24/05/2018

กองทุนและสวัสดิการ

Written by  FSRU จ.ชลบุรี
Rate this item
(0 votes)

กองทุนและสวัสดิการจังหวัดชลบุรี

สวัสดิการชุมชนเพื่อความมั่นคงในชีวิตของคนชุมชนท้องถิ่น

 

 

 

ความเป็นมา

แต่เดิมชุมชนเมืองและชนบททั่วประเทศมีการจัดสวัสดิการดูแลสมาชิก คนในชุมชนกันเองในรูปแบบต่างๆ เช่น กองทุนฌาปนกิจซะกาต (จัดให้ผู้ด้อยโอกาสและคนยากลำบากในชุมชนมุสลิม)เมื่อมีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ประมาณปี ๒๕๒๐ เป็นต้นมากลุ่มออมทรัพย์ได้เริ่มจัดสรรกำไรเพื่อสวัสดิการมากขึ้นเรื่อยๆปัจจุบันกลุ่มออมทรัพย์ที่มีอยู่ทั้งหมดกว่า ๔๐,๐๐๐ กลุ่มทั่วประเทศ ส่วนใหญ่จัดสวัสดิการให้สมาชิกในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ในช่วงปี ๒๕๔๒ - ๒๕๔๓ รัฐบาลได้ใช้แนวคิดโครงข่ายการคุ้มครองทางสังคม (Social Safety Net)สนับสนุนชุมชนโดยตรง มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม (SIF) ขึ้นมา เพื่อฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นฐานรากในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ โดยการสนับสนุนให้จัดสวัสดิการเร่งด่วนเพื่อผู้ยากลำบาก ให้เครือข่ายชุมชนบริหารจัดการกันเอง งบประมาณส่วนหนึ่งนำมาสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการผู้สูงอายุ จังหวัดละ ๑ ล้านบาทขึ้นมาหลากหลายรูปแบบ จากโครงการแก้ไขปัญหาคนจนในเมืองในภาวะวิกฤต ในงบประมาณ ๘๐ ล้านบาท ผลการจัดกองทุนผู้สูงอายุใน ๗๑ จังหวัด ได้ทำให้มีผู้สูงอายุได้รับประโยชน์โดยตรง ๒๘,๖๖๗ ราย และรับประโยชน์โดยอ้อมในฐานสมาชิกเครือข่าย ๑๐๔,๔๙๕ คน ในช่วงปี ๒๕๔๖ เครือข่ายองค์กรชุมชนได้มีการจัดตั้ง “กองทุนสวัสดิการผู้นำชุมชน” ขึ้นมาเป็นกองกลางระดับชาติ โดยพอช. สนับสนุนงบประมาณ ๒ ล้านบาท จากนั้นในพื้นที่ต่างๆก็ได้ไปจัดตั้งกองทุนสวัสดิการผู้นำขึ้นในระดับจังหวัด ในช่วงหนึ่งปีที่ทำนั้น มีผู้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการผู้นำ๑,๕๐๑ คน ปลายปี ๒๕๔๗ เกิดเวทีสัมมนา “สวัสดิการชุมชน แก้จนอย่างยั่งยืน” จากความร่วมมือของหลายฝ่าย ส่งผลให้ เครือข่ายองค์กรชุมชนที่ทำสวัสดิการชุมชนจากฐานที่หลากหลายได้มารวมตัวกันอย่างเป็นขบวนการ มีการผลักดันเชิงนโยบายให้รัฐสนับสนุนการจัดกองทุนสวัสดิการชุมชนโดยสมทบ ๑:๑ และวางแผนการขับเคลื่อน ขยายผลการทำสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกภาค ในปี ๒๕๔๘ ศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนแห่งชาติ(ศตจ.) ได้สนับสนุนงบประมาณ ๓๒.๑ ล้านบาท ผ่านทางพอช. เพื่อจัดทำโครงการพัฒนาสวัสดิการชาวบ้าน หรือ “กองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล” ในลักษณะกองทุนสมทบ ๓ ฝ่าย ได้แก่ ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือรัฐท้องถิ่น และ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ผลที่เกิดขึ้น คือ กองทุนสวัสดิการชุมชน ๑๔ พื้นที่ครู และ ๑๙๑ตำบลนำร่องที่ พอช. ร่วมสมทบ และอีก ๓๙๕ ตำบล/เมือง ที่ไม่ได้ร่วมสมทบ แต่เป็นผลจากขบวนการนี้การขับเคลื่อนขบวนการสวัสดิการชุมชนยังคงดำเนินเรื่อยมาและมีการรวมตัวกันอีกครั้งในงานสัมมนา “สวัสดิการชุมชน คนไม่ทิ้งกัน” เมื่อวันที่ ๔ - ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช สามารถผลักดัน ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐให้เป็นรูปธรรมได้ชัดเจนขึ้นต่อเนื่องจากงานเดิม เกิดคณะกรรมการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น

 

Read 178 times Last modified on 07/06/2018

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.