22/05/2018

ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและศาสนา

Written by  FSRU จ.สมุทรปราการ
Rate this item
(0 votes)

ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และศาสนา

จังหวัดสมุทรปราการมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่หลากหลาย อาทิ เช่น สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม เชิงศาสนา เชิงประวัติศาสตร์ เชิงนิเวศ และประเพณีที่สำคัญ เนื่องจากมีพื้นที่ติดต่อกับกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑลที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายเชื่อมโยงเป็นเส้นทางการท่องเที่ยว ทั้งนี้สามารถเดินทางไปกลับได้เพียง 1 วันจึงทำให้นักท่องเที่ยวมีความสะดวกในการเดินทาง และในอนาคตจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นผลมาจากการเดินทางที่สะดวกจากรถไฟฟ้า และการจัดระบบจราจรที่มีประสิทธิภาพผนวกกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว แบบ One Day Trip และศักยภาพด้านแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยสามารถจำแนกแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้แหล่งท่องท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่หลากหลาย โดยสามารถจำแนกแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีชื่อเสียง ได้ดังนี้

สถานที่ท่องเที่ยวด้านโบราณสถาน

  1. เมืองโบราณ - เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกปัจจุบันมีสิ่งก่อสร้างสถานที่สำคัญๆ ทั้งที่เป็นแบบจ้าลองจากภาคเหนือตะวันออกเฉียงเหนือ กลางและใต้ ซึ่งสิ่งก่อสร้างมีทั้งขนาดย่อส่วนและเท่าขนาดจริง
  2. อุทยานประวัติศาสตร์ทหารเรือ หรือป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ - เป็นป้อมที่ทันสมัยและมีบทบาทสำคัญยิ่งในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ซึ่งเป็นที่ทำการยิงต่อสู้กับอริราชศัตรูมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) และที่จารึกอยู่ในความทรงจำของคนไทย
  3. ป้อมแผลงไฟฟ้า - เป็นป้อมปราการแห่งหนึ่งของ ฐานทัพเมืองนครเขื่อนขันธ์เป็นเสมือนหนึ่งฐานทัพด้านปากแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นเมืองที่มีป้อมปราการหลายแห่ง เนื่องด้วย พระบาทสมเด็จ
  4. พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) มีพระราชดำริที่จะใช้ป้องกันพระราชอาณาจักร ปัจจุบันเทศบาลเมืองพระประแดงได้ทำการบูรณะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนโดยบริเวณข้างบนของป้อมได้จัดปืนใหญ่โบราณหลายกระบอกตั้งไว้ให้ชมรอบๆ บริเวณจัดปลูกต้นไม้ร่มรื่น

 

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวด้านสถาปัตยกรรม

  1. องค์พระสมุทรเจดีย์ - พระเจดีย์นี้ตั้งอยู่บนเกาะกลางปากแม่น้ำเจ้าพระยา ท้ายป้อมผีเสื้อสมุทร รูปทรงพระเจดีย์เป็นแบบระฆังคว่ำ สูง 38 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระชัยวัฒน์และพระปางห้ามสมุทร
  2. พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ - เป็นสถานที่เก็บรักษาศิลปวัตถุ มรดกทางวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ ซึ่งช้างเอราวัณหรือช้างสามเศียร เป็นประติมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะมือแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลกทำจากโลหะทองแดง แผ่นเล็กสุดขนาดเท่าฝ่ามือ
  3. ศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู (เสียนหลอไต้เทียนกง) - เป็นศาลเจ้าที่สวยงาม สถาปัตยกรรมเพียบพร้อมไปด้วยศิลปวัฒนธรรมของชาวจีนโบราณ ฝีมือแกะสลักหินอันปราณีต เป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าขุนศึกที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวไต้หวัน 5 องค์ คือเทพเจ้าตระกูลหลี่ เทพเจ้าตระกูลฉือ เทพเจ้าตระกูลอู่ เทพเจ้าตระกูลจู และเทพเจ้าตระกูลฟ่าน ซึ่งเรียกชื่อรวมกันว่า "อู๋ฟุ่เซียนส้วย" (โหวงหวังเอี้ย) ภายในบริเวณศาลเจ้าสามารถชมภาพแกะสลักหินเขียว เกี่ยวกับเทพนิยายจีน และตะเกียงไม้ชุบทองค้าซึ่งตกแต่งอยุ่บนฝ้าเพดาน นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าแม่กวนอิม และเทพเจ้าองค์อื่นๆ เพื่อให้ประชาชนสักการะ เทพเจ้าตระกูลทั้ง 5 หรือโหวงหวังเอี้ย เป็นยอดขุนพลที่มีความสุจริตมาก เป็นขุนนางที่จงรักภักดีสมัยราชวงศ์หมิงได้เสด็จเดินทางลงใต้จากมณฑลฮกเกี้ยนถึงเกาะหนานคุนเซินประเทศไต้หวัน เป็นที่เลื่อมใสในหมู่ประชาชน แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นที่นักท่องเที่ยวจะต้องชมและเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก คือ สิงโตคู่ ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แกะสลักจากหินหยกเขียว น้าเข้าจากประเทศจีน สิงโตคู่ตามความเชื่อของชาวจีน ถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสิริมงคล มีสง่าราศีมองดูน่าเกรงขามยิ่งใหญ่เกรียงไกร
  4. พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ - เป็นสถานที่รวบรวมและอนุรักษ์วัตถุสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ และรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับกองทัพเรือไทยและยุทธนาวีครั้งสำคัญ แบ่งเป็น 2 อาคาร คือ อาคาร 1 จัดแสดงประวัติบุคคลสำคัญที่เกี่ยวกับกองทัพเรือ อาทิ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์พระบิดาของทหารเรือไทย และห้องจัดแสดงเครื่องแบบต่างๆ ของทหารเรือไทย อาคาร 2 ชั้นล่างจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ชั้น 2 จัดแสดงเกี่ยวกับเรือพระราชพิธี ชั้น 3 เป็นการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ หมุนเวียนตามช่วงเวลาและเหตุการณ์สำคัญเช่น ยุทธนาวีที่เกาะช้าง สงครามเอเชียมหาบูรพา วีรกรรมที่ดอนน้อย เรือดำน้ำแห่งราชนาวีและการปฏิบัติการของทหารนาวิกโยธิน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงวัตถุอาวุธยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ในบริเวณโดยรอบ อาทิ เรือดำน้ำ รถสะเทินน้ำสะเทินบก รวมทั้งยังสามารถชมประภาคารแห่งแรกของประเทศไทยได้

 

สถานที่ท่องเที่ยวด้านประติมากรรม

  1. พระมาลัยหน้าอุโบสถเก่าวัดพิชัยสงคราม – มีลักษณะเหมือนพระสงฆ์ธรรมดา
  2. พระประธานในอุโบสถวัดชัยมงคล – เป็นพระพุทธรูปสำริดสมัยสุโขทัย
  3. พระประธานในอุโบสถเก่าวัดกลางวรวิหาร - เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 205 ซ.ม. สร้างด้วยศิลาแลง หุ้มปูนปิดทอง และใบเสมาที่แกะสลักจากหินแกรนิตส่วนยอดแกะสลักเป็นพระเกี้ยว ซุ้มเสมารูปกูบ เอวเสมาคอดเล็กมีลายนาคสามเศียรเป็นตัวเหงา ตัวเสมาตรงกลางแกะสลักเป็นแถวยาว กลางแถบเป็นลายประจ้ายาม ด้านบนมีลายรูปดอกไม้
  4. หลวงพ่อสินสมุทร - เป็นพระประธานในอุโบสถวัดอโศการามเป็นพระพุทธรูปทองเหลือง ปางสมาธิอย่างอินเดีย
  5. พระประธานในอุโบสถวัดทรงธรรมวรวิหาร - เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้
  6. พระประธานในอุโบสถวัดไพชยนต์พลเสพย์ – เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นบุทอง
  7. พระพุทธรูปปางห้ามสมุทรในพระวิหารหน้าพระสมุทรเจดีย์ - สร้างในรัชสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและมีพระพุทธรูปปางนี้ในพระอุโบสถวัดโปรดเกศเชษฐาราม อีกสององค์
  8. หลวงพ่อโต - เป็นพระพุทธรูปสำริด ตามประวัติมีว่าลอยน้ำมาจากกรุงเก่า
  9. พระประธานในอุโบสถวัดป่าเกด - เป็นพระปูนปั้น ลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย ประดิษฐานชุกชีปูนปั้นปิดทอง ประดับกระจก
  10. พระไสยาสน์ (พระนอน) - พระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยาวประมาณ 53 เมตร แล้วสร้างพระวิหารคลุมทีหลัง ความสูงของวิหารเท่าอาคาร 4 ชั้น ภายในองค์พระใหญ่พอที่จะแบ่งให้มีห้องปฏิบัติธรรม เสาและผนัง มีภาพเขียนเรื่องราวของเทวดานรก สวรรค์ คติธรรม จำนวนมากมาย กว่า 100 รูป และมีห้องหัวใจพระซึ่งประชาชนนิยมมาปิดทองเพื่อเป็นศิริมงคล
  11. เจดีย์หลวงปู่เผือก - รอบองค์เจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีส้มและประดับด้วย ครุฑ
  12. หลวงพ่อสุจิตดาราม (หลวงพ่อดำ) - เริ่มสร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เดิมเรียกว่า “วัดสุจิตดาราม” ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีความเจริญเท่าใดนักต่อมาถึงสมัยกรุงตนโกสินทร์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสได้เสด็จมา ณ วัดสุจิตตาราม พระองค์ได้ทราบว่าประชาชนแถบนี้ เรียกท้องถิ่นนี้ว่า “บางด้วน” ดังนั้นพระองค์จึงคิดที่จะขนานชื่อ วัดสุจิตตาราม เสียใหม่

 

การละเล่นพื้นบ้าน

  1. สะบ้ามอญ – เป็นประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวมอญที่พระประแดงเพื่อให้หนุ่มสาวพบปะพูดคุยกัน โดยจะเล่นในวันนักขัตฤกษ์
  2. สะบ้าทอย - เป็นการละเล่นของผู้ชายในวันสงกรานต์พระประแดง แตกต่างจากสะบ้ามอญตรงที่เป็นเรื่องของผู้ชาย เป็นการประลองความแข็งแรงและความแม่นยำของการทอยสะบ้า

 

ขนบธรรมเนียมและประเพณีท้องถิ่น

  1. ประเพณีรับบัว - เกิดจากชาวมอญพระประแดงที่ไปทำนาในฤดู ทำนา ณ อำเภอบางพลี และเมื่อหมดฤดูก็จะกลับไปพระประแดง ซึ่งจะพอดีกับเทศกาลออกพรรษา จึงเก็บดอกบัวที่มีอยู่มากมายที่ตำบลบางพลีใหญ่กลับไปด้วย ต่อมาชาวอำเภอบางพลีเห็นว่าชาวมอญมักจะเก็บดอกบัวกลับไปทุกปี จึงเก็บดอกบัวเตรียมไว้ให้ด้วยความเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ ต่อมาเกิดความคุ้นเคยกันมากขึ้น จึงโยนบัวให้กันหากอยู่ไกล ต่อมาชาวบ้านซึ่งนิยมถวายดอกบัวแก่พระในวันออกพรรษาจึงได้สร้างกิจกรรม งานประเพณีรับบัว ให้ได้มีการระลึกถึงกันและเป็นโอกาสให้ได้ร่วมทำบุญทำกุศล อีกทั้งยังเป็นการร่วมสนุกกันเป็นประจ้าทุกปี
  2. สงกรานต์พระประแดง - เป็นงานประเพณีสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ จัดโดยชาวไทยเชื้อสายมอญ โดยจะเริ่มในวันอาทิตย์แรกหลังวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเดิมเรียกว่า สงกรานต์ปากลัด ในงานมีขบวนแห่นางสงกรานต์การละเล่นพื้นเมืองของชาวมอญ เช่น การสรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ปล่อยนกปล่อยปลา การเล่นสะบ้า และเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน ขบวนแห่นางสงกรานต์จะมีสาวงามแต่งชุดไทยหรือชุดรามัญ (มอญ)
  3. งานนมัสการหลวงพ่อปานวัดมงคลโคธาวาส - เป็นงานประจ้าปีของชาวอำเภอบางบ่อ งานนี้เกิดขึ้นจากคุณความดีแลคุณธรรมอันสูงส่งของหลวงพ่อปาน พุทธศาสนิกชนหลั่งไหลกันมาวัดมงคลโคธาวาส เพื่อนมัสการรูปหล่อจ้าลองของหลวงพ่อปาน ทุกปีงานนมัสการหลวงพ่อปาน จัดขึ้นในวันขึ้น 5-7 ค่ำ เดือน 12 ของปี รวม 3 วัน 3 คืน โดยในวันแรกของงานจะมีการอันเชิญรูปหล่อของหลวงพ่อปานแห่ทางเรือไปตามล้าคลองปีกกา เพื่อให้ประชาชนสักการะแล้วแห่กลับวัดมงคลโคธาวาส หลังจากเสร็จสิ้นการกราบไหว้บูชาแล้วประชาชนจะสนุกสนานรื่นเริงกับ มหรสพต่าง ๆ
  4. งานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ - เป็นงานประเพณีที่สืบสานกันมายาวนานกว่า 185 ปี เพราะองค์พระสมุทรเจดีย์เป็นที่เคารพสักการะที่ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ชาวสมุทรปราการจึงจัดให้มีการสมโภชเป็นเวลา 9 วัน 9 คืนตั้งแต่วันแรม 5 ค่ำ เดือน 11 ในงานประเพณีจะมีมหรสพสมโภชมีการแข่งเรือ และการจ้าหน่ายสินค้าชุมชน
  5. งานประเพณีแห่หงส์ธงตะขาบ - มีมานานกว่า 30 ปี จะจัดขึ้นทุกวันที่ 13 เมษายนของทุกปีโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อร้าลึกถึงบรรพบุรุษชาวมอญ หงส์ เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนตำนานการกำเนิดถิ่นฐานของมอญ ณ กรุงหงสาวดี และตะขาบเป็นสัญลักษณ์ของคติธรรม ความเชื่อทางพุทธศาสนาที่เปรียบดังสัดส่วนในอวัยวะ ต่าง ๆ ของตัวตะขาบชาวมอญทั้ง 7 หมู่บ้าน จะร่วมกันจัดทำธงตะขาบของหมู่บ้านตน และหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ โดยมารวมตัวกันที่ศูนย์วัฒนธรรมอ.พระประแดง ตั้งขบวนแห่ไปตามจุดต่าง ๆ ของตลาดพระประแดงหลังจากเสร็จการแห่ ชาวมอญแต่ละหมู่บ้านก็จะน้าธงตะขาบไปแขวนที่เสาหงส์ของแต่ละวัดในหมู่บ้าน

 

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศและสันทนาการ

  1. ตลาดโบราณบางพลี - เดิมชื่อ “ตลาดศิริโสภณ” เป็นตลาดเก่าแก่ตลาดหนึ่งพื้นตลาดทำจากพื้นไม้ สามารถเดินติดต่อกันได้ถึง 500 เมตร มีอายุประมาณ 141 ปี ตลาดนี้ตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของคลองสำโรงช่วงอำเภอบางพลี
  2. ตลาดคลองสวน 100 ปี - ก่อตั้งขึ้นโดยชาวจีนกลุ่มหนึ่งเมื่อราว พ.ศ. 2444 นับถึงปัจจุบันเป็นเวลามากกว่า 100 ปี ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่บนฝั่งคลองประเวศบุรีรมย์เชื่อมต่อคลองพระยานาคราช ตลาดคลองสวนเป็นศูนย์รวมของการติดต่อค้าขาย และแลกเปลี่ยนสินค้าของผู้คนจากหมู่บ้านต่าง ๆ หลายหมู่บ้าน บริเวณใกล้กับตลาดคลองสวนมีฟาร์มเพาะเลี้ยงเป็ดมากกว่า 10 แห่งอาหารขึ้นชื่อของที่นี้คือ เป็ดพะโล้
  3. ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง - จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 นับเป็นตลาดใกล้กรุงที่มีสินค้าหลากหลายทั้งของกินของใช้ของฝากนานาชนิด จัดเป็นซุ้มให้มีทางเดินยาวกว่า 2 กิโลเมตร ขนานไปกับคลองซอยสายเล็ก ๆที่แตกแขนงจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาในพื้นที่ที่ทำการเกษตรของชาวบ้าน จัดจ้าหน่ายต้นไม้นานาพันธุ์, ปลาสวยงามหลากชนิด, และผลิตผลของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมสินค้า OTOP ที่สร้างสรรค์จากคนในชุมชนบางน้ำผึ้งและตำบลใกล้เคียงในจังหวัด สมุทรปราการ เช่น ดอกไม้เกล็ดปลาบ้านธูปสมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากทะเล โมบายล์ ลูกตีนเป็ดรูปร่างแปลกตา เป็นต้น
  4. สถานตากอากาศบางปู - เป็นสถานที่พักผ่อน ซึ่งบริเวณโดยรอบปกคลุมล้อมรอบด้วยป่าชายเลนที่ยังคงความสมบูรณ์ตามระบบนิเวศวิทยา “สะพานสุขตา” ยืนออกไปสู่ทะเลประมาณ500 เมตร และมี “ศาลาสุขใจ” ซึ่งเป็นร้านอาหารสวัสดิการของกองอ้านวยการสถานพักผ่อนกรมพลาธิการทหารบก สามารถนั่งรับประทานอาหารพร้อมทั้งชมทัศนียภาพอ่าวไทยได้ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางการศึกษาธรรมชาติให้ประชาชนอีกด้วย
  5. ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ - โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2493 ปัจจุบันเป็นฟาร์มจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในเป็นสถานเพาะเลี้ยงจระเข้ขนาดต่างๆกว่า60,000ตัว เสือ ลิงชิมแปนซี ชะนี เต่า งู นก อูฐ ฮิปโปโปเตมัสกวาง และปลาจำนวนมาก
  6. บึงตะโก - เป็นบึงที่นักท่องเที่ยวนิยมเล่นกีฬาทางน้ำ ได้แก่ เคเบิ้ลสกีและวินด์เชิร์ฟ
  7. สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ - เป็นสวนสาธารณะที่มีเนื้อที่ 200 ไร่เศษ แวดล้อมไปด้วยสวนหมากสวนผลไม้ และเป็นพื้นที่สีเขียวที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นปอดของประชาชนอีกแห่งหนึ่ง เป็นสถานที่พักผ่อน ออกกำลังกายและศึกษาระบบนิเวศน์ของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์

 

ศาสนาในจังหวัดสมุทรปราการ

จังหวัดสมุทรปราการ มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 93.53 (1,187,750 คน)รองลงมาคือศาสนาอิสลาม คริสต์ และพราหมณ์ ฮินดู คิดเป็นร้อยละ 3.86 , 2.26 และ 0.31 ตามลำดับ

Read 181 times Last modified on 24/05/2018

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.