08/05/2018

ภูมิรัฐศาสตร์และการปกครอง

Written by  พื้นที่อำเภอผาบ่อง จ.แม่ฮ่องสอน
Rate this item
(0 votes)

ภูมิรัฐศาสตร์และการปกครอง

จังหวัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

                    แต่เดิมนั้นบริเวณที่ตั้งเมืองแม่ฮ่องสอนปัจจุบันนี้ เป็นเพียงสถานที่ที่มีผู้คนมาปลูกกระท่อมอาศัยอยู่ บริเวณที่ราบริมเชิงเขา เป็นทำเลที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกมาก ผู้คนที่อาศัยตามที่ราบมักจะเป็นชาวไทยใหญ่ ส่วนผู้คนที่อาศัยอยู่บนดอยมักจะเป็นกะเหรี่ยง ลัวะ และมูเซอ บริเวณนี้อยู่ห่างจากแม่น้ำคง (แม่น้ำสาละวิน) ประมาณ 40 กิโลเมตร และมีอาณาเขตติดกับรัฐฉาน ประเทศพม่า ต่อมาเมื่อประมาณ พ.ศ. 2374 สมัยเจ้าหลวงพุทธวงศ์ เป็นพระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และต้องการช้างป่าไว้ใช้งาน จึงให้เจ้าแก้วเมืองมา ซึ่งเป็นญาติพร้อมด้วยกำลังช้างต่อหมอควาญออกเดินทางไปสำรวจและไล่จับช้างป่ามาฝึกใช้งาน เจ้าแก้วเมืองมาจึงยกกระบวนเดินทางรอนแรมจากเชียงใหม่ผ่านไปทางเมืองปาย ใช้เวลาหลายคืนจนบรรลุถึงป่าแห่งหนึ่ง ทางทิศใต้ริมฝั่งแม่น้ำปาย เป็นป่าดงว่างเปล่าและเป็นดินโป่งที่มีหมูป่าลงมากินโป่งชุกชุม เจ้าแก้วเมืองมาพิจารณาเห็นว่า ที่แถวนี้เป็นทำเลที่ดี น้ำท่าบริบูรณ์สมควรที่จะตั้งเป็นหมู่บ้าน จึงหยุดพักอยู่ ณ ที่นี้ และเรียกผู้คนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมห้วย ริมเขาซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ และกะเหรี่ยง (ยางแดง) มาประชุม ชี้แจงให้ทราบถึงความคิดที่จะตั้งบริเวณนี้ขึ้นเป็นหมู่บ้าน และบุกเบิกที่ดินที่เป็นไร่นาที่ทำมาหากินต่อไป และเจ้าแก้วเมืองมาแต่งตั้งให้ชาวไทใหญ่ผู้หนึ่งซึ่งเป็นคนเฉลียวฉลาดและมีความรู้ดีกว่าคนอื่นในหมู่บ้าน ชื่อว่า “ พะกาหม่อง ” ให้เป็น “ ก๊าง ” ( คือตำแหน่งนายบ้านหรือผู้ใหญ่บ้าน) มีหน้าที่คอยควบคุมดูแล และให้คำแนะนำพวกลูกบ้านใน การดำเนินการต่อไป พะกาหม่องได้เป็นผู้ชักชวนเกลี้ยกล่อมพวกที่อยู่ใกล้เคียง ให้ย้ายมาอยู่รวมกัน แล้วตั้งชื่อหมู่บ้านนั้นว่า “บ้านโป่งหมู” โดยถือเอาว่าที่โป่งนั้น มีหมูป่าลงมากินโป่งมากนั่นเอง ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ เรียกว่า “บ้านปางหมู” อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร

เมื่อจัดตั้งหมู่บ้านแล้ว เจ้าแก้วเมืองมาก็ยกขบวนออกเดินทางตรวจชายแดน และคล้องช้างป่าต่อไป จนถึงลำห้วยแห่งหนึ่ง มีรอยช้างป่าอยู่มากมาย ก็หยุดคล้องช้างป่าได้หลายเชือก แล้วให้ตั้งคอกสอนช้างในร่องห้วย ริมห้วยนั้นเป็นพื้นที่ราบกว้างขวางพื้นดินดีกว่าบ้านโป่งหมูและมีชาวไทใหญ่ตั้งกระท่อมอยู่เป็นอันมาก เจ้าแก้วเมืองมาพิจารณาเห็นว่า เป็นทำเลที่เหมาะสมพอที่จะตั้งเป็นหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง จึงเรียกชาวไทใหญ่อีกคนหนึ่งซึ่งเป็นบุตรเขยของพะกาหม่อง ชื่อ “ แสนโกม ” มาแนะนำชี้แจงแต่งตั้งให้เป็นก๊าง ให้เป็นหัวหน้าเกลี้ยกล่อมผู้คนให้มาอยู่รวมกัน จนกลายเป็นหมู่บ้านใหญ่ เจ้าแก้วเมืองมาตั้งชื่อหมู่บ้านนั้นว่า “ บ้านแม่ฮ่องสอน ” ซึ่ง ฮ่อง ในภาษาล้านนา คือ ร่อง โดยอาศัยที่ร่องน้ำนั้น เป็นคอกที่ฝึกสอนช้างป่า เมื่อเจ้าแก้วเมืองมาคล้องช้างป่าได้พอสมควรแล้วก็เดินทางกลับเมืองเชียงใหม่ แล้วกราบทูลให้พระเจ้ามโหตรประเทศ ทราบ

 

เมื่อเจ้าแก้วเมืองมากลับนครเชียงใหม่แล้วพะกาหม่องและแสนโกมบุตรเขยก็ได้พยายามชักชวนผู้คนที่อยู่ใกล้เคียง ให้อพยพครอบครัวมาตั้งบ้านเรือนอยู่ทำมาหากินจนแน่นหนาขึ้นเป็นหมู่บ้านใหญ่ และต่อมาเห็นว่าบริเวณนั้นมีไม้สักมาก พะกาหม่องและแสนโกม เห็นว่าหากตัดเอาไม้สักนั้นไปขายประเทศพม่าโดยใช้วิธีชักลากลงลำห้วย แล้วปล่อยให้ไหลลงแม่น้ำคง(แม่น้ำสาละวิน) ก็คงได้เงินมาช่วยในด้านเศรษฐกิจและการบำรุงบ้านเมือง เมื่อปรึกษาหารือกันดีแล้วพะกาหม่องและแสนโกม จึงเดินทางเข้ามาเฝ้าพระเจ้ามโหตรประเทศฯ ที่นครเชียงใหม่ กราบทูลขออนุญาตตัดฟันชักลากไม้ไปขายแล้วจะแบ่งเงินค่าตอบแทนถวายตลอดปี พระเจ้ามโหตรประเทศฯก็ทรงอนุญาต พะกาหม่องและแสนโกม จึงทูลลากลับ และเริ่มลงมือทำไม้ขอนสักส่งไปขายที่เมืองมะละแหม่ง ประเทศพม่าได้เงินมาก็เก็บแบ่งถวายพระเจ้ามโหตรประเทศทุกปี นอกนั้นก็ใช้ประโยชน์ส่วนตัวและบำรุงบ้านเมือง

ครั้นถึงพ.ศ. 2397 พระเจ้ามโหตรประเทศฯถึงแก่พิลาลัย เจ้ากาวิโลรสซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าหัวเมืองแก้วได้เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่แทน ทรงนามว่า “ พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ ” ใน พ.ศ. 2399 พะกาหม่อง และแสนโกม ก็ยังคงทำป่าไม้และส่งเงินไปถวายทุกปี พะกาหม่องกับแสนโกมจึงมีฐานะดีขึ้น และหมู่บ้านโป่งหมูและบ้านแม่ฮ่องสอนก็เจริญขึ้นตามลำดับ ในครั้งนั้นหัวเมืองไทใหญ่ตามแถบตะวันตกฝั่งแม่น้ำคง(แม่น้ำสาละวิน) เกิดการจลาจลเกิดรบราฆ่าฟัน จึงมีชาวไทใหญ่อพยพครอบครัวเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านปางหมูหรือโป่งหมู และบ้านแม่ฮ่องสอนมากขึ้น บางพวกก็ลงไปอาศัยอยู่ที่บ้านขุนยวม (หมู่บ้านไทใหญ่บนเขา) บางพวกอพยพเลยขึ้นไปทางเหนือ ไปอยู่ที่เมืองปาย กลุ่มพวกไทใหญ่ที่อพยพเข้ามานี้ มีผู้หนึ่งชื่อว่า “ ชานกะเล ” เป็นชาวเมืองจ๋ามกา เป็นคนขยันขันแข็งชานกะเลเข้ามาอาศัยที่บ้านปางหมู และช่วยพะกาหม่องทำไม้ด้วยความซื่อสัตย์ และตั้งใจทำงานโดยไม่เห็นแก่เหนื่อยยาก พะกาหม่องไว้วางใจและรักใคร่มาก ถึงกับยกลูกสาวชื่อนาง ใส ให้เป็นภรรยา นางใส มีบุตรกับชานกะเลคนหนึ่งชื่อนางคำ

กาลเวลาผ่านไปหมู่บ้านปางหมู และบ้านแม่ฮ่องสอนก็มีผู้คนมาอาศัยหนาแน่นยิ่งขึ้น และในปี พ.ศ. 2409 นั่นเอง มีเหตุการณ์สำคัญที่ชักนำเอาบุคคลสำคัญของชาวไทใหญ่ให้มาอพยพอยู่ในแม่ฮ่องสอนอีกคือเจ้าฟ้าเมืองนายมีเรื่องขัดเคืองกับ เจ้าฟ้าโกหล่านเจ้าเมืองหมอกใหม่ จึงได้ยกทัพมาตีเมืองหมอกใหม่แตก เจ้าฟ้าโกหล่านเจ้าเมืองหมอกใหม่จึงพาครอบครัวอพยพเข้ามาอาศัยอยู่กับแสนโกมที่บ้านแม่ฮ่องสอน เจ้าฟ้าโกหล่านมีภรรยาชื่อ นาง เกี๋ยง มีบุตรชายชื่อ เจ้าขุนหลวง มีหลาน 4 คนเป็นชาย 1 หญิง 3 ชายชื่อ ขุนแจหญิงชื่อ เจ้าหอม เจ้านางนุ เจ้านางเมี้ยะ เมื่อเจ้าฟ้าโกหล่านมาอาศัยอยู่ด้วย แสนโกมได้มีหนังสือทูลให้พระเจ้ากาวิโลรสฯ ทราบพระเจ้ากาวิโลรสฯ จึงรับสั่งให้ส่งตัวเข้าเฝ้า แต่เจ้าฟ้าโกหล่านป่วย จึงส่งเจ้าขุนหลวงบุตรไปแทน พระเจ้ากาวิโลรส โปรดเจ้าขุนหลวงทรงยกเจ้าอุบลวรรณาผู้เป็นหลานให้เป็นภรรยาอยู่กินด้วยกันที่เชียงใหม่ จนมีบุตรคนหนึ่งชื่อ เจ้าน้อยสุขเกษมและอนุญาตให้เจ้าฟ้าโกหล่านอาศัยอยู่ในเขตแดนต่อไป ต่อมานางใส ภรรยาของชานกะเลถึงแก่กรรม เจ้าฟ้าโกหล่านจึงทรงยกเจ้านางเมี๊ยะหลานสาวคนเล็กให้เป็นภรรยาของชานกะเล ชานกะเลได้ไปตั้งเมืองอยู่บนภูเขาอีกแห่งหนึ่งทางเหนือต้นแม่น้ำยวม เรียกว่า เมืองขุนยวม ต่อมาในปี พ.ศ. 2417 พระเจ้าอินทวิชยานนท์ฯ ทรงแต่งตั้งให้ ชานกะเลเป็น “ พญาสิงหนาทราชา ” เป็นพ่อเมืองคนแรก และยกฐานะหมู่บ้านแม่ฮ่องสอนขึ้นเป็นเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นเมืองหน้าด่านต่อไป และยกเมืองปาย เมืองขุนยวมเป็นเมืองรอง

พญาสิงหนาทราชา ได้ปกครองเมืองและพัฒนาเมืองแม่ฮ่องสอนให้เจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการขุดคูเมืองและสร้างประตูเมืองขึ้นอย่างมั่นคง จนถึง พ.ศ. 2427 พญาสิงหนาทราชาได้ถึงแก่กรรม เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ได้แต่งตั้งเจ้านางเมี๊ยะผู้เป็นภรรยาของพญาสิงหนาทเป็นเจ้านางเมวดีขึ้นปกครองแทน ชาวแม่ฮ่องสอนเรียกเจ้านางเมวดีว่า “ เจ้านางเมี๊ยะ ” โดยให้ปู่โทะ (พญาขันธเสมาราชานุรักษ์) เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน ต่อมา พ.ศ. 2434 เจ้านางเมี๊ยะถึงแก่กรรม พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ปกครองนครเชียงใหม่ จึงแต่งตั้งพญาขันธเสมาราชานุรักษ์ เป็นพญาพิทักษ์สยามเขต ให้ปกครองเมืองแม่ฮ่องสอน จนถึงพ.ศ. 2433 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระยาศรีสหเทพปลัดทูลฉลองกระทรวงมหาดไทยได้ตรวจราชการพื้นที่หัวเมืองมณฑลตะวันตกเฉียงเหนือจึงจัดระบบการปกครองใหม่เป็น รวมเมืองแม่ฮ่องสอน เมืองขุนยวม เมืองปาย และเมืองยวม (แม่สะเรียง) เป็นหน่วยเดียวกันเรียกว่า “ บริเวณเชียงใหม่ตะวันตก ” ตั้งที่ว่าการแขวง (เทียบเท่าเมือง) ที่เมืองขุนยวม โดยแต่งตั้งนายโหมดเป็นนายแขวง (แจ้งความเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 11 กรกฎาคม ร.ศ. 119 ) และในปีเดียวกันนี้เมืองเชียงใหม่ได้แต่งตั้งขุนหลู่บุตรของพญาพิทักษ์สยามเขต เป็นพญาพิศาลฮ่องสอนบุรี พ.ศ. 2446 ได้ย้ายที่ว่าการแขวงจากเมืองขุนยวม ไปตั้งที่เมืองยวมแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “ บริเวณพายัพเหนือ ” จนถึง ปี พ.ศ. 2556 พญาพิทักษ์สยามเขตถึงแก่กรรม เมืองเชียงใหม่จึงแต่งตั้ง พญาพิศาลฮ่องสอนบุรีขึ้นปกครองเมืองแทน พ.ศ. 2453 รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ตั้งเมืองจัตวาขึ้นกับมณฑลพายัพ ย้ายที่ว่าการแขวงจากเมืองยวมมาตั้งที่แม่ฮ่องสอนให้ชื่อว่า “ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ” แล้วโปรดเกล้าฯให้พระศรสุรราช (เปลื้อง) มาปกครองเมืองแม่ฮ่องสอน ถือว่าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนคนแรก

          คำขวัญประจำจังหวัด : หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้าป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงามลือนามถิ่นบัวตอง

          ตราประจำจังหวัด : รูปช้างกลางท้องน้ำ

          ต้นไม้ประจำจังหวัด : ต้นจั่นหรือกระพี้จั่น

          ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกบัวตองหรือพอหมื่อนี่

           สัตว์น้ำประจำจังหวัด : กบทูดหรือเขียดแลว

ภูมิรัฐศาสตร์และการปกครอง

ลักษณะทางภูมิศาสตร์

ตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศไทยระหว่างเส้นรุ้ง(ละติจูด) ที่ 17 องศา 38 ลิปดา – 19 องศา 48 ลิปดาเหนือ และเส้นแวง(ลองติจูด) ที่ 97 องศา 20 ลิปดา – 98 องศา 39 ลิปดาตะวันออก ซึ่งห่างจากกรุงเทพมหานครมากที่สุดในภาคเหนือ มีระยะทางประมาณ 924 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 12,681.259 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 7,969,750 ไร่ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภาคเหนือ และเป็นอันดับ 7 ของประเทศ มีความยาวจากเหนือจรดใต้ประมาณ 250 กิโลเมตร  กว้างประมาณ  95   กิโลเมตร   และมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ ประเทศสหภาพพม่าด้านรัฐฉานตอนใต้รัฐคะยาบางส่วนโดยมีแม่น้ำ สาละวิน  แม่น้ำเมย เป็นแนวพรมแดน
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับ  อำเภอเวียงแหง อำเภอแม่แตง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอฮอด และอำเภออมก๋อย   จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเทือกเขาถนนธงชัยกลาง และเทือกเขาถนนธงชั  ตะวันออก เป็นแนวเขต
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ  อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก โดยมีแม่น้ำยวมและแม่น้ำเงาเป็นแนวเขต
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ประเทศสหภาพพม่า ด้านรัฐคะยาและรัฐคอทูเล โดยมีเทือกเขาถนนธงชัย   ตะวันตก แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำเมย เป็นแนวพรมแดน

                                จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพรมแดนที่ติดต่อกับประเทศสหภาพพม่า รวมทั้งสิ้น ยาว 483 กิโลเมตร แบ่งเป็นพรมแดนทางบก ยาวประมาณ 326 กิโลเมตร และพรมแดนทางน้ำ ยาวประมาณ 157 กิโลเมตร(ด้านแม่น้ำสาละวิน ยาว 127 กิโลเมตร  และด้านแม่น้ำเมย ยาว 30 กิโลเมตร)  ทุกอำเภอในจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศสหภาพพม่า

ลักษณะภูมิประเทศ

                   พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อน และยังคงเป็นป่าไม้ตามธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยมีเนื้อที่ป่าไม้ ประมาณ 11,104.4464 ตารางกิโลเมตร (หรือประมาณ 6,940,279 ไร่2) คิดเป็นร้อยละ 87.5658 ของเนื้อที่จังหวัด มีทิวเขาเรียงตามแนวทิศเหนือ–ใต้ขนานกัน มีทิวเขาที่สำคัญ คือ ทิวเขาแดนลาว อยู่ทางตอนเหนือสุดของจังหวัด เป็นแนวแบ่งเขตแดนประเทศไทยกับประเทศเมียนมา และทิวเขาถนนธงชัย ซึ่งประกอบด้วยทิวเขาเรียงกัน 3 แนว คือ ทิวเขาถนนธงชัยตะวันตก เป็นแนวเขตแดนไทย – ประเทศเมียนมา ทิวเขาถนนธงชัยกลางอยู่ระหว่างแม่น้ำยวมและแม่น้ำแม่แจ่ม และทิวเขาถนนธงชัยตะวันออก อยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัด เป็นแนวแบ่งเขตระหว่างจังหวัดแม่ฮ่องสอนกับจังหวัดเชียงใหม่ ยอดเขาที่สูงที่สุด คือ ยอดเขาแม่ยะ อยู่บริเวณทิวเขาถนนธงชัยตะวันออก ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดในเขตอำเภอปาย ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 2,005 เมตร พื้นที่ราบที่มีจำกัดเพียง 211,413 ไร่ หรือร้อยละ 2.6 ของพื้นที่จังหวัด บริเวณอำเภอแม่สะเรียง บริเวณอำเภอขุนยวมและบริเวณอำเภอปาย

  ลักษณะภูมิอากาศ

               จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีภูมิอากาศแบบร้อนชื้น โดยในฤดูร้อนจะมีอากาศร้อนจัด อากาศหนาวจัดในฤดูหนาว และฝนจะตกชุกในฤดูฝน นอกจากนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี ทั้งนี้ มีสาเหตุเนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาสูง มีพื้นที่อยู่บนที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้มีอุณหภูมิสูงในตอนกลางวันเนื่องจากถูกแสงแดด ส่วนในตอนกลางคืนจะได้รับอิทธิพลจากลมภูเขา ทำให้อากาศเย็นลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อความร้อนในตอนกลางวันลอยตัวขึ้นปะทะกับความชื้นของอากาศ จึงทำให้เกิดหมอกปกคลุม โดยทั่วไปในตอนกลางคืนสภาพภูมิอากาศจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้ง 3 ฤดูกาล

  • ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ช่วงระหว่างกลางเดือนกุมภาพันธ์ - กลางเดือนพฤษภาคม จะมีอากาศร้อนอบอ้าว
  • ฤดูฝน  เริ่ม ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม - เดือนตุลาคม จะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้อากาศชุ่มชื้นฝนจะตกชุกมาก ซึ่งจะมีปริมาณมากที่สุดในเดือนสิงหาคม
  • ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม - กลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และความกดอากาศสูงจากประเทศจีน อากาศจะหนาวเย็นมาก

การปกครองและการบริหาร

การบริหารราชการส่วนภูมิภาค

การปกครองแบ่งออกเป็น 7 อำเภอ 45 ตำบล 402 หมู่บ้าน

      1.อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

      2.อำเภอขุนยวม

      3.อำเภอปาย

      4.อำเภอแม่สะเรียง

      5.อำเภอแม่ลาน้อย

      6.อำเภอสบเมย

      7.อำเภอปางมะผ้า

การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

ตำบลจองคำ

ประวัติความเป็นมา

นอดีตบริเวณป๊อกหนองจองคำมีสภาพเป็นป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก และมีร่องน้ำแม่ฮ่องสอนไหลผ่านมีหนองน้ำที่กว้างขวาง และประกอบกับการมีวัดที่ชื่อว่าวัดจองคำ จึงทำให้บริเวณนี้ได้ชื่อว่า “ป๊อกหนองจองคำ” ในขณะนั้นชุมชนมีการปกครองโดยผู้ใหญ่บ้านและกำนัน ต่อมาได้มีการแต่งตั้งชุมชนอย่างเป็นทางการได้มีการแต่งตั้งประธานชุมชนและคณะกรรมการชุมชนเป็นผู้ดูแลและปกครองชุมชน

ประชากรที่อาศัยอยู่ในชุมชนส่วนใหญ่อพยพมาจากรัฐฉานประเทศพม่า จากเมืองหมอกใหม่ เมืองนาย เมืองลายค่า และเมืองเชียงใหม่(สมัยเจ้ากาวีละ) ปัจจุบันมีประชากรทั้งหมดประมาณ 600 คน และส่วนใหญ่มีอาชีพรับราชการ และค้าขายสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน โดยชาวบ้านบางกลุ่มในชุมชนได้ผลิตสินค้าประเภทงานแกะสลักไม้เป็นรูปต่างๆ ได้แก่รูปช้าง กระเหรี่ยงคอยาว และรูปจตุคาม

พื้นที่

ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ที่พิกัดละติจูต 19 องศาเหนือ 17 ลิปดา 903 ฟิลิปดา และลองจิจูต 097 องศาตะวันออก 58 ลิปดา 385 ฟิลิปดา อาณาเขตติดต่อทิศเหนือติดกับชุมชนบ้านใหม่และชุมชนป๊อกปางล้อ ทิศใต้ติดกับชุมชนป๊อกหนองจองคำ ทิศตะวันออกติดกับชุมชนบ้านใหม่ และทิศตะวันตกติดกับชุมชนป๊อกกาดเก่า ซึ่งเป็นชุมชนพื้นที่ราบที่มีอาคารบ้านเรือนล้อมรอบค่อนข้างหนาแน่น

เขตพื้นที่

อาณาเขตที่ตั้งของชุมชนหนองจองคำอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ตำบลจองคำ อำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีอาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับชุมชนกลางเวียง ทิศใต้ติดต่อกับบ้านไม้แงะ ทิศตะวันออกติดต่อกับบ้านใหม่และทิศตะวันตกติดต่อกับบ้านสบป่อง

ตำบลปางหมู

ประวัติความเป็นมา

ในปี พ.ศ. 2374 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ ทางแคว้นล้านนาไทย เมืองพิงค์นคร หรือเมืองเชียงใหม่ มีพระยาเชียงใหม่มหาวงศ์ ซึ่งต่อมาได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าเป็น พระเจ้ามโหตรประเทศราชาธิบดี ได้ทราบว่าทางตะวันตกของเมืองเชียงใหม่ ซึ่งก็คือดินแดนที่เป็นหัวเมืองแม่ฮ่องสอนในปัจจุบัน มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง ป่าทึบและเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะช้างป่าที่ชุกชุมมาก จึงมีบัญชาให้เจ้าแก้วเมืองมา ผู้เป็นญาติเป็นแม่กองนำไพร่พล นำช้างต่อหมอควาญ ออกไปสำรวจความเป็นไปของเหตุการณ์ชายแดนด้านตะวันตก พร้อมให้จับช้างป่านำมาฝึกสอนใช้งานต่อไป  เจ้าแก้วเมืองมา ก็ได้รวบรวมไพร่พลช้างต่อและหมอควาญช้างออกเดินทางจากเมืองเชียงใหม่ มุ่งสู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือลัดเลาะตามลำห้วย มุ่งสู่ภูเขาสูงสลับซับซ้อน ใช้เวลาเดินทางไม่นานนักก็เข้าสู่หมู่บ้าน เวียงปายหรืออำเภอปายในปัจจุบัน ที่นี่เจ้าแก้วเมืองมาและคณะพักอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ก็เดินทางต่อ คราวนี้มุ่งสู่ทิศใต้ลัดเลาะตามลำน้ำปายขึ้นสู่ภูเขาสูงอีกครั้งหนึ่ง  การเดินทางช่วงนี้ใช้เวลามากกว่าเดิมก็ลงสู่แม่น้ำปายอีกครั้ง เมื่อถึงแม่น้ำปายก็พบมีชุมชนเล็ก ๆ มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มากนัก เป็นคนไตหรือไทยใหญ่ บริเวณหมู่บ้านติดแม่น้ำปาย มีป่าที่ราบว่างเปล่ามากมาย เห็นว่าทำเลที่ตั้งของหมู่บ้านนี้ดีมาก สามารถขยายให้เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่โตได้ในภายหน้าและที่อยู่ใกล้บ้านยังมีดินโป่งเป็นแห่ง ๆ มีหมูป่าลงมากินดินโป่งชุกชุมมาก เหมาะสำหรับตั้งเป็นหมู่บ้านเป็นอย่างดี เจ้าแก้วเมืองมาจึงได้รวบรวมผู้คนที่อยู่กระจัดกระจายให้มาอยู่รวมกัน ให้มีการคัดเลือกนายบ้านเรียกว่า "เหง" และได้ "นายพะก่าหม่อง" คนไทยใหญ่เป็นเหง กำนันปกครองหมู่บ้านและให้ชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านโป่งหมู" ต่อมามีการเรียกเพี้ยนกลายเป็นบ้านปางหมู ปัจจุบันมีฐานะเป็นตำบล อยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

พื้นที่

องค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู  มีพื้นที่รับผิดชอบประมาณ  300  ตารางกิโลเมตร (187,500  ไร่)  พื้นที่โดยส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขา  และยังอยู่ในสภาพที่อุดมสมบูรณ์อยู่มาก  มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอยู่หลายแห่ง  เช่น  วัดดอยกองมูบ้านปางหมู , วัดกิ่วขมิ้น , ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์   และหมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาวบ้านในสอย   เป็นต้น

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ  จรดกับ  อบต. หมอกจำแป่  และ  อบต. ห้วยผา  อ.เมือง  จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศใต้  จรดกับ  อบต. ผาบ่อง  อ.เมือง  จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก  จรดกับ  อบต. ห้วยปูลิง  อ.เมือง  จ.แม่ฮ่องสอน  

ทิศตะวันตก  จรดกับ  ประเทศพม่า 

ตำบลผาบ่อง

ประวัติ

บ้านผาบ่อง   เดิมตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันตกของฝายห้วยตำข่อนในปัจจุบัน มีแม่น้ำแม่สะมาดไหลผ่าน  ระหว่างภูเขาสองลูกและเป็นหน้าผาสูงชันมาก ความกว้างของช่องเขามีประมาณ 30 เมตรชาวบ้านเรียกกันว่า  “หว่อง” หรือ “บ่อง” หน้าผาทั้งสองข้างไม่สามารถขึ้นได้ ชาวบ้านผาบ่องตั้งชื่อหมู่บ้านตามหน้าผาช่องเขาทั้งสองลูกว่า “ผาบ่อง” คำว่า “ผา” คือ  หน้าผาภูเขาสูงที่ชัน ทั้งสองลูก ปัจจุบันบริเวณเขื่อนผาบ่อง ซึ่งตามความหมายว่า ความแข็งแกร่งของหมู่บ้านเหมือนหิน และคำว่า “บ่อง” ช่องเขาที่สามารถผ่านไปได้หรือเข้า – ออกได้  ซึ่งหมายความว่า ช่องทางแห่งความสำเร็จทุกอย่าง ทั้งสองคำรวมกัน หมายถึง หมู่บ้านที่มีความแข็งแกร่งดั่งภูผา สามารถผ่านพ้นอุปสรรคสู่ความสำเร็จทุกประการ

พื้นที่

เนื่องจากภูมิประเทสส่วนใหญ่ ของ ตำบลผาผ่องเป็นภูเขา สลับกับที่ราบ มีความเป้นธรรมชาติที่สวยงาม มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น ชาวไทยใหญ่ และ กะเหรี่ยงขาว 

เขตพื้นที่

สภาพทั่วไปของหมู่บ้านผาบ่อง เป็นที่ราบเชิงเขา  อาณาเขตติดต่อดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับ         บ้านป่าปุ๊

ทิศใต้              ติดต่อกับ         บ้านห้วยโป่งกาน

ทิศตะวันออก     ติดต่อกับ         บ้านห้วยกุ้ง,ตำบลห้วยปูลิง

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับ         บ้านห้วยแก้วล่าง

ตำบลหมอกจำแป๋

ประวัติ

บ้านหมอกจำแป่เป็น ๑ ใน ๙ หมู่บ้านของตำบลหมอกจำแป่ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑ ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในอดีตพื้นที่บ้านหมอกจำแป่เป็นป่าทึบ มีชาวไทใหญ่จากชายแดนประเทศพม่า เข้ามาทำมาหากินเป็นบางฤดูกาลและเป็นทางผ่านของกองทัพพม่าที่เดินทางไปตีกรุงศรีอยุธยา และหัวเมืองฝ่ายเหนือของไทย ต่อมาชาวไทใหญ่จากพม่าเห็นว่าเป็นทำเลที่ดีพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับทำการเกษตรเนื่องจากมีแม่น้ำ ๒ สาย ไหลผ่าน คือ แม่น้ำแม่สะงี และแม่น้ำแม่สะงา จึงได้อพยพเข้ามาสร้างบ้านเรือนอย่างถาวร และขยายเป็นชุมชนซึ่งเป็นบ้านหมอกจำแป่  ในปัจจุบัน นับระยะเวลาประมาณร้อยกว่าปีมาแล้ว (นายวิโรจน์  ลืนคำ กำนันตำบลหมอกจำแป่ เห็นแย้งว่าบ้านหมอกจำแป่ตั้งมานานหลายชั่วอายุคนหากนับแล้วชุมชนตั้งมาไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ปี ซึ่งเห็นตรงกับนายส่วย  ลืนคำ ผู้เป็นบิดา) การจัดตั้งหมู่บ้านครั้งแรกโดยมีขุนพันยาเป็นผู้นำหมู่บ้านคนแรก และให้ชื่อว่าบ้านหมอกจำป่ หมายถึง ดอกลั่นทม ซึ่งมีจำนวนมากในบริเวณที่ตั้งหมู่บ้าน

พื้นที่

ยู่ทางทิศเหนือของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อาณาเขตบ้านหมอกจำแป่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบ มีภูเขาล้อมรอบ น้ำอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี โดยมีแม่น้ำไหลผ่าน 2 สาย คือ ลำน้ำแม่สะงาและลำน้ำแม่สะงี สภาพอากาศแบบร้อนชื้นในฤดูร้อน และมีอากาศหนาวในช่วงปลายปี บ้านหมอกจำแป่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 25 กิโลเมตร เดินทางตามเส้นทางหลวงแผ่นดิน 1095 สายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ถึงทางแยกทางหลวงชนบท 4001 มส ระยะทาง 12 กิโลเมตร จากนั้นใช้เส้นทางหลวงชนบท 4001 มส ถึงบ้านหมอกจำแป่ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร มีพื้นที่การปกครอง 119 ตารางกิโลเมตร มีความยาวจากทิศเหนือ จดทิศใต้ 10 กิโลเมตร ความกว้าง 6 กิโลเมตรพิกัด ละติจูต 19 องศา 25 ลิปดา 856 ฟิลิปดาเหนือ พิกัด ลองจิจูต 097 องศา 59 ลิปดา 755 ฟิลิปดาตะวันออก

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ               ติดต่อกับ บ้านยอด หมู่ ๙ ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศใต้                   ติดต่อกับ บ้านแม่สะงา หมู่ ๒ ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก         ติดต่อกับ บ้านห้วยผา หมู่ ๑ ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก           ติดต่อกับ บ้านห้วยโป่ง่อน หมู่ ๗ ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่อ่องสอ

ตำบลห้วยโป่ง

ประวัติ

พื้นที่

ตำบลห้วยโปงมีเนื้อที่ทั้งหมด  76  ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ  47,500  ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก     ติดต่อกับ ตำบลบ่อสลี อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

ทิศใต้             ติดต่อกับตำบลกองก๋อย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลห้วยปูลิง

ประวัติ

ตำบลห้วยปูลิง ตั้งอยู่ในเขตของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน มีหมู่บ้านทั้งหมด รวม 11 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยปูลิง บ้านห้วยกุ้ง บ้านหนองขาวกลาง บ้านหัวน้ำแม่ฮ่องสอน บ้านห้วยตอง บ้านห้วยปมฝาด บ้านห้วยตองก้อ บ้านห้วยอี้ บ้านห้วยไม้ดำ บ้านห้วยปูเลย และบ้านห้วยไทร

พื้นที่

ตำบลห้วยปูลิง ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมือง 75 กิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่มีสภาพเป็น ภูเขาที่สลับซับซ้อนและสูงชัน และมีที่ราบเชิงเขาเล็กน้อย เป็นที่ราบเชิงเขามีลำน้ำ ลำห้วยที่ สำคัญหลายสายไหลผ่าน มีสภาพป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่เป็นราบเชิงเขา เหมาะสมในการใช้ ทำการเกษตรเป็นส่วนน้อย มีหมู่บ้านที่ตั้งอยู่คือ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 11 ตำบลห้วยปูลิง

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลห้วยผา อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ ติดต่อกับตำบลผาบ่อง, ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

ทิศตะวันตก ติดต่อกับตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลห้วยผา

ประวัติ

เมื่อช่วง ๓–๔ ชั่วอายุคนที่ผ่านมาเมืองแม่ฮ่องสอนเริ่มจะเป็นเมืองเล็ก ๆ ห้วยผาเป็นบริเวณที่  เหมาะที่จะพักแรมคืน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางหรือกองคาราวานวัวต่างๆ มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ คือ ลำน้ำห้วยผา ซึ่งเป็นลำธารที่ก่อเกิดจากห้วยซลอบ (เทือกเขาซลอบ“ซลอบ คือ ศาลาในภาษาไทยใหญ่นั้นเอง”มีพื้นราบที่จะทำนาได้และยังมีแม่น้ำแม่สะงีไหลผ่านทางภาคเหนืออีกด้วย ชุมชนเริ่มเกิดขึ้นจาก ๓ - ๔ หลังคาเรือน และมากขึ้นจนเป็น ๒๐ - ๓๐ หลังคาเรือน ในปี ๒๔๙๐ ปัจจุบันมีมีครัวเรือนมากกว่า ๑๐๐  หลังคาเรือน หมู่บ้านห้วยผามีหมู่บ้านหย่อม(หมู่บ้านบริวาร) คือ บ้านห้วยซลอบ ชาวบ้านย้ายมาจาก     ร่องแห้ง บริเวณด่านชายแดนบ้านห้วยผึ้งย้ายมาอยู่บริเวณที่เรียกว่า“ปุ่งหมากโอ”หรือ หมู่บ้านห้วยซลอบในปัจจุบันเมื่อเริ่มตั้งหมู่บ้านมี ๑๐ หลังคาเรือน

หัวหน้าหมู่บ้านเรียกว่า ปู่ก้าง (ผู้ใหญ่บ้านในภาษาไทยใหญ่) หมู่บ้านใกล้เคียง คือ บ้านหมอกจำแป่  บ้านแม่สะงา บ้านกุงไม้สัก บ้านห้วยขาน บ้านนามะอื้น บ้านทุ่งมะส้าน บ้านนาปลาจาด บ้านแม่สุยะ  เหล่านี้ล้วนแต่เป็นชื่อของคนไทยใหญ่ลุ่มแม่น้ำแม่สะงี และลุ่มน้ำแม่สะงา ทั้งสิ้น หมู่บ้านดังกล่าวเป็นหมู่บ้านเก่าแก่มาก เกิดขึ้นใกล้เคียงกัน บ้านน้ำกัด บ้านแม่ออ บ้านห้วยมะเขือส้ม บ้านห้วยส้าน ฯลฯ

พื้นที่

ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของชุมชนบ้านห้วยผา หมู่ที่ ๑ ตำบลห้วยผา อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ทางทิศเหนือของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อาณาเขตบ้านห้วยผาตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มตามลำห้วยผาทางเชิงเขา มีภูเขาสูงล้อมรอบ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย และอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้สัก ไม้แดง ไม้ยาง ห่างจากตัวเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอนตามระยะของทางหลวงแผ่นดิน  ๑๐๙๕ สายเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ระยะทาง ๑๘ กิโลเมตร มีพื้นที่การปกครอง ๑๑๙ ตารางกิโลเมตร มีความยาวจากทิศเหนือ  จดทิศใต้ ๑๐ กิโลเมตร ความกว้าง ๖ กิโลเมตร

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ       ติดต่อกับ บ้านทุ่งมะส้าน หมู่ ๕ ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศใต้           ติดต่อกับ บ้านปางหมู หมู่ ๑ ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก  ติดต่อกับ บ้านน้ำกัด หมู่ ๒ ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก   ติดต่อกับ บ้านหมอกจำแป่ หมู่ ๑ ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

อำเภอขุนยวม

ตำบล ขุนยวม

ประวัติ

เทศบาลตำบลขุนยวม ” เดิมเป็น สุขาภิบาลขุนยวม ซึ่งเป็นสุขาภิบาลขนาดเล็ก จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2499 และได้รับการยกฐานะจากสุขาภิบาลขุนยวมเป็นเทศบาลตำบลขุนยวม เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2542 ตามพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงฐานะสุขาภิบาลเป็นเทศบาล  พ.ศ.2542 มีดวงตราสัญลักษณ์เป็นวงกลม ภายในเป็นลักษณะรูปภูเขาซ้อนกัน 2 ลูก หมายถึง “ ดอยมูหญ่า ” ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเทศบาล ซึ่งเป็นภูเขาที่มีโบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเคารพนับถือของชาวอำเภอขุนยวมทและมีรูปนกบินกลับรัง ซึ่งหมายถึงการกลับมายังถิ่นฐานของผู้ที่เดินทางจากขุนยวม เพื่อกลับมาพัฒนาบ้านเมืองให้มีความเจริญ

พื้นที่

มีพื้นที่ประมาณ 5.09 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3,181.25 ไร่ พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบเนินเขาและภูเขา ประกอบด้วยชุมชน 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 2 ตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม  บางส่วน

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ มีอาณาเขตติดต่อกับ องค์การบริหารส่วนตำบลขุนยวม

ทิศใต้ มีอาณาเขตติดต่อกับ องค์การบริหารส่วนตำบลขุนยวมและลำน้ำยวม

ทิศตะวันออก มีอาณาเขตติดต่อกับ ลำน้ำยวม

ทิศตะวันตก มีอาณาเขตติดต่อกับ องค์การบริหารส่วนตำบลขุนยวม

ตำบลแม่เงา

ประวัติ

ตำบลแม่เงา มีสถานะทางการบริหารเป็นองค์การบริหารส่วนต าบลแม่เงา แบ่งการปกครองเป็น 8 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 1 บ้านต่อแพ หมู่ 2 บ้านหัวเงา หมู่ 3 บ้านประตูเมือง (มี 2กลุ่มบ้านคือ กลุ่มบ้านประตูเมืองและกลุ่มบ้านหัวแม่แก) หมู่ 4 บ้านห้วยต้นนุ่น หมู่ 5 บ้านห้วยนา หมู่ 6บ้านสวนอ้อย หมู่ 7 บ้านนาหัวแหลม หมู่ 8 บ้านหลวง จ านวนประชากรมีทั้งหมด 3,053 คน แยกเป็นชาย 1,585 คน และหญิง 1,468 คน ประชากรในพื้นที่ประกอบด้วย ชาวไทยพื้นเมือง ชาวไทยใหญ่และชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง

พื้นที่

ตำบลแม่เงา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จากตัวอำเภอขุนยวม เป็นระยะทางประมาณ

5 กิโลเมตร เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 450 ตารางกิโลเมตร

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม

ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลเมืองปอน-ตำบลแม่กิ๊ อำเภอขุนยวม

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลแม่กิ๊ อำเภอขุนยวม-สหภาพเมียนมาร์

ตำบลเมืองปอน

ประวัติ

บ้านเมืองปอนเป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน นับหลายร้อยปี มีเรื่องเล่าสืบต่อๆ กันมาว่าชุมชนแต่ก่อน อยู่ที่ดอยเวียง มีอยู่ราว 40 หลังคาเรือน  ปอน มาจากคำว่าพร หรือเมืองที่มีสิริมงคล บางความเชื่อให้ความหมาย ปอน หมายถึง พญา หรือเป็นเมืองใหญ่ หรือผู้ปกครองเป็นพญาที่ยิ่งใหญ่  ภูมิประเทศเป็นที่สูง ต่อมากองทัพพม่ายกทัพเพื่อจะยึดเมืองปอน แต่ไม่สำเร็จเพราะชาวเมืองปอนใช้หินกลิ้งปล่อยลงจากภูเขาทับทหารพม่า

พื้นที่

บ้านเมืองปอน ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 1 และ 2  ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ในหุบเขาอยู่ห่างจากอำเภอขุนยวม ประมาณ 12 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 10,562 ไร่ แบ่งเป็นป่าสงวนเป็น 6,727 ไร่ ที่สาธารณะประมาณ 57 ไร่ ที่อยู่อาศัยประมาณ 522 ไร่และพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 3,251 ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลขุนยวม และต าบลแม่เงา อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลแม่โถ และต าบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อยจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ต าบลแม่ยวมน้อย อำเภอขุนยวม และตำบลแม่โถ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลแม่เงา และตำบลแม่กิ๊อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลแม่ยวมน้อย

ประวัติ

ตำบลแม่ยวมน้อย มีสถานการณ์บริหารเป็นรูปแบบขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่ยวมน้อย แบ่งเป็น 8 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1 บ้านหัวปอน หมู่ 2 บ้านแม่โกปี่ หมู่ 3 บ้านหว่าโน (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านหว่าโน และกลุ่มบ้านตองจิ่ง) หมู่ 4 บ้านแม่ออ หมู่ 5 บ้านแม่แจ๊ะ (มี 2 กลุ่มบ้าน คือกลุ่มบ้านแม่แจ๊ะ และกลุ่มบ้านห้วยโป่ง) หมู่ 6 บ้านแม่หาด หมู่ 7 บ้านห้วยมะบวบ และหมู่ 8 บ้านหัวแม่ลาก๊ะ (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านหัวแม่ลาก๊ะ และกลุ่มบ้านหัวแม่ลาก๊ะใต้) มีจ านวนประชากรทั้งสิ้น2,474 คน เป็นชาย 1,272 คน หญิง 1,214 มีจ านวนครัวเรือน 692 ครัวเรือน

พื้นที่

ตำบลแม่ยวมน้อย อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ห่างที่ว่าการอำเภอขุนยวมไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 96 กิโลเมตร มีเนื้อที่โดยประมาณ 269 ตารางกิโลเมตร หรือ 168,337 ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลแม่กิ๊

ประวัติ

ตำบลแม่กิ๊ มีทั้งหมด 5 หมู่บ้าน แบ่งการอยู่อาศัยเป็น4 หย่อมบ้าน มีประชากรทั้งหมด 1,401 คน ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าปกาเกอะญอ ซึ่งส่วนใหญ่ยึดเหนี่ยววัฒนธรรมประเพณีในการดูแลรักษาป่า เรียกว่า “ป่าเดปอ” เป็นป่าที่บรรพบุรุษสืบทอดให้มาหลายชั่วอายุคน ตามความเชื่อในการน ารกเด็กเกิดใหม่ผูกไว้กับต้นไม้เพื่อให้เด็กเติบโตพร้อมกับการดูแลต้นไม้ไม่ให้ตัด เพราะจะท าให้เจ็บป่วยถ้าดูแลต้นไม้ได้ดี เด็กก็จะเติบโตมีอายุยืนตามไปด้วย ชาวบ้านจึงยึดเหนี่ยวความเชื่อนี้ด ารงชีวิตในด้านจารีตประเพณี จนถึงปัจจุบันการอยู่ร่วมกับธรรมชาติเป็นสวัสดิการชุมชนอย่างหนึ่งที่มีมาโดยธรรมชาติสร้างความสัมพันธ์ของคนในชุมชนการดูแลป่า รักษาป่า และอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน

พื้นที่

ตำบลแม่กิ๊ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ห่างจากอำเภอขุนยวม เป็นระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 94,375 ไร่ หรือ 151 ตารางกิโลเมตร

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ สหภาพเมียนมาร

ตำบลแม่อูคอ

ประวัติ

ตำบลอูคอย เป้นเนินเขาพื้นที่กว้าง มีดอกบัวตอง หรืออีกชื่อที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูนั่นก็คือ ดอกทานตะวันหนู หรือ Maxican Sunflower Weed เป็นพืชในตระกูลทานตะวันขนาดเล็ก มีถิ่นกำเนิดจากประเทศเม็กซิโกและทวีปอเมริกากลาง ก็ไม่รู้ว่ามันแพร่กระจายเดินทางไกลข้ามโพ้นข้ามทะเลมาผลิบานบนขุนเขาแดนดอยของเมืองไทยได้อย่างไรกัน พืชประเภทนี้จัดเป็นวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมพื้นที่ป่าอันเสื่อมโทรมบริเวณรอบข้างของเทือกดอยแม่อูคอนั้น จะเป็นพื้นที่ที่มีสภาพเป็นเทือกดอย ที่ถูกถางทำไร่เลื่อนลอยมาก่อนจนโล่งเตียนกลายเป็นดอยหัวโล้น ในที่สุดก็ถูกบัวตองขึ้นครอบคลุมทั่วพื้นที่ บางส่วนก็ได้มีการปลูกป่าโตเร็วอย่างเช่นพื้นที่ ลักษณะของภูเขาเป็นภูเขาสลับซับซ้อนคล้ายคลื่นทะเล และมีการดอกบัวตองเต็มพื้นที่ภูเขา ในพื้นที่ 1,000 ไร่ ไม่มีต้นไม้ใหญ่ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงของจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ          ติดต่อกับรัฐฉาน  แห่งสหภาพพม่า

ทิศใต้              ติดต่อกับอำเภอท่าสองยาง  จังหวัดตาก

ทิศตะวันออก    ติดต่อกับอำเภอแม่แจ่ม  อำเภอฮอด  จังหวัดเชียงใหม่

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับสหภาพพม่า

อำเภอปาย

ตำบลเวียงใต้

ประวัติ

ตำบลเวียงใต้ แบ่งการปกครองเป็น 8 หมู่บ้าน การบริหารเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลตำบล โดยองค์การบริหารส่วนต าบลเวียงใต้ครอบคลุมพื้นที่ 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ 5 บ้านน้ าฮู(มี 2กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านสันติชล และกลุ่มบ้านน้ าฮู) หมู่ 7 บ้านใหม่สหสัมพันธ์ หมู่ 8 บ้านแสงทองเวียงใต้และเทศบาลตำบลปายครอบคลุม4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านเมืองพร้าว (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านหัวนาและกลุ่มบ้านเมืองพร้าว) หมู่ 2 บ้านเจ้าหม้อ หมู่ 3 บ้านป่าขาม หมู่ 4 บ้านเมืองแพร่ จ านวนประชากรทั้งหมด 7,545 คน แยกเป็นชาย 3,956 คน หญิง 3,589 คน มีครัวเรือน 3,835 ครัวเรือน

พื้นที่

ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย ตั้งอยู่ห่างที่ว่าการอ าเภอปายไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 1กิโลเมตร ตั้งอยู่ห่างที่ว่าการจังหวัดแม่ฮ่องสอนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 114กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 18.9 ตารางกิโลเมตร แบ่งพื้นที่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลเวียงใต้ 16.5ตารางกิโลเมตร แบ่งพื้นที่ในความดูและของเทศบาลตำบลปาย 2.4 ตารางกิโลเมตร

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลแม่นาเติง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลเวียงเหนือ ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลทุ่งยาว ตำบลแม่นาเติง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลเวียงเหนือ

ประวัติ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นรูปแบบขององค์การบริหารส ่วนต าบลเวียงเหนือแบ่งเป็น 10 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1 บ้านโป่ง หมู่ 2 บ้านใหม่ หมู่ 3 บ้านตาลเจ็ดต้น หมู่ 4 บ้านเมืองน้อย (มี 6 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านปายสองแง่ กลุ่มบ้านหัวปาย กลุ่มบ้านเมืองน้อย กลุ่มบ้านห้วยงู กลุ่มบ้านกุงจอง และกลุ่มบ้านห้วยช้างเฒ่า) หมู่ 5 บ้านโฮ่ง หมู่ 6 บ้านห้วยหก (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านห้วยหก และกลุ่มบ้านป่าซาง) หมู่ 7 บ้านหัวแม่เมือง หมู่ 8 บ้านศรีดอนชัย หมู่ 9 บ้านกิ่วหน่อ หมู่ 10 บ้านห้วยเฮี๊ยะ จ านวนประชากรทั้งหมด 3,711 คน แยกเป็นชาย 1,925คน หญิง 1,786คน มีครัวเรือน

พื้นที่

ตำบลเวียงเหนือ อำเภอปาย ตั้งอยู่ห่างที่ว่าการอำเภอปายไปทางทิศเหนือ ประมาณ 3กิโลเมตร ตั้งอยู่ห่างที่ว่าการจังหวัดแม่ฮ่องสอนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 114 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 286.22 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 178,887.50 ไร

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง ตำบลเมืองคอง อำเภอเชียงดาว

จังหวัดเชียงใหม่

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลเวียงใต้ ตำบลแม่นาเติง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลแม่นาเติง

ประวัติ

ตำบลแม่นาเติง มีฐานะการบริหารเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาเติง แบ่งออกเป็น

11 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ที่ 1 บ้านแม่นาเติงนอก หมู่ที่ 2 บ้านแม่นาเติงใน หมู่ที่ 3 บ้านม่วงสร้อย(มีกลุ่มบ้านคือ กลุ่มบ้านม่วงสร้อยและกลุ่มบ้านป่ายาง) หมู่ที่ 4 บ้านหมอแปง (มีกลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้าน หมอแปงและกลุ่มบ้านยะโป๋) หมู่ที่ 5 บ้านแม่ของ หมู่ที่ 6 บ้านนาจลอง หมู่ที่ 7 บ้านปางแปก หมู่ที่ 8บ้านแม่นะ หมู่ที่ 9 บ้านดอยผีลู (มีกลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านน้ าปลามุง กลุ่มบ้านดอยผีลู และกลุ่มบ้านในของ) หมู่ที่ 10บ้านไทรงาม และหมู่ที่ 11 บ้านนาจลองใหม่ มีจ านวนประชากรทั้งหมด 6,398 คนแยกเป็นชาย 3,250 คน หญิง 3,148 คน และมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด 1,510 ครัวเรือน

พื้นที่

ตำบลแม่นาเติง อำเภอปาย อยู่ห่างจากตัวอำเภอปายประมาณ 4 กิโลเมตร มีเนื้อที่

ประมาณ 317 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 198,125 ไร

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียร์มาร์

ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลทุ่งยาวและตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลถ้ำลอดและตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลแม่ฮี้

ประวัติ

สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขามีป่าไม้หลายชนิด มีพื้นที่ราบระหว่างภูเขา และ ที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ ไว้สำหรับเป็น  แหล่งเพาะปลูก และใช้เป็นที่อยู่อาศัย แหล่งน้ำที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำปาย ลำห้วยแม่เย็น ลำห้วยแม่ฮี้  ลำห้วยแม่ปิง ลำห้วย  แม่ยะ และเป็นแหล่งต้นน้ำเพื่อการบริโภคที่สำคัญของตำบลแม่ฮี้

พื้นที่

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอปาย ระยะทางจากอำเภอปายประมาณ 2.5 กิโลเมตร โดยตำบล  แม่ฮี้ มีพื้นที่ทั้งหมด 331.20 ตารางกิโลเมตร หรือ 207,001 ไร่ จำนวน 6 หมู่บ้าน

เขตพื้นที่

ทิศเหนือติด        ตำบลเวียงเหนือ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ติด            ตำบลเมืองแปง, ตำบลโป่งสา อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออกติด  อำเภอแม่แตง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 

ทิศตะวันตกติด    เทศบาลตำบลปาย, ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลทุ่งยาว

ประวัติ

ตำบลทุ่งยาว มีสถานะทางการบริหารเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล แบ่งการปกครองเป็น12 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1 บ้านทุ่งโป่ง หมู่ 2 บ้านทุ่งยาวเหนือ หมู่ 3 บ้านทุ่งยาวใต้ หมู่ 4 บ้านสบแพม หมู่ 5บ้านแพมกลาง หมู่ 6 บ้านแพมบก หมู่ 7 บ้านแม่อีแลบ หมู่ 8 บ้านปางตอง หมู่ 9 บ้านตีนธาตุ หมู่ 10บ้านร้องแหย่ง หมู่ 11 บ้านกุงแกงหมู่ 12 มะโนราจ านวนประชากรทั้งหมด 4,120 คน แยกเป็นชาย2,115 คน หญิง 2,005 คนมีครัวเรือน 1,809 ครัวเรือน

พื้นที่

ตำบลทุ่งยาว อำเภอปายจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอปาย ประมาณ5 กิโลเมตร ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 116 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 395.537ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 246,875 ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ ติดต่อกับตำบลเมืองแปง อำาเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับแม่น้ำปาย ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอมือง และอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลเมืองแปง

ประวัติ

แบ่งการปกครองเป็น 8 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1 บ้านเมืองแปง หมู่ 2 บ้านใหม่ดอนตัน หมู่ 3บ้านห้วยฮะ หมู่ 4 บ้านสบสา หมู่ 5 บ้านแกงหอมม้ง หมู่ 6 บ้านผาส าราญ หมู่ 7 บ้านแกงหอมกระเหรี่ยงหมู่ 8 บ้านห้วยหมีศรีสัวสดิ์ มีจ านวนประชากรทั้งหมด 3,996 คน แยกเป็นชาย 2,014 คน หญิง 1,982คน มีครัวเรือน 1,098 ครัวเรือน

พื้นที่

ตำบลเมืองแปง อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ห่างจากตัวอำเภอปายประมาณ 36 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 364.53 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ227,865.25ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลโป่งสา อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลห้วยปูลิง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลโป่งสา

ประวัติ

ตำบลโป่งสา แบ่งการปกครองเป็น 7 หมู่บ้าน มีสถานนะทางการบริหารเป็นองค์การบริหาร

ส่วนตำบลโป่งสาคือ หมู่ 1 บ้านโป่งสา (มี 5 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านทุ่งโค้ง กลุ่มบ้านป่าขาม กลุ่มบ้านขี้เหล็กกลุ่มบ้านหัวโป่ง และกลุ่มบ้านหล่ายทุ่ง) หมู่ 2 บ้านห้วยไร่ (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านห้วยไร่ และ กลุ่มบ้านขุนสานอก) หมู่ 3 บ้านห้วยเดื่อ (มี 4 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านขุนห้วยเดื่อ กลุ่มบ้านห้วยเดื่อเหนือ กลุ่มบ้านห้วยเดื่อกลาง และกลุ่มบ้านห้วยเดื่อใต้) หมู่ 4 บ้านแม่เหมืองหลวง (มี 3 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านดอยหลวงกลุ่มบ้านเหนือ และกลุ่มบ้านใต้) หมู่ 5 บ้านขุนสาใน หมู่ 6 บ้านโป่งทาก (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ โป่งทาก และกลุ่มบ้านแม่อีล้อ) และ หมู่ 7 บ้านปางตอง จ านวนประชากรทั้งหมด 3,173 คน แยกเป็นชาย 1,632 คนหญิง 1,541 คน มีครัวเรือน 924 ครัวเรือน

พื้นที่

ตำบลโป่งสา อำเภอปาย ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกฉียงใต้ของที่ว่าการอ าเภอปาย โดยมีระยะห่างจากอำเภอปาย ประมาณ 85กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน 191กิโลเมตร ตำบลโป่งสามีเนื้อที่ประมาณ 370.65 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 231,660 ไร

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลแม่ฮี้อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลยั้งเมิน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลป่าแป๋อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลเมืองแปง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

อำเภอแม่สะเรียง

ตำบลบ้านกาศ

ประวัติ

เหตุที่ได้ชื่อว่าตำบลบ้านกาศ สันนิษฐานว่าแต่เดิมใช้คำว่า บ้านกาด เพราะคำว่ากาดเป็นภาษาพื้นบ้านที่ใช้พูดกันซึ่งแปลว่า ตลาด ในภาษากลาง เนื่องจากตำบลบ้านกาศเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ตัวอำเภอแม่สะเรียงและมีตลาดอยู่มากจึงเรียกว่า บ้านกาด ภายหลังได้เพี้ยนเป็น บ้านกาศ สันนิษฐานว่าอาจ เนื่องมาจากมีอากาศยานตั้งอยู่ในตำบลนี้

พื้นที่

ตำบลบ้านกาศมีเนื้อที่รวม ทั้งหมด 260 ตารางกิโลเมตร หรือ 162,500 ไร่ เป็นพื้นที่การเกษตร 8,374 ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลท่าผาปุ้ม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลแม่สะเรียง

ประวัติ

เมืองแม่สะเรียงมีชื่อในประวัติศาสตร์ว่า เมืองยวมใต้ หรือ เมืองยวม เคยเป็นที่ตั้งชุมชนมาไม่น้อยกว่า 600 ปี และเป็นเมืองหน้าด่านที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของอาณาจักรล้านนา เคยมีบุคคลสำคัญของเมืองยวมหลายคนที่มีบทบาทอยู่ในประวัติศาสตร์และเป็นมหาราชแห่งอาณาจักรล้านนา คือ "ท้าวลก" (เป็นภาษาบาลี มีความหมายว่าเป็นราชบุตรองค์ที่ 6 ของพระราชบิดา) ผู้ครองเมืองยวมใต้ในรัชกาลพญาสามฝั่งแกน กษัตริย์อาณาจักรล้านนา ต่อมาท้าวลกได้รับการสนับสนุนจากขุนนางเมืองเชียงใหม่ชื่อ นายสามเด็กย้อย (เป็นบุตรคนที่ 3 ของพ่อแม่ นามตัวว่า "เด็กย้อย") ลอบชิงราชบัลลังก์จากพระราชบิดา โดยเนรเทศพระราชบิดาไปอยู่เมืองสาด ซึ่งตั้งอยู่ทิศเหนือของอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ไปประมาณ 60 กิโลเมตร (ปัจจุบันอยู่ในรัฐฉานของประเทศพม่า)

พื้นที่

1.384 ตารางกิโลเมตร (ครอบคลุมจำนวน 9 ชุมชน)

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ  ติดต่อกับ   อำเภอแม่ลาน้อย   จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้                ติดต่อกับ  อำเภอสบเมย   จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก       ติดต่อกับ  อำเภอแม่แจ่ม , อำเภอฮอด   จังหวัดเชียงใหม่

ทิศตะวันตก         ติดต่อกับ  แม่น้ำสาละวิน , รัฐกอทูเล , รัฐคะยา 

ตำบลแม่คง

ประวัติ

ตำบลแม่คง ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2448 ซึ่งได้รวบรวมพื้นที่ของตำบลเสาหินในปัจจุบันด้วย ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2523 จำนวน 6 หมู่บ้านได้แยกออกไปเป็นตำบลเสาหิน คงเหลือ 9 หมู่บ้าน และในปี พ.ศ. 2530 หมู่ 1 ได้แยกออกเป็น 2 หมู่บ้าน คือบ้านทุ่งแล้ง และบ้านหนองป่าแขม เป็นหมู่ที่ 10 ซึ่งตำบลแม่คง ตั้งมาตามชื่อแม่น้ำสาละวิน ซึ่งชาวบ้านเรียก “แม่น้ำคง” กำนันคนแรกคือ หนานปัญญา ปวงคำคง ต่อมาได้ยกฐานะบรรดาศักดิ์เป็นขุน มีนามว่า “ขุนไพจิตร” ตำบลแม่คงมีเนื้อที่ทั้งหมด 910.40 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 11 หมู่บ้าน มีประชากรทั้งหมด 4,121 คน ชาย 2,108 คน หญิง 2,013 คน จำนวน 1,357 ครัวเรือน ประชากรร้อยละ 55.30% เป็นชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยง ร้อยละ 44.69% เป็นคนพื้นเมือง นับถือศาสนาพุทธ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำนา ทำสวน ทำไร่ และอาชีพอื่นๆ หาของป่า รับราชการ ค้าขาย พืชเศรษฐกิจ คือ ข้าว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง พริก

พื้นที่

เนื้อที่910.40 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 509,000 ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ          ติดประเทศพม่า

ทิศใต้                       ติดตำบลแม่ยวม

ทิศตะวันออก              ติดเทศบาลแม่สะเรียง

ทิศตะวันตก                ติดลำน้ำสาละวินประเทศพม่า

ตำบลแม่เหาะ

ประวัติ

ตำบลแม่เหาะแต่เดิมเป็นหมู่ที่ 12 ของตำบลแม่สะเรียง ซึ่งในสมัยนั้นพื้นที่บริเวณตำบลแม่เหาะเป็นป่าเขา อยู่ห่างไกลกันดาร ไม่มีเส้นทางการคมนาคมการติดต่อระหว่างอำเภอแม่สะเรียงกับบ้านแม่เหาะ ต้องอาศัยเดินทางเท้า ผ่านห้วยเขาลำเนาไพร เป็นระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาดินทางเป็นวัน ๆ กว่าจะถึงที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียงการปกครองอำเภอแม่สะเรียงได้จัดการปกครองบริเวณพื้นที่นี้เป็น หมู่ที่ 12 ของตำบลแม่สะเรียง มีนายก่อเหงอะ เป็นผู้ใหญ่บ้าน

พื้นที่

ตำบลแม่เหาะมีเนื้อที่ทั้งหมด 284.8 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 178,049 ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ          ติดต่อกับ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้    ติดต่อกับ ตำบลป่าโปง ตำบลกองก๋อย และตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก    ติดต่อกับ ตำบลบ่อสลี อำเภอฮอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับ ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลแม่ยวม

ประวัติ

เทศบาลตำบลแม่ยวม อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับการยกฐานะจากสภาตำบลเป็นองคืการบริหารส่วนตำบล ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2539 เป็นองคืการบริหารส่วนตำบลชั้น 5 และต่อมาได้รับการยกฐานะจากองคืการบริหารส่วนตำบลเป็นเทสบาลตำบล

พื้นที่

ตำบลแม่ยวม มีเนื้อที่รวมทั้งหมด 284.5 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 177,813 wij

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลแม่คง อำเถอแม่สะเรียง

ทิศใต้             ติดต่อกับตำบลสบเมย ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย

ทิศตะวันออก     ติดต่อกับ ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง และตำบล

แม่คะตวน อำเภอสบเมย

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับแม่น้ำสาละวิน ประเทศพม่า

ตำบลเสาหิน

ประวัติ

เหตุที่ได้ชื่อว่าตำบลเสาหิน เพราะพื้นที่บริเวณใกล้บ้านเสาหินได้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ดินทรุดตัวลงทำให้เกิดเป็นดินผสมหินตั้งเป็นแท่งสูง ประมาณ 2-3 เมตร ประมาณ 5-6 แท่ง จำนวน 2 จุด เรียกกันว่าเสาหิน คนเฒ่าคนแก่จึงใช้ชื่อเสาหินเป็นชื่อหมู่บ้าน

พื้นที่

เนื้อที่โดยประมาณ 480.60 ตารางกิโลเมตร

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดประเทศพม่า

ทิศใต ้ติดตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง

ทิศตะวันออก ติดเขตอำเภอแม่ลาน้อยและ ตำบลบ้านกาศ อำเภอแม่สะเรียง

ทิศตะวันตก ติดประเทศพม่า ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง

ตำบลป่าแป๋

ประวัติ

องค์การบริหารส่วนตำบลป่าแป๋ ได้รับการจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาตำบล  และองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นตามมาตรา 40 และ 43  ประกอบด้วย สภาองค์การบริหารส่วนตำบลตามมาตรา 44มีสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขามีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ พื้นที่บางส่วนตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติห้วย น้ำดัง และบางส่วนอยู่ในเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่า แม่เลา-แม่แสะ

พื้นที่

มีเนื้อที่ทั้งหมด   ประมาณ  ๒๑๓  ตารางกิโลเมตร  ๑๓๓,๑๒๕  ไร่   ( พื้นที่กว่าร้อยละ ๙๐ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ )

เขตพื้นที่

ทิศเหนือติด            ติดกับตำบลท่าผาปุ้ม,  ตำบลห้วยห้อม  อำเภอแม่ลาน้อย

ทิศใต้ติด              ติดกับตำบลแม่เหาะ  อำเภอแม่สะเรียง

ทิศตะวันออกติด      ติดกับตำบลบ้านทับ  อำเภอแม่แจ่ม  จังหวัดเชียงใหม่

ทิศตะวันตกติด        ติดกับตำบลแม่สะเรียง,  ตำบลบ้านกาศ   อำเภอแม่สะเรียง

อำเภอแม่ลาน้อย

ตำบลแม่ลาน้อย

ประวัติ

องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาน้อย  ตั้งอยู่ที่  105  หมู่ที่  10  ตำบลแม่ลาน้อย  อำเภอแม่ลาน้อย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน  เดิมองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาน้อยมีฐานะเป็น"สภาตำบล"  โดยใช้ชื่อว่า "สภาตำบลแม่ลาน้อย"  ต่อมาได้ยกฐานะเป็น องค์การบริหารส่วนตำบล เมื่อปี พ.ศ. 2542  โดยใช้ชื่อว่า  "องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาน้อย"  ตามพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงฐานะของสภาตำบล  มีฐานะเป็นนิติบุคคล  และเป็นหน่วยงานบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

พื้นที่

ตำบลแม่ลาน้อยมีเนื้อที่ ประมาณ 365 ตารางกิโลเมตร 288,125  ไร่

เขตพื้นที่

 ทิศเหนือ         ติดต่อ  ตำบลสันติคีรี   ตำบลแม่ลาหลวงอำเภอแม่ลาน้อย

 ทิศใต้             ติดต่อ  ตำบลท่าผาปุ้มอำเภอแม่ลาน้อย

 ทิศตะวันออก    ติดต่อ  ตำบลห้วยห้อมอำเภอแม่ลาน้อย

 ทิศตะวันตก     ติดต่อ  ตำบลเสาหินอำเภอแม่สะเรียง

ตำบลแม่ลาหลวง

ประวัติ

องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาหลวงจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2539 ที่ทำการตั้งอยู่ที่ 88/1 หมู่ 7 บ้านสันติพัฒนา ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอนส่วนใหญ่ประกอบด้วยภูเขาและป่าไม้ พื้นที่ราบมีเป็นส่วนน้อย ได้แก่ที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขา และที่ราบริมแม่น้ำยวม และแม่น้ำลา รวมถึงบริเวณริมฝั่งลำห้วยต่าง ๆ ซึ่งประชากรใช้เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน คิดเป็นร้อยละ 11 ของพื้นที่ทั้งหมด พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตป่าอนุรักษ์แม่ยวมฝั่งขวา

พื้นที่

มีพื้นที่รับผิดชอบโดยประมาณ 181,250 ไร่ (290 ตารางกิโลเมตร)

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับเขตองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่โถ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ ติดต่อกับเขตองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาน้อย อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับเขตองค์การบริหารส่วนตำบลสันติคีรี อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่โถ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตองค์การบริหารส่วนตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาน้อย อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และติดต่อกับเขตประเทศพม่า

ตำบลท่าผาปุ้ม

ประวัติ

ตําบลท่าผาปุ้ม มีสถาะการบริหารเป็นองค์การบริหารส่วนตําบลท่าผาปุ้ม แบ่งการปกครองเป็น8 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1 บ้านแม่สะกึ๊ด (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านแม่สะกึ๊ด และกลุ่มบ้านแม่กวางใต้) หมู่ 2บ้านห้วยผึ้ง (มี 4 กลุ่มบ้านคือ กลุ่มบ้านห้วยผึ้ง กลุ่มบ้านสามหมอก กลุ่มบ้านกิ่ว และกลุ่มบ้านแม่ปอถ่า)หมู่ 3 บ้านห้วยหมากหนุน (มี 4 กลุ่มบ้านคือ กลุ่มบ้านห้วยหมากหนุน กลุ่มบ้านขุนแม่เตี๋ย กลุ่มบ้านห้วยกองข่อ และกลุ่มบ้านแม่เตี๋ยน้อย) หมู่ 4 บ้านท่าผาปุ้ม หมู่ 5 บ้านแม่เตี๋ย หมู่ 6 บ้านแม่สะกั๊ว (มี 2 กลุ่มบ้านคือ กลุ่มแม่สะกั๊ว และกลุ่มแม่กองแป) หมู่ 7 บ้านแม่กวางเหนือ และหมู่ 8 บ้านใหม่พัฒนาสันติประชากรในพื้นที่ ประกอบไปด้วย คนพื้นเมือง และชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง มีจํานวนประชากรทั้งหมด

3,862 คน แยกเป็นชาย 2,019 คน หญิง 1,843 คน มีครัวเรือน 1,096 ครัวเรือน

พื้นที่

มีเนื้อที่ทั้งหมด 135 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 84,375 ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตําบลแม่ลาน้อย อําเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ ติดต่อกับ ตําบลบ้านกาศ อําเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตําบลป่าแป๋อําเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตําบลเสาหิน อําเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลแม่โถ

ประวัติ

ตําบลแม่โถ มีสถานการบริหารเป็นองค์การบริหารส่วนตําบลแม่โถ แบ่งการปกครองออกเป็น 8 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1 บ้านหัวแม่โถ หมู่ 2 บ้นผาแดงหลวง (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านผาแดงหลวง และกลุ่มบ้านโปงน้ําร้อน) หมู่ 3 บ้านแม่โถ (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านแม่โถ และกลุ่มบ้านแม่โถนอย่) หมู่ 4 บ้านแม่โถใตหมู่ 5 บ้านแม่อุมพาย (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านแม่อุมพายเหนือ และกลุ่มบ้านแม่อุมพายเหนือใต้) หมู่6 บ้านแม่จอ (มี 3 กลุ่มบ้าน คือกลุ่มบ้านแม่จอใต้กลุ่มบ้านแม่จอกลาง และกลุ่มบ้านแม่จอเหนือ) หมู่ 7 บ้านห้วยผึ้งใหม่ (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านห้วยผึ้งใหม่ และกลุ่มบ้านห้วยผึ้งเก้า) และหมู่ 8 บ้านห้วยไม้ซาง มีจํานวนประชากรทั้งสิ้น 3,588 คน เปนชาย 1,826 คน หญิง 1,762คน มีจํานวนครัวเรือน 935 ครัวเรือน

พื้นที่

มีพื้นที่ทั้งหมด148 ตารางกิโลเมตร หรือมีเนื้อที่ 84,373

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.เมืองปอน อ.ขุมยวม จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ ติดกับ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดกับ ต.ขุนแม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก ติดกับ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

ตำบลห้วยห้อม

ประวัติ

องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อม ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2540 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล ลงวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2539 ที่ทำการตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 2 บ้านห้วยห้า ตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลขนาดกลาง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอแม่ลาน้อย    ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่ลาน้อย ไปทางทิศตะวันออกประมาณ   35 กิโลเมต

พื้นที่

มีพื้นที่โดยประมาณ 75,000 ไร่   (120  ตารางกิโลเมตร)

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อ ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

ทิศใต้ ติดต่อ ต.ป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ ต.ท่าผาปุ้ม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อ ต.บ้านทับ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

ทิศตะวันตก ติดต่อ ต.แม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

ตำบลแม่นาจาง

ประวัติ

ประมาณ  5%  ของพื้นที่ตำบล  ส่วนมากการใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกข้าว  ปลูกกระเทียม  หอมแดง  ไม้ผล  พืชผัก ฯลฯ และใช้เป็นที่อยู่อาศัย ได้แก่ พื้นที่หมู่ที่ 1, 8 ของตำบลแม่นาจาง สภาพภูมิอากาศ มี 3 ฤดู   คือ ฤดูฝน   ฤดูหนาว และฤดูร้อน ฤดูฝน เริ่มลงมือเพาะปลูกพืช จะเริ่มประมาณกลางเดือนพฤษภาคมและไปสิ้นฤดูในเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคม ฤดูหนาว  เริ่มต้นประมาณกลางเดือนตุลาคมและสิ้นสุดประมาณเดือนกุมภาพันธ์  ฤดูร้อน    เริ่มต้นประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์และไปสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม

พื้นที่

พื้นที่ 25.79 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 16,222 ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ           ติดต่อกับตำบลแม่คะตวน  อำเภอสบเมย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้              ติดต่อกับตำบลท่าสองยาง    อำเภอท่าสองยาง   จังหวัดตาก

ทิศตะวันออก     ติดต่อกับตำบลสบโขง    ตำบลบ่อสลี อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

ทิศตะวันตก        ติดต่อกับตำบลสบเมยฃ อำเภอสบเมย    จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลสันติคีรี

ประวัติ

ตำบลสันติคีรีตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลสันติคีรี  เมื่อ  พ.ศ.๒๕๔๓  ที่ทำการตั้งอยู่  เลขที่  ๕๓ บ้านหัวลา หมู่ที่ ๗  ตำบลสันติคีรี  อำเภอแม่ลาน้อย   จังหวัดแม่ฮ่องสอน  รหัสไปรษณีย์ ๕๘๑๒๐  หมายเลขโทรศัพท์  ๐ - ๕๓๐๗ – ๐๑๖๖  ห่างจากที่ทำการอำเภอแม่ลาน้อย  เป็นระยะทาง  ๒๖  กิโลเมตร  และห่างจากศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน  เป็นระยะทาง  ๑๐๕   กิโลเมตร

พื้นที่

มีพื้นที่โดยประมาณ  80,000  ไร่ (128 ตารางกิโลเมตร)

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ           ติดกับตำบลแม่โถ          อำเภอแม่ลาน้อย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้               ติดกับตำบลแม่ลาน้อย    อำเภอแม่ลาน้อย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก       ติดกับตำบลแม่ลาหลวง   อำเภอแม่ลาน้อย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก     ติดกับตำบลแม่นาจาง     อำเภอแม่ลาน้อย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลขุนแม่ลาน้อย

ประวัติ

เดิมเป็นตำบลที่รวมกับตำบลแม่นาจาง ต่อมาประมาณวันที่ 1 พฤศจิกายน 2536 ได้แยกตำบลขึ้นใหม่ ประกอบด้วย 5 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 บ้านขุนแม่ลาน้อย หมู่ที่ 2 บ้านส้มป่อย หมู่ที่ 3 บ้านแม่ลาป่าแก่ หมู่ที่ 4 บ้านฟักทอง และหมู่ ที่ 5 บ้านแม่ลายไหมพื้นที่ทำกินเป็นภูเขาสูง ฝนตกชุก การคมนาคมยากลำบาก ประชาชนเป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง

พื้นที่

พื้นที่ทำกินเป็นภูเขาสูง ฝนตกชุก การคมนาคมยากลำบาก ประชาชนเป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ      ติดกับ ต.เมืองปอน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศใต้         ติดกับ ต.แม่นาจาง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดกับ ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

ทิศตะวันตก   ติดกับ ต.แม่โถ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

อำเภอสบเมย

ตำบลขุนสบเมย

ประวัติ

สบ หมายถึง การพบกัน การบรรจบ ปลายสุดแม่น้ำหรือปากน้ำ  เมย หมายถึง ชื่อแม่น้ำเมย ที่ใช้แบ่งอาณาเขตระหว่างประเทศไทยในจังหวัดตากและจังหวัดแม่ฮ่องสอน บางส่วนกับสหภาพเมียนมาร์ ซึ่งไหลมาบรรจบกับแม่น้ำสาละวิน ที่บ้านสบเมยหมู่ที่ 4 ตำบลแม่สามแลบ ก่อนที่จะไหลเข้าสู่ประเทศสหภาพเมียนมาร์

พื้นที่

มีพื้นที่โดยประมาณ 74,000 ไร่   (120  ตารางกิโลเมตร)

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอแม่สะเรียง

ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอฮอดและอำเภออมก๋อย (จังหวัดเชียงใหม่)

ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภออมก๋อย (จังหวัดเชียงใหม่) และอำเภอท่าสองยาง (จังหวัดตาก)

ทิศตะวันตก ติดต่อกับรัฐกะเหรี่ยง (ประเทศพม่า)

ตำบลแม่คะตวน

ประวัติ

ตำบลแม่คะตวน มีสถานะการบริหารเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลแม่คะตวน แบ่งเป็น 8 หมู่บ้าน ได้แก่หมู่ หมู่1 บ้านผาผ่า (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านผาผ่า และกลุ่มบ้านดอยผาลาย) หมู่ 2บ้านไหม้(มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านไหม้ และกลุ่มบ้านห้วยทบศอก) หมู่ 3 บ้านแม่เกาะ (มี 3 กลุ่มบ้านคือ กลุ่มบ้านแม่เกาะ กลุ่มบ้านแม่มูด และกลุ่มบ้านดงใหม่) หมู่ 4 บ้านแม่ออกใต้ (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านออกใต้ และกลุ่มบ้านแม่ออกลาน) หมู่ 5 บ้านคอนผึ้ง (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านคอนผึ้ง และกลุ่มบ้านห้วยโป่งแห้ง) หมู่ 6 บ้านแม่ออกเหนือ (มี 6 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านแม่ออกเหนือ กลุ่มบ้านแม่ออกกลาง กลุ่มบ้านแม่ออกใหม่ กลุ่มบ้านกองกุ๋น กลุ่มบ้านทะเละ และกลุ่มบ้านป่ากล้วย) หมู่ 7 บ้านแพะหลวง หมู่ 8 บ้านอุมดาเหนือ (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านอุมดาเหนือ และกลุ่มบ้านอุมดาใต้) มีจ านวนประชากรทั้งสิ้น 6,126 คน เป็นชาย 3,088 คน หญิง 2,111 มีจ านวนครัวเรือน 3,065 ครัวเรือน

พื้นที่

มีเนื้อที่โดยประมาณ 162 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 101,250 ไร

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลแม่สะเรียง และตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลแม่สวด และตำบลสบเมย อำเภอสบเมย จังหวัด

แม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลกองก๋อย อำเภอสบเมย และตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลสบเมย อำเภอสบเมย และตำบลแม่ยวมอำเภอแม่สะเรียง

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลกองก๋อย

ประวัติ

แต่เดิมมานั้น หมู่บ้านกองก๋อย มีชื่อว่า “ บ้าน ก๊องก่อย ” ซึ่งเป็นภาษาชาวไทยละว้า มีความหมายตรงกับภาษาไทยว่าคล้องค่อย ๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับเขตการปกครองของอำเภอแม่สะเรียง เป็นระยะเวลาประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว และเมื่อปีพุทธศักราช 2527 ตำบลกองก๋อยได้แยกตัวออกมาจากเขตการปกครองของอำเภอแม่สะเรียงแล้วมาขึ้นกับ กิ่งอำเภอสบเมย และได้รับการแต่งตั้งเป็นอำเภอสบเมยเมื่อปี พ.ศ. 2537 แรกเริ่มเดิมทีหมู่บ้านเป็นป่าดงดิบ และป่าส้มป่อย เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะช้าง เพราะเป็นหุบเขาที่ราบ มีลำห้วยไหลผ่านสองสาย ชาวบ้านจะมาจับช้างป่าในแถบนี้ไปใช้งานเป็นประจำ ต่อมาได้มีช้างเผือกเชือกหนึ่งเกิดขึ้นในป่าแห่งนี้ ข่าวได้แพร่กระจายจากชาวบ้านที่มาจับช้างเป็นประจำนั้น จนข่าวทราบถึงขุนหลวงแม่ละก๊ะ ซึ่งเป็นหัวหน้าของชนชาวลั๊วะ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแคบลุ่มแม่น้ำสาละวิน ถึงแม่น้ำปิง แต่ดินแดนแถบนี้ขึ้นกับหัวเมืองเชียงใหม่ ได้รวมกับบริวารมาจับช้าง ณ ที่แห่งนี้ เมื่อพบแล้วจึงช่วยกันกระเต๊าะเข้ามา ( ต้อนเข้ามา ) ต่อมาที่แห่งนี้ก็คือบ้านกองต๊อกในปัจจุบัน เมื่อกระเต๊าะเข้ามา ก็ได้ถึงกองแหนบ ( กองหนีบหรือหนีบเข้ามาต่อมาได้ชื่อว่าห้วยกองแหนบ) ก็มีการโยงเชือกหรือโยงขันขึ้นครูแล้วถึงจะจับ ก่อนที่จะจับขุนหลวงแม่ละก๊ะได้พูดกับบริวารว่า “ ก๊อง ก่อย ก่อย “ (เป็นภาษาชาวไทยละว้า) จนได้ช้างเผือกเชือกนั้นในที่ป่าแห่งนี้

พื้นที่

มีเนื้อที่ทั้งหมด 232 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 145,000 ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลป่าโป่ง อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้    ติดต่อกับตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลบ่อสลี อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมย และตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลแม่สวด

ประวัติ

องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สวด  ตั้งอยู่ในท้องที่  บ้านแม่สวด บ้านเลขที่  421 หมู่ที่  1  ตำบลแม่สวด  อำเภอสบเมย    จังหวัดแม่ฮ่องสอน  58110  และเป็นตำบลที่เป็นพื้นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศไทย และอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสบเมย  ประมาณ  100 เมตร , ห่างจากตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอนประมาณ  197  กิโลเมตร

พื้นที่

มีเนื้อที่ทั้งหมด 350 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 218,850 ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ            ติดต่อกับตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้               ติดต่อกับตำบลท่าสองยาง  อำเภอท่าสองยาง   จังหวัดตาก

ทิศตะวันออก      ติดต่อกับตำบลสบโขง  อำเภออมก๋อย  จังหวัดเชียงใหม่

ทิศตะวันตก        ติดต่อกับตำบลสบเมย  อำเภอสบเมย   จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลป่าโปง

ประวัติ

องค์การบริหารส่วนตำบลป่าโปง  เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลขนาดกลาง โดยมีที่ตั้งสำนักงาน ตั้งอยู่พิกัดที่ L V 078070  มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,129 เมตร รับผิดชอบพื้นที่ตำบลป่าโป่ง อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 114 ตอนพิเศษ 1 ง ลงวันที่ 3 มกราคม 2540 หน้า 145 – 146 ได้กำหนดเขตตำบลป่าโป่ง โดยให้มีเขตการปกครอง รวม 7 หมู่บ้าน

พื้นที่

ตำบลป่าโปงมีเนื้อที่ทั้งหมด  76  ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ  47,500  ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้              ติดต่อตำบลกองก๋อย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก     ติดต่อกับตำบลบ่อสลี อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลแม่สามแลบ

ประวัติ

พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ  ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติสาละวิน อยู่ทางทิศทางตะวันตกของอำเภอสบเมย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ห่างจากอำเภอสบเมย  56  กิโลเมตร การเดินทางเข้าสู่อำเภอสบเมยต้องผ่านเขตอำเภอแม่สะเรียงเนื่องจากไม่มีถนนสายหลักจากตำบลเข้าสู่อำเภอโดยตรง

พื้นที่

ตำบลแม่สามแลบมีเนื้อที่ทั้งหมด  251  ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 156,875  ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ          ติดต่อกับตำบลแม่ยวม  อำเภอแม่สะเรียง     จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้               ติดต่อกับตำบลท่าสองยาง   อำเภอท่าสองยาง     จังหวัดตาก

ทิศตะวันออก     ติดต่อกับตำบลสบเมย     อำเภอสบเมย        จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก       ติดต่อกับประเทศพม่า    มีแม่น้ำสาละวิน เป็นแนวเขตชายแดน 

อำเภอปางมะผ้า

ตำบลสบป่อง

ประวัติ

ตำบลสบป่อง มีสถานะทางการบริหารเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลสบป่อง แบ่งการปกครองเป็น 8 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 1 บ้านสบป่อง หมู่ 2 บ้านน้ าริน หมู่ 3 บ้านไร่ (มี 4 กลุ่มบ้านคือ กลุ่มบ้านไร่ กลุ่มบ้านน้ าบ่อสะเป่ กลุ่มบ้านท่าไคร้ และกลุ่มบ้านสามหลัง) หมู่ 4 บ้านหนองผาจ้ า หมู่5 บ้านแม่อุมอง (มี 3 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านแม่อุมอง กลุ่มบ้านลุกป่าก๊อ และกลุ่มบ้านหนองขาว) หมู่ 6บ้านกึ๊ดสามสิบ (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านกึ๊ดสามสิบ ละกลลุ่มบ้านนาอ่อน) หมู่ที่ 7 บ้านหนองตอง หมู่ที่ 8 บ้านแม่หมูลีซอ (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านแม่หมูลีซอ และกลุ่มบ้านดงมะไฟ) มีจ านวนประชากรทั้งหมด 7,024 คน แยกเป็นชาย 3,652 คน หญิง 3,327 คน มีครัวเรือน 2,806 ครัวเรือน มีความหนาแน่นเฉลี่ย 22.25 คนต่อตารางกิโลเมตร

พื้นที่

ตำบลสบป่อง อยู่ในเขตอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างจากอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนไปทางทิศเหนือ ประมาณ 65 กิโลเมตร มีเนื้อที่โดยประมาณ 250 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 156,250

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลปางมะผ้า อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย , ตำบลห้วยปูลิง อำเภอเมือง

แม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลถ้ าลอด อำเภอปางมะผ้า, ตำบลแม่นาเติง อำเภอปายจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลห้วยผา อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลปางมะผ้า

ประวัติ

องค์การบริหารส่วนตำบลปางมะผ้า  ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล  พ.ศ.2537   เมื่อวันที่   23  เดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ. 2540    อยู่ในเขตการปกครองของตำบลปางมะผ้า อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน   ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของที่ว่าการอำเภอปางมะผ้า ระยะห่างจากอำเภอประมาณ 18 กิโลเมตร เกือบทั้งหมดของพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลปางมะผ้า  เป็นภูเขาสูงและป่าไม่อันอุดมสมบูรณ์ มีที่ราบระหว่างภูเขาเพียงเล็กน้อย ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ภูเขาส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน  จึงมีถ้ำที่สวยงามมากมาย

พื้นที่

มีเนื้อที่ประมาณ  198   ตารางกิโลเมตร   หรือประมาณ 123,750  ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ        จดกับ  สาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพเมียนม่าร์

ทิศใต้            จดกับ  ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า อำเภอเมือง

ทิศตะวันออก  จดกับ  ตำบลถ้ำลอด  ตำบลสบป่อง  อำเภอปางมะผ้า

ทิศตะวันตก    จดกับ  ตำบลนาปู่ป้อม  อำเภอปางมะผ้า

ตำบลถ้ำลอด

ประวัติ

ตำบลถ้ำลอด แบ่งการปกครองเป็น 7 หมู่บ้าน การบริหารเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำลอดคือ หมู่ 1 บ้านถ้้าลอด หมู่ 2 บ้านแสนค้าลือ (มี 4 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านแอโก๋ใหม่ กลุ่มบ้านแอโก๋กลุ่มบ้านแสนค้าลือ และกลุ่มบ้านแสนค้าลือใหม่) หมู่ 3 บ้านวนาหลวง หมู่ 4 บ้านผามอน หมู่ 5 บ้านเมืองแพมหมู่ 6 บ้านห้วยแห้ง (มี 2 กลุ่มบ้าน คือ กลุ่มบ้านห้วยแห้ง และกลุ่มบ้านหัวลาง) หมู่ 7 บ้านแอลา จ้านวนประชากรทั้งหมด 3,469 คน แยกเป็นชาย 1,805 คน หญิง 1,664 คน มีครัวเรือน 1,190 ครัวเรือน

พื้นที่

พื้นที่ท้ากินรวมกับพื้นที่อยู่อาศัยประมาณ12.968 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 8,105 ไร่

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลแม่นาเติง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลปางมะผ้า อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตำบลนาปู่ป้อม

ประวัติ

ตำบลนาปู่ป้อม แต่เดิมเริ่มจากมีการตั้งหมู่บ้านนาปู่ป้อมขึ้นมา ครั้งแรกเริ่มการตั้งหมู่บ้านนี้มาจาก 2 สามีภรรยาคู่หนึ่งได้มาตั้งรกรากทำนา โดยสามีนั้นมีชื่อเรียกว่า “นายป้อม” เวลาใครผ่านมาก็จะมีคนถามว่านี้คือนาของใคร ก็จะมีคนตอบว่า นาปู่ป้อม หมู่บ้านนี้ก็เลยได้ชื่อว่า บ้านนาปู่ป้อม ซึ่งชาวบ้านมีฐานะยากจนย้ายมาจากหมู่บ้านอื่นเป็นระยะโดยเฉพาะในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 นอกจากนั้นยังมีการรบกันระหว่างทหารไทย กับจีนฮ่อ ทางฝ่ายไทยได้รับชัยชนะ ชาวบ้านนาปู่ป้อมไม่ได้เป็นทหาร ในการรบที่ผ่านมาแต่ก็ได้รับบาดเจ็บเป็นบางส่วน เดิมบ้านนาปู่ป้อม เคยเป็นตำบลอยู่แล้วแต่เนื่องจากว่าชาวบ้านย้ายเข้าย้ายออกจนทำให้จำนวนประชากรลดลง ทำให้ต้องยุบลงเป็นหมู่บ้าน ต่อมาชาวบ้านย้ายเข้ามาอีก จึงกลับมาเป็นตำบลนาปู่ป้อมอีกครั้งในปี 2532

พื้นที่

มีเนื้อที่ทั้งหมด 361.02 ตารางกิโลเมตร

เขตพื้นที่

ทิศเหนือ จรด สาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่า

ทิศใต้ จรด ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันออก จรด ต.ปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

ทิศตะวันตก จรด ต.ปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน และ สาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่า

ประชากร

ประชากรในจังหวัดแม่ฮ่องสอนขึ้นชื่อว่ามีความหลากหลาย ทั้งคนเมือง ชาวไต(ไทใหญ่), จีนฮ่อพม่า และชาวเขาเผ่าต่างๆ ราวร้อยละ ๖๐ ของประชากรทั้งหมด ได้แก่ ม้ง (แม้ว), ลีซู (ลีซอ), ล่าหู่ (มูเซอ), ลัวะ, และ ปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) เป็นต้น โดยต่างรักษาวัฒนธรรมของตนเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็อยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรมที่ต่างกันได้โดยไม่เคยปรากฏความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมแต่อย่างใด

ด้วยความหลากหลายของเชื้อชาติดังกล่าวนี้ ประชากรในแม่ฮ่องสอนจึงมีการใช้ภาษาที่หลากหลายด้วย โดยในชาติพันธุ์ต่างๆก็จะพูดภาษาต่างกัน โดยแบ่งเป็นใหญ่ๆได้ดังนี้

ตระกูลภาษาพูดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

กลุ่มภาษาแยกย่อย

กลุ่มชาติพันธุ์

ตระกูลภาษาไท-กะไดกลุ่มตะวันตกเฉียงใต้

กลุ่มภาษาเชียงแสน

ไทยภาคเหนือ(ล้านนา-ไทยวน),ไทลื้อไทเขิน,ไทยภาคกลาง(สยาม)

กลุ่มภาษาไตตะวันตกเฉียงเหนือ

ไทใหญ่,

ตระกูลภาษาจีน-ทิเบต

ตระกูลภาษาย่อยทิเบต-พม่า

พม่า

ภาษาลาฮู

ล่าหู่ (ชาวมูเซอ)

ภาษาลีสู่

ลีซู (ลีซอ)

ภาษาจีน - จีนกลาง

จีนฮ่อ, (จีนยูนนาน)

ภาษากะเหรี่ยงสะกอ

กะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ)

ตระกูลภาษาม้ง-เมี่ยน

ภาษาม้งเขียว - ภาษาม้งขาว

ม้ง (แม้ว)

ตระกูลภาษาออสโตร-เอเชียติก

ภาษากลุ่มมอญ-เขมร

ลัวะ (ละเวือะ)

 

ทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ชื่อ

ช่วงเวลาดำรงตำแหน่ง

1. พญาสิงหนาทราชา (ชานกะเล)

ปี พ.ศ. 2417-2427

2. เจ้าแม่นางเมี้ยะ (เจ้านางเมี้ยะ)

ปี พ.ศ. 2427-2434

3. พญาพิทักษ์สยามเขต (ปู่ขุนโท้ะ)

ปี พ.ศ. 2434-2450

4. พญาพิศาลฮ่องสอนกิจหรือ พญาพิศาลฮ่องสอนบุรี

(ขุนหลู่ หรือ ขุนหลู่ชิง)

ปี พ.ศ. 2450-2484

5. พระยาศรสุรราช (เปลื้อง)

ปี พ.ศ. 2453-2455

6. พ.ต.ต. พระสุรการบัญชา (ยิ้ม นิละโยธิน)

ปี พ.ศ. 2455-2463

7. พระพิทักษ์เทพธานี (ปุ่น อาสนจินดา)

ปี พ.ศ. 2463-2470

8. พระประธารธรารักษ์ (กาบ ผลนิวาส)

ปี พ.ศ. 2470-18 ธ.ค. 2472

9. พระพายัพพิริยกิจ (เอม ทินนะลักษณ์)

18 ธ.ค. 2472-ปี พ.ศ. 2473

10. พระพิบูลย์บริหาร (ทรัพย์ สุวรรณสมบูรณ์)

1 เม.ย. 2473-ปี พ.ศ. 2481

11.  หลวงพำนักนิกรชน (อุ่น สมิตตามร)

6 มิ.ย. 2481-5 ส.ค. 2483

12. ขุนไกรกิตตยานุกูล (อัมพร สาครพันธ์)

5 ส.ค. 2483-มิ.ย. 2486

13. ม.ร.ว.บุง ลดาวัลย์

20 พ.ย. 2486-10 มิ.ย. 2487

14. นายพรหม สูตรสุคนธ์

10 มิ.ย. 2487-10 มิ.ย. 2488

15. นายถนอม พิบูลย์มงคล

30 เม.ย. 2489-10 มิ.ย. 2489

16. ขุนบูรราษฎร์นราภัย (สะอาด สุตบุตร)

1 ก.พ. 2491-4 ม.ค. 2493

17. นายมานิต ปรุณพรรค์

14 ม.ค. 2493-9 มิ.ย. 2496

18. นายทำนุก รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

9 มิ.ย. 2496-20 ธ.ค. 2497

19. นายจำรัส ธารีสาร

1 มิ.ย. 2498-20 พ.ย. 2500

20. นายเครือ สุวรรณสิงห์

17 ก.ค. 2500-14 มิ.ย. 2501

21. นายสุจิตต์ สมบัติศิริ

14 มิ.ย. 2501-27 ก.ย. 2507

22. นายสุวรรณ กฤตธรรม

1 ต.ค. 2507-1 ต.ค. 2508

23. นายเอี่ยม เกรียงศิริ

1 ต.ค. 2508-30 เม.ย. 2512

24. พ.ต.อ. เปลื้อง ตันตาคม

1 พ.ย. 2512-30 ก.ย. 2514

25. พล.ต. ปราการ ภูวนารถนุรักษ์

1 ต.ค. 2514-30 ส.ค. 2515

26. นายสุโข อินทรประชา

1 ต.ค. 2515-30 ก.ย. 2518

27. นายอรุณ ปุสเทพ

1 ต.ค. 2518-30 ก.ย. 2519

28. นายไพฑูรย์ ลิมปิทีป

1 ต.ค. 2519-30 ก.ย. 2521

29. นายจำนง ยังเทียน

1 ต.ค. 2521-30 ก.ย. 2523

30. นายอนันท์ มีชำนะ

1 ต.ค. 2523-30 ก.ย. 2526

31นายวนิช พรพิบูลย์

1 ต.ค. 2526-30 ก.ย. 2528

32. นายคงศักดิ์ ลิ่วมโนมนต์

1 ต.ค. 2528-30 ก.ย. 2530

33. นายประมูล สังฆมณี

1 ต.ค. 2530-30 ก.ย. 2531

34. นายประมวล รุจนเสรี

1 ต.ค. 2531-5 ส.ค. 2533

35. ร.ต.ชาญชัย ใจใส

6 ส.ค. 2533-30 ก.ย. 2535

36. นายสหัส พินทุเสนีย์

1 ต.ค. 2535-24 พ.ย. 2537

37. นายสมเจตน์ วิริยะดำรงค์

25 พ.ย. 2537-30 ก.ย. 2539

38. นายภักดี ชมภูมิ่ง

1 ต.ค. 2539-15 เม.ย. 2541

39. นายสำเริง ปุณโยปกรณ์

16 เม.ย. 2541-30 ก.ย. 2542

40. นายพจน์ อู่ธนา

1 ต.ค. 2542-30 ก.ย. 2545

41. นายสมเจตน์ วิริยะดำรงค์

25 พ.ย. 2537-30 ก.ย. 2539

42. นายภักดี ชมภูมิ่ง

1 ต.ค. 2539-15 เม.ย. 2541

43. นายสำเริง ปุณโยปกรณ์

16 เม.ย. 2541-30 ก.ย. 2542

44. นายพจน์ อู่ธนา

1 ต.ค. 2542-30 ก.ย. 2545

45. นายสุพจน์ เลาวัณย์ศิริ

1 ต.ค. 2545-30 ก.ย. 2548

46. นายดิเรก ก้อนกลีบ

1 ต.ค. 2548-30 ก.ย. 2550

47. นายธงชัย วงษ์เหรียญทอง

1 ต.ค. 2550-30 ก.ย. 2552

48. นายกำธร ถาวรสถิตย์

1 ต.ค. 2552-8 ม.ค. 2555

49. นางนฤมล ปาลวัฒน์

9 ม.ค. 2555-30 ก.ย. 2556

50. นายสุรพล พนัสอำพล

1 ต.ค. 2556-30 ก.ย. 2558

51. นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์

1 ต.ค. 2558-30 ก.ย. 2559

52. นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์

1 ต.ค. 2559-ปัจจุบัน

 

ผู้บริหารจังหวัดแม่ฮ่องสอน

โทร 0-5361-2158

                                                                                                                                                                                                                                                                     

                                      โทร 0-5361-2012                                                                                                                                                            โทร   0-5361-2242

Read 355 times Last modified on 08/06/2018

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.