23/02/2018

เศรษฐกิจ อาชีพและผลิตภัณฑ์

Written by  พื้นที่อำเภอทับสะแก (จ.ประจวบคีรีขันธ์)
Rate this item
(0 votes)

เศรศฐกิจอาชีพ และ ผลิตภัณฑ์

 

รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำเดือนกันยายน 2560

เศรษฐกิจจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในเดือนกันยายน 2560 ขยายตัวเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนและเดือนก่อนหน้า ปัจจัยสำคัญมาจากด้านอุปสงค์ (การใช้จ่ายรวม) และด้านอุปทาน (การผลิต) โดยรวมขยายตัว เนื่องจากการผลิตภาคบริการ ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของจังหวัดกลับมาฟื้นตัว การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่อง และในช่วงสิ้นปีงบประมาณส่วนราชการเร่งรัดการเบิกจ่ายเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย การใช้จ่ายภาครัฐ ขยายตัวสูง ขณะที่ การผลิตภาคอุตสาหกรรม มีสัญญาณการชะลอตัวจากที่ขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า รวมทั้ง การผลิตภาคเกษตรกรรม และด้านการลงทุนภาคเอกชน ยังคงหดตัวจากช่วงก่อนหน้า สำหรับการจ้างงานในจังหวัด ยังคงทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า

เศรษฐกิจด้านอุปทาน (การผลิต) พบว่าการผลิตโดยรวมของจังหวัดขยายตัวเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนและจากเดือนก่อนหน้า ปัจจัยสำคัญมาจากการผลิตภาคบริการซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของจังหวัดกลับมาขยายตัวได้ดี โดยดัชนีผลผลิตภาคบริการ ขยายตัวร้อยละ 9.8 จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้ของธุรกิจด้านการท่องเที่ยว และธุรกิจด้านโรงแรม เพิ่มขึ้นตาม สำหรับ การผลิตภาคอุตสาหกรรม มีสัญญาณการชะลอตัวจากเดือนเดียวกันของปีก่อน และช่วงเดือนก่อนหน้า ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 5.1 เนื่องจากในช่วงก่อนหน้ามีคำสั่งซื้อวัตถุดิบของตลาดค่อนข้างสูง ขณะที่ การผลิตภาคเกษตรกรรม ปริมาณการผลิตหดตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนีผลผลิตภาคเกษตรกรรม หดตัวร้อยละ -13.9 จากปริมาณผลผลิตสับปะรด และยางพารา รวมทั้งผลผลิตทางทะเล ปริมาณออกสู่ตลาดลดลง

เศรษฐกิจด้านอุปสงค์ (การใช้จ่าย) พบว่า การใช้จ่ายโดยรวมของจังหวัดขยายตัวเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และเดือนก่อนหน้า สาเหตุสำคัญมาจากการใช้จ่ายภาครัฐ (G Index) ดัชนีการใช้จ่ายภาครัฐ1 ขยายตัวร้อยละ 37.1 จากการ ขยายตัวของรายจ่ายลงทุน เนื่องจากเป็นช่วงสิ้นปีงบประมาณ ส่วนราชการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนเพื่อให้ เป็นไปตามเป้าหมาย ส่งผลให้ลำดับการเบิกจ่ายของจังหวัดอยู่ในเกณฑ์ดี ประกอบกับการบริโภคภาคเอกชน (Cp Index) ดัชนีการ บริโภคภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 10.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จากธุรกิจขายปลีก-ขายส่ง และหมวดยานยนต์ (รถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่) ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ การลงทุนภาคเอกชน (Ip Index) ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน หดตัวร้อยละ -0.3 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสินเชื่อเพื่อการลงทุน และการก่อสร้างภาคอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลง สถานการณ์การค้าชายแดนจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร2 (ผ่านพิธีการทางศุลกากร) มีมูลค่าการค้ารวม 52.6 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 80.7 สาเหตุส าคัญมาจากมูลค่าการส่งออกและนำเข้าสินค้าผ่านพิธีการฯ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของ ปีก่อน ซึ่งสินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทกรดไขมันปาล์ม กระป๋องเปล่าพร้อมฝา วัสดุก่อสร้าง ผลไม้สด เป็นต้น และ สินค้านำเข้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทอาหารทะเล ไม้กวาด และมะพร้าวแก่ปอกเปลือก

ด้านรายได้เกษตรกรในจังหวัด พบว่า รายได้เกษตรกรเดือนนี้หดตัวร้อยละ -38.1 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนสาเหตุสำคัญมาจากปริมาณพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัด ลดลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับราคาสินค้าเกษตรยังคงตกต่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรในเดือนนี้หดตัวสูงด้านปริมาณ

 การเงิน พบว่า สภาพคล่องในระบบสถาบันการเงินในเดือนนี้ พิจารณาจากกระแสเงินหมุนเวียนในจังหวัดโดยเงินฝากรวม ขยายตัวร้อยละ 4.8 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จากนโยบายการระดมเงินฝากของสถาบันการเงินทำให้ประชาชนยังคงมีแรงจูงใจในการออมเงิน ส าหรับสินเชื่อรวม หดร้อยละ -0.3 ยังคงซบเซาจากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ ผู้ประกอบการยังไม่มีแรงจูงใจในการขยายกิจการหรือลงทุนใหม่

 

 

ข้อมูลด้านอาชีพ

การประกอบอาชีพของชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

1.การทำเหมืองแร่

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีแร่ธาตุที่สำคัญ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ได้แก่ แร่ควอทซ์   หินปูนเพื่อการก่อสร้าง เหล็ก แกรนิต และโพแทสเซียมเฟลด์สปาร์

 

 

2. การเลี้ยงสัตว์

สภาพภูมิประเทศของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่ราบลุ่ม ๆ ดอนๆ มีทุ่งหญ้าเป็นบริเวณกว้าง ดังนั้นพื้นที่ดังกล่าวจึงเหมาะต่อการเลี้ยงสัตว์  เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพการเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริม ควบคู่กับการประกอบอาชีพการเกษตรอื่นๆ เช่น การทำไร่ ทำสวน ปัจจุบันแนวโน้มที่จะประกอบอาชีพการเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพหลัก หรือเลี้ยงเป็นการค้ามีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการเลี้ยงโคนม ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงได้รับการส่งเสริมจากทางราชการทั้งในด้านการให้ความรู้และศึกษาดูงาน โดยได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือจากองค์การส่งเสริมโคนมแห่งประเทศไทย และฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ก  การเลี้ยงสัตว์จะมีการเลี้ยงชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือสัตว์หลายชนิดร่วมกัน หรือในลักษณะการเกษตรผสมผสาน ทั้งนี้เนื่องจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีศักยภาพสูงในด้านการประกอบอาชีพการเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะมีวัสดุเหลือจากการเกษตรจำนวนมาก ที่เหมาะสมนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น เปลือกสับปะรด มันสำปะหลัง ต้นข้าวโพด และกากน้ำตาล นอกจากนี้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ยังอยู่ในเขตพื้นที่ปลอดโรคระบาด ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายหรือจำหน่ายสัตว์ได้สะดวก ทั้งตลาดในภาคกลาง กรุงเทพ หรือภาคใต้การเลี้ยงสัตว์ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ประสบปัญหาแทบทุกชนิด เนื่องจากปัญหาสภาพเศรษฐกิจตกต่ำของประเทศ ทำให้การปล่อยสินเชื่อต่างๆ ที่จะใช้เป็นเงินทุนมาดำเนินการขาดสภาพคล่อง อีกทั้งราคาอาหาร เวชภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินการเลี้ยงสัตว์ราคาสูงขึ้น ในขณะที่ราคาสัตว์มีชีวิตที่ส่งออกสู่ตลาดเพื่อฆ่าชำแหละนำมาบริโภคเป็นอาหารต่างๆ ราคาถูกลง จากสภาพการณ์ดังกล่าวทำให้เกษตรกรรายย่อยไม่สามารถทำการเลี้ยงสัตว์ได้ต่อไป นอกจากนั้นยังมีการใช้ที่ดินที่เคยเลี้ยงสัตว์ไปดำเนินธุรกิจอื่นเพิ่มขึ้น เช่น สับปะรด เพราะมีราคาสูงมากสัตว์ที่นิยมเลี้ยงของจังหวัด ได้แก่ โค กระบือ สุกร แพะ แกะ และไก่ บรรดาสัตว์ที่เลี้ยงโคจะเป็นสัตว์ที่มีผู้เลี้ยงมากที่สุด รองลงมาคือสุกร

3. การอุตสาหกรรม

การอุตสาหกรรมในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีหลายประเภทมีทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ส่วนมากเป็นโรงงานที่ใช้วัตถุดิบจากการเกษตร เช่นโรงงานสับปะรดกระป๋อง ซึ่งจำหน่ายต่างประเทศเกือบ 100% โรงงานน้ำตาลทรายดิบขาว  ส่วนโรงงานขนาดกลาง ได้แก่ โรงงานปลาป่น ห้องเย็นเก็บสัตว์น้ำทะเล โรงเลื่อย โรงถั่วลิสงอบ โรงงานโม่หิน  โรงงานหินอ่อน โรงงานทำเส้นใย โรงงานทำน้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม เป็นต้น

 

 

4.การประมง

การประมงเป็นอาชีพดั้งเดิมของชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะการประมงน้ำเค็มเป็นอาชีพที่เคยทำรายได้ให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้มาก แต่ในปัจจุบันการจับสัตว์น้ำจะลดลง เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง สัตว์น้ำที่สำคัญทางเศรษฐกิจได้แก่ ปลาทูและปลาลัง

ในปัจจุบันปลาทะเลเริ่มจับได้น้อยลงทุกปี ประกอบกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านของเรา ซึ่งเคยเป็นแหล่งทำการประมงของเรือประมงไทย ได้ประกาศขยายทะเลเขตเศรษฐกิจทำให้เขตการประมงของไทยแคบลง ผลผลิตสัตว์น้ำทะเลของไทยลดน้อยลงไปด้วย ประกอบกับมีผู้ทำอาชีพประมงจำนวนมาก และสัตว์น้ำที่เหลือไม่สามารถแพร่ขยายพันธุ์และเจริญเติบโตได้ทัน จากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น กรมประมงได้พยายามหาวิธีที่จะเพิ่มผลผลิตอาหารโปรตีนจำพวกสัตว์น้ำให้มีความเพียงพอกับความต้องการบริโภคของประชาชน โดยได้จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำทะเล (ประการังเทียม) วางตามจุดต่างๆ ของแต่ละอำเภอ

  • การประมงน้ำเค็ม พื้นที่ทำการประมงอยู่ในบริเวณอ่าวประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และอ่าวแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน สัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ปลาทู กุ้งทะเล ปู หอย เป็นต้น เครื่องมือที่ใช้ คือ อวนลอยประเภทต่างๆ อวนปลากะตัก อวนครอบหมึก เป็นต้น
  • การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง มีเนื้อที่เพาะเลี้ยงประมาณ 6,178.5 ไร่ สัตว์ที่นิยมเลี้ยงได้แก่ กุ้งกุลาดำ ปัญหาการเพาะเลี้ยงยังมีเกษตรกรบางส่วนลักลอบเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบความเค็มต่ำในพื้นที่น้ำจืดซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม และเกิดข้อขัดแย้งระหว่างเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพอื่นกับผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำ
  • การประมงน้ำจืด   การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดได้มีการขยายตัวมากยิ่งขึ้น เนื่องจากทางราชการได้จัดทำโครงการต่างๆ อันเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่างๆ ทำให้เกษตรกรมีแรงจูงใจหันมาเลี้ยงสัตว์น้ำจืดมากยิ่งขึ้น เช่น การดำเนินโครงการประมงหมู่บ้าน โครงการบำรุงพันธุ์ปลาแบบประชาอาสา โครงการพัฒนาการประมงในหมู่บ้านป้องกันตนเองชายแดน ไทย-พม่า โครงการเกษตรยังชีพ โครงการสระเก็บกักน้ำขนาดเล็กเพื่อการเกษตรแบบผสมผสาน เป็นต้น นอกจากนี้การทำการประมงในแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ เช่นเขื่อนปราณบุรี เขื่อนเขาล้าน เป็นต้น  ปัจจุบันสัตว์น้ำที่นิยมเลี้ยงกันมากคือ ปลานิลแปลงเพศ  รองลงมาคือปลาดุก

 

 

 6.การเพาะปลูก

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีสภาพพื้นดินที่เหมาะสำหรับการปลูกพืชไร่มากที่สุด รองลงมาเป็นการปลูกไม้ยืนต้น และพื้นที่ทำนาปลูกผัก ไม้ดอกไม้ประดับ และพืชสมุนไพรตามลำดับ โดยมีพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้เป็นจำนวนมากได้แก่

  1. สับปะรด เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอันดับหนึ่งของจังหวัด มีการปลูกมานาน มีโรงงานแปรรูปส่งไปจำหน่ายตลาดต่างประเทศ ทำรายได้ให้จังหวัดมากที่สุด แหล่งเพาะปลูกที่สำคัญและมีการเพาะปลูกมากที่สุด ได้แก่ อำเภอปราณบุรี อำเภอหัวหิน อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอสามร้อยยอด และอำเภอกุยบุรี ตามลำดับ
  2. มะพร้าว เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่ทำรายได้ให้จังหวัด เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกมาแต่ดั้งเดิม ซึ่งนอกจากจะจำหน่ายตลาดภายในประเทศแล้ว ยังมีการแปรรูปเป็นน้ำกะทิ ส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศด้วย และยังมีการนำเอามะพร้าวมาผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซลได้อีกด้วย แหล่งเพาะปลูกที่สำคัญและมีการเพาะปลูกมากที่สุด ได้แก่ อำเภอบางสะพาน อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพานน้อย และอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ตามลำดับ
  3. อ้อย เป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งมีการแปรรูปเป็นน้ำตาลทรายดิบ และน้ำตาลทรายขาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีโรงงานแปรรูปน้ำตาลทราย จำนวน 1 โรงงาน คือ บริษัทอุตสาหกรรมน้ำตาลปราณบุรี จำกัด แหล่งที่มีการปลูกกันมากที่สุด ได้แก อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี อำเภอกุยบุรี อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอสามร้อย ตามลำดับ ใน
  4. ข้าว เป็นพืชที่ปลูกเพื่อใช้บริโภคภายในจังหวัดไม่ได้นำออกจำหน่ายนอกเขตจังหวัด มีพื้นที่ปลูกในทุกอำเภอ
  5. พืชผักและผลไม้ มีปลูกมากในจังหวัด ซึ่งทำรายได้ให้จังหวัดจำนวนไม่น้อย ได้แก่ มะม่วง ขนุน แตงโม พริก ขิง พืชผักสวนครัว รวมถึงพืชสมุนไพร เช่น ว่านหางจรเข้ เป็นต้น

 

 

 

 

 

Read 451 times Last modified on 06/06/2018

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.