22/05/2018

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Written by  FSRU จ.สมุทรปราการ
Rate this item
(1 Vote)

ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม

 

ทรัพยากรน้ำ

ลักษณะทางกายภาพ

ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดสมุทรปราการ เป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล มีระดับความสูงของผิวดินจากระดับน้ำทะเลปานกลางระหว่าง +0.50 ถึง +1.50 เมตร.รทก. แหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดมี 2 แหล่ง ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยาและคลองระบายน้ำในพื้นที่ ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่เป็นแหล่งน้ำสำหรับเกษตรกรรม การประมงและเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำแล้ว ยังทำหน้าที่ในการรองรับน้ำเหนือในฤดูฝนเพื่อระบายลงสู่ทะเลอ่าวไทย ซึ่งมีแหล่งน้ำที่สำคัญดังนี้

  • แม่น้ำเจ้าพระยา – เป็นแม่น้ำสำคัญที่ไหลผ่านเขตจังหวัดสมุทรปราการ มีแนวการไหล จากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้ ต่อเนื่องจากเขตกรุงเทพมหานคร โดยไหลผ่านอำเภอพระประแดง อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และอำเภอเมืองสมุทรปราการ ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร แม้ว่าแม่น้ำเจ้าพระยาจะเป็นแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรในภาคกลาง แต่เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่ไหลผ่านจังหวัดสมุทรปราการ มีคุณภาพน้ำลดลงรวมทั้งได้รับอิทธิพลจากความเค็มของน้ำทะเล ประกอบกับเขตพื้นที่ที่แม่น้ำไหลผ่านมีการทำการเกษตรเพียงส่วนน้อยในเขตอำเภอพระประแดง ดังนั้น การใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเจ้าพระยาจึงมีเฉพาะด้านการระบายน้ำ และการคมนาคมทางน้ำเป็นหลัก
  • คลองระบายน้ำ - คลองระบายน้ำ เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ใช้ในการบริหารจัดการด้านการชลประทานของจังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการมีระบบคลองในพื้นที่เชื่อมโยงกันเป็นจำนวนมาก คลองบางสาย เช่น คลองประเวศบุรีรมย์ คลองสำโรง คลองด่าน ถูกขุดขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ปัจจุบันพื้นที่การเกษตรในจังหวัดสมุทรปราการได้รับน้ำต้นทุนจากคลองสายต่าง ๆ ซึ่งได้รับปริมาณน้ำจากแหล่งน้ำในจังหวัดพื้นที่ตอนบนอีกทอดหนึ่ง ทำให้ในฤดูแล้งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยไม่สามารถกำหนดปริมาณน้ำได้ตามระยะเวลาที่ต้องการ

การบริหารจัดการน้ำ

จากลักษณะทางกายภาพของจังหวัดสมุทรปราการ สามารถแบ่งส่วนการบริหารจัดการน้ำตาม ลักษณะพื้นที่ได้ 3 ส่วนประกอบด้วย

  1. พื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา - บริเวณอำเภอพระประแดง และอำเภอ พระสมุทรเจดีย์ จำนวน 170 ตารางกิโลเมตรหรือ 106,250 ไร่ เป็นพื้นที่ไม่มีระบบชลประทานอาศัยการเก็บกักน้ำในคลองที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและน้ำทะเลซึ่งเป็นน้ำกร่อยทั้งหมด
  2. พื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา - บริเวณพื้นที่ปิดล้อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแนวคันกั้นน้ำพระราชดำริ ในเขตอำเภอเมืองสมุทรปราการ และบางส่วนของอำเภอบางพลี จำนวน 210 ตารางกิโลเมตร หรือ 131,250 ไร่ เป็นพื้นที่เขตชุมชนเมืองนอกเขตชลประทาน แต่สามารถรับน้ำจากคลองชลประทานภายนอกเข้าไปใช้บริหารจัดการได้ โดยมีพื้นที่ทำการเกษตรจำนวนน้อย ส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำเพื่อการระบายน้ำและรักษาระบบนิเวศน์ในเขตเมืองเป็นหลัก
  3. พื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านนอกแนวคันกั้นน้ำพระราชดำริ - ในเขตอำเภอบางบ่อ อำเภอบางเสาธง และบางส่วนของอำเภอเมืองสมุทรปราการอำเภอบางพลี จำนวน 264 ตารางกิโลเมตร หรือ 390,000 ไร่ เป็นพื้นที่ในเขตชลประทานลุ่มเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก รับน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

สำหรับแนวคันกั้นน้ำพระราชดำริเป็นคันป้องกันน้ำท่วม ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานแนวทางป้องกันอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปี 2523 โดยใช้แนวถนนในทิศทางเหนือ-ใต้ตั้งแต่บริเวณจังหวัดปทุมธานี ผ่านกรุงเทพมหานคร และจรดแนวชายทะเลในเขตจังหวัดสมุทรปราการ โดยในเขตจังหวัดสมุทรปราการใช้แนวถนนกิ่งแก้วและถนนบางพลี-ตำหรุเป็นแนวคันกั้นน้ำ ปัจจุบันพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำซึ่งเป็นพื้นที่รองรับการระบายน้ำตามแนวพระราชดำริ ประกอบด้วยคลองระบายน้ำตามธรรมชาติเชื่อมโยงถึงกันจำนวน 63 สาย ปริมาณน้ำเก็บกักสูงสุดประมาณ 26.600 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยคลองทั้งหมดมีลักษณะเป็นคลองดินมีการใช้ประโยชน์ทั้งในด้านการส่งน้ำและระบายน้ำควบคู่กันไป คลองที่สำคัญได้แก่คลองประเวศบุรีรมย์ คลองพระองค์ไชยานุชิต คลองสำโรง คลองด่าน คลองลาดกระบัง คลองบางโฉลงคลองจระเข้ใหญ่ คลองบางเสาธง คลองบางปลา คลองชายทะเล คลองเจริญราษฎร์ และคลองระบายน้ำสุวรรณภูมิ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ตาม พรบ.การชลประทานหลวง พ.ศ.2485 สำหรับคลองขนาดเล็กต่างๆอยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีจำนวน 48 คลอง

ทรัพยากรดิน

ลักษณะดินโดยทั่วไปเกิดจากกระบวนการ 3 ลักษณะ

  1. เกิดจากการทับถมของตะกอน น้ำทะเลบนขวากทะเล (estuarine)
  2. เกิดจากการทับถมของตะกอนน้ำกร่อย หรือตะกอนน้ำทะเลบนที่ราบน้ำทะเลเคยท่วมถึง
  3. เกิดจากการทับถมของตะกอนน้ำกร่อยทับตะกอนน้ำทะเลบนที่ราบน้ำทะเลเคยท่วมถึง

ลักษณะเนื้อดินบนและดินล่างเป็นดินเหนียว หรือดินเหนียวปนทรายแห้ง ดินเป็นกรดจัดมากถึงด่างปานกลาง ความอุดมสมบูรณ์ของดินปานกลางถึงสูง บางบริเวณเป็นดินเค็มและดินกรดเนื่องจากมีน้ำทะเลท่วมถึง และพบปริมาณกำมะถันหรือสารจาโรไซด์ในดินสูง ลักษณะดินที่พบในจังหวัดฯ สามารถจำแนกได้ทั้งหมด 8 ชุดดิน คือ (1) ดินชุดท่าจีน (2) ดินชุดบางปะกง (3) ดินชุดชะอ้า (4) ดินชุดสมุทรปราการ (5) ดินชุดสมุทรสงคราม (6) ดินชุดบางกอก (7) ดินชุดบางน้ำเปรี้ยว และ (8) ดินชุดฉะเชิงเทรา

ทรัพยากรป่าชายเลน

จังหวัดสมุทรปราการเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม และที่ราบลุ่มปากแม่น้ำ ดังนั้นจึงมีพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 12,524.17 ไร่ ดินป่าชายเลนในจังหวัดฯ สามารถขุดหน้าตัดดินได้ลึกประมาณ 40 เซนติเมตร เกือบทั้งหมดเป็นดินเหนียวที่มีเนื้อละเอียดมาก (มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 1 มิลลิเมตร) ส่วนมากมีกลิ่นของซากพืช ซากสัตว์ ดินส่วนใหญ่มีสีในกลุ่มสีน้าตาล (7.5YR) และกลุ่มสีเทาอมฟ้า G2) 4 ที่ความลึก 0-5 เซนติเมตร อุณหภูมิดินอยู่ในช่วง 27.0-31.0 องศาเซลเซียส (เฉลี่ย 29.0 องศาเซลเซียส) มีค่า pH อยู่ระหว่าง 6.0-6.4 จัดอยู่ในกลุ่มดินที่มีความเป็นกรดปานกลาง ส่วนที่ความลึก 5-40 เซนติเมตรอุณหภูมิอยู่ในช่วงระหว่าง 25.0-28.0 องศาเซลเซียส ที่ความลึกจากผิวดินลึกลงไปถึงระดับ 40 เซนติเมตร บนพื้นที่หน้าตัดส่วนมากพบรากไม้ปะปน และปริมาณจุดประ (Jarosite)ในชั้นหน้าตัดดินระหว่างร้อยละ 2-20 แต่ไม่พบหินปะปนในชั้นหน้าตัดดินนี้ ปริมาณคาร์บอนรวมอยู่ในช่วงร้อยละ 1.78-3.67 โดยมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 2.73ปริมาณไนโตรเจน รวมอยู่ในช่วงร้อยละ 0.23-0.41 ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.32 ค่า C:N ratio ของดินโดยรวมของจังหวัดสมุทรปราการเท่ากับ 8.5:1 บ่งชี้ว่าดินเลนบริเวณนี้มีไนโตรเจนในปริมาณที่ค่อนข้างมากเกินไป เทียบกับปริมาณคาร์บอนในดิน ปริมาณฟอสฟอรัสรวมอยู่ในช่วงร้อยละ 0.100-0.141 ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.120

1. พันธุ์ไม้และลักษณะโครงสร้างป่าชายเลน - พันธุ์ไม้เด่นในป่าชายเลนพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ มีจำนวน 2 วงศ์2 สกุล และ 4 ชนิดคือ แสมทะเล, แสมขาว, แสมดำ และโกงกางใบเล็ก ความหนาแน่นเฉลี่ยรวมของต้นไม้ต่อพื้นที่เท่ากับ 225.26 ต้น/ไร่ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ย และความสูงเฉลี่ย เท่ากับ 11.12 เซนติเมตร และ 7.36 เมตร ตามล้าดับค่าดัชนีความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ (Shannon-Wiener diversity index) มีค่าเท่ากับ 0.1688 ค่าความชุกชุมทางชนิดพันธุ์ (Margalef’s index) เท่ากับ 1.0996 และค่าความสม่ำเสมอทางชนิดพันธุ์ (Pielou’s evenness) เท่ากับ 0.2803 พันธุ์ไม้ที่มีค่าดัชนีความสำคัญ (Important Value Index) สูงที่สุด คือ แสมขาว มีค่าเท่ากับ182.56 รองลงมา คือ แสมทะเล เท่ากับ 61.72

2. สัตว์ที่พบในป่าชายเลน - สัตว์ที่พบในป่าชายเลนจังหวัดสมุทรปราการ ประกอบไปด้วย

           2.1 กลุ่มของประชาคมสิ่งมีชีวิตพื้นป่าชายเลน (Mangrove Benthic Organism) หรือสัตว์หน้าดินพื้นป่าชายเลน ในจังหวัด O พบมีค่าความหนาแน่น เท่ากับ 70.00 ตัว/ตารางเมตร มีค่าดัชนีความหลากหลาย (H/) เท่ากับ 0.37 และมีค่าความสม่ำเสมอ (J/) เท่ากับ 0.24 สัตว์ที่พบได้แก่ หอยเรดเชลล์ ปูแสมปูก้ามดาบ และไส้เดือนทะเล

          2.2 กลุ่มของนกในป่าชายเลน ในจังหวัดสมุทรปราการ พบจำนวน 16 ชนิด 15 สกุล 8 วงศ์และ 4 อันดับ ตัวอย่างนกที่พบได้แก่ นกตีนเทียน นกหัวโตเล็กขาเหลือง นกกินเปี้ยว เป็นต้น

          2.3 กลุ่มของแมลง พบจำนวน 6 อันดับ 10 วงศ์ และ 13 ชนิดได้แก่ แมลงค่อมทอง,

มวนหลังแข็ง, ต่อ, ผีเสื้อเณรธรรมดา เป็นต้น โดยไม่สามารถจำแนกวงศ์ได้1 ชนิด ได้แก่ ผีเสื้อกลางวัน ฯลฯ

3. การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลน - การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดสมุทรปราการ เกิดจากการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ ป่าชายเลนเพื่อกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การเกษตร นาเกลือ นากุ้ง ท่าเทียบเรือ เป็นต้น จากโครงการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลน พ.ศ. 2552 ได้จำแนกเขตการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลนออกเป็นพื้นที่ต่าง ๆ แยกตามเขตการปกครองระดับอำเภอ

Read 464 times Last modified on 08/06/2018

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.