09/04/2019

ภูมิรัฐศาสตร์และการปกครอง

Written by 
Rate this item
(0 votes)

ข้อมูลทั่วไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี 

จังหวัดสุราษฎร์ธานี มักจะเรียกกันด้วยชื่อสั้น ๆ ว่า สุราษฎร์ฯ ใช้อักษรย่อ สฎ เป็นจังหวัดในภาคใต้ตอนบน มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ และเป็นอันดับ 6 ของประเทศไทย และมีประชากรหนาแน่นอันดับ 59 ของประเทศ นับเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีหลักฐานทั้งประวัติศาสตร์และโบราณคดีเก่าแก่ และยังมีแหล่งท่องเที่ยวและอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง มีจังหวัดที่อยู่ติดกันได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา และระนอง

จังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่ในฝั่งตะวันออกของภาคใต้ โดยมีสภาพภูมิประเทศที่หลากหลายทั้งที่ราบสูง ภูมิประเทศแบบภูเขา รวมทั้งที่ราบชายฝั่ง มีพื้นที่ครอบคลุมถึงในบริเวณอ่าวไทย ทั้งบริเวณที่เป็นทะเลและเป็นเกาะ เกาะในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กมากถึง 108 เกาะ นับว่ามากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองมาจากจังหวัดพังงาที่มี 155 เกาะ และจังหวัดภูเก็ตที่มี 154 เกาะ เกาะขนาดใหญ่เป็นที่รู้จักเช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า และหมู่เกาะอ่างทอง เนื่องจากทำเลที่ตั้งจึงได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเกิดบริเวณทะเลอันดามันบ้างเป็นครั้งคราวเนื่องจากจะมีแนวเทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาภูเก็ต และเทือกเขานครศรีธรรมราช แถบบริเวณจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแนวช่วยลดอิทธิพลของลมมรสุมดังกล่าว ในทางกลับกันพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปกติจะมีแหล่งกำเนิดบริเวณทะเลจีนใต้และอ่าวไทย ทำให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีช่วงฤดูฝนกินระยะเวลาตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงเดือนมกราคม

ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ โดยประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรเป็นหลัก โดยใช้พิ้นที่ในการทำการเกษตรประมาณร้อยละ 45 ของพื้นที่ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังประกอบอาชีพทางด้านปศุสัตว์ ประมง อุตสาหกรรม รวมทั้งมีการทำเหมืองแร่ด้วย

 จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นที่ตั้งของเมืองเก่า เป็นศูนย์กลางของเมืองศรีวิชัย มีหลักฐานแสดงถึงการตั้งรกรากและเส้นทางสายไหมในอดีต พื้นที่อำเภอไชยาเจริญขึ้นจนเป็นอาณาจักรศรีวิชัยในช่วงหลังพุทธศตวรรษที่ 13 โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นเครื่องยืนยันความรุ่งเรืองในอดีต ภายหลังยังเชื่อว่า เมื่ออาณาจักรตามพรลิงก์หรือเมืองนครศรีธรรมราชมีความรุ่งเรืองมากขึ้นนั้น เมืองไชยาก็เป็นหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตรของเมืองนครศรีธรรมราชด้วย ชื่อว่า "เมืองบันไทยสมอ"

นอกจากนี้ในยุคใกล้เคียงกันนั้นยังพบความเจริญของเมืองที่เกิดขึ้นในบริเวณลุ่มแม่น้ำตาปี ได้แก่ เมืองเวียงสระ เมืองคีรีรัฐนิคม และเมืองท่าทอง โดยเชื่อว่าพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชนั้นอพยพย้ายเมืองมาจากเมืองเวียงสระ เนื่องจากเป็นเมืองที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล รวมทั้งเกิดโรคภัยระบาด และเมื่อเมืองนครศรีธรรมราชเจริญรุ่งเรืองนั้น ได้ยกเมืองไชยา และเมืองท่าทอง เป็นเมืองสิบสองนักษัตรของตนด้วย

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งอู่เรื่อพระที่นั่งและเรือรบเพื่อใช้ในราชการที่อ่าวบ้านดอน ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ย้ายที่ตั้งเมืองท่าทองมายังอ่าวบ้านดอน พร้อมทั้งยกฐานะให้เป็นเมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร และพระราชทานชื่อว่า "เมืองกาญจนดิษฐ์" โดยแต่งตั้งให้พระยากาญจนดิษฐ์บดีเป็นเจ้าเมืองดูแลการปกครอง

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้เมืองเมืองกาญจนดิษฐ์เมืองคีรีรัฐนิคมและเมืองไชยารวมตัวเป็นจังหวัดไชยา ขึ้นตรงต่อมณฑลชุมพร เมื่อเมืองขยายใหญ่ขึ้น จึงมีการปรับเปลี่ยนการปกครองและขยายเมืองออกไป มีการแยกเมืองกาญจนดิษฐ์เป็นอำเภอกาญจนดิษฐ์และอำเภอบ้านดอน กระทั่งสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการย้ายอำเภอเมืองมาที่อำเภอบ้านดอนและโอนชื่อมาเป็นชื่ออำเภอไชยา และให้เชื่อเมืองเก่าว่า "อำเภอพุมเรียง" ทว่าประชาชนยังติดเรียกชื่อเมืองเก่าว่า "อำเภอไชยา" ทั้งตัวพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่โปรดปรานชื่อบ้านดอน จึงพระราชทานนามอำเภอบ้านดอนว่า "สุราษฎร์ธานี" และยังคงชื่ออำเภอพุมเรียงว่าอำเภอไชยาเช่นเดิม รวมถึงเปลี่ยนชื่อจังหวัดเป็นจังหวัดสุราษฎร์ธานี และพระราชทานนามแม่น้ำตาปี ให้ในคราวเดียวกันนั้นเอง ซึ่งเป็นการตั้งชื่อตามแบบเมืองและแม่น้ำในประเทศอินเดียที่มีแม่น้ำทัปตีไหลลงสู่ทะเลออกผ่านปากอ่าวที่เมืองสุรัต

 

คำขวัญประจำจังหวัด: เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ

ตราประจำจังหวัด: รูปพระสมุทรเจดีย์และพระอุโบสถ

ต้นไม้ประจำจังหวัด: ต้นเคี่ยม

ดอกไม้ประจำจังหวัด: บัวผุด หรือ บัวตูม

  

  1. ภูมิรัฐศาสตร์และการปกครอง

 

ลักษณะทางภูมิศาสตร์

จังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของภาคใต้ ห่างจากกรุงเทพฯโดยทางรถยนต์ประมาณ 645 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 13,079.61 ตารางกิโลเมตร มีเนื้อที่มากเป็นอันดับ 6 ของประเทศ และมีพื้นที่มากที่สุดในภาคใต้ ฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีความยาวประมาณ 156 กิโลเมตร มีเกาะขนาดใหญ่ ได้แก่ เกาะสมุย เนื้อที่ 227.25 ตารางกิโลเมตร เกาะพะงัน มีเนื้อที่ 194.2 ตารางกิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีหมุ่เกาะอ่างทอง และเกาะบริวาร 62 เกาะ เกาะสมุยเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ห่างจากฝั่งทะเลประมาณ 20 กิโลเมตร และห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 80 กิโลเมตร

  • ทิศเหนือ ติดกับ จังหวัดชุมพรและอ่าวไทย
  • ทิศใต้          ติดกับ จังหวัดนครศรีธรรมราชและกระบี่
  • ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทยและจังหวัดนครศรีธรรมราช
  • ทิศตะวันตก ติดกับ จังหวัดพังงาและระนอง

ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาประมาณ 49 % ของพื้นที่จังหวัด มีเทือกเขาสูงทอดยาวตามแนวเหนือใต้ของพื้นที่จังหวัดลักษณะภูมิประเทศดังกล่าวก่อให้เกิดลุ่มน้ำน้อยใหญ่ รวม 14 ลุ่มน้ำ ลุ่มน้ำที่สําคัญ ได้แก่ลุ่มน้ำตาปีพุมดวง ท่าทอง ท่ากระจาย ไชยา ท่าฉาง เป็นต้น แม่น้ำ ลําคลองในจังหวัดทุกสายไหลลงสู่อ่าวไทยด้านทิศตะวันออก สําหรับลักษณะภูมิประเทศของจังหวัด สุราษฎร์ธานีสรุปได้ดังนี้ ลักษณะภูมิประเทศ

  1. 1. ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง ภูเขาสลับซับซ้อนได้แก่ พื้นที่ในเขตอำเภอครีรัฐนิคม พระแสง พนม ท่าฉาง ไชยา ท่าชนะ เวียงสระ ชัยบุรีและ อําเภอวิภาวดี
  2. 2. ภูมิประเทศเป็นที่่ราบชายฝั่งทะเลได้แก่ พื้นที่อําเภอเมืองและพุนพิน
  3. 3. ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงด้านตะวันออก ได้แก่ พื้นที่อําเภอดอนสัก กาญจนดิษฐ์ เวียงสระ และบ้านนาสาร
  4. 4. ภูมิประเทศที่เป็นที่ราบสูงตอนกลางส่วนใหญ่อยู่อำเภอเมือง พุนพิน เคียนซา พระแสง พนม บ้านนาเดิม ท่าชนะ ท่าฉาง และไชยา
  5. 5. ลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะในอ่าวไทย ได้แก่ พื้นที่อําเภอเกาะสมุย เกาะพะงัน หมู่เกาะอ่างทอง และเกาะบริวาร รวม 42 เกาะ

เนื่องจากทําเลที่ตั้งอยู่ระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรจึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตก เฉียงใต้ซึ่งเกิดบริเวณทะเลอันดามันบ้างเป็นครั้งคราว เนื่องจากมีแนวเทือกเขาตะนาวศรีเทือกเขา ภูเก็ต และเทือกเขานครศรีธรรมราช แถบบริเวณจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดพังงา จังหวัด ภูเก็ต และจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นแนวช่วยลดอิทธิพลลมมรสุมดังกล่าว จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปกติจะมี แหล่งกําเนิดบริเวณทะเลจีนใต้และอ่าวไทย ทําให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านอ่าวไทยและมรสุมตะวันออกเฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดีย จึงมีช่วงฤดูฝน ยาวนานระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมกราคม

 

แหล่งน้ำธรรมชาติ

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีลุ่มน้ำใหญ่น้อยรวม 14 ลุ่มน้ำ แต่ละลุ่มน้ำมีแม่น้ำและร่องหลายสาย ทุกสายล้วนไหลลงสู่อ่าวไทย แม่น้ำในสุราษฎร์ธานีตัดขวางคาบสมุทรออกสู่ทะเลด้านตะวันออก ในอดีตอาศัยเครือข่าย แม่น้ำเดินทางติดต่อถึงกัน และติดต่อกับเมืองชายฝั่งแม่น้ำที่มีลักษณะทางอุทกวิทยาที่สําคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานีคือ แม่น้ำตาปีแม่น้ำพุมดวง ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของ ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีแม่น้ำที่สําคัญของจังหวัดมี 2 สาย คือ แม่น้ำตาปีเกิดจากเทือกเขานครศรีธรรมราช ไหลผ่าน อ.ชัยบุรีอ.พระแสง อ.เวียงสระ อ.เคียนซา อ.บ้านนาสาร อ.บ้านนาเดิม อ.พุนพิน และไหลลงสู่อ่าวไทยที่ อ.เมือง มีความยาวประมาณ 230 กิโลเมตร ปริมาณน้ำเฉลี่ย 5,900 ล้าน ลบ.ม.ต่อปีมีแม่น้ำสาขาที่สําคัญ 6 สาย ได้แก่คลองสิน ปุน คลองอิปัน คลองพุนพิน คลองท่ากูบ คลองมะขามเตี้ย และคลองขวาง แม่น้ำพุมดวงหรือแม่น้ำคีรีรัฐ เกิดจากคลองแสงคลองสกและคลองยันไหลผ่าน อ.บ้านตาขุน อ.คีรีรัฐนิคม และท่าฉาง บรรจบกับแม่น้ำตาปีที่อ.พุนพิน ยาวประมาณ 80 กิโลเมตร ปริมาณน้ำเฉลี่ย 6,600 ล้าน ลบ.ม. ต่อปีคลองสาขาที่สําคัญ 4 สายได้แก่คลองยัน คลองแสงคลองสกและคลองพนม

 

 

การปกครองและการบริหาร

การบริหารราชการส่วนภูมิภาค

จังหวัดสุราษฎร์ธานีแบ่งการปกครองส่วนภูมิภาคออกเป็น 19 อำเภอ 131 ตำบล 1,074 หมู่บ้าน มีรายชื่ออำเภอดังนี้

1.       อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี

2.       อำเภอกาญจนดิษฐ์

3.       อำเภอดอนสัก

4.       อำเภอเกาะสมุย

5.       อำเภอเกาะพะงัน

6.       อำเภอไชยา

7.       อำเภอท่าชนะ

8.       อำเภอคีรีรัฐนิคม

9.       อำเภอบ้านตาขุน

10.   อำเภอพนม

11.   อำเภอท่าฉาง

12.   อำเภอบ้านนาสาร

13.   อำเภอบ้านนาเดิม

14.   อำเภอเคียนซา

15.   อำเภอเวียงสระ

16.   อำเภอพระแสง

17.   อำเภอพุนพิน

18.   อำเภอชัยบุรี

19.   อำเภอวิภาวดี

 

ผู้บริหารจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

นายวิชวุทย์ จินโต
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

นายธีระ อนันตเสรีวิทยา

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

นายประเวศ ไทยประยูร 

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

นางแจ่มจิตร์ พูลสวัสดิ์

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี                           

 

 

นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี 

นายจเร ขวัญเกิด

ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

นายศักดาพร รัตนสุภา 

หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี

     

ประชากรศาสตร์

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีประชากรเพิ่มขึ้นจากปี 2558 เป็น 1,050,913 คน เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ0.40 ประกอบด้วยชาย 518,860 คน หญิง 532,053 คน อําเภอที่มีประชากรมากที่สุด คือ อําเภอเมือง รองลงมาอําเภอ กาญจนดิษฐ์และอําเภอพุนพิน (ข้อมูล ณ ธันวาคม 2559) ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ อัตราความ หนาแน่น ของประชากร 80.35 คน ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร จํานวนบ้าน 476,800 ครัวเรือน (กรมการ ปกครอง,2559) อาชีพหลักของประชากรจังหวัดสุราษฎร์ธานี คือ ด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง อุตสาหกรรม ปัจจุบัน (มิถุนายน 2560) จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีประชากรรวม 1,054,078 คน

เนื่องจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกด้าน เศรษฐกิจ มีความมั่นคง ประชากรมีรายได้ค่อนข้างสูง ทําให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในธุรกิจและสถานประกอบการต่างๆ จํานวนมาก ส่งผลให้ มีประชากรจากพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้อพยพมาทํางานในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จํานวนมาก แต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านมาให้ถูกต้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีเทศบาล เมืองเกาะสมุย และอําเภอเกาะพะงัน ทําให้มีประชากรแฝงทั้งจังหวัดประมาณ 500,000 คน

 

ประชากรและกำลังแรงงาน

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีจํานวนประชากรเพิ่มขึ้นทุกปีในขณะที่อัตราการว่างงานไม่คงที่มีการผันแปรตาม สภาวะเศรษฐกิจโดยเฉพาะราคาผลผลิตทางการเกษตร (ราคายางพารา) โดยในปี 2559 มีผู้อยู่ในกําลังแรงงาน จํานวน 616,084 คน เป็นผู้มีงาน 612,793 ซึ่งในจํานวนนี้เป็นแรงงานนอกระบบจํานวน 388,702 คน อัตราการว่างงาน 0.53

จำนวนคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานคงเหลือ

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีการขาดแคลนแรงงานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยเฉพาะแรงงานที่ต้องใช้กําลังเป็นหลักจึงเปิดโอกาสให้คนต่างด้าวถูกกฎหมายเข้ามาทํางานโดยการวิธีการส่งเสริมการลงทุน และอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา เข้ามาทํางานในประเภทงานกรรมกร และคนรับใช้ในบ้าน โดยในปี 2559 คนต่างด้าวคงเหลือ จํานวน 73,604 คน

Read 97 times Last modified on 09/04/2019
not

Latest from not

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.