โครงการเตรียมงานโรงไฟฟ้า ถ่านหินเทพา (จ.สงขลา)

โครงการเตรียมงานโรงไฟฟ้า ถ่านหินเทพา (จ.สงขลา) (11)

ภัยพิบัติในจังหวัดสงขลา

อุทกภัยน้ำท่วม

อุทกภัยครั้งนี้เริ่มขึ้นในระหว่างฤดูมรสุม เมื่อ พายุหมุนนกเตน ขึ้นฝั่งทางตอนเหนือของ เวียดนาม ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ประเทศไทย และทำให้เกิดอุทกภัยในหลายจังหวัดเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม ภายในสัปดาห์แรกของอุทกภัยก็มีรายงานผู้เสียชีวิตถึง 13 คน  อุทกภัยดำเนินต่อไปใน 16 จังหวัดขณะที่ฝนยังคงตกลงมาอย่างหนัก และภายในเวลาไม่นานอุทกภัยก็ลุกลามไปทางใต้เมื่อ แม่น้ำเจ้าพระยา ได้รับน้ำปริมาณมากจากแม่น้ำสาขา และส่งผลกระทบต่อหลายจังหวัดในภาคกลาง จนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 25 จังหวัดยังได้รับผลกระทบ และเสี่ยงต่ออุทกภัยเพิ่มเติม เนื่องด้วยเขื่อนส่วนใหญ่มีระดับน้ำใกล้หรือเกินความจุ

ปริมาณฝนใน เดือนมีนาคม เหนือพื้นที่ภาคเหนือของ ประเทศไทย อยู่ที่ 344% มากกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งไม่ปกติ โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลได้รับปริมาณน้ำฝน 242.8 มิลลิเมตร มากกว่าปกติ 25.2 มิลลิเมตร ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เป็นต้นมา เขื่อนได้สะสมน้ำแล้ว 245.9 มิลลิเมตร หรือ 186% มากกว่าค่าปกติ

โดยก่อนหน้านี้ได้เกิดอุทกภัยและดินถล่มทางภาคใต้ของ ประเทศไทย ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม แล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 53 คน  และสร้างความเสียหายมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จังหวัดสงขลาอยู่ในเขตร้อน หลายภาคส่วนจึงมักเกิด น้ำท่วมฉับพลัน ตามฤดูกาล อุทกภัยมักเริ่มขึ้นในภาคเหนือแล้วค่อยขยายวงลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านที่ราบภาคกลาง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตาม แม่น้ำชี และ แม่น้ำมูล ซึ่งไหลลง แม่น้ำโขง หรือในพื้นที่ลาดเขาชายฝั่งในภาคตะวันออกและภาคใต้ ส่วนที่เหลือของ พายุหมุนเขตร้อน ซึ่งพัดถล่ม เวียดนาม หรือคาบสมุทรทางใต้เพิ่มหยาดน้ำฟ้าโดยทั่วไป ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่ออุทกภัยมากขึ้นไปอีก ประเทศไทยมีระบบควบคุมการระบายน้ำ รวมถึงเขื่อนหลายแห่ง คลองชลประทานและแอ่งยับยั้งน้ำท่วม (แก้มลิง) (flood detention basin)  แต่ยังไม่เพียงพอต่อการป้องกันความเสียหายอันเกิดจากอุทกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชนบท มีความพยายามอย่างมาก รวมทั้งระบบอุโมงค์ระบายน้ำซึ่งเริ่มใน พ.ศ. 2544  ในการป้องกันอุทกภัยใน กรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่ ณ ปาก แม่น้ำเจ้าพระยา และมักเกิดน้ำท่วม ผลของความพยายามดังกล่าวนับเป็นความสำเร็จสำคัญ โดย กรุงเทพมหานคร มักเกิดอุทกภัยเพียงเล็กน้อยและกินเวลาไม่นานนับตั้งแต่อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2538 อย่างไรก็ดี ภูมิภาคอื่นยังเกิดอุทกภัยรุนแรง

การสื่อสารและการเชื่มโยงข้อมูล

"ศูนย์บูรณาการสื่อสารจังหวัดสงขลา"ศูนย์สงขลา"

ความเป็นมา

จากผลการจัดสัมมนา เรื่อง “บทบาทของนักวิทยุสมัครเล่นที่มีต่อการแจ้งเหตุการณ์ต่าง ๆ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2548 ณ อาคารเรียนรวมและหอสมุดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่าควรมีการจัดตั้งเครือข่ายสื่อสารแบบบูรณาการ อันประกอบด้วยทุกส่วนของภาครัฐ องค์กรปกครองท้องถิ่น องค์กรเอกชน และอาสาสมัคร อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้อุปกรณ์การสื่อสารต่าง ๆ ที่แต่ละหน่วยงาน องค์กร และอาสาสมัครมีอยู่แล้วให้สามารถเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายอย่างเป็นเอกภาพและสามารถรวมตัวกันเป็นเครือข่ายเดียวกัน ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินอันเกิดจากภัยธรรมชาติ ภัยการก่อการร้าย หรือการรวมกันเพื่อภารกิจเฉพาะหน้าอื่น ๆ ของชุมชน นับตั้งแต่นั้นมาท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา(นายสมพร ใช้บางยาง) ก็ได้แต่งตั้งคณะทำงานซึ่งประกอบ ด้วยตัวแทนจากทางจังหวัดสงขลา มณฑลทหารบกที่ 42 ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา สาธารณสุขจังหวัดสงขลา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์ตรวจสอบการใช้ความถี่วิทยุ เขต 4 (สงขลา) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลนครสงขลา สมาคมและชมรมวิทยุสมัครเล่นในจังหวัดสงขลา มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี ตลอดจนภาคเอกชนต่าง ๆ ให้ดำเนินการประชุม ประสานงาน ตลอดจนการวางแผน เพื่อให้สามารถจัดตั้งศูนย์บูรณาการสื่อสารจังหวัดสงขลา (ศูนย์สงขลา) พร้อมกับมีคำสั่งจังหวัดสงขลาที่ 642/2549 ลงวันที่ 17 มีนาคม 2549 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานจัดตั้งเครือข่ายภาคประชาชน จังหวัดสงขลาแบบบูรณาการในการแจ้งเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยคณะทำงานฝ่ายอำนวยการ และคณะทำงานฝ่ายปฏิบัติการ

จากผลการร่วมมืออย่างจริงจังของทุกฝ่ายดังกล่าวข้างต้น จึงทำให้วันนี้เราสามารถที่จะเปิดดำเนินการของศูนย์บูรณาการจังหวัดสงขลา (ศูนย์สงขลา) เพื่อเป็นการถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อีกทั้งพระองค์ได้รับการถวายพระเกียรติ์เป็นนักวิทยุสมัครเล่น โดยได้รับการทูลเกล้าถวายสัญญาณเรียกขานสากล HS1A

อาคารศูนย์พัฒนาระบบสารสนเทศและการสื่อสาร จังหวัดสงขลา เป็นอาคารที่ได้รับการออกแบบมาเฉพาะ ให้ใช้งานเกี่ยวกับระบบงาน ICT ทั้งหมด เช่นงานระบบบริหารสารสนเทศ งานบริการสารสนเทศ และงานระเครือข่าย โดยการออกแบบจะออกแบบตามสภาพการใช้งานจริง ห้องทุกห้องและส่วนอำนวยความสะดวกทั้งหมด จะถูกออกแบบตามความต้องการของผู้ใช้ ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากอาคารได้ทุกส่วน อีกทั้งอาคารยังออกแบบรองรับเทคโนโลยี และอุปกรณ์สมัยใหม่ มีระบบการเดินสายเครือข่ายแบบเจาะพื้น ทำให้ประหยัดงบประมาณและมีความสวยงาม อีกทั้งยังเป็นอาคารที่มีอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ ทำให้สะดวกต่อการดูแล และมีความปลอดภัยต่ออุปกรณ์ครุภัณฑ์ภายในอาคาร  อาคารศูนย์พัฒนาระบบสนเทศและการสื่อสาร จังหวัดสงขลา  สามารถรองรับการฝึกอบรมสัมมนาทางด้านคอมพิวเตอร์ ได้ครั้งและ 160 คน การประชุมทางวิชาการได้ประมาณ 400 คน การประชุมทางไกลได้ 10-40 คน อีกทั้งยังมีห้องประชุมแบบ Paper Less ที่สามารถประชุมได้ครั้งละ 40 คน มีห้องระบบเครือข่าย (Server) ที่สามารถสำรองการทำงานของระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยฯได้ เมื่อระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยมีปัญหา  มีระบบรักษาความปลอดภัยทั้งระบบกล้องวงจรปิดที่สามารถตรวจสอบผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ และระบบ SCAN ลายนิ้วมือ พร้อมทั้งตรวจสอบระบบ RFID ก่อนเข้าห้องระบบเครือข่าย นอกจากนี้ระบบโทรศัพท์ภายในยังใช้ระบ IP PHONE (ระบบโทรศัพท์สื่อสารทางอินเตอร์เน็ต) ทำให้ประหยัดงบประมาณในการใช้งานระบบโทรศัพท์ภายใน

พลังงานชุมชนและการจัดการ

กระทรวงพลังงานเดินหน้าบูรณาการ 2 ชุมชนจ.สงขลา ให้ความรู้- สร้างอาชีพจากพลังงานทดแทน หวังสร้างความมั่นคงด้านพลังงานจากท้องถิ่น-สิ่งแวดล้อมสีเขียวให้ชุมชน

 

ตามที่กระทรวงพลังงานได้มีนโยบายด้านการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในชุมชน เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และต่อยอดสู่การสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้ชุมชน รวมถึงการสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนอย่างถูกต้องให้กับชุมชนในท้องถิ่น ดังนั้น สำนักงานพลังงานจ.สงขลาซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงพลังงานจึงได้ดำเนินการขยายผลนโยบายดังกล่าวในพื้นที่จ.สงขลา ผ่านโครงการส่งเสริมการผลิตเชื้อเพลิงอัดแท่งชีวมวลจากตาลโตนด ซึ่งเป็นโครงการภายใต้โครงการพลังงานชุมชนเพื่อชุมชนจัดการตนเองพลังงาน เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งในท้องถิ่นที่มีจำนวนมาก เช่น ลูกตาลโตนด มาผลิตพลังงานเชื้อเพลิงอัดแท่ง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ลดปัญหาขยะเหลือทิ้ง ลดปัญหามลภาวะ แก้ปัญหาภาวะโลกร้อน และเป็นพลังงานทางเลือกใช้ในระดับครัวเรือนและชุมชน ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยการสนับสนุนเทคโนโลยีระบบเชื้อเพลิงอัดแท่งและโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ให้กับวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ตาลโตนด ด้วยงบประมาณรวม 2,698,000 บาท ซึ่งกระทรวงพลังงานสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 2,300,000 บาท คิดเป็น 85.25% และองค์การบริหารส่วนตำบลคลองรี สมทบงบประมาณ จำนวน 398,000 บาท หรือ 14.75% เพื่อใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงอัดแท่งชีวมวล พร้อมทั้ง สนับสนุนเตาเผาถ่านขนาด 200 ลิตร จำนวน 100 ลูก ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ตาลโตนด เพื่อใช้ในการผลิตถ่านป้อนโรงผลิตเชื้อเพลิงอัดแท่งชีวมวล ซึ่งโครงการดังกล่าวสามารถสร้างรายได้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้ จำนวน 365,400 บาท/ปี ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ถ่านชีวมวลอัดแท่งของชุมชนคลองรี ได้รับความนิยมจากประชาชนในพื้นที่ และยังเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ส่งไปจำหน่ายให้กับกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ในตลาดริมน้ำริมน้ำคลองแดน เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนการใช้ก๊าซ LPG

พลังงานจ.สงขลา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้ร่วมส่วนราชการ ภาคเอกชน และชุมชนในตลาดริมน้ำคลองแดน อ.ระโนด จ.สงขลา ในการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทน เพื่อส่งเสริมให้ตลาดริมน้ำคลองแดน เป็นตลาดริมน้ำเชิงอนุรักษ์พลังงาน และต้นแบบการใช้พลังงานทดแทนของจ. ผ่านกิจกรรมนำร่องต่างๆ อาทิ การประชาสัมพันธ์เรื่องการวางแผนพลังงานชุมชนและการบริหารจัดการองค์ความรู้ด้านพลังงานครบวงจรในชุมชนเพื่อการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานการปรับเปลี่ยนหลอดไฟแสงสว่าง เป็นหลอด LED ประหยัดพลังงาน ทำให้เกิดการประหยัดไฟฟ้าแสงสว่างถึง 75 เปอร์เซ็นต์ การปรับเปลี่ยนเตาซูเปอร์อั้งโล่ประสิทธิภาพสูงเพื่อทดแทนการใช้ LPG การส่งเสริมการใช้ถ่านชีวมวลอัดแท่งจากตาลโตนด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากตำบลคลองรี อ.สทิงพระ มาเป็นเชื้อเพลิงหลักในร้านค้าชุมชน ที่สำคัญ ในอนาคตยังจะมีการผลักดันให้ชุมชนดังกล่าว เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านพลังงาน เพื่อก้าวสู่ตลาดนัดประหยัดพลังงานและส่งเสริมพลังงานทดแทนที่สำคัญในภูมิภาคอย่างแท้จริง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

การนับถือศาสนา

     ประชากรส่วนใหญ่ร้อยละ 61.70 นับถือศาสนาพุทธ รองลงมาร้อยละ 35.11 นับถือศาสนาอิสลาม และ ร้อยละ 3.19 นับถือศาสนาอื่น ๆ (ศาสนาคริสต์ ฮินดู)

     จังหวัดสงขลามีวัด จำนวน 424 แห่ง ที่พักสงฆ์ จำนวน 108 แห่ง มัสยิด จำนวน 393 แห่ง
โบสถ์คริสต์ จำนวน 12 แห่ง  (ที่มา : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลาและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสงขลา)

 

 

ตารางที่ 4 จำนวนวัด มัสยิดและโบสถ์จังหวัดสงขลา       

 

อำเภอ

จำนวนวัด

จำนวนที่พักสงฆ์

จำนวนมัสยิด

จำนวนโบสถ์

รวม

เมืองสงขลา

38

6

17

3

64

สทิงพระ

37

4

5

-

46

จะนะ

27

4

68

-

99

นาทวี

25

10

28

-

63

เทพา

21

3

68

-

92

สะบ้าย้อย

14

7

60

-

81

ระโนด

46

2

2

-

50

รัตภูมิ

27

12

24

1

64

หาดใหญ่

54

23

42

7

126

ควนเนียง

19

5

7

-

31

สิงหนคร

46

3

17

-

66

สะเดา

23

14

40

1

78

นาหม่อม

12

6

-

-

18

กระแสสินธุ์

13

2

-

-

15

บางกล่ำ

13

2

14

-

29

คลองหอยโข่ง

9

5

1

-

15

รวม

424

108

393

12

937

ที่มา : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลาและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสงขลา

                                                                                                                                    ข้อมูล  ณ เดือนธันวาคม  2558

 

งานประเพณี/วัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดสงขลา

จังหวัดสงขลา มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน เป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปวัฒนธรรมมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นแหล่งผสมผสานทางวัฒนธรรม เนื่องจากในอดีตมีการติดต่อค้าขายกับหลายประเทศ มีการแลกเปลี่ยนและหลอมรวมวัฒนธรรมของชาติต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทำให้มีวัฒนธรรมทั้งหลากหลายเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปวัฒนธรรม มีมรดกทางวัฒนธรรม
ที่บรรพชนได้สร้างสรรค์และสร้างสมไว้ให้ลูกหลานมากมาย ทั้งโบราณวัตถุ โบราณสถาน ศิลปหัตถกรรมงานช่างท้องถิ่น สถาปัตยกรรม งานช่างท้องถิ่น ภาษาและวรรณกรรม การละเล่นพื้นเมือง และขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งมีทั้งประเพณีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกับภูมิภาคอื่น ๆ และประเพณีวัฒนธรรมที่มีลักษณะเฉพาะอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวสงขลา ทั้งเรื่อง การแต่งกาย การกินอยู่ ประเพณีเกี่ยวกับชีวิตของบุคคลและประเพณีเกี่ยวกับสังคมและชุมชน ที่บางอย่างเป็นการปฏิบัติในสมัยอดีต แต่บางอย่างยังคงสืบทอดการปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน งานประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดสงขลาที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันจะมีทั้งประเพณี วัฒนธรรมที่เป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันทั่วไปและประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นของท้องถิ่นเกิดจากความเชื่อของคนในชุมชนที่ปฏิบัติกันในท้องถิ่นนั้นๆ เช่น

ประเพณีทอดผ้าป่าสามัคคี ปิดทองหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดและห่มผ้าพระสุวรรณเมาลิกศรี รัตนมหาธาตุ วัดพะโคะ กำหนดจัดในวันพฤหัสบดีแรกของเดือนยี่ข้างแรม (เดือนมกราคม) ของทุกปี ณ วัดพะโคะ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เป็นประเพณีที่ต้องการจะให้ประชาชนได้จรรโลงศาสนาและแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเคารพนับถือ จัดให้มีกิจกรรมการทอดผ้าป่าสามัคคี การปิดทองหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดและการห่มผ้าพระสุวรรณเมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุประเพณีเปลี่ยนผ้าพระสามองค์ กำหนดจัดในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ณ วัดเทพาไพโรจน์  อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เป็นประเพณีที่แสดงถึงความเลื่อมใส ศรัทธา ต่อพระพุทธศาสนา กิจกรรมที่จัดมีการจัดขบวนรถแห่ผ้าพระสามองค์ พิธีถวายผ้าป่า พิธีสมโภชผ้าและเปลี่ยนผ้าพระสามองค์ และการสรงน้ำพระสามองค์จำลอง

            ประเพณีเปลี่ยนผ้าพระสามองค์ กำหนดจัดในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ณ วัดเทพาไพโรจน์  อำเภอเทพา  จังหวัดสงขลา เป็นประเพณีที่แสดงถึงความเลื่อมใส ศรัทธา ต่อพระพุทธศาสนา กิจกรรมที่จัดมีการจัดขบวนรถแห่ผ้าพระสามองค์ พิธีถวายผ้าป่า พิธีสมโภชผ้าและเปลี่ยนผ้าพระสามองค์ และการสรงน้ำพระสามองค์จำลอง

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นเขากุฎกำหนดจัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (เดือนพฤษภาคม) ของทุกปี
ณ วัดเขากุฎ  ตำบลเกาะยอ  อำเภอเมือง  จังหวัดสงขลา เป็นการถวายเป็นพุทธบูชาแก่พระพุทธศาสนาและต่อองค์สมเด็จเจ้าเกาะยอ กิจกรรมที่วัดมีพิธีแห่ผ้าห่มเจดีย์ ห่มผ้าพระพุทธรูปเทวดา ยักษ์ รอบองค์เจดีย์สมเด็จเจ้าเกาะยอ

ประเพณีตายายย่าน กำหนดจัดขึ้นในวันพุธข้างแรม 1 ค่ำ เดือน 6 โดยวันแรม 1 ค่ำ
ต้องตรงกับวันพุธ หากปีใดวันแรม 1 ค่ำ ไม่ตรงกับวันพุธให้เลือนออกไปเป็นวันพุธแรกที่เป็นข้างแรมของ
เดือนหก (เดือนพฤษภาคม) ของทุกปี ณ วัดท่าคุระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา จัดขึ้นเพื่อแสดง
ความกตัญญูกตเวทีต่อเจ้าแม่อยู่หัว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำปางมารวิชัย ที่ประดับฐานอยู่ ณ วัดท่าคุระ อำเภอสทิงพระ  จังหวัดสงขลา กิจกรรมที่วัดประกอบด้วย พิธีสรงน้ำเจ้าแม่อยู่หัว พิธีเจริญพระพุทธมนต์
พิธีสมโภชเจ้าแม่อยู่หัว พิธีแก้บน พิธีทำบุญทักษิณานุปทานและการแสดงมหรสพพื้นบ้าน

 

ประเพณีลากพระตักบาตรเทโว เป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมายาวนานจัดขึ้นในช่วง
วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (ประมาณเดือนตุลาคม) เป็นประจำทุกปี ประเพณีนี้จะเริ่มด้วยการห่มผ้าพระเจดีย์บนยอดเขาตังกวนก่อนจะถึงวันงาน ในวันงานช่วงเช้าจะเป็นพิธีตักบาตรเทโวบริเวณเชิงเขาตังกวน
โดยพระสงฆ์หลายร้อยรูปมารวมกันที่เขาตังกวนเดินลงบันไดมาเพื่อรับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนที่คอยอยู่ที่เชิงบันได หลังจากนั้นเริ่มตั้งแต่เวลาสายๆ จะมีเรือพระและขบวนแห่จากวัดต่างๆ เคลื่อนผ่านให้
พุทธศานิกชนได้ชม ความวิจิตรงดงามของเรือพระแต่ละลำและร่วมทำบุญและลากพระตามประเพณีซึ่งเชื่อกันว่าจะได้บุญ เรือพระที่มาร่วมงานจะมารวมกันที่บริเวณสระบัวเพื่อร่วมประกวดการตกแต่งเรือพระประเภทต่างๆ ซึ่งมีทั้งประเภทความคิดและประเภทสวยงาม นอกจากนี้ ในงานยังมีกิจกรรมหลายอย่างทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการประกวดต่าง ๆ ด้วย

ประเพณีวันสารท หรือ ประเพณีชิงเปรต ชาวสงขลาถือปฏิบัติมาแต่โบราณ เป็นประเพณีที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงทำกันจนมาถึงทุกวันนี้ โดยมีความเชื่อว่าช่วงวันแรม 1 - 15 ค่ำ ของเดือนสิบวิญญาณของญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ไปเกิด (เปรต) จะได้รับการปลดปล่อยให้มาพบญาติพี่น้องของตนในเมืองมนุษย์ ดังนั้น ผู้ที่มีชีวิตอยู่ก็พยายามจัดหาอาหารต่าง ๆ ไปทำบุญตามวัดเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว ชาวสงขลาแม้ไปทำมาหากินอยู่ในท้องถิ่นอื่น เมื่อถึงกำหนดวันสารทเดือน 10 ก็มักจะกลับมาร่วมพิธีกับญาติทางบ้าน นับว่าเป็นการช่วยเสริมความผูกพันระหว่างครอบครัวและญาติพี่น้อง ทั้งยังเป็นการระลึกบุญคุณและคุณงามความดีของบุพการีของตน แม้ว่าจะล่วงลับไปแล้วก็ตาม จึงเป็นเรื่องที่ควรช่วยรักษาให้คงไว้สืบไป

ทรัพยากรดิน

เนื้อที่ทั้งหมดของจังหวัดสงขลา 7,393.889 ตารางกิโลเมตรกองสำรวจดินกรมพัฒนาที่ดินได้จำแนกดินในจังหวัดสงขลา ไว้ 95 ชุด ดินส่วนใหญ่เป็นดินทราย และดินทรายปนดินร่วนและดินเหนียวบางส่วน


ทรัพยากรน้ำ มีทั้งแหล่งน้ำผิวดินและแหล่งน้ำใต้ดิน
แหล่งน้ำผิวดินที่สำคัญ ได้แก่
 - ทะเลสาบสงขลา เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ มีพื้นที่ส่วนที่เป็นพื้นน้ำประมาณ 1,046.04 ตารางกิโลเมตร หรือ 650,000 ไร่ แบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ
 - ทะเลน้อย พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตจังหวัดพัทลุง จะมีสภาพเป็นน้ำจืด
 - ทะเลหลวง หรือ ทะเลสาบตอนบน เป็นบริเวณที่มีพื้นที่มากที่สุด สภาพน้ำส่วนใหญ่เป็นน้ำกร่อย เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิด
 - ทะเลสาบตอนล่าง มีพื้นที่ตั้งแต่ปากทะเลสาบที่เปิดออกสู่อ่าวไทยลึกเข้าไปยังทะเลหลวง สภาพน้ำเป็น น้ำเค็มและน้ำกร่อย
 - คลองอู่ตะเภา ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ในตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดาไหลผ่านตำบลต่าง ในอำเภอสะเดา ผ่านอำเภอหาดใหญ่ลงสู่ทะเลสาบสงขลาที่บ้านคลองบางกล่ำมีความยาวประมาณ 90 กิโลเมตร
 - คลองวาด มีต้นน้ำจากเทือกเขาบรรทัด ในอำเภอหาดใหญ่ ไหลไปลงคลองอู่ตะเภา ความยาวประมาณ 37 กิโลเมตร
 - คลองเทพา มีต้นน้ำจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ไหลผ่านอำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอเทพาไปลงอ่าวไทยที่ตำบลเทพา ความยาวประมาณ 80 กิโลเมตร
 - คลองรัตภูมิ ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาบรรทัดและเขาหลวง กั้นเขตแดนระหว่างอำเภอรัตภูมิกับจังหวัดสตูล ไหลผ่านอำเภอรัตภูมิ อำเภอควนเนียง ลงสู่ทะเลสาบสงขลาที่บ้านปากบาง ความยาวประมาณ 45 กิโลเมตร
 - คลองนาทวี ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาสันกาลาคีรีผ่านอำเภอนาทวี อำเภอจะนะ ไหลลงสู่อ่าวไทยที่ปากบางสะกอม ความยาวประมาณ 700 กิโลเมตร


ทรัพยากรป่าไม้ (ที่มา : สนง.ป่าไม้จังหวัดสงขลา)
จังหวัดสงขลา มีพื้นที่ป่าไม้ จำนวน 517,250 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 10.65 ของพื้นที่ทั้งหมด (4,868,937.50 ไร่) เป็นป่าบกจำนวน 471,937.50 ไร่ ป่าชายเลน 29,187.50 ไร่ ป่าพรุ 16,125 ไร่
ในปี 2547 มีพื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถาง จำนวน 416-3-13 ไร่ มีการปลูกป่าตามโครงการต่าง ๆ จำนวน 591 ไร่ พื้นที่ป่าไม้ที่สำคัญ ได้แก่

 - เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง เนื้อที่ 113,750 ไร่ เนื้อที่อยู่ในจังหวัดสงขลา 92,621 ไร่ ท้องที่อำเภอรัตภูมิ อำเภอหาดใหญ่ มีราษฎรถือครอง 357 ราย 495 แปลง เนื้อที่ 6,485 ไร่ เหลือเนื้อที่ 86,136 ไร่
 - เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด เนื้อที่ 790,000 ไร่ เนื้อที่อยู่ในจังหวัดสงขลา 70,496 ไร่ ท้องที่อำเภอรัตภูมิ มีราษฎรถือครอง 444 ราย 512 แปลง เนื้อที่ 5,405-0-75 ไร่ เหลือ เนื้อที่ 65,090-3-25 ไร่
อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง เนื้อที่ 132,500 ไร่ ท้องที่อำเภอนาทวี อำเภอสะเดา มีราษฎร ถือครอง 2,041 ราย 2,833 แปลง เนื้อที่ 41,747-1-45 ไร่ เหลือเนื้อที่ 90,752-2-55 ไร่
 - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เนื้อที่ 285,265 ไร่ เนื้อที่อยู่ในจังหวัดสงขลา 37,500 ไร่ ท้องที่อำเภอระโนด ไม่มีราษฎรถือครอง
 - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาเหรง เนื้อที่ 68,250 ไร่ ท้องที่อำเภอจะนะ อำเภอนาหม่อม มีราษฎรถือครอง 2,478 ราย 3,092 แปลง เนื้อที่ 28,533-3-32 ไร่ เหลือเนื้อที่ 39,716-0-68 ไร่
 - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง-แหลมขาม เนื้อที่ 146,875 ไร่ ท้องที่ อำเภอจะนะ อำเภอเทพา มีราษฎรถือครอง 368 ราย 403 แปลง เนื้อที่ 4,710 ไร่ เหลือเนื้อที่ 142,165 ไร่
 - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา เนื้อที่อยู่ในจังหวัดสงขลา 76,000 ไร่ ท้องที่อำเภอสิงหนคร อำเภอสทิงพระ อำเภอควนเนียง ไม่มีราษฎรถือครอง
 - เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่ากราด เนื้อที่ 2,575 ไร่ ท้องที่อำเภอนาทวี มีราษฎรถือครอง 4 ราย 4 แปลง เนื้อที่ 20 ไร่ เหลือเนื้อที่ 2,555 ไร่
 - วนอุทยานควนเขาวัง เนื้อที่ 2,037.50 ไร่ ท้องที่อำเภอหาดใหญ่ มีราษฎรถือครอง 18 ราย 24 แปลง เนื้องที่ 213 ไร่ เหลือเนื้อที่ 1,824.5 ไร่
พื้นที่เตรียมการอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีในจังหวัดสงขลา 133,887 ไร่ท้องที่อำเภอสะบ้าย้อย ราษฎรถือครอง 978 ราย 1,439 แปลง เนื้อที่ 28,876 ไร่ เหลือ เนื้อที่ 105,011 ไร่
พื้นที่เตรียมการอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว เนื้อที่อยู่ในจังหวัดสงขลา 21,387 ไร่ ท้องที่อำเภอสะบ้าย้อย ราษฎรถือครอง 442 ราย 697 แปลง เนื้อที่ 7,894 ไร่ เหลือเนื้อที่ 13,493 ไร่
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าพรุค้างคาว เนื้อที่ 581 ไร่ ท้องที่อำเภอหาดใหญ่ ไม่มีราษฎร ถือครอง

ทรัพยากรแร่ธาตุ (ที่มา : สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา)
ในปี 2546 จังหวัดสงขลามีเหมืองแร่สัมปทานและเปิดทำการแล้ว จำนวน 10 แห่ง คนงาน 211 คน มีรายได้จากค่าภาคหลวงแร่และค่าธรรมเนียม 2,072,583.96 บาท แร่ธาตุที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่

 

แร่ดีบุก

พื้นที่พบ ต.ท่าหมอไทร อ.จะนะ
- หินดินดาน (เพื่ออุตสาหกรรม ปูนซีเมนต์), หินควอสตซ์, หินคอร์ตไซท์, หินทราย (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) พื้นที่พบ ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา
- หินอุตสาหกรรมชนิดหินแกรนิต (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) ต.ท่าหมอไทร ต.คลองเปียะ อ.จะนะ, ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง
- หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ ต.คูหาใต้ ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ
แร่หินประดับชนิดหินแกรนิต พื้นที่ที่พบ ต.ท่าหมอไทร อ.จะนะ

เศรษฐกิจอาชีพและผลิตภัณฑ์

เศรษฐกิจจังหวัดสงขลาในปี 2561

ด้านเศรษฐกิจจังหวัดสงขลาเศรษฐกิจจังหวัดสงขลาปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.3 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.4 – 4.4)ขยายตัวต่อเนื่องจากร้อยละ 2.2 ในปีที่ผ่านมา โดยด้านอุปทานขยายตัว ร้อยละ 4 .6 จ ากภาคเกษตรภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ส่วนด้านอุปสงค์คาดว่าขยายตัวร้อยละ 3.7 จากการลงทุนภาคเอกชน การบริโภคภาคเอกชน การค้าชายแดน และการใช้จ่ายภาครัฐด้านอุปทาน ปี 2561 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ4.6 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 3.6 – 5.6) เร่งตัวขึ้นจากที่หดตัวร้อยละ -0.9 ในปีที่ผ่านมา จากภาคเกษตรภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ โดยภาคเกษตร คาดว่าขยายตัวร้อยละ 11.4 เร่งตัวขึ้นจากที่หดตัวร้อยละ -15.5เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย เกษตรกรสามารถกรีดยางได้มากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตยางพาราออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ภาคอุตสาหกรรมคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ3.8 เร่งตัวขึ้นจากที่หดตัวร้อยละ -0.4 ในปีที่ผ่านมาเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัว ท าให้ยอดการสั่งซื้อจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคบริการคาดว่าขยายตัวร้อยละ 3.1 ชะลอตัวจากปีก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 4.2

ด้านอุปสงค์ (ภายในจังหวัด) คาดว่าขยายตัวร้อยละ3.7 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.8 – 4.8) ชะลอตัวจากปีก่อนที่ขยายตัว ร้อยละ 7 .5 จ ากก ารบ ริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และการค้าชายแดน โดยการบริโภคภาคเอกชนคาดว่าขยายตัวร้อยละ 6.7 ขยายตัวต่อเนื่องจากร้อยละ 5.2 ในปีที่ผ่านมาเนื่องจากการใช้จ่ายของประชาชนผ่านบัตรสวัสดิการรัฐการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าขยายตัวร้อยละ 3.3 จากการขออนุญาตพื้นที่ก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น การใช้จ่ายภาครัฐคาดว่าขยายตัวร้อยละ 3.0 ตามนโยบายเร่งรัดการเบิกจ่ายของภาครัฐ และการค้าชายแดน คาดว่าขยายตัวร้อยละ19.3 ตามมูลค่าการส่งออกและน าเข้าที่เพิ่มขึ้นด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในจังหวัดสงขลาอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2561 คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 1.5(โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.5 – 2.5) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่หดตัวร้อยละ -7.8 เนื่องจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น

 

อาชีพส่วนใหญ่ของคนในจังหวัดสงขลา

การทำนา การทำนาเป็นอาชีพดั้งเดิมของคนในลุ่มน้ำแห่งนี้ โดยมีการทำในที่ลุ่มโดยทั่วไปและบริเวณชายขอบพรุ บริเวณที่มีการทำนาข้าวที่สำคัญในเขตลุ่มน้ำทะเลสาบ ได้แก่ พื้นที่ราบตอนกลางของจังหวัดพัทลุง และพื้นที่ในคาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งถือได้ว่าเป็น “แหล่งอู่ข้าวอู่น้ำของคนภาคใต้ตอนล่าง”อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปพื้นที่นาข้าวได้ลดลงตามลำดับโดยมีการเปลี่ยน แปลง ทั้งวิธีการทำนาและตำแหน่งพื้นที่ทำนาอย่างมาก จากเดิมที่มีการทำนาปีทั้งในพื้นที่ลุ่มและชายขอบพรุ โดยใช้วิถีการง่ายๆ ใช้แรงงานคนและสัตว์และใช้ปุ๋ยที่หาได้จากแหล่งธรรมชาติตามถ้ำต่างๆ ที่เรียกว่า “มายาเขา” ควบคู่กับมูลสัตว์มาเป็นการทำนาปรังในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่ประมาณ 15 ปี ที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงเห็นได้ชัดมาก เนื่องจากการพัฒนาระบบชลประทาน มีการใช้ข้าวพันธ์ใหม่ ใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีและเครื่องจักรกลมากขึ้น ทั้งรถไถนาและรถเกี่ยวข้าว

       โดยรวมแล้วการทำนาได้ลดลงอย่างมากในหลายพื้นที่อันเนื่องจากปัญหาการเกิดน้ำ ท่วมหรือฝนแล้ง อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงที่นาไปเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์อย่างอื่น เช่น นากุ้ง สวนยางพารา ที่อยู่อาศัย ในขณะที่บางพื้นที่มีการทำนาเข้มข้นขึ้น เช่น บริเวณทุ่งระโนด เป็นต้น

การทำประมง

       คนในชุมชนที่อาศัยอยู่รอบๆ ทะเลสาบสงขลาโดยเฉพาะที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมทะเลสาบและแหล่งน้ำต่างๆ ดำรงชีวิตด้วยการทำประมงมาอย่างยาวนาน แม้ในปัจจุบันผู้คนเหล่านี้ จำนวนไม่น้อยยังใช้ประโยชน์จากทะเลสาบสงขลาเพื่อทำการประมง โดยมีผู้ประกอบอาชีพประมงรอบทะเลสาบสงขลาไม่น้อยกว่า 5,000 ครัวเรือน วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการทำประมงได้เปลี่ยนแปลงจากการใช้เครื่องมือ ง่ายๆที่ผลิตขึ้นมาเองจากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น ไซปลาที่จากไม้และไม้ไผ่ โมร๊ะ โป๊ะน้ำตื้น ลันปลไหล อวนที่ทำจากด้าย ฯลฯ มาใช้เครื่องมือที่หาซื้อได้ง่ายในท้องตลาดและมีประสิทธิภาพมากกว่า นอกจากนี้ยังมีการทำประมงอย่างหนาแน่นในบางพื้นที่ รวมทั้งการใช้เครื่องมือประมงชนิดทำลายล้าง เช่น อวนรุน ยาเบื่อ โพงพางและเครื่องช๊อตปลา จนทำให้เกิดปัญหาตามมาจนถึงขั้นวิกฤต ซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหาผลผลิตสัตว์น้ำที่จับได้ลดน้อยลงมากจนชาวบ้านบางส่วน ต้องเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่นๆ เช่นรับจ้าง ทำงานโรงงาน ฯลฯ คนเหล่านี้ส่วนมากเข้ามาทำงานในตัวเมืองหรือชุมชน สำหรับชาวประมงพื้นบ้านในทะเลน้อยบางส่วนได้เปลี่ยนอาชีพไปขับเรือนำนักท่อง เที่ยวชมทะเลน้อย และทำการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ นักท่องเที่ยว

 

 

ผลิตภัณฑ์จังหวัดสงขลา

ผ้าทอเกาะยอ

ผ้าทอเกาะยอหรือ ผ้าเกาะยอ เป็นผ้าทอพื้นเมืองของตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา ที่มีความประณีตและสีสันที่สวยงาม โดยมีการทอยกดอกที่มีลวดลายอ่อนนุ่ม ถือเป็นสัญลักษณ์หัตถกรรมพื้นบ้านของภาคใต้และยังเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP ปี 2549 สืบสานตำนานจากชาวเกาะยอ ที่ส่วนหนึ่งอพยพมาจาก ตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ และตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมืองสงขลา มีเชื้อสายจีน ทำอาชีพทำสวนยาง สวยผลไม้ และ งานหัตถกรรมพื้นบ้าน คือการทอผ้าพื้นเมืองสำหรับใช้ในครัวเรือน จึงเป็นที่มาของ "ผ้าทอเกาะยอ” ไม่มีหลักฐานที่ปรากฏแน่ชัดว่า ชาวเกาะยอ เริ่มทอผ้ากันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ทราบว่าที่เกาะยอมีการทอผ้ามานับเป็นร้อยๆปีแล้ว ตั้งแต่เมื่อครั้งที่มีการอพยพมาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินอยู่บนเกาะยอสืบสานการถ่ายทอดภายในครอบครัวเรื่อยมา

หนังตะลุง

               หนังตะลุงที่มีแสดงอยู่โดยทั่วไปในภาคใต้นั้น ยังหาข้อยุติที่แน่ชัดลงไปไม่ได้ว่า มีความเป็นมาอย่างไร  บางท่านก็กล่าวว่าได้รับอิทธิพลมาจากชวา มลายู  บางท่านกล่าวหนังตะลุงในภาคใต้นี้มีขึ้นครั้งแรกที่จังหวัดพัทลุง คนทั่วไปจึงเรียกหนังตะลุงที่มาจากพัทลุงว่าหนังพัทลุง หรือหนังพัดลุ จนกลายมาเป็นหนังลุงหรือหนังตะลุง

ข้าวเกรียบกุ้ง

               ข้าวเกรียบกุ้ง-ปลาของสงขลา เป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองที่มีชื่อเสียงในภาคใต้ นอกจากนี้ ยังมีน้ำบูดู เม็ดมะม่วงหิมพานต์ กุ้งแก้ว ฯลฯ ซึ่งจะหาซื้อได้จากร้านค้าบริเวณถนนนครใน อำเภอเมือง

เมล็ดม่วงหิมพานต์

                                                                                                       

               กลุ่มสตรีบ้านชะแม ได้เริ่มดำเนินการกลุ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 โดยมีนางบุญญา ชุมแสง เป็นประธานกลุ่มฯ ได้นำวัฒนธรรมในการบริโภคเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ มาดัดแปลงเป็นเมล็ดมะม่วงหิมพานต์แผ่นเพื่อส่งจำหน่าย จนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ต่อมาได้มีการพัฒนารูปแบบของบรรจุภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้า จนได้รังการคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ ระดับประเทศ (5 ดาว) ประจำปี 2547 ปัจจุบันกลุ่มสตรีบ้านชะแม ได้ดำเนินการผลิตขนมพื้นเมืองหลายชนิดด้วยกัน ได้แก่ ขนมโก๋ ขนมงา ขนมนางเล็ด

การสาธารณสุข

จังหวัดสงขลามีสถานบริการสาธารณสุขของภาครัฐและเอกชน ดังนี้

  1. สถานบริการสาธารณสุขภาครัฐ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข 19 แห่ง รวมจำนวน 2,192 เตียง โรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ โรงพยาบาลศูนย์ (รพ.หาดใหญ่) ขนาด 596 เตียง โรงพยาบาลทั่วไป
    (รพ.สงขลา) 1 แห่ง ขนาด 508 เตียง โรงพยาบาลชุมชน 15 แห่ง จำนวน 638 เตียง มีโรงพยาบาลเฉพาะทาง
    2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ 1 แห่ง ขนาด 300 เตียง ศูนย์บำบัดรักษายาเสพติด
    1 แห่ง 150 เตียง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล รวม 175 แห่ง
  2. สถานบริการสาธารณสุข สังกัดกระทรวงอื่น ประเภทมีเตียง จำนวน 5 แห่ง 952 เตียง โรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ขนาด 855 รองลงมา โรงพยาบาลค่ายเสนาณรงค์ 22 เตียง โรงพยาบาลฐานทัพเรือสงขลา 15 เตียง โรงพยาบาลพยาบาลทันตกรรม มอ. 12 เตียง และโรงพยาบาลที่มีขนาดเล็กที่สุด คือ โรงพยาบาลกองบิน 56 (กองทัพอากาศ) ขนาด 10 เตียง และประเภทไม่มีเตียง ได้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุขของเทศบาล รวม 26 แห่ง
  3. สถานบริการสาธารณสุขของเอกชน มีโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 5 แห่ง 537 เตียง อยู่ในอำเภอหาดใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ ขนาด 348 เตียง โรงพยาบาลศิครินทร์ ขนาด 128 เตียง โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี ขนาด 261 เตียง โรงพยาบาลมิตรภาพสามัคคี ขนาด 58 เตียง
    และอำเภอสะเดา 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพัทยเวช ขนาด 42 เตียง
  4. คลินิกเอกชน รวมจำนวน 483 แห่ง ประกอบด้วย คลินิกเวชกรรมทั่วไป 209 แห่ง คลินิก
    เวชกรรมเฉพาะทาง 127 แห่ง คลินิกการพยาบาลและผดุงครรภ์ 6 แห่ง คลินิกกายภาพบำบัด 5 แห่งคลินิกเทคนิคการแพทย์ 7 แห่ง คลินิกการแพทย์แผนไทย 19 แห่ง สหคลินิก 13 แห่ง และคลินิกทันตกรรม
    รวม 95 แห่ง (ทันตกรรมทั่วไป 102 แห่ง ทันตกรรมชั้นสอง 2 แห่ง)
  5. ร้านขายยา รวม 578 แห่ง (ร้านขายยาแผนปัจจุบัน (ขย.1) 418 แห่ง ร้านขายยาแผนปัจจุบันบรรจุเสร็จ (ขย.2) 68 แห่ง ร้านขายยาแผนปัจจุบันเฉพาะยาบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์ (ขย.3) 8 แห่ง ร้านขายยาแผนโบราณ (ขยบ.) 68 แห่ง สถานที่ผลิตยาแผนโบราณ (ผยบ.) 15 แห่ง นำเข้ายาแผนโบราณ 1 แห่ง และสถานบริการเพื่อสุขภาพ รวม 64 แห่ง (สปาเพื่อสุขภาพ 4 แห่ง นวดเพื่อสุขภาพ 58 แห่ง
    นวดเพื่อเสริมสวย 2 แห่ง)

 

ตารางที่ 13 ข้อมูลสถานบริการภาครัฐสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ปีงบประมาณ  2558

ลำดับ

อำเภอ

จำนวน/ประเภท

รพ.
(แห่ง)

จำนวน(เตียง)

รพ.สต.

จำนวนแพทย์ (คน)

จำนวนทันตแพทย์(คน)

จำนวนพยาบาล (คน)

จำนวนเภสัชกร (คน)

จำนวนเจ้าหน้าที่

อื่นๆ

(คน)

จำนวนร้าน

ขายยา (แห่ง)

1

กระแสสินธุ์ 

รพช

1

30

4

4

1

30

3

72

-

2

คลองหอยโข่ง 

รพช

1

29

4

6

2

38

3

61

6

3

ควนเนียง 

รพช

1

30

6

5

2

43

4

77

10

4

จะนะ 

รพช

1

68

19

11

6

93

8

164

13

5

นาทวี 

รพช

1

101

17

21

5

103

10

205

15

6

นาหม่อม 

รพช

1

30

3

7

3

45

4

69

7

7

บางกล่ำ 

รพช

1

22

5

7

5

40

4

70

8

8

ระโนด 

รพช

1

60

12

9

5

72

9

151

18

9

รัตภูมิ 

รพช

1

39

11

9

4

62

5

110

15

10

สทิงพระ 

รพช

1

30

12

7

4

59

4

97

5

11

สะบ้าย้อย 

รพช

1

44

15

6

5

72

3

143

6

12

*สะเดา 

รพช

2

67

18

15

9

96

11

214

46

13

สิงหนคร 

รพช

1

28

12

7

3

56

5

139

13

14

หาดใหญ่ 

รพศ.

1

596

16

199

29

519

46

227

317

15

เทพา 

รพช

1

60

11

9

6

70

5

144

10

16

เมืองสงขลา

รพท.

1

508

10

103

13

548

37

162

95

เฉพาะทาง

2

450

รวม

19

2,192

175

425

102

2,246

162

2,105

584

* อำเภอสะเดามี รพช. 2 แห่ง (รพ.สะเดา 37 เตียง, รพ.ปาดังเบซาร์ 30 เตียง)

* อำเภอเมืองสงขลา มี รพ.เฉพาะทาง 2 แห่ง (รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ 300 เตียง, รพ.ธัญญรักษ์สงขลา 150 เตียง)

ที่มา  :  งานข้อมูลข่าวสาร กลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา

สาเหตุการป่วยของผู้ป่วยนอก (สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ปี 2558) ในปี 2558 สาเหตุและอัตราการป่วยตามกลุ่มโรคสูงสุด ได้แก่โรคระบบไหลเวียนเลือด จำนวน 728,387 ราย คิดเป็นอัตรา 51,979.27 ต่อแสนประชากร น้อยที่สุดได้แก่ อาการแสดงและสิ่งผิดปกติที่พบได้จากการตรวจทางคลินิกและห้องปฏิบัติการที่ไม่สามารถจำแนกโรคในกลุ่มอื่นได้ จำนวน 313,284 ราย คิดเป็นอัตรา 22,356.62  ต่อแสนประชากร

  

ตารางที่ 12 จำนวนและสาเหตุการป่วยของผู้ป่วยนอก 5 อันดับแรก จังหวัดสงขลา

ปีงบประมาณ 2558

ลำดับ

สาเหตุการป่วย

จำนวน
(ราย)

อัตราต่อแสนประชากร

1

โรคระบบไหลเวียนเลือด

728,387

51,979.27

2

โรคระบบหายใจ

643,479

45,921.33

3

โรคระบบย่อยอาหาร รวมโรคในช่องปาก

356,591

25,447.10

4

โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อโภชนาการและเมตะบอลิซึม

322,867

23,040.48

5

อาการแสดงและสิ่งผิดปกติที่พบได้จากการตรวจทางคลินิกและห้องปฏิบัติการที่ไม่สามารถจำแนกโรคในกลุ่มอื่นได้

313,284

22,356.62

ที่มา :  งานข้อมูลข่าวสาร กลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ปี 2558

                       

สำหรับสาเหตุการป่วยของผู้ป่วยใน ในปี 2558 จำนวนและอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่กลุ่มโรค
ความผิดปกติเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อโภชนาการและเมตะบอลิซึมอื่นๆจำนวน 25,556 รายคิดเป็นอัตรา 1,823.73 ต่อแสนประชากร  น้อยที่สุด ได้แก่ ความผิดปกติอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในระยะปริกำเนิด จำนวน 11,495 ราย
คิดเป็นอัตรา 11,495 รายละเอียดตามตารางที่ 15

 

ตารางที่ 15 จำนวนและอัตราป่วยของผู้ป่วยใน 5 อันดับแรก จังหวัดสงขลา

 

ปีงบประมาณ 2558

ลำดับ

สาเหตุการป่วย

จำนวน (ราย)

อัตราต่อแสนประชากร

1

ความผิดปกติเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ โภชนาการและเมตะบอลิสัมอื่น 

25,556

1,823.73

2

โรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์  เจ็บครรภ์  การคลอด  ระยะหลังคลอด และภาวะอื่นๆ ทางสูติกรรมที่มิได้ระบุไว้ที่อื่นใด

21,162

1,510.17

3

โรคความดันโลหิตสูง

15,360

1,096.12

4

อาการ อาการแสดง และสิ่งผิดปกติ ที่พบจากการตรวจทางคลินิกและ ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ที่มิได้มีรหัสระบุไว้ที่อื่นใด

15,284

1,120.76

5

ความผิดปกติอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในระยะปริกำเนิด

11,495

1,090.70

ที่มา : รง.505 งานข้อมูลข่าวสาร กลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ปี 2558

 

 

หน่วยงานในสังกัด

 

 

การศึกษา

2.1) การศึกษาขั้นพื้นฐาน

การศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้มีการแบ่งส่วนราชการออกตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2553 เรื่อง การกำหนดและแก้ไขเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่การศึกษาเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ซึ่งแบ่งได้ 2 ระดับคือ

(1) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา โดยแบ่งเป็น 3 เขต ดังนี้

(1.1)  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ประกอบด้วย อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอสทิงพระ  อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอนาหม่อม  และอำเภอสิงหนคร

(1.2)  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2 ประกอบด้วย อำเภอหาดใหญ่ อำเภอรัตภูมิ อำเภอควนเนียง อำเภอบางกล่ำ และอำเภอคลองหอยโข่ง

(1.3)  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3ประกอบด้วย อำเภอนาทวี อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอสะเดา และอำเภอสะบ้าย้อย

 

ตารางที่ 16 จำนวนครู นักเรียน และห้องเรียน ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา ปีการศึกษา 2558

ชื่ออำเภอ

จำนวนครู

จำนวน

จำนวนนักเรียน

จำนวนห้องเรียน

ชาย

หญิง

รวม

นักเรียน

ห้องเรียน

ก่อนประถม

ประถม

มัธยมต้น

ก่อนประถม

ประถม

มัธยมต้น

เมืองสงขลา

64

325

389

7,142

251

1066

5952

124

49

196

6

สทิงพระ

70

179

249

3,550

242

676

2703

171

56

174

12

ระโนด

106

284

390

5,040

367

1068

3795

177

81

269

17

กระแสสินธุ์

30

60

90

1,124

80

254

812

58

18

59

3

นาหม่อม

29

64

93

1,220

81

83

1048

89

9

66

6

สิงหนคร

96

299

395

5,501

316

901

4412

188

65

235

16

รวม สพป.สงขลา เขต 1

     395

  1,211

  1,606

23,577

1,337

4,048

18,722

807

278

999

60

รัตภูมิ

91

297

388

6,660

341

1,224

   5,078

358

   80

   246

     15

หาดใหญ่

132

448

580

9,360

494

1871

7030

459

111

363

20

ควนเนียง

55

132

187

3,104

199

      520

   2,486

      98

       44

    149

        6

บางกล่ำ

34

127

161

2,414

141

      402

   1,656

     356

       29

      97

     15

คลองหอยโข่ง

22

92

114

1,634

107

425

1124

85

26

78

3

รวม สพป.สงขลา เขต2

     334

  1,096

  1,430

23,172

1,282

4,442

17,374

1,356

290

933

59

เทพา

239

441

680

7,762

461

1,368

5,825

569

95

330

36

จะนะ

214

466

680

8,621

479

1,634

6,504

483

108

347

24

นาทวี

143

337

480

6,801

326

1,308

5,124

369

76

229

21

สะบ้าย้อย

219

413

632

9,555

383

1,935

6,965

655

88

269

26

สะเดา

158

363

521

7,450

359

1,599

5,487

364

82

260

17

รวม สพป.สงขลาเขต 3

     973

  2,020

  2,993

  40,189

   2,008

   7,844

29,905

  2,440

     449

1435

124

รวมทั้งหมด

1,702

4,327

6,029

86,938

4,627

16,334

66,001

4,603

1,017

3,367

243

 

ที่มา: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1,2,3

ข้อมูล  ณ เดือนมิถุนายน 2559

 

 

(2) เขตพื้นที่ศึกษามัธยมศึกษา เขต 16 มีโรงรียนในสังกัด ที่ตั้งอยู่ 2 จังหวัด คือ จังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล

จังหวัดสงขลา มีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 16 จำนวน
42 โรงเรียน มีครู จำนวน 2,588 คน มีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 44,909 คน โดยแยกเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาต้อนต้น จำนวน 26,964 คน นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 17,802 คน และนักเรียนระดับ ปวช.จำนวน 143 คน ซึ่งครู 1 คนจะต้องดูแลนักเรียนถึง 17.35 คน

 

ตารางที่ 17 จำนวนครู ห้องเรียนและนักเรียน จำแนกตามโรงเรียนในสังกัด สพม. เขต 16  

ปีการศึกษา 2558

ที่

ชื่อโรงเรียน

จำนนวนครู

จำนวนห้องเรียน

จำนวนนักเรียน

ผู้บริหาร

ครูผู้สอน

รวม

ม.ต้น

ม.ปลาย

ปวช.

รวม

ม.ต้น

ม.ปลาย

ปวช.

รวม

1

มหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา

5

167

172

41

1,237

-

1,278

1,895

1,955

-

3,850

2

สทิงพระวิทยา

4

71

75

24

224

-

248

816

326

-

1,142

3

สทิงพระชนูปถัมภ์

1

17

18

6

30

-

36

105

36

-

141

4

วรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา

5

179

184

41

1,176

-

1,217

1,675

1,755

-

3,430

5

นวมินทราชูทิศทักษิณ

5

151

156

40

742

-

782

1,659

1,037

-

2,696

6

ตะเครียะวิทยาคม

1

15

16

3

44

-

47

89

70

-

159

7

ระโนด

3

43

46

18

152

-

170

628

199

-

827

8

สามบ่อวิทยา

1

27

28

9

33

-

42

177

51

-

228

9

คลองแดนวิทยา

2

16

18

6

8

-

14

133

18

-

151

10

ระโนดวิทยา

4

69

73

25

313

3

341

871

457

36

1,364

11

กระแสสินธุ์วิทยา

1

25

26

9

75

-

84

236

120

-

356

12

ธรรมโฆสิต

2

30

32

9

71

-

80

263

111

-

374

13

สงขลาวิทยาคม

4

71

75

24

213

-

237

680

281

-

961

14

ชะแล้นิมิตวิทยา

1

18

19

6

32

-

38

140

36

-

176

15

รัตภูมิวิทยา

4

65

69

19

304

-

323

789

431

-

1,220

16

หาดใหญ่วิทยาลัย

5

209

214

42

1,679

-

1,721

1,853

2,505

-

4,358

17

หาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์

กุลกันยา

5

169

174

48

959

-

1,007

2,314

1,447

-

3,761

18

มัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา

4

64

68

27

211

-

238

1,019

351

-

1,370

19

หาดใหญ่รัฐประชาสรรค์

5

162

167

48

853

-

901

1,667

1,267

-

2,934

20

คูเต่าวิทยา

1

14

15

3

6

-

9

73

14

-

87

21

หาดใหญ่พิทยาคม

2

42

44

10

168

-

178

255

224

-

479

22

หาดใหญ่วิทยาลัย 2

5

156

161

43

849

-

892

1,734

1,245

-

2,979

23

หาดใหญ่เจริญราษฎร์พิทยา

2

25

27

9

69

-

78

304

103

-

407

24

พะตงประธานคีรีวัฒน์

4

85

89

30

338

-

368

1,064

506

-

1,570

25

ควนเนียงวิทยา

4

65

69

24

283

-

307

850

395

-

1245

26

ปากจ่าวิทยา

1

16

17

6

38

-

44

125

57

-

182

27

บางกล่ำวิทยารัชมังคลาภิเษก

1

16

17

3

33

-

36

96

44

-

140

28

รัตนพลวิทยา

1

12

13

3

21

-

24

87

39

-

126

29

เทพา

3

43

46

16

247

-

263

567

359

-

926

30

จะนะวิทยา

1

23

24

6

66

-

72

135

98

-

233

31

นาทวีวิทยาคม

4

79

83

30

309

-

339

1,167

471

-

1,638

32

จะนะชนูปถัมภ์

3

43

46

15

166

-

181

410

263

-

673

33

ทับช้างวิทยาคม

2

23

25

10

84

-

94

329

123

-

452

34

เทพพิทยาภาณุมาศ

2

31

33

11

102

-

113

272

134

-

406

35

เขาแดงกุศลวิทยา

1

12

13

5

18

-

23

107

33

-

140

36

กอบกุลวิทยาคม

2

28

30

9

102

-

111

267

148

-

415

37

ปาดังติณสูลานนท์

1

20

21

6

31

-

37

154

58

-

212

38

ไม้แก่นประชาอุทิศ

1

12

13

3

32

-

35

81

50

-

131

39

จะโหนงพิทยาคม

1

20

21

6

25

-

31

163

40

-

203

40

สะบ้าย้อยวิทยา

3

36

39

16

145

-

161

428

229

-

657

41

สะเดา "ขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์"

5

107

112

36

473

3

512

1,287

716

107

2,110

รวม

112

2,476

2,588

745

11,961

6

12,712

26,964

17,802

143

44,909

2.2) การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

(1) การศึกษานอกระบบ 

จังหวัดสงขลามีสถานศึกษานอกระบบฯ 16 แห่ง ในพื้นที่ 16 อำเภอ มีห้องสมุดประชาชนอำเภอ 15 แห่ง ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติราชกุมารี อำเภอสิงหนคร 1 แห่ง และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน จำนวน 127 แห่ง ศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตย 127 แห่ง ศูนย์เรียนรู้ตลอดชีวิต 127 แห่ง ศูนย์ดิจิทัลชุมชน 25 แห่ง และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน จำนวน 127 แห่ง มีบุคลากรทั้งสิ้น 404 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารการศึกษา 2 คน ผู้บริหารสถานศึกษา 16 คน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  46 คน ลูกจ้างประจำ 11 คน พนักงานราชการ(ครูอาสาสมัคร,ครูกศน.ตำบล,เจ้าที่ในกศน.จังหวัด)  274 คน  ครูสอนเด็กเร่ร่อน 5 คน และครูผู้สอนคนพิการ  50 คน  โดยมีกิจกรรมการเรียนการสอน ดังนี้

(1.1) การจัดการศึกษานอกระบบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  แยกเป็นระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีวิธีเรียนแบบพบกลุ่ม แบบเทียบระดับการศึกษา แบบทางไกล

(1.2) กิจกรรมการส่งเสริมการรู้หนังสือ  ให้กับประชาชนทั่วไปที่ไม่รู้หนังสือ หรือลืมหนังสือ

(1.3) การจัดการศึกษาต่อเนื่อง แบ่งเป็นกิจกรรมฝึกทักษะอาชีพหลักสูตรระยะสั้น  กิจกรรมทักษะชีวิต และกิจกรรมการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน กิจกรรมเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  กิจกรรมการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท และการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ

 (1.4) การจัดการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 
มีกิจกรรมเยาวชนสานสัมพันธ์สร้างสรรค์คนดี  กิจกรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
สู่สถาบันการศึกษาปอเนาะ กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้สู่สถาบันการศึกษาปอเนาะ  กิจกรรมส่งเสริมภาษาไทยเพื่อการเรียนรู้และสื่อสาร กิจกรรมกีฬา กศน. สานสัมพันธ์ชายแดนใต้ กิจกรรมพัฒนาบุคลากรเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครู กศน.จังหวัดชายแดนใต้  

(2) การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย

(2.1) กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน โดยห้องสมุดประชาชนอำเภอ 15 แห่ง และห้องสมุดเฉลิมราชกุมารี 1 แห่ง โดยจัดกิจกรรมภายในห้องสมุด และนอกสถานที่ เช่นกิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่
สู่ชุมชน กิจกรรมสาธิตอาชีพ กิจกรรมยืม-คืนหนังสืออ่าน กิจกรรมพี่สอนน้องอ่าน-เขียน กิจกรรมเรียนรู้
และค้นคว้าผ่านระบบอินเตอร์เนต

(2.2) จัดกิจกรรมเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น มุมอ่านหนังสือใน กศน. ตำบล 127 แห่ง/ศูนย์ศึกษาอาเซียนระดับอำเภอ 16 แห่ง มุมเรียนรู้ในสถาบันศึกษาปอเนาะ 51 แห่ง ใน 4 อำเภอชายแดนจังหวัดสงขลา

(2.3) บ้านหนังสือชุมชน โดยเจ้าของบ้านมีจิตอาสา รักในการอ่าน สละพื้นที่ส่วนหนึ่งในบริเวณบ้านไว้เป็นที่อ่านหนังสือ สำหรับคนในชุนของตนเอง  จำนวน 266 แห่ง

 (3) การจัดการตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้แก่ โครงการจัดการศึกษาอาชีพให้กับประชาชนตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง และโครงการจัดการศึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่อเด็กป่วยในโรงพยาบาลหาดใหญ่

(4) การส่งเสริมและจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายพิเศษ

การจัดการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสในทัณฑสถาน ผู้พิการและเด็กเร่ร่อน 

 

 

ตารางที่ 18 จำนวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ

ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ  2559

ที่

อำเภอ

ภาคเรียน2/58

รวมนักศึกษา 2/58

ภาคเรียนที่ 1/59

รวมนักศึกษา 1/59

รวมประถม

รวมม.ต้น

รวม     ม.ปลาย

รวมนักศึกษาทั้งหมด

ประถม

ม.ต้น

ม.ปลาย

ประถม

ม.ต้น

ม.ปลาย

1

เมือง

378

1162

1616

3156

330

1099

1524

2953

708

2261

3140

6109

2

สิงหนคร

26

478

625

1129

33

490

490

1158

59

968

1115

2142

3

สทิงพระ

35

343

452

830

33

351

443

827

68

694

895

1657

4

ระโนด

63

436

774

1273

62

449

449

1298

125

885

1223

2233

5

กระแสสินธุ์

28

150

238

416

28

135

135

391

56

285

373

714

6

ควนเนียง

12

148

195

355

13

129

129

324

25

277

324

626

7

บางกล่ำ

31

297

399

727

34

282

281

697

65

579

680

1324

8

รัตภูมิ

48

358

387

793

39

342

341

781

87

700

728

1515

9

หาดใหญ่

125

1549

2295

3969

124

1539

1536

3846

249

3088

3831

7168

10

นาหม่อม

13

145

204

362

9

161

160

393

22

306

364

962

11

คลองหอยโข่ง

12

287

382

681

7

275

275

662

19

562

657

1238

12

สะเดา

132

512

428

1096

120

489

489

1022

252

1001

917

2170

13

จะนะ

245

1070

1197

2512

225

1057

1142

2424

470

2127

2339

4936

14

เทพา

87

771

841

1699

91

811

832

1734

178

1582

1673

3433

15

นาทวี

58

842

842

1742

62

785

838

1685

120

1627

1680

3427

16

สะบ้าย้อย

99

784

785

1668

98

829

826

1708

197

1613

1611

3421

รวม

1392

9332

11600

22408

1308

9223

9209

21903

2700

18555

20809

43075

    ที่มา :  สำนักงาน กศน.จังหวัดสงขลา 

ข้อมูลเมื่อ 20 มิถุนายน 2559

2.3) การศึกษาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่จังหวัดสงขลา มีทั้งหมดจำนวน 10 แห่ง ในพื้นที่ 3 อำเภอประกอบด้วย อำเภอสะบ้าย้อย จำนวน 4 แห่ง อำเภอนาทวี จำนวน 2 แห่ง อำเภอสะเดา จำนวน 4 แห่ง 

 

ตารางที่ 19 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จังหวัดสงขลา  ปีการศึกษา 2558

ชื่อสถานศึกษา

ชื่อผู้บริหาร

หมู่ที่

หมู่บ้าน

ตำบล

อำเภอ

โทรศัพท์

ระดับเปิดสอน

ตชด.บ้านประกอบออก

พ.ต.ต.สมเกียรติ  เจริญเฉลิมศักดิ์

3

ประกอบออก

ประกอบ

นาทวี

081-9703515

อนุบาล-ประถมฯ

ตชด.เชิญ-พิศลยบุตร

ร.ต.ต.วินัย   จันทร์แก้ว

9

ช่อนทอง

ทับช้าง

นาทวี

087-2830716

อนุบาล-ประถมฯ

ตชด.บ้านหาดทราย

ร.ต.ต.อามร  ปัญญาวุทธิ์

6

หาดทราย

ธารคีรี

สะบ้าย้อย

082-2846537

อนุบาล-ประถมฯ

ตชด.มหาราช 1

ร.ต.ต.ประพันธ์  รัตนอุดม

4

น้ำเชี่ยว

เขาแดง

สะบ้าย้อย

080-1363385

อนุบาล-ประถมฯ

ตชด.บ้านสำนักเอาะ

ร.ต.อ.สมบูรณ์    บางพระ

5

บ้านสำนักเอาะ

เขาแดง

สะบ้าย้อย

081-9638548

อนุบาล-ประถมฯ

ตชด.พลเอกนวล - คุณหญิงบานชื่น จันทร์ตรี

ร.ต.อ.อรุณ  คำสุวรรณพจนา

5

แกแดะ

ธารคีรี

สะบ้าย้อย

089-8792119

อนุบาล-ประถมฯ

ตชด.สื่อมวลชนกีฬา

ร.ต.อ.คำนึง  วรรณโก

6

หัวควน

สำนักแต้ว

สะเดา

084-8436877

อนุบาล-ประถมฯ

ตชด.บ้านชายควน

ร.ต.ต.อนุกูล  อนันต์

4

ชายควน

ปาดังเบซาร์

สะเดา

081-7989442

อนุบาล-ประถมฯ

ตชด.บ้านทุ่งสบายใจ

ร.ต.ท.อภิเตน์   ปานแก้ว

6

ทุ่งสบายใจ

ทุ่งหมอ

สะเดา

084-8555328

อนุบาล-ประถมฯ

ตชด.บ้านบาโรย

ร.ต.ต.สมชาย  เสือแก้ว

11

บาโรย

ปาดังเบซาร์

สะเดา

082-2647596

อนุบาล-ประถมฯ

ข้อมูล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3

ณ เดือนมิถุนายน 2559

ตารางที่ 20 แสดงจำนวนนักเรียน ครู โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจังหวัดสงขลา ปีการศึกษา 2558

ที่

ชื่อสถานศึกษา

นักเรียน

ห้องเรียน

ครู

ก่อนประถม

ประถม

รวม

ก่อนประถม

ประถม

รวม

ชาย

หญิง

รวม

1

ตชด.บ้านประกอบออก

50

137

187

2

6

8

5

7

12

2

ตชด.เชิญ-พิศลยบุตร

28

48

76

2

6

8

5

5

10

รวมอำเภอนาทวี

78

185

263

4

12

16

10

12

22

3

ตชด.บ้านหาดทราย

47

185

232

2

6

8

7

3

10

4

ตชด.มหาราช 1

63

94

157

2

6

8

2

8

10

5

ตชด.บ้านสำนักเอาะ

102

230

332

3

10

13

8

10

18

6

ตชด.พลเอกนวล-คุณหญิงบ้านชื่น จันทร์ตรี

45

139

184

2

6

8

6

8

14

รวมอำเภอสะบ้าย้อย

257

648

905

9

28

37

23

39

62

7

ตชด.สื่อมวลชนกีฬา

43

168

211

2

7

9

6

5

11

8

ตชด.บ้านชายควน

46

71

117

2

6

8

2

9

11

9

ตชด.บ้านทุ่งสบายใจ

30

80

110

2

6

8

4

5

9

10

ตชด.บ้านบาโรย

39

116

155

2

6

8

4

6

10

รวมอำเภอสะเดา

158

435

593

8

25

33

16

25

41

รวมทั้งหมด

493

1,268

1,761

21

65

86

49

76

125

ข้อมูล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3

ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2558

 

2.4) การศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสงขลา

จังหวัดสงขลามีโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งกระจายอยู่ในเขตพื้นที่เทศบาลในอำเภอ 9 อำเภอได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่ อำเภอสะเดา อำเภอนาทวี อำเภอควนเนียง และอำเภอสิงหนคร อำเภอจะนะ อำเภอเทพา และอำเภอสทิงพระ รวมทั้งสิ้น 28 โรงเรียน มีอัตรากำลังครูและพนักงาน จำนวน 823 คน และนักเรียน จำนวน 19,096 คน

 

ตารางที่ 21 ข้อมูลโรงเรียนและอัตรากำลังพนักงานครูเทศบาล

ลำดับที่

โรงเรียน

ระดับการศึกษา

จำนวนบุคลากรทางการศึกษา

จำนวนนักเรียน

 

ผู้บริหาร

ครูผู้สอน

 

1. อำเภอเมืองสงขลา

1.1 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา

 

 

 

1.1.1

อบจ.สงขลาพิทยานุสรณ์

ระดับภาคบังคับ

1

(ว่าง 1)

6

(ว่าง 6)

189

 

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

133

 

1.1.2

เกาะแต้วพิทยาสรรค์

ระดับภาคบังคับ

87

 

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

 

1.2เทศบาลนครสงขลา

1.2.1

เทศบาล 1 (ถนนนครนอก)

ระดับปฐมวัย

4

35

271

 

ระดับภาคบังคับ

679

 

1.2.2

เทศบาล 2 (อ่อนอุทิศ)

ระดับปฐมวัย

4

43

254

 

ระดับภาคบังคับ

657

 

1.2.3

เทศบาล 3 (วัดศาลาหัวยาง)

ระดับปฐมวัย

4

42

192

 

ระดับภาคบังคับ

648

 

1.2.4

เทศบาล 4 (บ้านแหลมทราย)

ระดับปฐมวัย

4

42

164

 

ระดับภาคบังคับ

1,128

 

1.2.5

เทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก)

ระดับภาคบังคับ

5

75

1,207

 

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

434

 

1.3 เทศบาลเมืองเขารูปช้าง

 

 

1.3.1

เทศบาล 1 (บ้านเขาแก้ว)

ระดับปฐมวัย

1

5

115

 

ระดับภาคบังคับ

191

 

2. อำเภอหาดใหญ่

 

 

 

    2.1 เทศบาลนครหาดใหญ่

 

 

 

2.1.1

เทศบาล 1 (เอ็งเสียงสามัคคี)

ระดับปฐมวัย

5

111 

(ว่าง 6)

276

 

ระดับภาคบังคับ

2,315

 

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

175

 

2.1.2

เทศบาล 2 (บ้านหาดใหญ่)

ระดับปฐมวัย

4

64 

(ว่าง 4)

306

 

ระดับภาคบังคับ

1,067

 

2.1.3

เทศบาล 3
(โศภณพิทยาคุณานุสรณ์)

ระดับปฐมวัย

3

54 

(ว่าง 8)

185

 

ระดับภาคบังคับ

1,079

 

2.1.4

เทศบาล 4 (วัดคลองเรียน)

ระดับปฐมวัย

4

60

(ว่าง 4)

196

 

ระดับภาคบังคับ

925

 

2.1.5

เทศบาล 5
(วัดหาดใหญ่)

ระดับปฐมวัย

2

31

(ว่าง 7)

138

 

ระดับภาคบังคับ

392

 

2.1.6

เทศบาล 6
(อนุบาลในฝัน)

ระดับปฐมวัย

2

18

(ว่าง 3)

213

 

ระดับภาคบังคับ

426

 

2.1.7

อนุบาลทุ่งตำเสา

ระดับปฐมวัย

1

ว่าง

87

 

2.2 เทศบาลตำบลพะตง

 

 

 

2.2.1

เทศบาล 1
(ชุมชนบ้านอุดมทอง)

ระดับปฐมวัย

2

21

(ว่าง 1)

180

 

ระดับภาคบังคับ

366

 

2.3 เทศบาลเมืองคลองแห

 

 

 

2.3.1

เทศบาล 1 (อนุบาลอัจฉริยะ)

ระดับปฐมวัย

2

10

276

 

ระดับภาคบังคับ

296

 

3. อำเภอสะเดา

    3.1 เทศบาลเมืองสะเดา

 

 

 

3.1.1

เทศบาล 1 (บ้านสะเดา)

ระดับปฐมวัย

4

58

(ว่าง 5)

458

 

ระดับภาคบังคับ

1,001

 

3.1.2

เทศบาล 2 (บ้านสะเดา)

ระดับปฐมวัย

3

33

(ว่าง 1)

180

 

ระดับภาคบังคับ

629

 

3.1.3

เทศบาล 3
(ชุมชนหมู่บ้านตัวอย่าง)

ระดับปฐมวัย

1

10 (ว่าง 1)

62

 

ระดับภาคบังคับ

110

 

    3.2 เทศบาลเมืองปาดังเบซาร์

 

 

 

   3.2.1

เทศบาลเมืองปาดังเบซาร์

ระดับปฐมวัย

1

3 (ว่าง 4)

130

 

    3.3 เทศบาลตำบลปริก

 

 

 

3.3.1

เทศบาลตำบลปาดังเบซาร์

ระดับปฐมวัย

1

13

(ว่าง 6)

130

 

4. อำเภอนาทวี

4.1 เทศบาลตำบลนาทวี

 

 

 

4.1.1

เทศบาลตำบลนาทวี

ระดับปฐมวัย

1

14

(ว่าง 1)

211

 

ระดับภาคบังคับ

241

 

5. อำเภอควนเนียง

5.1 เทศบาลตำบลควนเนียง

 

 

 

5.1.1

เทศบาลตำบลควนเนียง

ระดับปฐมวัย

(ว่าง1)

4

141

 

6. อำเภอสิงหนคร

    6.1 เทศบาลเมืองสิงหนคร

 

 

 

6.1.1

เทศบาลเมืองสิงหนคร 1

(บ้านยางงาม)

ระดับปฐมวัย

1

9

203

 

ระดับภาคบังคับ (เฉพาะ ป.1)

122

 

7. อำเภอจะนะ

    7.1 เทศบาลตำบลจะนะ

 

 

 

7.1.1

อนุบาลเมืองจะนะ

ระดับปฐมวัย

-

2

(ว่าง 3)

69

 

8. อำเภอเทพา

 

    8.1 องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสะบ้า

 

 

 

 

8.1.1

อนุบาลเกาะสะบ้า

ระดับปฐมวัย

-

-

90

 

9. อำเภอสทิงพระ

 

    9.1 เทศบาลตำบลสทิงพระ

 

 

 

 

9.1.1

อนุบาลเทศบาลตำบลสทิงพระ

ระดับปฐมวัย

ว่าง

ว่าง

72

 

รวมทั้งสิ้น

60

763

19,096

                 

หมายเหตุ : กรณีบุคลากรทางการศึกษาของอำเภอเทพาและอำเภอสทิงพระอยู่ระหว่าง

                การขออัตราบุคลากรจาก สถ. ปัจจุบันใช้บุคลากรจาก ผดด.

2.5) การศึกษามหาวิทยาลัย

จังหวัดสงขลาเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาคในการสร้างองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยเน้นสาขาที่สอดคล้องกับความต้องการ
ของภูมิภาค ควบคู่ไปกับการพัฒนาสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้ได้มาตรฐานสากลสู่ระดับนานาชาติ  โดยมีมหาวิทยาลัยในพื้นที่ที่เป็นของรัฐและเอกชนจำนวน 5 แห่ง คือมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ (เอกชน)เปิดสอนตั้งแต่ระดับ ปวส. ถึงปริญญาเอก มีจำนวนนิสิตนักศึกษาแต่ละแห่ง ดังนี้

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มี 5 วิทยาเขต คือ วิทยาเขตหาดใหญ่ วิทยาเขตปัตตานี วิทยาเขตภูเก็ต วิทยาเขตสุราษฏร์ธานี และวิทยาเขตตรัง ซึ่งได้เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอกหรือเทียบเท่า 

มหาวิทยาลัยทักษิณ มี 2 วิทยาเขต คือ วิทยาเขตสงขลา และวิทยาเขตพัทลุง

- เปิดสอนหลักสูตรทั้งระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษาจำนวนทั้งหมด 29 หลักสูตร 82 สาขาวิชา โดยจำแนกเป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรี 16 หลักสูตร 53 สาขาวิชา ระดับปริญญาโท 8 หลักสูตร 26 สาขาวิชา และระดับปริญญาเอก 2 หลักสูตร 3 สาขาวิชา 

มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา  เปิดสอนหลักสูตรทั้งระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษาจำนวนทั้งหมด18 หลักสูตร 62 สาขาวิชา โดยจำแนกเป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรี 12 หลักสูตร
53 สาขาวิชา ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต 1 หลักสูตร 1 สาขาวิชา ระดับปริญญาโท 5 หลักสูตร
8 สาขาวิชา

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย  เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) ถึงระดับปริญญาตรี

มหาวิทยาลัยหาดใหญ่  (เอกชน) เปิดสอนระดับปริญญาตรี ป.บัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก มีจำนวนนักศึกษา

จังหวัดสงขลาได้ดำเนินงานด้านการพัฒนาและจัดสวัสดิการในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ให้แก่เด็ก  สตรี  คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส บุคคลเร่ร่อนและกลุ่มองค์กรเครือข่าย เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชน
ทุกกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาทางสังคมได้รับการปกป้อง คุ้มครองและพัฒนา มีหลักประกันในการดำรงชีวิตสามารถเข้าถึงบริการด้านสวัสดิการสังคม ตลอดจนส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้เกิดสังคมคุณธรรม 

ในรอบปี  2558 จังหวัดสงขลา ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมด้านการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมแก่กลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ดังนี้

 

ตารางที่ 22 รายงานสถิติผู้รับบริการทางสังคม จังหวัดสงขลา ปีงบประมาณ  2558

โครงการ/กิจกรรม

งบประมาณที่ได้รับ

การจัดสรร(บาท)

เป้าหมาย

1.  การดำเนินงานด้านเด็ก

1.1  การสงเคราะห์เด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์

 

321,000

 

26  ครอบครัว

1.2  การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

63,525

87 ครอบครัว

1.3 การดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้ถูกกระทำ

ความรุนแรงในครอบครัว

50,000

 

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/ประชาชนทั่วไป/เยาวชน76 ราย

1.4 กองทุนคุ้มครองเด็ก  ปี 2558

  1.4.1 สงเคราะห์คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและครอบครัว

 

220,000

 

8 ครอบครัว

1.4.2 สนับสนุนโครงการที่ปฏิบัติงานด้านเด็ก องค์กรเอกชน/หน่วยงานภาครัฐ

252,500

3 โครงการ

 

2.  การดำเนินงานด้านคนพิการ

     2.1  การจดทะเบียนคนพิการ

 

45,000

 

2.2  โครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ

1,200,000

60 หลัง

2.3  การจ้างงานคนพิการ

165,600

200 ราย

2.4 กิจกรรมจัดบริการผู้ช่วยคนพิการ

440,402

43 ราย

2.5 ล่ามภาษามือ

100,000

120 ครั้ง

2.6 งานกองทุนคนพิการ

2,133,000

62 ราย

2.7  โครงการเสริมพลังผู้ใช้บริการของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ประจำปี 2558

     - ประชุมชี้แจงลูกหนี้เงินกู้คนพิการ

     - ส่งหนังสือผู้ค้ำประกัน

     - ส่งหนังสือผู้กู้และผู้ค้ำประกัน

149,900

 

86,000

5,000

58,900

300 ราย

 

 

 

 

3.  การดำเนินงานด้านผู้สูงอายุ

3.1  โครงการสนับสนุนการจัดการศพสูงอายุตามประเพณี

 

5,154,000

 

2,577 ราย

   3.2  การดำเนินงานกองทุนผู้สูงอายุ

871,000

 

4.  การดำเนินงานด้านผู้ด้อยโอกาส

     4.1  การสงเคราะห์ผู้ติดเชื้อเอดส์และครอบครัว

 

 

20 ครอบครัว

     4.2  การสงเคราะห์ผู้ตกทุกข์ได้ยากกลับภูมิลำเนาเดิม

109,000

120 ราย

     4.3 งานขอทาน

73,650

16 อำเภอ

     4.4 งานส่งคนชราเข้าสถานสงเคราะห์

 

16 อำเภอ

     4.5 งานศูนย์ดำรงธรรมและอื่นๆ

32 เรื่อง

16 อำเภอ

5.  การดำเนินงานด้านครอบครัวและสตรี

     5.1  การสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน

 

140,000

 

973  ราย

6.การดำเนินงานด้านการค้ามนุษย์

     6.1 การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์

 

208,125

 

9 ครั้ง

     6.2 การฝึกอบรมเผยแพร่ความรู้ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551

70,000

 

200 คน

 

     6.3 โครงการอาสาสมัครเฝ้าระวังร่วมใจแจ้งเหตุการณ์ลักลอบขนคนเข้าเมืองและการค้ามนุษย์

78,800

 

120 คน

 

       ที่มา: สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา

จังหวัดสงขลาได้ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคม ครอบคลุมในทุกกลุ่มเป้าหมายภาคีเครือข่ายด้านสังคมที่มีจุดร่วมในการมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้รับบริการและสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

จากการศึกษาข้อมูลทางสังคมในจังหวัดสงขลาของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา พ.ศ.2557 – 2558 ภาพรวมของจังหวัดสงขลาตามแบบข้อมูลรายงานสถานการณ์ทางสังคม (อปท. 1) ในปี 2557 –2558 ได้พบปัญหาเชิงประเด็นและกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

 

ตารางที่ 23 ปัญหาประเด็นเชิงสังคม

1.สถานการณ์เชิงประเด็นสังคม

ปี 2557

ปี 2558

เปรียบเทียบข้อมูลปี 57 กับข้อมูลปี 58

1.1 ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม

11,102

9,241

ลดลง จำนวน 1,861ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 16.67

1.2 ปัญหาด้านสุขภาพอนามัย

19,096

55,170

เพิ่มขึ้น จำนวน 36,074 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 188.91

1.3 ปัญหาด้านการศึกษา

758

1,389

เพิ่มขึ้น จำนวน 631 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 83.25

1.4 ปัญหาด้านการมีงานทำและรายได้

26,493

7,154

ลดลง จำนวน 19339 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 73.00

1.5 ปัญหาด้านความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

3,255

2,658

ลดลง จำนวน 597 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 18.34

1.6 ปัญหาด้านวัฒนธรรมและจริยธรรม

351

299

ลดลง จำนวน 52 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 14.81

รวม

61,055

75,911

ลดลง จำนวน 597 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 18.34

2.ปัญหาเชิงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องได้รับการพัฒนา

ปี 2557

ปี 2558

เปรียบเทียบข้อมูลปี 57  กับข้อมูลปี 58

2.1ปัญหาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์

6,042

3,090

ลดลง จำนวน 2,952 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 48.86

2.2ปัญหาเยาวชน อายุ 18-25 ปี

3,945

2,520

ลดลง จำนวน 1,425 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 36.12

2.3 ปัญหาครอบครัว

1,884

2,046

เพิ่มขึ้น จำนวน 162 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 8.60

2.4ปัญหาสตรีอายุ 25 ปีขึ้นไป-60ปี

1,732

1,664

ลดลง จำนวน 68 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 3.93

 

2.5 ปัญหาผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป

8,337

7,115

เพิ่มขึ้น จำนวน 1222 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 14.66

2.6  ปัญหาคนพิการ

179

1,105

เพิ่มขึ้น จำนวน 926 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 14.66

2.7  ปัญหาแรงงาน

2,747

736

ลดลง จำนวน 101 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 15.91

รวม

24,866

18,276

ลดลง จำนวน 6590 ครัวเรือน
คิดเป็นร้อยละ 6.50

 

                        ข้อมูลผู้ด้อยโอกาสทางสังคมจังหวัดสงขลาที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ได้สำรวจและประมวลข้อมูลที่ต้องการความช่วยเหลือในเดือนกุมภาพันธ์ – มิถุนายน พ.ศ. 2558

 

ตารางที่ 24 ข้อมูลผู้ด้อยโอกาสทางสังคมจังหวัดสงขลา

ลำดับ

อำเภอ

เด็ก

ครอบครัวยากจน

ผู้ประสบ
ภัยพิบัติ

ผู้ป่วยเอดส์

ผู้พิการ

ผู้สูงอายุ

สตรีหม้าย

รวมทั้งสิ้น

1

กระแสสินธุ์

1

13

1

 

15

18

5

53

2

คลองหอยโข่ง

 

7

 

 

 

3

 

10

3

ควนเนียง

 

2

 

 

3

17

 

22

4

จะนะ

2

40

 

 

16

36

1

95

5

เทพา

1

1

 

 

7

7

1

17

6

นาทวี

2

21

 

 

10

30

4

67

7

นาหม่อม

8

13

 

 

23

33

 

77

8

บางกล่ำ

3

2

 

 

1

2

2

10

9

เมือง

1

11

 

 

11

25

1

49

10

ระโนด

22

62

1

4

124

144

14

371

11

รัตภูมิ

1

4

 

 

18

6

1

30

12

สทิงพระ

20

45

 

1

20

66

9

161

13

สะเดา

7

46

 

 

24

71

15

163

14

สะบ้าย้อย

1

23

 

 

5

39

6

74

15

สิงหนคร

18

26

 

 

14

38

9

104

16

หาดใหญ่

2

19

 

 

22

64

1

109

รวมจำนวนทั้งสิ้น

1,412

ที่มา: สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา

ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2558

 

ตารางที่ 25 สรุปข้อมูลปัญหา/ความต้องการของผู้ด้อยโอกาสทางสังคมจังหวัดสงขลา

ลำดับ

พื้นที่

ด้านการเงิน

ด้านเครื่องอุปโภคบริโภค

ด้านอื่นๆ

1

กระแสสินธุ์

52

35

12

2

คลองหอยโข่ง

10

2

8

3

ควนเนียง

22

3

4

4

จะนะ

94

39

26

5

เทพา

15

2

8

6

นาทวี

65

43

27

7

นาหม่อม

77

35

7

8

บางกล่ำ

10

9

 

9

เมือง

40

43

29

10

ระโนด

367

175

74

11

รัตภูมิ

30

21

9

12

สทิงพระ

161

57

23

13

สะเดา

155

101

32

14

สะบ้าย้อย

67

21

41

15

สิงหนคร

95

28

21

16

หาดใหญ่

107

55

27

รวม

1,367

669

348

ที่มา: สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา

ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2558

 

จากข้อมูลผู้ด้อยโอกาสทางสังคมจังหวัดสงขลา จำนวน 1,412 ราย มีปัญหาและความต้องการ 1 รายมากกว่า 1 ด้าน โดยอำเภอระโนดมีความต้องการสูงสุดจำแนกเป็นด้านการเงิน 367 ราย
ด้านเครื่องอุปโภคบริโภค 175 ราย และด้านอื่นๆ จำนวน 74 ราย

หมายเหตุ : ด้านการเงิน : ประกอบด้วยเงินยังชีพ ทุนประกอบอาชีพ ทุนประการศึกษา   

ด้านเครื่องอุปโภคบริโภค : ประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค นมดูแลเด็ก ผ้าอ้อมสำเร็จรูป อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์ประกอบอาชีพ

ด้านอื่นๆ : ประกอบด้วยกายอุปกรณ์ การฝึกอาชีพ การมีงานทำ ค่าเดินทางไปรักษาพยาบาล ค่าอาหารทางสายยาง ต้องการรถเข็น ที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ปรับสภาพบ้าน ผู้ดูแล ส่งต่อ สสจ. เรื่องสุขภาพ สร้างห้องน้ำ เสื้อผ้า ออกบัตรคนพิการ

รายชื่อกองทุนสวัสดิการต่างๆ

  1. กองทุนประกันสังคม
  2. กองทุนคุ้มครองเด็ก
  3. กองทุนคนพิการ
  4. กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
  5. กองทุนผู้สูงอายุ
  6. กองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้า
  7. สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสงขลา
  8. การสงเคราะห์เด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์
  9. การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
  • การดำเนินงานด้านผู้ด้อยโอกาส

ข้อมูลตัวชี้วัดการพัฒนาจังหวัด

   สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้จัดทำตัวชี้วัดการพัฒนาระดับจังหวัด ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อบ่งชี้ถึงศักยภาพและปัญหาของจังหวัดให้มีความชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งตอบโจทย์แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 Country Strategy ASEAN Strategy และแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลได้ดีขึ้น และใช้เป็นแนวทางให้กระทรวง กรม จัดทำแผนงาน/โครงการสนับสนุนให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด

การวิเคราะห์การพัฒนาจังหวัด ได้คำนึงถึงกรอบการพัฒนาระดับประเทศ โดยนำตัวชี้วัดการพัฒนาจังหวัดซึ่ง สศช ได้จัดทำขึ้นมาพิจารณาร่วมกับข้อมูลที่เกิดขึ้นและข้อเท็จจริงในพื้นที่ เพื่อสะท้อนถึงสภาพการพัฒนาจังหวัดโดยเปรียบเทียบกับค่ากลางของประเทศ และสามารถเชื่อมโยงสู่ประเด็นปัญหา และประเด็นการพัฒนาจังหวัดชัดเจนยิ่งขึ้น ผลการวิเคราะห์สภาวการณ์ของจังหวัดสงขลา โดย สศช. ปรากฎในกราฟต่อไปนี้

 

รูปที่  23 ผลการวิเคราะห์สภาวการณ์ของจังหวัดสงขลา โดย สศช.

 

                จังหวัดสงขลาได้นำตัวชี้วัดและประเด็นการพัฒนามาวิเคราะห์ เพื่อหาศักยภาพและปัญหาที่แท้จริงของจังหวัด เพื่อใช้ประกอบการทบทวนยุทธศาสตร์จังหวัด ดังนี้

ภาพรวมการพัฒนาจังหวัด

ภาพรวมการพัฒนาจังหวัดอยู่ในระดับค่อนข้างสูง โดยมีค่าตัวชี้วัดภาพรวม (Composite Index) อยู่ที่ 35.17 ขณะที่ค่ากลางของประเทศอยู่ที่ 31.27 เมื่อพิจารณาโดยจำแนกเป็นมิติการพัฒนาทั้ง 4 ด้าน พบว่า มิติการพัฒนาแบบทั่วถึงมีค่า 44.49 ขณะที่ค่ากลางของประเทศอยู่ที่ 27.14 มิติของประสิทธิภาพของภาครัฐ มีค่า 63.24 ขณะที่ค่ากลางของประเทศอยู่ที่ 45.68 แสดงให้เห็นว่า การดำเนินการของภาครัฐเพื่อเข้าถึงประชาชน และการให้บริการภาครัฐของจังหวัดสงขลาอยู่ในเกณฑ์ ดีมาก ในทางกลับกัน การเติบโตทางเศรษฐกิจและการเติบโตทางเศรษฐกิจสีเขียว มีค่า 23.24 และ 9.73 ในขณะที่ค่ากลางของประเทศอยู่ที่ 29.73 และ 22.53 แสดงให้เห็นถึงปัญหาหลักของจังหวัดสงขลาในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมิติการเติบโตทางเศรษฐกิจสีเขียว มีตัวชี้วัดต่ำกว่าค่ากลางทุกตัว โดยเฉพาะอัตราการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้ที่ลดลงมาก ส่วนมิติการเติบโตทางเศรษฐกิจ มีปัญหาผลิตภัณฑ์มวลรวมหดตัว การเปลี่ยนแปลงของรายได้และการออมต่ำกว่าค่ากลางและมีแนวโน้มลดลง รวมทั้งอัตราการว่างงานที่สูงค่ากลางของประเทศ

มิติการพัฒนาแบบทั่วถึง

   จังหวัดสงขลา มีค่าเฉลี่ยของมิติการพัฒนาอย่างทั่วถึงค่อนข้างสูง โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 44.49 ขณะที่ค่าเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 27.14 ซึ่งแม้มีค่าสูงกว่าค่ากลางของประเทศ แต่ประเด็นที่เป็นปัญหาคือ ค่าเฉลี่ยคะแนน O-net ม.3 ซึ่งใกล้เคียงกับค่ากลางของประเทศมาก

 

 

มิติการเติบโตทางเศรษฐกิจ

จังหวัดสงขลามีค่าเฉลี่ยของมิติการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ ที่ 23.24 ขณะที่ค่าเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 29.73 ประเด็นที่เป็นปัญหา คือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมหดตัว การเปลี่ยนแปลงของรายได้และการออมต่ำกว่าค่ากลางและมีแนวโน้มลดลง รวมทั้งอัตราการว่างงานที่สูงกว่าค่ากลางของประเทศ โดยจังหวัดควรให้ความสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมยางพาราและพัฒนาและส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมยางพาราและการผลิตอาหารทะเลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองชายแดนและการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม รวมทั้งพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน และสร้างอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ  อย่างไรก็ตามจะพบว่า อัตราส่วนหนี้เฉลี่ยต่อรายได้เฉลี่ยของครัวเรือน ของจังหวัดสงขลายังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ

มิติการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสีเขียว

จังหวัดสงขลามีค่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสีเขียวต่ำกว่าค่ากลางของประเทศ จากปัญหาการใช้พลังงานและความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม โดยมีค่าเฉลี่ยของตัวชี้วัดนี้ที่ 9.73 ขณะที่ค่าเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 22.53 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ ปริมาณขยะ สัดส่วนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อยานพาหนะต่อประชากร สัดส่วนการใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนต่อประชากร สัดส่วนการใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช่ครัวเรือนต่อ GPP และสัดส่วนปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมต่อ GPPภาคอุตสาหกรรม ซึ่งต้องดำเนินการแก้ไข โดยการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียว รณรงค์การประหยัดพลังงานและส่งเสริมพลังงานทดแทนและมีการบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม พบว่าจังหวัดสงขลา โดยความร่วมมือขององค์กรส่วนท้องถิ่น ราชการและเอกชน ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยปัญหาด้านขยะ ได้มีการดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าจากขยะ ด้านป่าไม้ กรมป่าไม้
ได้พยายามลดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า ด้านพลังงาน ได้มีโครงการจัดหาพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งอื่น ๆ
เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ได้มีโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในจังหวัดสงขลา โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อลดการใช้พลังงานจากน้ำมัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมเป็นโครงการนำร่องใน 2 เทศบาลคือ เทศบาลนครหาดใหญ่ และเทศบาลนครสงขลา ภายใต้โครงการ Green City โดยการสนับสนุนของ ADB ภายใต้กรอบการพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ

มิติประสิทธิภาพของภาครัฐ

จังหวัดสงขลามีตัวชี้วัดด้านประสิทธิภาพของภาครัฐค่อนข้างสูงที่ 63.24 ในขณะที่ค่ากลางของประเทศอยู่ที่ 45.68 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะของภาครัฐในการดูแลประชาชน โดยระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่นสถานพยาบาล การเข้าถึงไฟฟ้า น้ำประปาและอินเตอร์เนต การจัดเก็บภาษีและการเบิกจ่ายงบประมาณของจังหวัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การใช้พลังงานไฟฟ้าภาคครัวเรือนต่อจำนวนประชากรค่อนข้างสูง ซึ่งต้องมีการรณรงค์การประหยัดพลังงานต่อไป