Print this page
24/05/2018

ภัยพิบัติต่าง ๆ

Written by  FSRU จ.ฉะเชิงเทรา
Rate this item
(0 votes)

ภัยพิบัติ

 

  1. ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ข้อมูลจากการติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่การกัดเซาะที่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงปีพ.ศ. 2545-2554 ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา พบว่าบริเวณตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการกัดเซาะเป็นระยะทางมากที่สุด คือ 9,386 เมตร คิดเป็นพื้นที่ 317 ไร่ มีการคงสภาพ 5,554 ไร่ ส่วนตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกงมีการกัดเซาะเป็นระยะทาง 3,531 เมตร คิดเป็นพื้นที่ 48 ไร่ มีการสะสมระยะทาง 806 เมตร เป็นพื้นที่ 10 ไร่ การคงสภาพ 2,198 ไร่ ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในด้านการกัดเซาะ และบริเวณตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี มีการกัดเซาะเป็นระยะทาง 2,181 เมตร คิดเป็นพื้นที่ 78 ไร่ มีการสะสมของพื้นที่ระยะทาง 2,654 เมตร คิดเป็นพื้นที่ 50 ไร่ และการคงสภาพจำนวน 2,970 ไร่ ในส่วนของบริเวณคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี มีความยาวชายฝั่ง 6,808.04 เมตร มีระดับความรุนแรงของการกัดเซาะระดับปานกลาง 2,844.81 เมตร ตำบลท่าข้าม และตำบลบางปะกง มีความยาวชายฝั่งเท่ากับ 735.74 และ 5,502.14 เมตร ตามลำดับ ไม่พบการกัดเซาะบริเวณนี้ ส่วนตำบลสองคลอง มีความยาวชายฝั่ง 10,046.56 เมตร มีการกัดเซาะระดับปานกลาง 2,039.08 เมตร ระดับรุนแรง 5,846.20 เมตร รวมระยะกัดเซาะรวม 7,885.29 เมตร ผลการสำรวจภาคสนามร่วมกับการสอบถามประชาชนที่อยู่อาศัยตามแนวชายหาดเกี่ยวกับสภาพชายฝั่งพบว่าการกัดเซาะชายฝั่งมีความรุนแรงมากขึ้นจากอดีตที่ผ่านมา สาเหตุเนื่องมาจากจากการลดลงของพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งเป็นแนวกำบังคลื่นทะเล
  2. การทรุดตัวของแผ่นดิน ข้อมูลจากรายงานผลการสำรวจระดับการทรุดตัวของแผ่นดินโครงการสำรวจระดับการทรุดตัวของพื้นดินในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในปี พ.ศ. 2549 ได้แบ่งระดับการทรุดตัวของพื้นดินเป็น 3 ระดับ ได้แก่ เขตวิกฤตอันดับ 1 มีอัตราการทรุดตัวของพื้นดินมากกว่า 10 เซนติเมตรต่อปี เขตวิกฤตอันดับ 2 มีอัตราการทรุดตัวของพื้นดินระหว่าง 5-10 เซนติเมตรต่อปี และเขตวิกฤตอันดับ 3 มีอัตราการทรุดตัวของพื้นดินน้อยกว่า 5 เซนติเมตรต่อปี โดยพื้นที่ปากแม่น้ำบางปะกงถูกจัดอยู่ในเขตวิกฤตอันดับ 3 คือ อัตราการทรุดตัวน้อยกว่า 5 เซนติเมตร อย่างไรก็ตาม การทรุดตัวของแผ่นดินมีความสัมพันธ์กับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยการทรุดตัวของแผ่นดินทำให้ปัจจัยการกัดเซาะรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้การทรุดตัวของพื้นดินจะส่งผลกระทบอย่างกว้าง และก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม กล่าวคือการทรุดตัวของแผ่นดินทำให้ความสูงคันกั้นน้ำลดลง น้ำทะเลหนุนเข้ามาได้มากขึ้นส่งผลให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลงส่งผลให้น้ำท่วมขังซ้ำซากยาวนานขึ้น การทรุดตัวกระทบต่อโครงสร้างที่มีฐานอยู่ต่างระดับหรือแยกตัวออกจากระบบสาธารณูปโภครอบอาคารซึ่งตั้งบนดิน
  3. การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ข้อมูลจากการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลต่อสภาพการใช้ที่ดินชายฝั่งทะเลของประเทศไทยของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2552) ที่ได้จำแนกการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลออกเป็น 4 ระดับ และประเมินผลกระทบต่อพื้นที่และมูลค่าความเสียหายของที่ดินโดยประเมินจากพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ป่าไม้ พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง พื้นที่เบ็ดเตล็ด และพื้นที่น้ำ พบว่าในสถานการณ์จำลองที่มีการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล 1 2 3 และ 5 เมตร พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีความเสียหายต่อพื้นที่เท่ากับ 127,305 593,088 971,878 1,202,504 ไร่ มูลค่าความเสียหายเท่ากับ 54,817 125,752 220,207 302,576 ล้านบาท ตามลำดับ ในส่วนจังหวัดชลบุรีมีความเสียหายต่อพื้นที่เท่ากับ 2,566 48,326 132,620 204,861 ไร่ มูลค่าความเสียหายเท่ากับ 548 14,081 78,980 183,535 ล้านบาท ตามลำดับ
Read 116 times Last modified on 28/05/2018