22/05/2018

ภูมิรัฐศาสตร์และการปกครอง

Written by  FSRU จ.สมุทรปราการ
Rate this item
(0 votes)

ข้อมูลทั่วไปจังหวัดสมุทรปราการ

                                    

                    สมุทรปราการ เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางของ ประเทศไทย และยังเป็นจังหวัดใน เขตปริมณฑล ของ กรุงเทพมหานคร จัดตั้งขึ้นครั้งล่าสุดโดย พระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดนครนายก พุทธศักราช 2489 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2489

ในสมัยอยุธยามีชื่อเมืองสมุทรปราการในกฎหมายซึ่งตราขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2178 แต่ตัวเมืองจะตั้งอยู่ที่ใดในเวลานั้นไม่ปรากฏชัด มีหลักฐานแต่เพียงว่า ที่ปากคลองบางปลากด ฝั่งขวาของ แม่น้ำเจ้าพระยา มีพ่อค้าชาวฮอลันดามาตั้งห้างพักสินค้าอยู่ ณ ที่นั้นและเมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมโกศทรงแต่งสมณทูตไปลังกากล่าวว่าออกเรือจากเมืองธนบุรีไปถึงตึกฮอลันดาที่ตำบลบางปลากดแสดงว่าที่นั่นคงมีผู้คนอาศัยอยู่มากอาจเป็นตัวเมืองสมุทรปราการในครั้งนั้นก็ได้ ต่อมาเมื่อ กรุงศรีอยุธยา เสียแก่พม่าใน พ.ศ. 2310 ปรากฏหลักฐานว่า พม่าได้มาปล้นบ้านเรือนราษฎรที่ตำบลบางเมืองในเขตเมืองสมุทรปราการด้วย ใน สมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองสมุทรปราการบัดนี้ที่ตำบลบางเมืองเมื่อ พ.ศ. 2362 พร้อมกับสร้างป้อมป้องกันเรือของข้าศึกรวม 6 ป้อมและใน พ.ศ. 2366 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระสมุทรเจดีย์บนเกาะกลางน้ำด้วย อนึ่ง สมุทรปราการ เรียกกันเป็นสามัญว่า "ปากน้ำ" เพราะตัวเมืองตั้งอยู่บริเวณปาก แม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งซ้าย ห่างจากปากแม่น้ำเข้ามาราว 6 กิโลเมตร [3]

จังหวัดสมุทรปราการเป็น เขตปริมณฑล จังหวัดสมุทรปราการมีเนื้อที่ 1,004 ตารางกิโลเมตร อาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับ กรุงเทพมหานคร และ จังหวัดฉะเชิงเทรา, ทิศตะวันออกติดต่อกับ จังหวัดฉะเชิงเทรา, ทิศใต้จรด อ่าวไทย, ทิศตะวันตกติดต่อกับ กรุงเทพมหานคร ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มทั้งหมด มี แม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่านทางซีกตะวันตกของจังหวัด จากทิศเหนือไปทิศใต้ลงสู่ อ่าวไทย มีชายฝั่งทะเลยาว 47.5 กิโลเมตร เดิมชายฝั่งทะเลมีป่าชายเลนกว้างขวาง เนื่องจากมีตะกอนที่ แม่น้ำเจ้าพระยา นำพามาทับถมกันที่บริเวณปากน้ำแต่ปัจจุบันมีการบุกรุกป่าชายเลน ทำให้เกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นบริเวณกว้าง

ในด้านเศรษฐกิจ จังหวัดสมุทรปราการมีการทำนา ประมง และอุตสาหกรรม แหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญ เช่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พระสมุทรเจดีย์กลางน้ำ วัดอโศการาม วัดบางพลีใหญ่ วัดไพชยนต์พลเสพราชวรวิหาร วัดโปรดเกศเชษฐาราม ศาลพระเสื้อเมือง พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ เมืองโบราณ สถานตากอากาศบางปู ป้อมพระจุลจอมเกล้า สวางคนิวาส ป้อมแผลงไฟฟ้า ฟาร์มจระเข้

 

คำขวัญประจำจังหวัด: ป้อมยุทธนาวี พระเจดีย์กลางน้ำ ฟาร์มจระเข้ใหญ่ งามวิไลเมืองโบราณ สงกรานต์พระประแดง ปลาสลิดแห้งรสดี ประเพณีรับบัว ครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม

ตราประจำจังหวัด: รูปพระสมุทรเจดีย์และพระอุโบสถ

ต้นไม้ประจำจังหวัด: ต้นโพทะเล

ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกดาวเรือง

สัตว์น้ำประจำจังหวัด: ปลาสลิด

ภูมิรัฐศาสตร์และการปกครอง

ลักษณะทางภูมิศาสตร์

จังหวัดสมุทรปราการตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยอยู่ตอนปลายสุด ของแม่น้ำเจ้าพระยาและเหนืออ่าวไทย ระหว่างเส้นรุ้งที่ 13 – 14 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 100 – 101 องศา ตะวันออก มีเนื้อที่ประมาณ 1,004.092 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 627,557.50 ไร่ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งถ้าหากสังเกตแนวแบ่งเขตของจังหวัด สมุทรปราการตั้งแต่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ อำเภอพระประแดง ไปจรดอำเภอบางบ่อ ด้วยจินตนาการก็จะ พบว่า จังหวัดสมุทรปราการมีรูปร่างคล้ายส่วนหัวและล้าตัวของ “ฮิปโปโปเตมัส” ที่หั่นหน้าออกสู่ฝั่งอ่าวไทย เพื่อคอยปกป้องประเทศชาติจากการรุกรานของมวลหมู่ปัจจามิตร ด้วยจิตสำนึกและสัญชาติญาณรักษ์ถิ่นยิ่งชีพ ของตนเอง โดยพื้นที่ของจังหวัดฯ มีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ ใกล้เคียง ดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ กรุงเทพมหานคร                 ระยะทางยาว 55 กิโลเมตร
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ อ่าวไทย           ระยะทางยาว 47.2 กิโลเมตร
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยะทางยาว 42.6 กิโลเมตร
  • ทิศตะวันตก กรุงเทพมหานคร ระยะทางยาว 34.2 กิโลเมตร

ลักษณะภูมิประเทศ

พื้นที่ของจังหวัดส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ไม่มีภูเขา มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน มีลำคลองมากมาย เช่น คลองสำโรง คลองสรรพสามิต ฯลฯ ซึ่งมีความสำคัญในด้านการชลประทานเพื่อการเกษตร และเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งทางน้ำ โดยทั่วไปลักษณะภูมิประเทศสามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน

     1. พื้นที่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะสำหรับทำสวน

     2. พื้นที่ราบกว้างใหญ่ ทางตอนเหนือและตะวันออก เหมาะแก่การทำนา ทำสวน มีประตูน้ำชลประทาน สำหรับป้องกันน้ำเค็ม เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญของจังหวัด

     3. พื้นที่บริเวณตอนใต้ใกล้ชายฝั่งทะเล น้ำทะเลท่วมถึง

ภูมิอากาศ

จังหวัดสมุทรปราการ มีพื้นที่ติดกับอ่าวไทย มีอากาศเย็นสบายไม่ร้อนจัด ในช่วงฤดูร้อนมีความชื้นในอากาศสูง เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากลมทะเลในอ่าวไทย และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย ( สถิติย้อนหลัง 10 ปี ) 1,032.78 มิลลิเมตรต่อปี

ฝนตกชุกเดือนกันยายน

 

การปกครองและการบริหาร

การบริหารราชการส่วนภูมิภาค

จังหวัดสมุทรปราการแบ่งการปกครองส่วนภูมิภาค แบ่งออกเป็น 6 อำเภอ ประกอบไปด้วย

     1. อำเภอเมืองสมุทรปราการ

     2. อำเภอบางบ่อ

     3. อำเภอบางพลี

     4. อำเภอพระประแดง

     5. อำเภอพระสมุทรเจดีย์

     6. อำเภอบางเสาธง

 ใน 6 อำเภอ แบ่งออกเป็น 50 ตำบล 405 หมู่บ้าน

 

การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 49 แห่ง ประกอบด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น โดยมี 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 4 แห่ง เทศบาลตำบล 13 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 30 แห่ง จำแนกได้ ดังนี้

อำเภอเมืองสมุทรปราการ

เทศบาล 7 แห่ง : เทศบาลนครสมุทรปราการ เทศบาลเมืองปากน้ำสมุทรปราการ เทศบาลตำบลสำโรงเหนือ เทศบาลตำบลบางปู เทศบาลตำบลแพรกษา เทศบาลตำบลด่านสำโรง และเทศบาลตำบลบางเมือง

อบต. 5 แห่ง : แพรกษา บางด้วน บางโปรง เทพารักษ์ และแพรกษาใหม่

อำเภอบางบ่อ

เทศบาล 4 แห่ง : เทศบาลตำบลบางบ่อ เทศบาลตำบลคลองสวน เทศบาลตำบลคลองด่าน และเทศบาลตำบลบางพลีน้อย

อบต. 7 แห่ง : บางเพรียง บ้านระกาศ คลองด่าน บางบ่อ คลองนิยมยาตรา คลองสวน และเปร็ง

อำเภอบางพลี

เทศบาล 1 แห่ง : เทศบาลตำบลบางพลี

อบต. 6 แห่ง : บางพลีใหญ่ บางแก้ว บางโฉลง บางปลา ราชาเทวะ และหนองปรือ

 

อำเภอพระประแดง

เทศบาล 3 แห่ง : เทศบาลเมืองพระประแดง เทศบาลเมืองลัดหลวง และเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย

อบต. 6 แห่ง : ทรงคนอง บางกระสอบ บางยอ บางน้ำผึ้ง บางกะเจ้า และบางกอบัว

อำเภอพระสมุทรเจดีย์

เทศบาล 2 แห่ง : เทศบาลตำบลพระสมุทรเจดีย์และเทศบาลตำบลแหลมฟ้าผ่า

อบต. 4 แห่ง : บ้านคลองสวน ในคลองบางปลากด แหลมฟ้าผ่า และนาเกลือ

อำเภอบางเสาธง

เทศบาล 1 แห่ง : เทศบาลตำบลบางเสาธง

อบต. 3 แห่ง : บางเสาธง ศีรษะจรเข้น้อย และศีรษะจรเข้ใหญ่

 

รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ

ลำดับ

ชื่อ

เริ่มต้น

สิ้นสุด

1

พระยาอรรคราชนารถภักดี

2410

2430

2

พระยาสมุทรบุรารักษ์

2432

2439

3

พระยามหาบรีรมย์

2439

2450

4

พระยาพิพิธมนตรี 

2450

2454

5

พระยาชัยวิชิตวิศิษฐ์ธรรมธาดา

2454

2458

6

พระยาวรุนฤทธีศรีสมุทรปราการ 

2458

2468

ลำดับ

ชื่อ

เริ่มต้น

สิ้นสุด

7

พ.ต.อ.พระยาทรงพลภาพ

2468

2472

8

พระยากัลยาวัฒนวิศิษฐ์

2472

2474

9

พระชาติตระการ

2474

2476

10

รอ.หลวงวุฒิราษฎร์รักษา

2476

2478

11

หลวงจรูญประศาสน์ 

2478

2481

12

นท.พระประยุทธชลธี ร.น

2481

2482

13

ขุนบุรีภิรมย์กิจ

2482

2485

14

นายปรง พหูชนม์ 

2489

2490

15

พระบรรณศาสตร์สาธร

2490

2490

16

นายลิขิต สัตยายุทย์ 

2491

19-มิ.ย.-93

17

หลวงอรรถวิภัชน์พจนกร

19-มิ.ย.-93

3-เม.ย.-94

18

ขุนธรรมรัฐธุราธร

1-ก.ค.-95

1-ก.ค.-95

19

นายเกียรติ ธนกุล

1-ก.ค.-95

18-เม.ย.-96

20

นายสุทิน วิวัฒนะ

3-เม.ย.-96

13-เม.ย.-97

21

พ.ต.ท.นายราชภักดี 

13-เม.ย.-97

17-ก.พ.-00

22

นายนารถ มนตเสวี

20-ก.พ.-00

9-ต.ค.-02

23

นายวิทูร จักกะพาก

9-ต.ค.-02

1-ต.ค.-08

24

นายเจือ อ่ำพันธุ์

1-ต.ค.-08

18-ส.ค.-14

25

นายวินิจ ภูมิวุฒิสาร

1-ต.ค.-14

6-ธ.ค.-14

26

ร.ต.ต.ช้น สุวรรณทรรถ

15-ธ.ค.-14

10-ก.ย.-17

27

นายเวทย์ นิจถาวร 

9-ต.ค.-17

26-ก.ย.-18

28

นายอนันต์ อนันตกูล

10-ต.ค.-18

4-ม.ค.-20

29

นายกริช เกตุแก้ว

5-ม.ค.-20

5-ต.ค.-23

30

นายธวัช มกรพงศ์

6-ต.ค.-23

11-ต.ค.-24

31

นายสายสิทธิ พรแก้ว

10-ต.ค.-24

30-ก.ย.-27

32

นายวิโรจน์ อำมรัตน์

1-ต.ค.-27

30-ก.ย.-29

33

ม.ล.ภัคศุก กำภู

1-ต.ค.-29

30-ก.ย.-32

34

นายประเวศ ต่อตระกูล

1-ต.ค.-32

30-ก.ย.-34

35

นายไพทูรย์ สุนทรวิภาต 

1-ต.ค.-34

30-ก.ย.-37

36

นายวีระ รอดเรือง

1-ต.ค.-37

30-ก.ย.-42

37

นายสมบูรณ์ สุขสำราญ

1-ต.ค.-42

30-ก.ย.-44

ลำดับ

ชื่อ

เริ่มต้น

สิ้นสุด

38

นายสว่าง ศรีศกุน

1-ต.ค.-44

30-ก.ย.-45

39

นายสุรอรรถ ทองนิรมล 

1-ต.ค.-45

1-พ.ค.-48

40

นายสุขุมรัฎฐ์ สาริบุตร

9-พ.ค.-48

12-พ.ย.-49

41

นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ 

13-พ.ย.-49

19-ต.ค.-51

42

นายขวัญชัย วงศ์นิติกร 

20-ต.ค.-51

30-ก.ย.-52

43

นายสุรชัย ขันอาสา 

1-ต.ค.-52

1-ต.ค.-53

44

นายเชิดศักดิ์ ชูศรี

1-ต.ค.-53

28-พ.ย.-54

45

นางวรรณิดา บุญประคอง 

28-พ.ย.-54

8-ต.ค.-55

46

นายคณิต เอี่ยมระหงษ์

8-ต.ค.-55

4-ก.ค.-57

47

นายพินิจ หาญพาณิชย์

4-ก.ค.-57

30-ก.ย.-59

48

นายชาติชาย อุทัยพันธ์

1-ต.ค.-59

ปัจจุบัน

 

ผู้บริหารจังหวัดสมุทรปราการ

 

นายชาติชาย  อุทัยพันธ์
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ

 

 

                                                                                                                                                        

นายกมล  เชียงวงศ์                                             นางศิวพร  ฉั่วสวัสดิ์ 
รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ                             รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ

 

ประชากรศาสตร์

จังหวัดสมุทรปราการมีประชากรตามทะเบียนราษฎรมากเป็นอันดับ 14 ของประเทศ และอันดับ 2 ของภาคกลาง รองจากกรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นจังหวัดฯ รองรับการขยายตัวจากกรุงเทพฯ และสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิทั้งในด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรม การค้า การบริการและการกระจายตัวของประชากร จึงทำให้จังหวัดฯ มีประชากรที่ย้ายถิ่นจากที่อื่นมาอาศัยอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งประชากรที่เคลื่อนย้ายเข้ามาโดยแจ้งย้ายที่อยู่อย่างถูกต้อง และไม่แจ้งย้ายที่อยู่เข้ามาอาศัยทำให้จำนวนประชากรที่มีอยู่จริงสูงกว่าจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎรเกือบเท่าตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในวัยทำงานจะมีรายชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎรต่ำกว่ากลุ่มอื่น โดยข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2559 จังหวัดฯ มีประชากรตามทะเบียนราษฎรทั้งสิ้น 1,288,158คน แยกเป็นชาย 617,406คน หญิง 670,752 คน ซึ่งจะพบว่าประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการมากที่สุด รองลงมา คืออำเภอบางพลี และอำเภอพระประแดง ตามล้าดับ โดยมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรต่อพื้นที่จังหวัดฯ โดยเฉลี่ยประมาณ 1,253 คนต่อตารางกิโลเมตร

 

สถานการณ์ด้านประชากร

ประชากรตามทะเบียนราษฎร

จังหวัดสมุทรปราการมีประชากรตามทะเบียนราษฎรทั้งสิ้น 1,288,158 คน แยกเป็นชาย 617,406 คน หญิง 670,752 คน ซึ่งจะพบว่าประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการมากที่สุด รองลงมาคืออำเภอบางพลี และอำเภอพระประแดง ตามล้าดับ (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2559)

 

ประชากรแฝง

อย่างไรก็ตาม จังหวัดสมุทรปราการมีกลุ่มประชากรแฝงที่ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎร และเดินทางเข้ามาทำงานไปเช้า – เย็นกลับ ซึ่งทำให้ประชากรที่อาศัยอยู่จริงมากกว่าประชากรที่ปรากฏตามทะเบียนราษฎร จากการสำรวจข้อมูลสัดส่วนประชากรแฝงของจังหวัดสมุทรปราการ โดยสำนักวิจัยเศรษฐกิจและการประเมิน ผลของบริษัทเอกเซลเลนท์บิสเนส จ้ากัด พบว่า จังหวัดฯ มีสัดส่วนประชากรที่มีชื่อในทะเบียนราษฎร คิดเป็นร้อยละ 51.1 ประชากรที่ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎร คิดเป็นร้อยละ 47.5 และประชากรที่เดินทางเช้าไปเย็นกลับ ประมาณร้อยละ 1.4 ของจำนวนประชากรที่เข้ามาอาศัยอยู่จริง ดังนั้นเมื่อวิเคราะห์คาดการณ์จังหวัดสมุทรปราการน่าจะมีประชากรที่เข้ามาอยู่อาศัยจริงและเข้ามาทำงานทั้งสิ้นประมาณ 2,525,857 คน ซึ่งประกอบด้วยประชากรที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร จำนวน 1,288,158 คนประชากรที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร จำนวน 1,197,407 คน และประชากรที่เดินทางแบบไปเช้า - เย็นกลับ จำนวน 35,292 คน ซึ่งเป็นภาระรับผิดชอบของภาครัฐที่จะให้บริการ และดูแลในเรื่องของสุขอนามัยการศึกษา และสาธารณูปโภคให้เพียงพอและทั่วถึง

 

ประชากรจำแนกตามกลุ่มอายุ

จังหวัดสมุทรปราการ มีโครงสร้างประชากรที่สามารถจำแนกตามกลุ่มอายุ ประกอบด้วยอายุต่ำกว่า 5 ปี (วัยเด็ก) อายุ 5-14 ปี (วัยเรียน) อายุ 15-59 ปี (วัยแรงงาน) และอายุ 60 ปีขึ้นไป (วัยสูงอายุ) มีรายละเอียดดังนี้

 

 

                       จากการวิเคราะห์โครงสร้างประชากร โดยจำแนกตามกลุ่มอายุ/กลุ่มประชากร ปี พ.ศ. 2558 พบว่าจังหวัดสมุทรปราการมีประชากรส่วนใหญ่อยู่ในวัยแรงงาน (อายุ 15-59 ปี) คิดเป็นร้อยละ 68 รองลงมาคือ วัยสูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) วัยเรียน (อายุ 5- 14 ปี) และวัยเด็ก (อายุต่ำกว่า 5 ปี) คิดเป็นร้อยละ 13 , 12และ 5 ตามลำดับ หากวิเคราะห์สถิติโครงสร้างประชากร จำแนกตามกลุ่มอายุ/กลุ่มประชากร ในช่วง ปี พ.ศ. 2555 – 2558 พบว่า ประชากรวัยแรงงาน มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ปี แต่มีสัดส่วนลดลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรในภาพรวม ในขณะที่ประชากรวัยเรียน มีจำนวนลดลงเล็กน้อยในทุก ๆ ปี และมีสัดส่วนลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับประชากรในภาพรวม ส่วนประชากรวัยเด็กมีสัดส่วนลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับประชากรในภาพรวม จากสถิติโครงสร้างประชากรในกลุ่มประชากรวัยสูงอายุ พบว่า จังหวัดสมุทรปราการ มีจำนวนประชากรวัยสูงอายุเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี และมีสัดส่วนของประชากรกลุ่มวัยสูงอายุสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากปี พ.ศ. 2555 –2557และมีจำนวนลดลงในปี พ.ศ. 2558 อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของจำนวนประชากรวัยสูงอายุของจังหวัดสมุทรปราการ ในปี พ.ศ. 2555 – 2558 นั้นมีสัดส่วนประชากรเกินกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งจังหวัด ซึ่งแสดงให้เห็นว่า จังหวัดสมุทรปราการนั้นเป็นสังคมที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging society)

กลุ่มชาติพันธุ์

จังหวัดสมุทรปราการมีกลุ่มทางชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ได้แก่ กลุ่มคนไทยพื้นเมือง มลายูลาว มอญ จีน ฯลฯ ปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดความหลากหลายทางชาติพันธุ์นี้มีหลายสาเหตุด้วยกันคือ กลุ่มมอญที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานสร้างชุมชนเมืองหน้าด่านป้องกันศึกทางทะเล กลุ่มลาวที่ถูกกวาดต้อนมาในสมัยสงครามแถบคลองมหาวงษ์และส่วนใหญ่ย้ายกลับไปอยู่แถบนครนายก กลุ่มมลายูมุสลิมที่เข้ามาทำการเกษตรและเป็นแรงงานในการขุดคลองเพื่อชลประทาน กลุ่มคนจีนที่เข้ามาค้าขาย กลุ่มชาติพันธ์กลุ่มต่างๆ เหล่านี้กลายเป็นประชากรในจังหวัดฯ สืบทอดมาถึงปัจจุบัน เช่น

     พระประแดงแหล่งมอญ - ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมีชาวมอญอพยพหนีภัยสงครามเข้ามามากจึงโปรดเกล้าฯ ให้ไปตั้งภูมิล้าเนาในแขวงเมืองธนบุรี นนทบุรี และนครเขื่อนขันธ์หรือพระประแดง พระประแดงจึงกลายเป็นชุมชนมอญขนาดใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาได้ขยายการตั้งถิ่นฐานไปยังอำเภอบางพลีและอำเภอบางบ่อมีอาชีพทำนาเป็นหลัก ในอำเภอพระประแดงมีวัดทรงธรรม และวัดคันลัดซึ่งเป็นศูนย์กลางชุมชน กลุ่มชาวไทยเชื้อสายมอญเหล่านี้ยังสามารถรักษาความเชื่อขนบธรรมเนียมประเพณีของตนไว้ได้จนถึงปัจจุบัน เช่น การนับถือผี การสวดมนต์ การเผาศพ ประเพณีสงกรานต์ และการตั้งบ้านเรือน ฯลฯ

จีนผู้กุมฐานเศรษฐกิจ - บริเวณอำเภอเมืองเป็นย่านชุมชนที่อยู่อาศัยของชาวจีน ซึ่งเข้ามาตั้งรกรากค้าขายริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเมืองสมุทรปราการและริมคลองสำโรงและคลองสาขา มีศาลเจ้าจีนและเจว็ดไม้ ได้แก่ ศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าพ่อบางพลีใหญ่ และศาลเจ้าตั้วปูนเถ่ากง ส่วนศาลเจ้าหลักเมืองเดิมเป็นอาคารทรงไทย แต่เมื่อทรุดโทรมลงผู้ที่เคารพบูชาซึ่งส่วนใหญ่มีเชื้อสายจีนจึงร่วมกันสร้างรูปแบบศาลเจ้าจีนและเมื่อมีการขยายตัวของชุมชน รวมทั้งการให้ความสำคัญกับถนนศาลเจ้าจึงเปลี่ยนมาอยู่ริมถนนแทนศาลเจ้ารุ่นหลังๆ ที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่บางแห่งสร้างโดยชาวจีนไต้หวันที่เข้ามาทำโรงงานอุตสาหกรรม

 

 

Read 400 times Last modified on 24/05/2018

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.