Print this page
24/05/2018

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Written by  FSRU จ.ชลบุรี
Rate this item
(1 Vote)

ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม

พื้นที่จังหวัดชลบุรีมีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าแก่การอนุรักษ์และการพัฒนาโดยเฉพาะแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีศักยภาพเพื่อการท่องเที่ยว อาทิ ชายหาดที่มีชื่อเสียง และเกาะต่างๆ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่และประเทศ

 

  1. ทรัพยากรป่าไม้

1) ในปี 2554จังหวัดชลบุรีมีเนื้อที่ป่าไม้ 480.62 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณร้อยละ 11.02 ของเนื้อที่ทั้งหมดของจังหวัดและมีการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ในปี 2553 โดยเป็นป่าบกจำนวน480.62 ตารางกิโลเมตรป่าชายเลนจำนวน 3.99 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 9แห่งเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 906,396 ไร่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจำนวน2แห่งเนื้อที่รวมทั้งสิ้น128,812 ไร่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำบางพระเนื้อที่ 11,600 ไร่ นอกจากนี้ยังมีวนอุทยานจำนวน1แห่งได้แก่วนอุทยานน้ำตกเขาเจ้าบ่อทองเนื้อที่19,475 ไร่พื้นที่ป่าในเขตชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น1,2 เนื้อที่ 75,235 ไร่ ป่าเขาชีโอนเนื้อที่ 2,299 ไร่และพื้นที่อนุรักษ์และป่าชายเลนเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 4,510 ไร่

2) ในปี 2558 จังหวัดชลบุรีมีเนื้อที่ป่าไม้ 338,435.20 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 12.01  ของเนื้อที่ทั้งหมดของจังหวัด มีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 9 ป่า เนื้อที่รวมทั้งสิ้น 906,396 ไร่

 

 

ป่าสงวนแห่งชาติ

เขตรักษาสัตว์ป่า

ห้ามล่าสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ

วนอุทยานแห่งชาติ

โครงการพระราชดำริ

9

2

2

-

1

1

 

พื้นที่ป่าไม้ที่คงเหลืออยู่ในปัจจุบันจึงอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ประเภทอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งยังมี โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด (ภาคตะวันออก) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ 1 โครงการ

ปัจจุบันพื้นทีป่าไม้ถูกบุกรุกทำลาย ถูกนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการอุตสาหกรรมและธุรกิจต่างๆ      3) นอกจากนี้รัฐบาลได้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินในเขตป่าเศรษฐกิจเสื่อมสภาพ จำนวน 4 แห่ง   เนื้อที่รวม 595,477.90 ไร่ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าครอบครองและประกอบอาชีพ ดังนี้ (1) ป่าสงวนแห่งชาติป่าบางละมุง อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ เนื้อที่ 85,161.66 ไร่  (2) ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองตะเคียน อำเภอบ่อทอง อำเภอหนองใหญ่ เนื้อที่ 245,164.70 ไร่  (3) ป่าสงวนแห่งชาติป่าท่าบุญมี-บ่อทอง อำเภอบ่อทอง อำเภอพนัสนิคม เนื้อที่ 138,569.54 ไร่ (4) ป่าสงวนแห่งชาติป่าป่าแดง-ชุมนุมกลาง อำเภอหนองใหญ่ เนื้อที่ 126,562 ไร่

 

  1. ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเล

ปัจจุบันทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลของพื้นที่จังหวัดชลบุรีมีทั้งระบบนิเวศป่าชายเลน แนวปะการัง และแหล่งหญ้าทะเล

1) ป่าชายเลน พันธุ์ไม้ป่าชายเลนส่วนใหญ่เริ่มจากริมฝั่งทะเลซึ่งเป็นบริเวณดินเลนอ่อนน้ำทะเลท่วมถึงอย่างสม่ำเสมอ เป็นเขตของไม้โกงกาง ถัดเข้ามาเป็นเลนตื้นน้ำท่วมถึงสม่ำเสมอ เป็นกลุ่มไม้ถั่วและแสม ถัดเข้ามาอีก เป็นเลนแข็งน้ำท่วมถึงครั้งคราว เป็นเขตของไม้ตะบูน โปรง และฝาด เขตสุดท้ายบริเวณดินแข็งติดกับแนวป่าบกมีน้ำทะเลท่วมถึงบางครั้งในรอบเดือนหนึ่งๆ เป็นเขตของไม้เสม็ด พื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดชลบุรี ในปี 2557 มีอยู่เพียง 4,552 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.166ของพื้นที่จังหวัด              

2) แนวปะการัง ลักษณะปะการังที่ค้นพบบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรีจนถึงหมู่เกาะกูด จังหวัดตราด ได้แก่ ปะการังกิ่งน้ำตาลเขียว (Tree coral) ปะการังอ่อน (Soft coral) กัลปังหา (Sea fan) ปะการังสมอง (Brain coral) ปะการังเขากวาง (Table coral)              พื้นที่แนวปะการังที่สำคัญของจังหวัดชลบุรี มี 6,472 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม บางพื้นที่มีความสมบูรณ์ในระดับปานกลาง พบมากในบริเวณหมู่เกาะล้าน เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง  (เกาะล้าน เกาะสาก และเกาะครก) และหมู่เกาะแสมสาร อำเภอสัตหีบ (เกาะแสมสาร เกาะแรด และเกาะขาม)

3) แหล่งหญ้าทะเล เจริญเติบโตในบริเวณอ่าวและหมู่เกาะที่คลื่นลมสงบ ราวเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม และบางพื้นที่พบได้ตลอดทั้งปี หญ้าทะเลที่พบ ได้แก่ Halophila decipiens, Halophila minor, Halodule pinfolia และ Ruppia maritima ฯลฯ พบมากในบริเวณเกาะคราม เกาะพระ ในพื้นที่อ่าวสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

                                                                        

  1. ทรัพยากรดิน

ลักษณะโดยทั่วไปของดินในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เป็นดินที่เกิดจากการผุกร่อนของภูเขามีการระบายน้ำดี แต่ใช้เพาะปลูกได้ไม่นานก็หมดธาตุอาหาร ต้องใช้ปุ๋ยเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ เป็นดินที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืชไร่ยางพารา และทำสวนผลไม้ ลักษณะของดินในพื้นที่จังหวัดชลบุรีประกอบด้วยดินชุดต่างๆ โดยกลุ่มดินในจังหวัดชลบุรีสามารถแบ่งได้เป็น 5 ชนิด ได้แก่กลุ่มดินนา กลุ่มดินไร่ กลุ่มดินตื้น กลุ่มดินทราย และพื้นที่ภูเขา

ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลของจังหวัดชลบุรีมีลักษณะเป็นดินตะกอนตามชายฝั่งหรือที่ลุ่มริมทะเล ดินเลนน้ำเค็มเหมาะแก่การเจริญเติบโตของแสม โกงกาง ไม้พุ่มเตี้ย และไม้ลำต้นอ่อน เนื่องจากพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกตั้งอยู่ติดกับชายฝั่งอ่าวไทย ทำให้คุณสมบัติของดินในพื้นที่มีทั้งข้อดีข้อเสีย คือ  มีข้อได้เปรียบด้านความอุดมสมบูรณ์ของดิน เนื่องจากวัตถุต้นกำเนิดดินเป็นดินตะกอนปากแม่น้ำทับถมกัน ในขณะเดียวกัน พื้นที่ติดกับทะเลมีปัญหาเรื่องน้ำเค็มและน้ำกร่อยส่งผลต่อคุณภาพของดินเป็นดินเปรี้ยวและดินเค็ม    

 

  1. ทรัพยากรแร่

ในเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรีมีการสำรวจพบแหล่งแร่เหล็ก พลวง แบไรต์แคลไซต์โดโลไมต์ เฟลด์สปาร์ แต่มีปริมาณสำรองน้อยไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนในเชิงพาณิชย์ จึงไม่มีผู้สนใจทำเหมืองแร่ยกเว้นแร่พลวง ที่มีการทำเหมืองอยู่ในท้องที่ตำบลบ่อทอง อำเภอบ่อทอง แต่ก็มีปริมาณสำรองน้อยเช่นกัน ช่วงเวลาที่ผ่านมาจึงไม่มีผลผลิตแต่อย่างใด ปัจจุบันเหมืองแร่ที่มีการผลิตอย่างต่อเนื่องมีเพียงเหมืองแร่หิน อุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง โดยแยกเป็น 2 ชนิด คือ แร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน และแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินแกรนิตเพื่ออุตสาหกรรมการก่อสร้าง มีเหมืองแร่จำนวน 33 แห่ง ปริมาณผลิตในปี 2557 จำนวน 14,056,802 ตัน       

 

  1. ทรัพยากรน้ำ

1 แหล่งน้ำผิวดิน         

            1) แหล่งน้ำธรรมชาติของจังหวัดชลบุรี มีแม่น้ำลำธาร 2 ลุ่มน้ำสาขา ได้แก่ ลุ่มน้ำสาขาชลบุรี และลุ่มน้ำสาขาคลองหลวง ครอบคลุมพื้นที่ 4,447 ตารางกิโลเมตร ใน 11 อำเภอ 92 ตำบล

 

ลำดับ

ชื่อลุ่มน้ำสาขา

อำเภอ

จำนวนตำบล

พื้นที่       (ตร.กม.)

1

ชลบุรี

เมืองชลบุรี ศรีราชา บางละมุง สัตหีบ เกาะสีชัง

40

1,684

2

คลองหลวง

พานทอง พนัสนิคม บ่อทอง หนองใหญ่ บ้านบึง เกาะจันทร์

52

2,753

 

                2) ปริมาณน้ำเก็บกัก เป็นปริมาณน้ำที่สามารถเก็บกักได้ในแต่ละปีจากความจุของแหล่งกักเก็บน้ำที่มีการก่อสร้างแล้วเสร็จในปัจจุบัน ทั้งที่เป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ของกรมชลประทาน และโครงการพัฒนาแหล่งน้ำของหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมทรัพยากรน้ำ เป็นต้น โดยปัจจุบัน ความสามารถในการเก็บกักน้ำได้น้อย จึงก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในเกือบทุก

อำเภอของพื้นที่อ่างเก็บน้ำในจังหวัดชลบุรีในปี 2557 มีทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก รวม 50 อ่าง  อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ได้แก่ อ่างเก็บน้ำบางพระ

รวม

ประเภทแหล่งน้ำ Type of water resources

อ่างเก็บน้ำ

ฝายคอนกรีต

ทำนบ

สระหนองบึง

คู คลอง

บ่อบาดาล

บ่อน้ำตื้น

ขนาดใหญ่

ขนาดกลาง

ขนาดเล็ก

2,057

1

7

42

66

6

39

51

1,753

92

 

แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น เศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีขยายตัวอยู่ในอัตราสูงทำให้ความต้องการน้ำดิบเพื่ออุตสาหกรรมการเกษตรและการอุปโภคบริโภคขยายตัวอย่างรวดเร็วดังนั้นปริมาณน้ำธรรมชาติจึงไม่เพียงพอกับความต้องการทำให้จังหวัดจำเป็นต้องสร้างแหล่งน้าขึ้นคืออ่างเก็บน้ำเนื่องจากจังหวัดชลบุรีไม่มีแม่น้ำไหลผ่านจึงจำเป็นต้องสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อกักเก็บน้ำดิบจากน้าฝนอ่างเก็บน้ำที่สร้างแล้วเสร็จที่สำคัญมีอยู่ทั้งหมด12แห่งสามารถจุน้ำได้ 188.03 ล้านลูกบาศก์เมตรอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดได้แก่อ่างเก็บน้ำบางพระอำเภอศรีราชาซึ่งครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน 6,200ไร่และสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 117 ล้านลูกบาศก์เมตรอ่างเก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่รองลงมาได้แก่อ่างเก็บน้ำหนองค้อกักเก็บน้ำได้ประมาณ 21.40ล้านลูกบาศก์เมตร

นอกจากนี้ ยังมีโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลเกาะจันทร์ อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี  dรมชลประทานได้ประกาศวันเริ่มโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2552 ให้กรมชลประทานดำเนินโครงการ โดยอ่างเก็บน้ำคลองหลวง เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบางปะกงตอนบนและสาขา เพื่อให้มีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกและอุปโภค-บริโภค ช่วยป้องกัน และบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำ รวมทั้งรองรับการพัฒนา ด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมในบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก อ่างเก็บน้ำคลองหลวงสามารถกักเก็บน้ำได้ 98 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้สำหรับพื้นที่ชลประทาน อุปโภค-บริโภค และอุตสาหกรรมในพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ รวมทั้งเพื่อบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ อำเภอพานทอง อำเภอพนัสนิคม อำเภอเกาะจันทร์ อำเภอบ่อทอง และอำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี

  1. แหล่งน้ำบาดาล

มีอยู่จำกัดเนื่องจากเป็นบริเวณที่รองรับด้วยหินซึ่งสามารถกักเก็บน้าเป็นปริมาณมากน้ำบาดาลในจังหวัดชลบุรีส่วนใหญ่จะกร่อยหรือเค็มโดยเฉพาะบริเวณเขตอำเภอพานทองอำเภอพนัสนิคมและพื้นที่ริมทะเลตั้งแต่อำเภอเมืองชลบุรีถึงอำเภอบางละมุงทั้งนี้ยกเว้นบางบริเวณที่มีชั้นชายหาดซึ่งจะมีน้ำบาดาลระดับตื้นและมีคุณภาพจืดโดยทั่วไปน้ำบาดาลในจังหวัดชลบุรีจะมีปริมาณสารคลอไรต์ฟลูออไรท์และธาตุเหล็กสูงเกินกว่ามาตรฐานน้ำดื่มโดยมีปริมาณเหล็กเฉลี่ย 1-5 มิลลิกรัม/ลิตร บางแห่งสูงถึง 10-30 มิลลิกรัม/ลิตรในขณะที่มาตรฐานน้ำบาดาลที่ใช้บริโภคได้ควรมีปริมาณเหล็กไม่เกิน0.5 มิลลิกรัม/ลิตรมีปริมาณสารคลอไรด์ไม่เกิน 200 มิลลิกรัม/ลิตรและปริมาณฟลูออไรท์ไม่เกิน 0.1 มิลลิกรัม/ลิตร การพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่ มีบ่อน้ำบาดาลจำนวนมาก ส่วนใหญ่ขุดเจาะขึ้นเพื่อใช้น้ำในการผลิตประปาหมู่บ้าน และเพื่อการอุปโภคบริโภคในครัวเรือนสำหรับกิจกรรมทางการเกษตร อุตสาหกรรม ประมง และปศุสัตว์มีอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก บริเวณที่มีศักยภาพน้ำบาดาลเหมาะสมต่อการนำมาใช้  ได้แก่บริเวณด้านตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี คลุมพื้นที่ประมาณ 400 ตารางกิโลเมตร น้ำใต้ดินอยู่ในรอยแตกรอยแยกของหินแปรและหิน Conglomerate ปริมาณน้ำตั้งแต่ 10-25 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ที่ความลึกตั้งแต่ 30-100 เมตร

 

 

Read 1730 times Last modified on 08/06/2018