตั้ง – อำเภอพระประแดง

  • งานนมัสการหลวงพ่อปาน วัดมงคลโคธาวาส

เป็นงานประจำปีของชาวอำเภอบางบ่อ งานนี้เกิดขึ้นจากคุณความดีแลคุณธรรมอันสูงส่งของหลวงพ่อปาน พุทธศาสนิกชนหลั่งไหลกันมาวัดมงคลโคธาวาส เพื่อนมัสการรูปหล่อจำลองของหลวงพ่อปาน ทุกปีงานนมัสการหลวงพ่อปาน จัดขึ้นในวันขึ้น ๕ - ๗ ค่ำ เดือน ๑๒ ของปี รวม ๓ วัน ๓ คืน โดยในวันแรกของงานจะมีการอันเชิญรูปหล่อของหลวงพ่อปานแห่ทางเรือไปตามลำคลองปีกกา เพื่อให้ประชาชนสักการะแล้วแห่กลับวัดมงคลโคธาวาส หลังจากเสร็จสิ้นการกราบไหว้บูชาแล้ว ประชาชนจะสนุกสนานรื่นเริงกับ มหรสพต่าง ๆ

ที่ตั้ง – วัดมงคลโคธาวาส อำเภอบางบ่อ

  • งานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์

เป็นงานประเพณีที่สืบสานกันมายาวนานกว่า ๑๘๕ ปี เพราะองค์พระสมุทรเจดีย์เป็นที่เคารพสักการะที่ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ชาวสมุทรปราการจึงจัดให้มีการสมโภชเป็นเวลา     ๙ วัน ๙ คืน ตั้งแต่วันแรม ๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ในงานประเพณีจะมีมหรสพ สมโภชมีการแข่งเรือ และการจำหน่ายสินค้าชุมชน

ที่ตั้ง – อำเภอพระสมุทรเจดีย์

  • งานประเพณีแห่หงส์ธงตะขาบ

มีมานานกว่า ๓๐ ปี จะจัดขึ้นทุกวันที่ ๑๓ เมษายนของทุกปีโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อร้าลึกถึงบรรพบุรุษชาวมอญ หงส์ เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนตำนานการก้าเนิดถิ่นฐานของมอญ ณ กรุงหงสาวดี และตะขาบเป็นสัญลักษณ์ของคติธรรม ความเชื่อทางพุทธศาสนาที่เปรียบดังสัดส่วนในอวัยวะ ต่าง ๆ ของตัวตะขาบ ชาวมอญทั้ง ๗ หมู่บ้าน จะร่วมกันจัดท้าธงตะขาบของหมู่บ้านตน และหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ โดยมารวมตัวกันที่ศูนย์

วัฒนธรรมอำเภอพระประแดง ตั้งขบวนแห่ไปตามจุดต่าง ๆ ของตลาดพระประแดงหลังจากเสร็จการแห่     ชาวมอญแต่ละหมู่บ้านก็จะนำธงตะขาบไปแขวนที่เสาหงส์ของแต่ละวัดในหมู่บ้าน

ที่ตั้ง – อำเภอพระประแดง

 

ประชากรจำแนกตามการนับถือศาสนา

จังหวัดสมุทรปราการ มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ ๙๓.๕๓ (๑,๑๘๗,๗๕๐ คน) รองลงมาคือศาสนาอิสลาม คริสต์ และพราหมณ์ ฮินดู คิดเป็นร้อยละ ๓.๘๖ , ๒.๒๖ และ ๐.๓๑ ตามลำดับ

 

ศาสนสถาน

            จังหวัดสมุทรปราการ มีศาสนสถานทั้งสิ้น จำนวน ๑๓๘ แห่ง ประกอบด้วย วัด จ้านวน ๑๒๓ แห่ง มัสยิด จำนวน ๑๒ แห่ง และโบสถ์คริสต์ จำนวน ๓ แห่ง วัดในศาสนาพุทธกระจายตัวมากในเขตพื้นที่ อำเภอพระประแดง อำเภอเมืองสมุทรปราการ และ อำบางบ่อตามลำดับ โดยทั้งด้านประวัติความเป็นมา สถาปัตยกรรม วัดที่อยู่ในความศรัทธาของประชาชนทั่วไปมีหลายแห่ง เช่น วัดพระสมุทรเจดีย์ วัดโปรดเกศเชษฐาราม วัดอโศการาม วัดบางพลีใหญ่ใน ฯลฯ

จำนวนศาสนสถานในพื้นที่

ศาสนา

จำนวน (แห่ง)

พุทธ

๑๒๓ แห่ง (ธรรมยุต ๕ แห่ง มหานิกาย ๑๑๘ แห่ง)

อิสลาม

๑๒ แห่ง

คริสต์

๓ แห่ง

พราหมณ์ ฮินดู และอื่น ๆ

-

แหล่งที่มา: สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรปราการ

 

ข้อมูลทรัพยากรสิ่งแวดล้อม

            สถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประกอบด้วย สภาพ สมรรถนะ โครงสร้างการใช้และคุณภาพของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ดิน น้ำ ป่าไม้ แร่ธาตุ อากาศ แหล่งท่องเที่ยว)

            เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการ เป็นจังหวัดในเขตปริมณฑลเขตติดต่อกับกรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก ซึ่งข้อมูล ณ เดือน สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ พบว่าจังหวัดสมุทรปราการมีโรงงานอุตสาหกรรม ๖,๑๓๖ แห่ง มีประชากรอพยพมาพักอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ทั้งที่ย้ายทะเบียนบ้านและไม่ย้ายทะเบียนบ้าน (ประชากรแฝง) เกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ กอปรกับเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรปราการได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของจังหวัดสมุทรปราการในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการสามารถสามารถแยกได้ ดังนี้

            น้ำ

            มลพิษทางน้ำของจังหวัดสมุทรปราการ มีสาเหตุที่สำคัญคือโรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนเมือง ปล่อยน้ำทิ้งสู่แหล่งธรรมชาติ รวมทั้งสารเคมีเป็นพิษต่าง ๆ ทำให้แหล่งน้ำเสียแต่อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จึงได้ออกประกาศฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้กำหนดให้ท้องที่เขตจังหวัดนโยบายโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียที่คลองด่าน แต่อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้จากสภาพการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้คุณภาพน้ำของจังหวัดสมุทรปราการจัดอยู่ในระดับต่ำคือระดับ ๔ - ๕ ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้การอุปโภคบริโภคได้

            ดิน

            ลักษณะทางธรณีวิทยาของจังหวัดสมุทรปราการ พบว่าตั้งอยู่บนบริเวณ ที่ราบลุ่มตอนกลาง หรือบางครั้งเรียกว่าบริเวณดินตอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ เกิดจากการทับถมของตะกอนหนา ระดับความสูงของพื้นที่ประมาณ ๐.๕ – ๑.๕ เมตร และมีความลาดเอียงโดยเฉลี่ยต่ำกว่า ๑% ลักษณะของชั้นดินในช่วงบนความลึกประมาณ ๐ - ๑.๕ เมตร จะเป็นดินเหนียวอ่อนตัวมีความสามารถในการอุ้มน้ำ รับน้ำหนักแรงต่ำมาก ประมาณ ๐.๕ – ๓ ตัน ต่อตารางเมตร เมื่อรับน้ำหนักจะยุบตัวได้ง่าย ถัดลงไปจะเป็นพื้นดินเหนียวซึ่งมีการรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ จนถึงชั้นทรายชั้นแรกที่มีความลึกประมาณ ๒๒ – ๒๕ เมตร นอกจากนั้นจังหวัดสมุทรปราการ เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่บางส่วนติดชายฝั่งทะเลสภาพแวดล้อมด้านป่าชายเลนเสี่อมโทรมไป ส่งผลกระทบให้เกิดการกัดเซาะดินบริเวณชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล เช่น อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ส่งผลให้แต่ละปีมีดินถูกกัดเซาะหายไปปีละประมาณ ๕๐ เมตร

            เสียง

            เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการเป็นสถานที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิ ส่งผลให้เกิดมลภาวะทางเสียงจากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจากการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ตั้งสนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่ข้างเคียงพบว่าจำนวนผู้ได้รับผลกระทบด้านเสียงจากการประเมินเส้นเที่ยวบิน ๗๖ เที่ยวพบว่า

            ๑. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสูง ซึ่งมีค่า NEF-Noise Exposure Forecast มากกว่า ๔๐ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว มีจำนวน ๔ หมู่บ้าน ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบมีจำนวน ๑,๑๔๗ คน

            ๒. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบปานกลาง ซึ่งมีค่า NEF-Noise Exposure Forecast เท่ากับ ๓๕ – ๔๐ มีจำนวน ๘ หมู่บ้าน ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ มีจำนวน ๔,๓๙๒ คน

            ๓. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้อย ซึ่งมีค่า NEF- Noise Exposure Forecas เท่ากับ ๓๐ – ๓๕ มีจำนวน ๑๙ หมู่บ้านประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ มีจำนวน ๑๗,๗๔๐ คน ซึ่งส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนจังหวัดสมุทรปราการ เช่น ปัญหาสุขภาพจิต ได้แก่ ภาวะเครียด ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ เป็นต้น รวมทั้งปัญหาความวิตกกังวลต่างๆ ในด้านความชัดเจนและการให้ความช่วยเหลือ เป็นต้น

            ป่าชายเลน/แร่ธาตุ

            จังหวัดสมุทรปราการ เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม และที่ราบลุ่มปากแม่น้ำ ดังนั้น จังหวัดสมุทรปราการ จึงมีพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๑๒,๐๓๐ ไร่ หรือร้อยละ ๑.๙๒ ของพื้นที่จังหวัด แต่พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยามีการบุกรุกทำลาย รวมทั้งน้ำสกัดเซาะชายฝั่ง ทำให้พื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดสมุทรปราการมีเนื้อที่น้อยทุกปี ส่งผลกระทบต่อการกัดเซาะที่ดินบริเวณชายฝั่งทะเลและการทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ

สำหรับทรัพยากรธรณีจำพวกแร่ธาตุ น้ำมัน หรือ ก๊าซ ธรรมชาติ จังหวัดสมุทรปราการไม่พบทรัพยากรธรณีดังกล่าว

แหล่งน้ำ

จากลักษณะทางกายภาพของจังหวัดสมุทรปราการ เป็นที่ราบลุ่มชายทะเล มีระดับดินระหว่าง +๐.๕๐ ถึง +๑.๕๐ ม.รทก. ทำให้จังหวัดสมุทรปราการไม่มีอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ โดยแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดแบ่งเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา และคลองระบายน้ำต่างๆ

  • แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแม่น้ำสายเดียวที่ไหลผ่านเขตจังหวัดสมุทรปราการ มีแนวการไหลจากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้ ต่อเนื่องจากเขตกรุงเทพฯ โดยไหลผ่านอำเภอพระประแดง อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และอำเภอเมืองสมุทรปราการ ระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร แม้ว่าแม่น้ำเจ้าพระยาจะเป็นแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรในภาคกลาง แต่เนื่องจาก  แม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่ไหลผ่านจังหวัดสมุทรปราการ มีคุณภาพน้ำลดลงรวมทั้งได้รับอิทธิพลจากความเค็มของน้ำทะเล ประกอบกับเขตพื้นที่ที่แม่น้ำไหลผ่านไม่มีการทำการเกษตร ดังนั้น การใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเจ้าพระยาจึงมีเฉพาะด้านการระบายน้ำ และการคมนาคมทางน้ำ

๒.  คลองระบายน้ำ เป็นแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการมีเส้นคลองในพื้นที่เชื่อมโยงกันเป็นจำนวนมาก คลองบางสาย เช่น คลองประเวศ- บุรีรมย์ คลองสำโรง คลองด่าน คลองชายทะเล ถูกขุดขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ปัจจุบันพื้นที่การเกษตรใน จังหวัดสมุทรปราการได้รับน้ำต้นทุนจากคลองสายต่างๆ ซึ่งได้รับปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนอีกทอดหนึ่ง  ทำให้ในฤดูแล้งไม่สามารถกำหนดปริมาณน้ำได้ตรงตามความต้องการ โดยสามารถแบ่งส่วนการบริหารจัดการน้ำ ตามลักษณะพื้นที่ได้ ๓ ส่วน ประกอบด้วย

๑). พื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณอำเภอพระประแดง และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน ๑๗๐ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑๐๖,๒๕๐ ไร่

๒). พื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณพื้นที่ปิดล้อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและคันกั้นน้ำพระราชดำริในเขตอำเภอเมือง และบางส่วนของอำเภอบางพลี จำนวน ๒๑๐ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑๓๑,๒๕๐ ไร่

๓). พื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านนอกแนวคันกั้นน้ำพระราชดำริในเขตอำเภอบางบ่อ อำเภอบางเสาธง และบางส่วนของอำเภอเมือง และอำเภอบางพลี จำนวน ๖๒๔ ตารางกิโลเมตร หรือ ๓๙๐,๐๐๐ ไร่

 ปัจจุบันพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำซึ่งเป็นพื้นที่รองรับการระบายน้ำตามแนวพระราชดำริ ประกอบด้วย คลองระบายน้ำตามธรรมชาติเชื่อมโยงถึงกันจำนวนมากกว่า ๖๐ สาย ปริมาณน้ำเก็บกักสูงสุดประมาณ ๒๖.๖๐๐ ล้าน-ลูกบาศก์เมตร โดยคลองทั้งหมดมีลักษณะเป็นคลองดินและมีระดับต่ำกว่าพื้นที่การเกษตร คลองระบายน้ำเหล่านี้มีการใช้ประโยชน์ทั้งในด้านการส่งน้ำและระบายน้ำควบคู่กันไป

สำหรับคลองในความรับผิดชอบของโครงการฯชลหารพิจิตร ตาม พ.ร.บ. ชลประทานหลวง พ.ศ. ๒๔๘๕ ปัจจุบันมีอยู่จำนวน ๑๔ สาย แบ่งลักษณะการใช้ประโยชน์ตามทิศทางการไหล คือ

๑). คลองแนวเหนือ – ใต้ ได้แก่ คลองลาดกระบัง คลองบางโฉลง คลองจระเข้ใหญ่ คลองบางเสาธง คลองพระองค์ไชยานุชิต คลองบางปลา คลองเจริญราษฎร์ และคลองด่าน เป็นคลองที่ลำเลียง/ระบายน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่าง 

๒). คลองตามแนวตะวันออก – ตะวันตก เป็นคลองที่ต่อเชื่อมสำหรับรองรับน้ำจากคลองตามแนวเหนือ-ใต้ เพื่อระบายลงสู่คลองตอนล่าง ได้แก่ คลองสำโรง และคลองชายทะเล

ข้อมูลเศรษฐกิจ อาชีพและผลิตภัณฑ์

สภาพเศรษฐกิจจังหวัดสมุทรปราการ

สำนักงานคลังจังหวัดสมุทรปราการได้รายงานประมาณการเศรษฐกิจจังหวัดสมุทรปราการ ปี ๒๕๕๙ และปี ๒๕๖๐ คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ ๑.๙๔ เป็นผลมาจากการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน  ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ การใช้จ่ายภาครัฐ และการลงทุน ภาคเอกชน เป็นสำคัญ ในขณะที่ภาคเกษตรกรรมหดตัว และคาดว่าจะขยายตัวในปี ๒๕๖๐ ที่ร้อยละ ๒.๐๘ ตามสภาวะฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

เสถียรภาพเศรษฐกิจภายในจังหวัด อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี ๒๕๕๙ คาดว่าจะขยายตัวอยู่ที่ ร้อยละ ๐.๔๓ เนื่องจากราคาสินค้าภาคเกษตรปรับลดลงจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประชำรัฐ การเพิ่มช่องทางการขายสินค้าราคาประหยัดให้กับประชาชนผ่านตลาดกลาง และตลาดชุมชน ทำให้กลไกของราคาสินค้าไม่ถูกบิดเบือน สำหรับราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นลงตามราคาตลาดโลกซึ่งยังมีความผันผวนอยู่ ในส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดสมุทรปราการ  ณ ราคาประจำปี ๒๕๕๗ มีมูลค่ารวม ๖๕๕,๓๐๔ ล้านบาท และเปลี่ยนแปลงลดลงจากปี ๒๕๕๖ ร้อยละ ๐.๕ ซึ่งมีมูลค่าสูงเป็นอันดับ ๔ ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานคร จังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี

ดัชนีราคาผู้บริโภค ของจังหวัดสมุทรปราการเดือนธันวาคม ๒๕๕๙ เท่ากับ ๑๑๑.๘ ดัชนีลดลง ร้อยละ ๐.๑ เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๙ ที่เท่ากับ ๑๑๑.๙ ถ้าเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่ำสูงขึ้นร้อยละ ๑.๕ โดยดัชนีราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลงร้อยละ ๐.๘ ขณะที่ดัชนีราคาสินค้าหมวดอื่น ๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ ๐.๕

การจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ มีจำนวน ๓,๓๒๑ แห่ง ประเภทกิจการที่มีการจดทะเบียนสูงสุดคือ การขายส่ง-ปลีก ซ่อมแซมยานยนต์จำนวน ๑,๓๕๙ แห่ง นอกจากนี้ ยังมีการจดทะเบียนโรงงานจัดตั้งใหม่ จำนวน ๒๓๖ ราย ทุนจดทะเบียน ๑๒,๙๔๘.๗๖ ล้านบาท สามารถจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น ๘,๑๓๓ คน และโรงงานที่ปิดกิจการมีจำนวนทั้งสิ้น ๑๐๖ ราย

 

การเกษตร

จังหวัดสมุทรปราการมีพื้นที่ท้าเกษตรกรรมลดลง เนื่องมาจากการพัฒนาเมือง การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และความเจริญด้านโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบกับราคาที่ดินมีราคาสูงท้าให้เกษตรกรที่เคยเป็นเจ้าของที่ดินประสบปัญหาในการท้าการเกษตรและทยอยขายที่ดินให้กับนายทุน ซึ่งในปี พ.ศ.๒๕๕๖ มีพื้นที่ใช้ประโยชน์ทางการเกษตร จำนวน ๒๑๑,๔๔๙ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๓๓.๖๙ พื้นที่ใช้ประโยชน์นอกการเกษตร จำนวน ๔๐๗,๔๖๗ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๖๔.๙๓ และพื้นที่ป่าไม้/ป่าชายเลน จำนวน ๘,๖๔๒ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๑.๓๘ ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างปี พ.ศ.๒๕๕๓ – ๒๕๕๖ จะเห็นได้ว่าพื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัย/ปลูกพืชไร่/ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ และที่รกร้างลดลงตั้งปี พ.ศ.๒๕๕๕ แต่พื้นที่ใช้ประโยชน์นอกการเกษตรมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๕ ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

 

อุตสาหกรรม

จังหวัดสมุทรปราการเป็นแหล่งวัตถุดิบที่น้าเข้าจากต่างประเทศ และเป็นคลังสินค้าที่ส้าคัญนอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางการขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งมีความสะดวก รวดเร็ว และช่วยในการลดต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม จึงส่งผลนักลงทุนเข้ามาประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก โดยดูได้จากการขอจดทะเบียนโรงงานของจังหวัดฯ พบว่ามีโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับการจดทะเบียนทั้งสิ้น ๘,๔๓๙ แห่ง เงินทุน ๕๘๓,๙๔๐.๒๗ ล้านบาท มีคนงานจำนวน ๕๓๒,๖๐๐ คน แบ่งเป็น เพศชาย จำนวน ๓๒๓,๘๖๐ คน และเพศหญิงจำนวน ๒๐๘,๗๔๐ คน นับได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ และมีอุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องจักร/อุปกรณ์ผลิตภัณฑ์โลหะ ไฟฟ้า/ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์อาหาร แปรรูป เคมีภัณฑ์/พลาสติก ฯลฯ โดยตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม และนอกนิคมอุตสาหกรรม ประกอบกับจังหวัดฯ ถูกก้าหนดให้อยู่ในเขตส่งเสริมการลงทุนของ BOI ที่เป็นเขต ๑ ท้าให้ได้รับสิทธิประโยชน์ต่ำสุด และการกำหนดผังเมืองรวมท้าให้มีข้อจ้ากัดในการขออนุญาตตั้งและขยายโรงงานได้เฉพาะบางพื้นที่และบางชนิดประเภทของโรงงาน ดังนั้น จึงส่งผลทำให้การลงทุนในปัจจุบันชะลอตัวลง

            นิคมอุตสาหกรรม การแบ่งพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ (1) เขตอุตสาหกรรมทั่วไป (General Industrial Zone) คือ เขตพื้นที่ที่กำหนดไว้ส้าหรับการประกอบอุตสาหกรรม การบริการหรือกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์ หรือเกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมหรือการบริการ (2) เขตประกอบการเสรี (I-EA-T Free Zone) คือ เขตพื้นที่ที่กำหนดไว้ส้าหรับการประกอบอุตสาหกรรมพาณิชยกรรม หรือกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ การรักษาความมั่นคงของรัฐ สวัสดิภาพของประชาชนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมหรือความจำเป็นอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยของที่น้าเข้าไปในเขตดังกล่าวจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรและค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นตามที่กฎหมายบัญญัติซึ่งจังหวัดสมุทรปราการมีนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่ จำนวน ๓ แห่งประกอบด้วย

1) นิคมอุตสาหกรรม บางปู (Bangpoo Industrial Estate)

ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๐ ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ ๓๔ – ๓๗ ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ และ ตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ระยะทางจากสถานที่ต่าง ๆ โดยอยู่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ ๒๕ กิโลเมตร           กรุงเทพมหานคร ๓๗ กิโลเมตร ท่าเรือกรุงเทพ ๒๔ กิโลเมตร ท่าเรือแหลมฉบัง ๑๐๐ กิโลเมตร และมีพื้นที่โครงการทั้งหมดจำนวน ๕,๔๗๒ - ๒ – ๖๘ ไร่ แบ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมทั่วไปจำนวน ๓,๖๕๙ - ๐ - ๙๖ ไร่ เขตประกอบการเสรีจำนวน ๓๗๗ - ๓ – ๕๖ ไร่ เขตที่พักอาศัย/พาณิชย์จ้านวน ๑๔๙ - ๑ – ๖๐ ไร่ และพื้นที่สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกจำนวน ๑,๒๘๖ - ๐ - ๕๖ ไร่

2) นิคมอุตสาหกรรมบางพลี (Bangplee Industrial Estate)

ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๒ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๓๖/๒ หมู่ ๑๗ ถนนเทพารักษ์ ต้าบลบางเสาธง กิ่งอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ๑๐๕๔๐ ระยะทางจากสถานที่ต่าง ๆ โดยห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ ๒๐ กิโลเมตร สนามบินดอนเมือง ๕๐ กิโลเมตร ท่าเรือแหลมฉบัง ๖๐ กิโลเมตร ท่าเรือมาบตาพุด ๑๕๐ กิโลเมตร นิคมอุตสาหกรรมบางปู ๒๕ กิโลเมตร นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ๒๓ กิโลเมตร สถานที่ตากอากาศบางปู ๒๔ กิโลเมตร จังหวัดสมุทรปราการ ๓๐ กิโลเมตร กรุงเทพมหานคร ๖๐ กิโลเมตร และมีพื้นที่โครงการทั้งหมด ๑,๐๐๔ ไร่ แบ่งเป็น เขตอุตสาหกรรมทั่วไป ๗๙๓ ไร่ เขตสำนักงาน ๑๔ ไร่ พื้นที่สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก ๑๙๔ ไร่

3) นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย (สุวรรณภูมิ)

ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ตั้งอยู่ที่หลักกิโลเมตรที่ ๑๓ – ๑๔ ถนนสาย ฉช.๓๐๐๑ (ถนนหลวงแพร่ง) และบริเวณทางหลวงชนบทหมายเลข สป.๗๓๐๐๑ (ถนนรัตนโกสินทร์สมโภช ๒๐๐ ปี) ตำบลบ้านระกาศ ตำบลคลองสวน ตำบลบางพลีน้อย ตำบลเปร็ง ตำบลจระเข้น้อย อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ และพื้นที่โครงการทั้งหมดจำนวน ๓,๗๐๐ ไร่ แบ่งเป็นเขตอุตสาหกรรม ๒,๘๘๖ ไร่ ๓ งาน ๘๐ ตารางวา พื้นที่สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก ๔๕๗ ไร่ ๓ งาน ๕๒ ตารางวา พื้นที่สีเขียว ๒๐๗ ไร่ ๑ งาน ๖๐ ตารางวา ระยะทางจากสถานที่ต่าง ๆ โดยอยู่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ ๒๑ กิโลเมตร

ข้อมูลสาธารณสุขและสุขภาวะชุมชน

นพ.พรณรงค์  ศรีม่วง

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ

 

จุดยืนการพัฒนาสุขภาพจังหวัด ๕ ด้าน ๑๘ จุดยืน

ด้านที่ ๑ การจัดการปัญหาสุขภาพของพื้นที่ให้ลดลง (๗ จุดยืน)

ด้านที่ ๒ การสร้างระบบสุขภาพชุมชน  โดยชุมชน  เพื่อการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน (๒ จุดยืน)

ด้านที่ ๓ การขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพให้เกิดผลสัมฤทธิ์  สู่เมืองอุตสาหกรรมสุขภาพดี (๓ จุดยืน)

ด้านที่ ๔ การพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ  มาตรฐาน (๓ จุดยืน)

ด้านที่ ๕ การสร้างสรรค์นวัตกรรม  การพัฒนาองค์กรและบึคลากร (๓ จุดยืน)

 

วิสัยทัศน์

ระบบสุขภาพชั้นนำ  เมืองอุตสาหกรรมสุขภาพดี คุ้มครองสุขภาพทั่วถึง ภาคีเข้มแข็ง

เป้าหมายสูงสุด 

สมุทรปราการเป็นสังคมสุขภาวะ ประชาชนสุขภาพดี  และมีความสุขทางสุขภาพมากขึ้น

 

เป้าประสงค์

  • จังหวัดสมุทรปราการ ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาสุขภาพในโรคที่สำคัญให้ลดน้อยลง  อย่างเป็นรูปธรรมจนผ่านเกณฑ์ประเทศ
  • ชุมชน ประชาชนมีความเข้มแข็งพึ่งตนเองทางสุขภาพได้  มีความโดดเด่นเป็นเลิศระดับประเทศด้านการส่งเสริมสุขภาพในชุมชนเมือง  การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ  และการจัดการโรคเรื้อรัง
  • จังหวัดสมุทรปราการ เป็นเมืองโรงงานสุขภาพดี  เกิดชุมชนเมืองสุขภาวะดี  สิ่งแวดล้อมสุขภาพดี  ที่เข้มแข็งทั่วทั้งจังหวัด เป็นต้นแบบนำของประเทศ
  • ระบบสุขภาพสร้างคุณค่าต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด สร้างงาน อาชีพ และความเป็นอยู่ที่ดีแก่ประชาชน
  • สถานบริการสุขภาพทุกระดับของจังหวัดมีคุณภาพ มาตรฐาน  ที่ยั่งยืน  มีผลสัมฤทธิ์ทางการแพทย์ในระดับสถานบริการมาตรฐานการสาธารรสุข  เป็นสถานบริการปลอดภัย  การบริการที่ยอดเยี่ยมไร้รอยต่อ  ประชาชนเข้าถึงด้วยความเชื่อมั่นและวางใจได้
  • หน่วยงานในระบบสาธารณสุขทุกระดับเป็นองค์กรคุณธรรม ธรรมาภิบาล  และสมรรถนะสูง  ทันสมัย  เป็นองค์กรดิจิตอล  พร้อมสู่สากลเปิดสู่อาเซียน
  • บุคคลากรทางการแพทย์ และบุคคลากรสาธารณสุขในทุกระดับมีสมรรถนะ  มีทักษะสากล  มีความสุขในการปฏิบัติราชการ  เป็นต้นแบบของคนสุขภาพดี

โรงพยาบาลภาครัฐ จำนวน ๕ แห่ง ดังนี้

  • โรงพยาบาลสมุทรปราการ
  • โรงพยาบาลบางบ่อ
  • โรงพยาบาลบางพลี
  • โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์
  • โรงพยาบาลบางจาก
  • โรงพยาบาลบางเสาธง

  

 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ  6 แห่ง คือ

  • สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมือง มี รพ.สต. ในสังกัดจำนวน ๒๕ แห่ง ดังนี้
  • รพ.สต.เฉลิมพระเกียรติฯ บ้านคลองบางปิ้ง
  • รพ.สต.สำโรงเหนือ
  • รพ.สต.บางโปรง
  • รพ.สต.เทพารักษ์
  • รพ.สต.แพรกษา
  • รพ.สต.บางปู
  • รพ.สต.บางปูใหม่
  • รพ.สต.ท้ายบ้าน
  • รพ.สต.ท้ายบ้านใหม่
  • รพ.สต.บางเมือง
  • รพ.สต.บางเมืองใหม่
  • รพ.สต.บางด้วน
  • รพ.สต.เฉลิมพระเกียรติฯ สาขาวัดบางปิ้ง          
  • รพ.สต.บุญศิริ
  • รพ.สต.แพรกษาใหม่ (บ้านคลองเก้า)
  • รพ.สต.ร่มโพธิ์
  • รพ.สต.พุทธรักษา
  • ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองราชา
  • ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลนครสมุทรปราการ
  • สถานพยาบาลสถานีกาชาดที่ ๕ สวางคนิวาส
  • ศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลสมุทรปราการ
  • ศูนย์สุขภาพชุมชนนครทอง
  • ศุนย์สุขภาพชุมชนมังกรทอง                       
  • ศูนย์สุขภาพชุมชนภาณุรังษี
  • ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลนครสมุทรปราการ ๒ (สะพาน ๓)

 

 ๒.  สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบางบ่อ มี รพ.สต. ในสังกัดจำนวน ๑๓ แห่ง ดังนี้

  • รพ.สต. คลองด่าน หมู่ ๑๓
  • รพ.สต. คลองด่าน หมู่ ๑
  • สถานีอนามัยนิยมยาตรา
  • สถานีอนามัยบางบ่อ
  • สถานีอนามัยเปร็ง            
  • สถานีอนามัยคลองสวน
  • สถานีอนามัยบ้านระกาศหมู่ ๓
  • สถานีอนามัยบ้านระกาศ หมู่ ๘
  • สถานีอนามัยบางพลีน้อย หมู่ ๓
  • สถานีอนามัยบางพลีน้อย หมู่ ๕
  • สถานีอนามัยบางพลีน้อย หมู่ ๘
  • สถานีอนามัยบางเพรียง
  • รพ.สต. สร่างโศก

 

๓. สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบางพลี มี รพ.สต. ในสังกัดจำนวน ๘ แห่ง ดังนี้

  • รพ.สต.บางแก้ว
  • รพ.สต.ราชาเทวะ
  • รพ.สต.บางปลา
  • รพ.สต.บางโฉลง
  • รพ.สต.วัดสลุด
  • รพ.สต.หนองปรือ
  • รพ.สต.คลองสี่
  • รพ.สต.บัวเกราะ

 

๔. สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพระประแดง มี รพ.สต. ในสังกัดจำนวน ๑๖ แห่ง ดังนี้

  • สถานีอนามัยสำโรง
  • รพ.สต. สำโรงกลาง
  • สถานีอนามัยสำโรงใต้
  • สถานีอนามัยบางครุ
  • รพ.สต.ทรงคนอง
  • รพ.สต.บางยอ
  • รพ.สต.บางหัวเสือ                           
  • รพ.สต.บางหญ้าแพรก
  • รพ.สต.บางกอบัว หมู่ ๒
  • รพ.สต.บางกอบัว หมู่ ๑๒
  • สถานีอนามัยบางพึ่ง
  • รพ.สต.บางน้ำผึ้ง
  • รพ.สต.บางกระสอบ
  • รพ.สต.บางกระเจ้า
  • รพ.สต.บางจาก
  • รพ.สต.อยู่เจริญ

 

๕. สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพระสมุทรเจดีย์ มี รพ.สต. ในสังกัดจำนวน ๑๐ แห่ง ดังนี้

  • รพ.สต.บ้านขุนสมุทรไทย
  • รพ.สต.บ้านขุนสมุทร
  • สถานีอนามัยคลองทะเล
  • สถานีอนามัยบ้านคลองสวน
  • สถานีอนามัยบ้านคู่สร้าง
  • สถานีอนามัยในคลองบางปลากด
  • สถานีอนามัยนาเกลือ       
  • สถานีอนามัยแหลมฟ้าผ่า
  • ศสช.บ้านคลองนาเกลือน้อย
  • รพ.สต.คลองกระออม

 

๖. สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบางเสาธง มี รพ.สต. ในสังกัดจำนวน ๘ แห่ง ดังนี้

  • สถานีอนามัยบางเสาธง
  • สถานีอนามัยเมืองใหม่บางพลี
  • รพ.สต.เสาธงกลาง
  • สถานีอนามัยศีรษะจรเข้น้อย
  • รพ.สต.ศีรษะจรเข้ใหญ่      
  • สถานีอนามัยวัดศรีวารีน้อย
  • รพ.สต.กัลปพฤกษ์
  • รพ.สต.เจริญราษฎร์

ข้อมูลการศึกษาและเยาวชน

 

ดร. ชูชาติ  แก้วนอก

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๑

 

นายไตรรัตน์ โคสะสุ

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๒

 

นายกิตติศักดิ์ ชาญอักษร

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๖

สถาบันการศึกษาในจังหวัดสมุทรปราการแบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ ดังนี้ (ข้อมูลปีการศึกษา ๒๕๖๐)

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สมุทรปราการ เขต ๑ จำนวน ๗๒ แห่ง

จำนวนนักเรียนทั้งหมด ๓๖,๙๙๗ คน (ชาย ๑๙,๕๙๐ คน – หญิง ๑๗,๓๘๗ คน)

  • โรงเรียนวัดราษฎร์โพธิ์ทอง
  • โรงเรียนคลองแสนสุข(สิทธิไชยบำรุง)
  • โรงเรียนบ้านคลองหลวง
  • โรงเรียนคลองสำโรง
  • โรงเรียนวัดบางด้วน
  • โรงเรียนวัดบางนางเกรง
  • โรงเรียนวัดสุขกร
  • โรงเรียนคลองเสาธง (ถนอม วารีดีนุเคราะห์)
  • โรงเรียนคลองบางปู
  • โรงเรียนชุมชนวัดราษฎร์บำรุง
  • โรงเรียนพิบูลประชาบาล
  • โรงเรียนวัดตำหรุ มิตรภาพที่ ๖๕
  • โรงเรียนเอี่ยมสุรีย์(อนุบาลเมืองสมุทรปราการ)
  • โรงเรียนนิลรัตน์อนุสรณ์
  • โรงเรียนวัดบางโปรง
  • โรงเรียนคลองมหาวงก์
  • โรงเรียนคลองบางปิ้ง
  • โรงเรียนวัดไตรสามัคคี
  • โรงเรียนอินทรัมพรรย์อนุสรณ์
  • โรงเรียนพร้านีลวัชระ
  • โรงเรียนอนุบาลวัดพิชัยสงคราม
  • โรงเรียนวัดแพรกษา
  • โรงเรียนนาคดีอนุสรณ์
  • โรงเรียนคลองใหม่
  • โรงเรียนวัดคลองเก้า
  • โรงเรียนวัดด่านสำโรง
  • โรงเรียนมหาภาพกระจาดทองอุปถัมภ์
  • โรงเรียนคลองกระทุ่มราษฎร์อุทิศ
  • โรงเรียนวัดคันลัด
  • โรงเรียนวัดป่าเกด
  • โรงเรียนวัดบางกระสอบ
  • โรงเรียนวัดบางกอบัว
  • โรงเรียนวัดราษฎร์รังสรรค์
  • โรงเรียนพลอยจาตุรจินดา
  • โรงเรียนวัดครุนอก
  • โรงเรียนวัดครุใน
  • โรงเรียนอนุบาลสุขสวัสดิ์
  • โรงเรียนวัดชมนิมิตร
  • โรงเรียนบ้านบางจาก
  • โรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งใน
  • โรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งนอก
  • โรงเรียนวัดกลาง
  • โรงเรียนวัดรวก
  • โรงเรียนวัดบางกะเจ้ากลาง
  • โรงเรียนวัดกองแก้ว
  • โรงเรียนวัดบางขมิ้น(คำปุ่นราษฎร์บำรุง)
  • โรงเรียนวัดบางหญ้าแพรก
  • โรงเรียนวัดท้องคุ้ง
  • โรงเรียนฉัตรทิพย์เทพวิทยา
  • โรงเรียนวัดแหลม
  • โรงเรียนวัดบางฝ้าย
  • โรงเรียนวัดบางหัวเสือ
  • โรงเรียนวัดโยธินประดิษฐ์
  • โรงเรียนวัดมหาวงษ์
  • โรงเรียนวัดสำโรงเหนือ
  • โรงเรียนวัดปุณหังสนาวาส
  • โรงเรียนวัดสวนส้ม
  • โรงเรียนชุมชนวัดสาขลา
  • โรงเรียนวัดศรีคงคาราม
  • โรงเรียนบ้านขุนสมุทรไทย
  • โรงเรียนวัดคู่สร้าง
  • โรงเรียนคลองนาเกลือน้อย
  • โรงเรียนวัดใหญ่
  • โรงเรียนวัดแค
  • โรงเรียนวัดคลองสวน(พรหมอุทิศวิทยาคาร)
  • โรงเรียนวัดคลองมอญ
  • โรงเรียนคลองสองพี่น้อง
  • โรงเรียนอนุบาลพระสมุทรเจดีย์
  • โรงเรียนวัดไตรมิตรวราราม
  • โรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า
  • โรงเรียนวัดแหลมฟ้าผ่า
  • โรงเรียนบ้านขุนสมุทร

 

 

 

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สมุทรปราการ เขต ๒ จำนวน ๗๑ แห่ง

จำนวนนักเรียนทั้งหมด ๓๐,๓๐๗ คน (ชาย ๑๕,๘๖๙ คน – หญิง ๑๔,๔๓๘ คน)

  • โรงเรียนสุเหร่าคลองใหม่
  • โรงเรียนเฉลิมมณีฉายวิทยาคาร
  • โรงเรียนวัดมงคลโคธาวาส
  • โรงเรียนวัดสร่างโศก
  • โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์
  • โรงเรียนวัดสีล้ง
  • โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๗๑ (ก่อสร้างคลองด่าน)
  • โรงเรียนวัดปานประสิทธาราม
  • โรงเรียนบ้านท้องคุ้ง
  • โรงเรียนวัดนิยมยาตรา
  • โรงเรียนตลาดคลองสวน
  • โรงเรียนคลองกระแชงเตย
  • โรงเรียนคลองพระยานาคราช
  • โรงเรียนวัดสุคันธาวาส
  • โรงเรียนวัดคอลาด
  • โรงเรียนคลองหลุมลึก
  • โรงเรียนคลองสะบัดจาก
  • โรงเรียนปากคลองชวดใหญ่
  • โรงเรียนวัดบางบ่อ
  • โรงเรียนอนุบาลชุมชนบางบ่อ (ศุภพิพัฒน์รังสรรค์)
  • โรงเรียนคลองกันยา
  • โรงเรียนวัดบางพลีน้อย
  • โรงเรียนวัดเกาะแก้ว
  • โรงเรียนวัดนาคราช
  • โรงเรียนธรรมศรีสุวรรณดิษฐ์
  • โรงเรียนวัดโคธาราม
  • โรงเรียนวัดลาดหวาย
  • โรงเรียนวัดบางเพรียง
  • โรงเรียนตลาดบางพลีน้อย
  • โรงเรียนคลองบ้านระกาศ
  • โรงเรียนวัดบางนางเพ็ง
  • โรงเรียนชุมชนวัดบ้านระกาศ
  • โรงเรียนตลาดปากคลองเจ้า
  • โรงเรียนวัดกาหลง
  • โรงเรียนวัดเปร็งราษฎร์บำรุง
  • โรงเรียนคลองปลัดเปรียง
  • โรงเรียนวัดสลุด
  • โรงเรียนวัดหนามแดง (เขียวอุทิศ)
  • โรงเรียนวัดบางโฉลงนอก
  • โรงเรียนวัดบางโฉลงใน
  • โรงเรียนหนองงูเห่าศาสตร์ประเสริฐ
  • โรงเรียนคลองบางน้ำจืด
  • โรงเรียนวัดราษฎร์บูรณะ
  • โรงเรียนคลองบางกะอี่
  • โรงเรียนคลองบางกะสี
  • โรงเรียนสุเหร่าบางปลา
  • โรงเรียนสุเหร่าบางกะสี
  • โรงเรียนวัดราษฎร์นิยมธรรม
  • โรงเรียนคลองบางแก้ว
  • โรงเรียนคลองบางกระบือ
  • โรงเรียนธนสิทธิ์อนุสรณ์
  • โรงเรียนเตรียมปริญญานุสรณ์
  • โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง
  • โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่ใน
  • โรงเรียนวัดกิ่งแก้ว (เทวะพัฒนาคาร)
  • โรงเรียนคลองลาดกระบัง
  • โรงเรียนเทวะคลองตรง
  • โรงเรียนพรหมพิกุลทอง
  • โรงเรียนละมูลรอดศิริ
  • โรงเรียนวัดบัวโรย
  • โรงเรียนวัดเสาธงกลาง
  • โรงเรียนวัดเสาธงนอก
  • โรงเรียนวัดมงคลนิมิตร
  • โรงเรียนสุเหร่าบ้านไร่
  • โรงเรียนอนุบาลเคหะบางพลี (๑๐ปี สปช.)
  • โรงเรียนรัตนโกสินทร์ ๙
  • โรงเรียนคลองเจริญราษฎร์
  • โรงเรียนวัดหัวคู้
  • โรงเรียนปากคลองมอญ
  • โรงเรียนวัดจรเข้ใหญ่
  • โรงเรียนวัดศรีวารีน้อย

 

 

 

 

 

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๖ จำนวน ๒๕ แห่ง (เฉพาะในจังหวัดสมุทรปราการ)

จำนวนนักเรียนทั้งหมด ๔๘,๓๔๑ คน (ชาย ๒๑,๕๓๗ คน – หญิง ๒๖,๘๐๔ คน)

  • โรงเรียนสมุทรปราการ
  • โรงเรียนสตรีสมุทรปราการ
  • โรงเรียนมัธยมวัดด่านสำโรง
  • โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ
  • โรงเรียนหาดอมราอักษรลักษณ์วิทยา
  • โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ
  • โรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ ในพระบรมราชานุเคราะห์
  • โรงเรียนวัดทรงธรรม
  • โรงเรียนราชประชาสมาสัยฝ่ายมัธยมฯ
  • โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า สมุทรปราการ
  • โรงเรียนวิสุทธิกษัตรี
  • โรงเรียนสาขลาสุทธีราอุปถัมภ์
  • โรงเรียนป้อมนาคราชสวาทยานนท์
  • โรงเรียนมัธยมวัดใหม่สมุทรกิจวิทยาคม
  • โรงเรียนปทุมคงคา สมุทรปราการ
  • โรงเรียนราชวินิตสุวรรณภูมิ
  • โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม
  • โรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดี
  • โรงเรียนหลวงพ่อปานคลองด่านอนุสรณ์
  • โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ
  • โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง
  • โรงเรียนพูลเจริญวิทยาคม
  • โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว
  • โรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์
  • โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สมุทรปราการ

 

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จำนวน ๑ แห่ง

  • โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ

 

สถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐบาล ในสมุทรปราการ จำนวน ๔ แห่ง

  • วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ
  • วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกสมุทรปราการ
  • วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ
  • วิทยาลัยการอาชีพพระสมุทรเจดีย์

ข้อมูลกองทุนและสวัสดิการ

ด้านผู้สูงอายุ

จังหวัดสมุทรปราการ มีประชากรตามทะเบียนราษฎร ทั้งสิ้น ๑,๒๘๘,๑๕๘ คน แยกเป็นชาย ๖๑๙,๑๐๙ คน  หญิง ๖๖๘,๙๗๐ คน (ณ เดือนสิงหาคม ๒๕๕๙) เป็นประชากรผู้สูงอายุจำนวน ๑๖๕,๙๑๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๒.๘๘ ของประชากรทั้งหมด ซึ่งแสดงว่าจังหวัดสมุทรปราการจะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์หากมีประชากรสูงอายุมีสัดส่วน ร้อยละ ๒๑ ของประชากรทั้งหมด

สำหรับการเตรียมความพร้อมในการเป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี จังหวัดสมุทรปราการได้มีการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ดังนี้

  • การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเข้าถึงสิทธิเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุในจังหวัดสมุทรปราการได้รับเบี้ยยังชีพ จำนวน ๑๓๙,๘๖๑คน (ปี พ.ศ. ๒๕๕๙) โดยกระจายอยู่ในอำเภอต่าง ๆ ดังนี้

จำนวนผู้สูงอายุที่มีสิทธิรับเบี้ยผู้สูงอายุ จำแนกรายอำเภอ ปี พ.ศ. ๒๕๕๙

ที่

อำเภอ

  อายุ

อายุ

อายุ

อายุ

รวม

๖๐ – ๖๙

๗๐ – ๗๙

๘๐ – ๘๙

๙๐ ปีขึ้นไป

เมืองสมุทรปราการ

๓๘,๐๒๙

๑๕,๒๔๘

๔,๙๔๙

๕๖๐

๕๘,๗๘๖

บางบ่อ

๖,๒๙๒

๓,๖๐๔

๑,๓๙๕

๒๒๔

๑๑,๕๑๕

บางพลี

๔๐,๖๕๑

๖,๒๐๑

๒,๓๑๗

๓๑๗

๔๙,๔๘๙

พระประแดง

๑๗,๔๔๒

๗,๖๐๑

๒,๒๖๕

๓๖๒

๒๗,๖๗๐

พระสมุทรเจดีย์

๗,๑๙๒

๒,๘๔๖

๙๗๘

๑๐๒

๑๑,๑๑๘

บางเสาธง

๓,๖๕๓

๑,๗๕๐

๗๐๔

๘๖

๖,๑๙๓

รวม

๗๒,๑๔๗

๓๗,๓๑๔

๑๑,๕๖๒

๑,๕๔๒

๑๓๙,๘๖๑

แหล่งที่มา: สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสมุทรปราการ

(2) องค์กรและภาคีเครือข่ายการดำเนินงานด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในระดับจังหวัด อำเภอ และตำบลมีจานวนมาก เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล วัด ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนประจำตำบลเครือข่ายสภาวัฒนธรรมตำบลชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์ส่งเสริมและฝึกอาชีพผู้สูงอายุ สาขาสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำจังหวัดสมุทรปราการ ชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดสมุทรปราการ ศูนย์พัฒนาคุณภาพและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและอาสาสมัครประเภทต่าง ๆ เป็นต้น

จำนวนศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุในจังหวัดสมุทรปราการ

ลำดับ

ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุที่จัดตั้งในปี พ.ศ. ๒๕๕๗

ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพตำบลบางโปรง

ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุเทศบาลตำบลบางพลี

ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุเทศบาลตำบลคลองด่าน

ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุเทศบาลตำบลบางเสาธง

ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุเทศบาลตำบลศีรษะจรเข้น้อย

ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุตำบลในคลองบางปลากด

ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุตำบลบางน้าผึ้งใน

แหล่งที่มา: สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการข้อมูล

 

(3) กองทุน ที่ช่วยสนับสนุน ส่งเสริมการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุ เช่น กองทุนสวัสดิการชุมชน กองทุนผู้สูงอายุสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือตามแนวทางนี้ยังพบปัญหา เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิสวัสดิการเบี้ยยังชีพ โดยจากรายงานสถานการณ์ทางสังคมของท้องถิ่น ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ ได้ขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจข้อมูลพบว่าปัญหาที่สำคัญของผู้สูงอายุส่วนใหญ่ที่พบคือ ผู้สูงอายุที่ยังไม่ได้แจ้งจดทะเบียนเพื่อรับเบี้ยยังชีพได้ตามกำหนดคิดเป็นร้อยละ ๖๕.๑ รองลงมาเป็นผู้สูงอายุที่ยากจนและมีภาระเลี้ยงดูบุตรหลานคิดเป็นร้อยละ ๑๒.๙๓ ผู้สูงอายุไม่สามารถเข้าถึงบริการ/กิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ คิดเป็นร้อยละ ๑๑.๑๔ ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และสมควรได้รับความช่วยเหลือ คิดเป็นร้อยละ ๑๑.๓๑ ผู้สูงอายุถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจคิดเป็นร้อยละ ๑.๔๔ และผู้สูงอายุที่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน คิดเป็นร้อยละ ๑.๑๘

ด้านคนพิการ

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ มีคนพิการมาใช้บริการของสำนักงานฯ ทั้งการจดทะเบียนและต่อทะเบียนคนพิการ มีคนพิการที่จดทะเบียนแล้วรวม ๒๐,๘๔๖ คน และมีคนพิการประเภทความพิการทางการเคลื่อนไหวมากที่สุด รองลงมาคือ พิการทางการได้ยิน ความพิการซ้าซ้อน และพิการทางการเห็น ตามลาดับ (ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙)ฃ

ข้อมูลคนพิการจำแนกตามประเภทความพิการ

ประเภทคนพิการ

จำนวน (คน)

ความพิการทางการเคลื่อนไหว

๑๑,๒๑๐

ความพิการทางการได้ยิน

๒,๗๗๑

ความพิการซ้ำซ้อน

๑,๕๕๐

ความพิการทางการเห็น

๑,๑๔๑

ความพิการทางสติปัญญา

๑,๒๔๑

ความพิการทางออทิสติก

๕๔๔

ไม่ระบุความพิการ

๑๒๐

รวม

๒๐,๘๔๖

แหล่งที่มา: สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ ปี ๒๕๕๗

ในปัจจุบันจังหวัดสมุทรปราการมีคนพิการที่จดทะเบียนแล้วจานวน ๒๐,๘๔๖ คน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคนพิการส่วนใหญ่ทราบถึงสิทธิที่จะได้รับจากการจดทะเบียนคนพิการทั้งในด้านการแพทย์ การศึกษา สวัสดิการต่าง ๆ จากรัฐ

คนพิการส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพรับจ้างมากที่สุดโดยเฉพาะการเข้าทำงานในสถานประกอบการเนื่องจากพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๕๖ ทำให้มีการจ้างงานคนพิการของสถานประกอบการมากขึ้น

จังหวัดสมุทรปราการมีกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อคนพิการจังหวัดสมุทรปราการทำให้คนพิการในจังหวัดสมุทรปราการสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะการขอรับการสนับสนุนกายอุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับความพิการ

 

ข้อมูลการพัฒนาท้องถิ่น

            สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้จัดทำข้อมูลตัวชี้วัดการพัฒนาของจังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยแยกมิติการพัฒนาเป็น ๔ ด้าน ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจ    การเติบโตทางเศรษฐกิจสีเขียวและประสิทธิภาพของภาครัฐ โดยจังหวัดสมุทรปราการมีผลการพัฒนา ดังนี้

ข้อมูลตัวชี้วัดการพัฒนาของจังหวัดเปรียบเทียบกับค่ากลางของประเทศ

มิติ

ปีก่อนหน้า

ปีปัจจุบัน

จังหวัดสมุทรปราการ

ค่ากลางของประเทศ

สูง/ต่ำ

จังหวัดสมุทรปราการ

ค่ากลางของประเทศ

สูง/ต่ำ

ภาพรวม

๓๓.๓๑

๓๑.๖๓

สูง (๑.๖๘)

๓๖.๙๘

๓๑.๒๗

สูง (๕.๗๑)

๑. การพัฒนาแบบทั่วถึง

๓๘.๘๖

๒๐.๘๕

สูง (๑๘.๐๑)

๕๑.๖๑

๒๗.๑๔

สูง (๒๗.๑๔)

๒.   การเติบโตทางเศรษฐกิจ

๒๖.๕๖

๒๘.๑๔

ต่ำ (-๑.๕๘)

๒๖.๔๔

๒๙.๗๓

ต่ำ (-๓.๒๙)

๓.   การเติบโตทางเศรษฐกิจสีเขียว

๒๒.๐๑

๓๓.๔๓

ต่ำ (-๑๑.๔๒)

๒๑.๗๘

๒๒.๕๓

ต่ำ (-๐.๗๕)

๔. ประสิทธิภาพของภาครัฐ

๔๕.๘๒

๔๔.๐๘

สูง  (๑.๗๔)

๔๘.๑๐

๔๕.๖๘

สูง (๒.๔๒)

แหล่งที่มา: สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

จากข้อมูลตัวชี้วัดการพัฒนาข้างต้น แสดงให้เห็นว่า จังหวัดสมุทรปราการ มีมิติการพัฒนาที่ต่ำกว่าค่ากลางของประเทศ ในมิติการเติบโตทางเศรษฐกิจและการเติบโตทางเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งมิติการเติบโตทางเศรษฐกิจ พบว่า มีตัวชี้วัดที่ต่ำกว่าค่ากลางของประเทศทุกตัว ยกเว้น อัตราส่วนหนี้เฉลี่ยต่อรายได้เฉลี่ยของครัวเรือนและผลิตภาพแรงงาน ส่วนมิติการเติบโตทางเศรษฐกิจสีเขียว พบว่า มีตัวชี้วัดที่ต่ำกว่าค่ากลางของประเทศทุกตัว ยกเว้นอัตราการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าไม้ในจังหวัด นอกจากนี้ยังมีตัวชี้วัดในมิติการพัฒนาอื่นที่ต่ากว่าค่ากลางของประเทศ ซึ่งต้องได้รับการพัฒนา ได้แก่ อัตราส่วนแพทย์ต่อประชากรร้อยละของสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองคุณภาพ HA ร้อยละของครัวเรือนที่เข้าถึงไฟฟ้า และความสามารถในการเบิกจ่ายงบประมาณของจังหวัด

 

ตัวชี้วัดการพัฒนาประเทศเปรียบเทียบกับจังหวัดสมุทรปราการ

มิติการพัฒนา

ตัวชี้วัด

ประเทศ

สมุทรปราการ

หน่วย

ปีก่อนหน้า

ปีปัจจุบัน

ปีก่อนหน้า

ปีปัจจุบัน

การพัฒนาแบบทั่วถึง

๑) ร้อยละของประชากรที่อยู่ใต้เส้นความยากจน

๑๒.๔๙

๑๐.๔๓

๑.๐๔

๑.๐๒

ร้อยละ

๒) สัมประสิทธิ์การกระจายรายได้

๐.๔๑๑

๐.๔๑๑

๐.๓๕๘

๐.๓๕๘

-

๓) ร้อยละผู้อยู่ในระบบประกันสังคมต่อกำลังแรงงาน

๑๘.๐๐

๑๘.๗๖

๖๕.๔๓

๖๔.๘๘

ร้อยละ

๔) อัตราส่วนแพทย์ต่อประชากร

๓,๒๖๒

๒,๙๘๐

๕,๔๗๘

๒,๕๗๐

คน/แพทย์

๕) จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยประชากรไทย

อายุ ๑๕ - ๕๙ ปี

๘.๖๘

๘.๙๐

๙.๗๗

๑๐.๒๐

ปี

๖) ค่าเฉลี่ยคะแนน O-net ม.3

๓๒.๓๐

๓๔.๙๕

๓๓.๖๗

๓๗.๑๙

คะแนน

การเติบโตทางเศรษฐกิจ

๗) อัตราการเปลี่ยนแปลงของรายได้เฉลี่ยของ

ครัวเรือนในจังหวัด

๔.๙๘

๑.๗๕

๑๒.๑๔

-๖.๙๖

ร้อยละ

๘) อัตราการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด

๐.๒๖

-๐.๔๑

-๗.๐๗

-๑.๓๖

ร้อยละ

๙) อัตราการว่างงาน

๐.๖๘

๐.๗๕

๑.๒๕

๑.๐๓

ร้อยละ

๑๐) อัตราส่วนหนี้เฉลี่ยต่อรายได้เฉลี่ยของครัวเรือน

๖.๒๗

๖.๖๗

๗.๐๒

๓.๔๔

เท่า

๑๑) อัตราส่วนการออมเฉลี่ยต่อรายได้เฉลี่ยของครัวเรือน

๒๑.๘๔

๑๙.๙๗

๑๑.๔๔

๑๒.๒๘

ร้อยละ

๑๒) ผลิตภาพแรงงาน

๙๕,๕๘๑

๑๑๐,๘๙๕

๖๘๒,๕๓๐

๔๑๔,๑๖๗

บาท/คน

การเติบโตทาง

เศรษฐกิจสีเขียว

๑๓) อัตราการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าไม้ในจังหวัด

-๓.๓๒

๐.๐๑

๒๓.๕๕

๗๒.๐๒

ร้อยละ

๑๔) ปริมาณขยะในจังหวัด

๒๕๒,๔๔๙

๒๔๗,๑๐๕

๗๓๙,๒๓๑

๗๔๗,๘๘๕

ตัน

๑๕) สัดส่วนปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

เพื่อยานพาหนะต่อประชากร

๒๖๖

๒๘๔

๖๔๘

๗๕๗

ลิตร/คน

๑๖) สัดส่วนปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน

ต่อประชากร

๔๔๓

๔๖๔

๙๘๖

๑,๐๕๙

กิโลวัตต์-ชม./คน

๑๗) สัดส่วนปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคที่ไม่ใช่ครัวเรือนต่อ GPP

๖,๙๑๕

๗,๒๘๙

๑๒,๒๙๑

๑๒,๒๘๗

กิโลวัตต์-ชม./ลบ.

๑๘) สัดส่วนปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรมต่อGPPภาคอุตสาหกรรม*

๒๗๖

๑๗๘

๕๖๓

๕๐๑

ลิตร/ล้านบาท

ประสิทธิภาพของภาครัฐ

๑๙) ร้อยละของสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองคุณภาพ HA

๖๐.๐๐

๗๔.๗๖

๔๐.๐๐

๖๐.๐๐

ร้อยละ

๒๐) ร้อยละของครัวเรือนที่เข้าถึงน้ำประปา

๑๕.๕๗

๑๕.๗๗

๖๔.๓๕

๖๕.๓๙

ร้อยละ

๒๑) ร้อยละของครัวเรือนที่เข้าถึงไฟฟ้า

๘๘.๑๖

๘๘.๔๑

๗๒.๘๙

๗๔.

ร้อยละ

๒๒) ร้อยละของประชากรที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ต

๒๘.๓๐

๓๒.๗๓

๓๗.๔๕

๔๓.๗๐

ร้อยละ

๒๓) ร้อยละภาษีที่ท้องถิ่นจัดเก็บได้ต่อรายได้รวมที่ไม่รวมเงินอุดหนุนและเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ

๑๐.๑๓

๑๒.๑๙

๒๒.๖๘

๒๓.๓๑

ร้อยละ

๒๔) ความสามารถในการเบิกจ่ายงบประมาณของจังหวัด

๗๕.๕๑

๙๒.๑๑

๓๖.๗๔

๕๖.๐๐

ร้อยละ

แหล่งที่มา: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

 

ผลการวิเคราะห์ตัวชี้วัดการพัฒนาระดับจังหวัด ของจังหวัดสมุทรปราการ ในปีปัจจุบัน พบว่า จังหวัดฯ มีตัวชี้วัดที่ผ่านเกณฑ์ (สูงกว่าค่ากลางของประเทศ) จำนวน ๑๒ ตัวชี้วัด และตัวชี้วัดที่ตกเกณฑ์ (ต่ำกว่าค่ากลางของประเทศ) จำนวน ๑๒ ตัวชี้วัดซึ่งจะต้องนาประเด็นปัญหามาวิเคราะห์สาเหตุ/ปัจจัย และแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์และแผนงาน/โครงการ โดยมีประเด็นปัญหาที่สำคัญในแต่ละมิติ ดังนี้

(๑) มิติการพัฒนาแบบทั่วถึง

ในมิตินี้ถึงแม้ว่าในภาพรวมจังหวัดจะมีการพัฒนาสูงกว่าค่ากลางของประเทศ มีร้อยละของประชากรที่อยู่ใต้เส้นความยากจน และร้อยละผู้อยู่ในระบบประกันสังคมต่อกำลังแรงงาน เกินค่ากลางของประเทศค่อนข้างมาก แต่จังหวัดจะต้องให้ความสำคัญกับการกระจายรายได้ ซึ่งเกินค่ากลางของประเทศมาเล็กน้อย โดยจะต้องให้ความสำคัญกับการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การกระจายโอกาสให้กับผู้มีรายได้น้อย การเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจด้วยการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เช่น โครงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และจำหน่ายสินค้า OTOP การแปรรูปปลาสลิด การท่องเที่ยว One Day Trip โครงการส่งเสริมการเกษตร        (พืช ประมง ปศุสัตว์) ปลอดภัย เพื่อเพิ่มการกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม นอกจากนี้ จังหวัดจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการสาธารณสุขของประชาชน โดยสะท้อนจากตัวชี้วัดการพัฒนาอัตราส่วนแพทย์ต่อประชากร จานวนปีการศึกษาเฉลี่ยประชากรไทย และค่าเฉลี่ยคะแนน O-net ม.๓ ซึ่งเกินค่ากลางของประเทศมาเล็กน้อย

(๒) มิติการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ในมิติการเติบโตทางเศรษฐกิจ จังหวัดมีการพัฒนาในภาพรวมต่ำกว่าค่ากลางของประเทศ และตัวชี้วัดอัตราการเปลี่ยนแปลงของรายได้เฉลี่ยของครัวเรือนในจังหวัด อัตราการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด อัตราการว่างงาน และอัตราส่วนการออมเฉลี่ยต่อรายได้เฉลี่ยของครัวเรือน ต่ำกว่าค่ากลางของประเทศ ในขณะที่อัตราส่วนหนี้เฉลี่ยต่อรายได้เฉลี่ยของครัวเรือนและผลิตภาพแรงงาน อยู่ในเกณฑ์สูงกว่าค่ากลางของประเทศ หากวิเคราะห์จากตัวชี้วัดข้างต้นแล้ว อาจสรุปได้ว่า เนื่องจากครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยลดลงและผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) มีการหดตัวต่อเนื่อง จึงส่งผลให้อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น และอัตราการออมของครัวเรือนลดลง ซึ่งจังหวัดฯ จะต้องให้ความสาคัญและกำหนดยุทธศาสตร์และแผนงาน/โครงการ เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนให้เศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ

(๓) มิติการเติบโตทางเศรษฐกิจสีเขียว

ในมิติการเติบโตทางเศรษฐกิจสีเขียว พบว่า จังหวัดฯ มีมิติการพัฒนาที่ต่ำกว่าค่ากลางของประเทศ โดยมีตัวชี้วัดที่ต่ำกว่าค่ากลางของประเทศ 5 ตัวชี้วัด คือ ปริมาณขยะในจังหวัด สัดส่วนปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อยานพาหนะต่อประชากรสัดส่วนปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนต่อประชากรสัดส่วนปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคที่ไม่ใช่ครัวเรือนต่อ GPP และสัดส่วนปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรมต่อ GPP ภาคอุตสาหกรรม มีเพียงตัวชี้วัดอัตราการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าไม้ในจังหวัด ที่สูงกว่าค่ากลางของประเทศ จากตัวชี้วัดข้างต้น จังหวัดฯ จะต้องให้ความสาคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งจะต้องมีแผนงาน/โครงการ ในการลดปริมาณขยะทั้งจากครัวเรือนและอุตสาหกรรม รวมถึงการสร้างเสริมและปลูกจิตสานึก ในการรักษาสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

(๔) มิติประสิทธิภาพของภาครัฐ

มิติประสิทธิภาพของภาครัฐในภาพรวม พบว่า จังหวัดฯ มีการพัฒนาที่สูงกว่าค่ากลางของประเทศ ซึ่งมีตัวชี้วัดที่สูงกว่าค่ากลางของประเทศ 3 ตัวชี้วัด คือ ร้อยละของครัวเรือนที่เข้าถึงน้ำประปา ร้อยละของประชากรที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ต และร้อยละภาษีที่ท้องถิ่นจัดเก็บได้ต่อรายได้รวมที่ไม่รวมเงินอุดหนุนและเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ โดยมีตัวชี้วัดที่ต่ำกว่าค่ากลางของประเทศในมิติประสิทธิภาพของภาครัฐ 3 ตัวชี้วัด คือ ร้อยละของสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองคุณภาพ HA ร้อยละของครัวเรือนที่เข้าถึงไฟฟ้า และความสามารถในการเบิกจ่ายงบประมาณของจังหวัด ในมิตินี้จังหวัดฯ จะต้องเร่งส่งเสริมคุณภาพของสถานบริการสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ ในส่วนของการบริหารผลการเบิกจ่าย ส่วนราชการที่รับผิดชอบโครงการงบลงทุนจะต้องให้ความสำคัญกับการสำรวจหน้างาน การเตรียมความพร้อมของโครงการ และการประชาคมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อให้ได้แผนงาน/โครงการที่มีผลการดำเนินงาน/ผลการเบิกจ่ายที่เป็นไปตามแผนงานฯ เนื่องจากการดำเนินโครงการงบลงทุนประเภทโครงสร้างพื้นฐานในเขตชุมชนเมืองมักจะประสบปัญหาขาดความร่วมมือของประชาชนเข้าร่วมประชาคมแผน เมื่อเข้าไปดำเนินการแล้วอาจเกิดการต่อต้านหรือเรียกร้องให้เพิ่มรูปแบบรายการ รวมทั้งปัญหาหน้างานที่เกิดจากการสำรวจระบบสาธารณูปโภคใต้ดินที่ต้องรื้อย้ายไม่ครบถ้วน

สำหรับประเด็นที่จังหวัดจะต้องให้ความสำคัญ มีดังนี้

(1) บริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งการจัดการขยะ และมลพิษที่เกิดจากภาคอุตสาหกรรม

(2) พัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

(3) พัฒนาระบบสาธารณูปโภคเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวกและทั่วถึง