21/02/2018

เศรษฐกิจ อาชีพและผลิตภัณฑ์

Written by  โครงการเตรียมงานโรงไฟฟ้า ถ่านหินเทพา (จ.สงขลา)
Rate this item
(0 votes)

เศรษฐกิจอาชีพและผลิตภัณฑ์

เศรษฐกิจจังหวัดสงขลาในปี 2561

ด้านเศรษฐกิจจังหวัดสงขลาเศรษฐกิจจังหวัดสงขลาปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.3 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.4 – 4.4)ขยายตัวต่อเนื่องจากร้อยละ 2.2 ในปีที่ผ่านมา โดยด้านอุปทานขยายตัว ร้อยละ 4 .6 จ ากภาคเกษตรภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ส่วนด้านอุปสงค์คาดว่าขยายตัวร้อยละ 3.7 จากการลงทุนภาคเอกชน การบริโภคภาคเอกชน การค้าชายแดน และการใช้จ่ายภาครัฐด้านอุปทาน ปี 2561 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ4.6 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 3.6 – 5.6) เร่งตัวขึ้นจากที่หดตัวร้อยละ -0.9 ในปีที่ผ่านมา จากภาคเกษตรภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ โดยภาคเกษตร คาดว่าขยายตัวร้อยละ 11.4 เร่งตัวขึ้นจากที่หดตัวร้อยละ -15.5เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย เกษตรกรสามารถกรีดยางได้มากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตยางพาราออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ภาคอุตสาหกรรมคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ3.8 เร่งตัวขึ้นจากที่หดตัวร้อยละ -0.4 ในปีที่ผ่านมาเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัว ท าให้ยอดการสั่งซื้อจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคบริการคาดว่าขยายตัวร้อยละ 3.1 ชะลอตัวจากปีก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 4.2

ด้านอุปสงค์ (ภายในจังหวัด) คาดว่าขยายตัวร้อยละ3.7 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.8 – 4.8) ชะลอตัวจากปีก่อนที่ขยายตัว ร้อยละ 7 .5 จ ากก ารบ ริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และการค้าชายแดน โดยการบริโภคภาคเอกชนคาดว่าขยายตัวร้อยละ 6.7 ขยายตัวต่อเนื่องจากร้อยละ 5.2 ในปีที่ผ่านมาเนื่องจากการใช้จ่ายของประชาชนผ่านบัตรสวัสดิการรัฐการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าขยายตัวร้อยละ 3.3 จากการขออนุญาตพื้นที่ก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น การใช้จ่ายภาครัฐคาดว่าขยายตัวร้อยละ 3.0 ตามนโยบายเร่งรัดการเบิกจ่ายของภาครัฐ และการค้าชายแดน คาดว่าขยายตัวร้อยละ19.3 ตามมูลค่าการส่งออกและน าเข้าที่เพิ่มขึ้นด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในจังหวัดสงขลาอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2561 คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 1.5(โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.5 – 2.5) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่หดตัวร้อยละ -7.8 เนื่องจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น

 

อาชีพส่วนใหญ่ของคนในจังหวัดสงขลา

การทำนา การทำนาเป็นอาชีพดั้งเดิมของคนในลุ่มน้ำแห่งนี้ โดยมีการทำในที่ลุ่มโดยทั่วไปและบริเวณชายขอบพรุ บริเวณที่มีการทำนาข้าวที่สำคัญในเขตลุ่มน้ำทะเลสาบ ได้แก่ พื้นที่ราบตอนกลางของจังหวัดพัทลุง และพื้นที่ในคาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งถือได้ว่าเป็น “แหล่งอู่ข้าวอู่น้ำของคนภาคใต้ตอนล่าง”อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปพื้นที่นาข้าวได้ลดลงตามลำดับโดยมีการเปลี่ยน แปลง ทั้งวิธีการทำนาและตำแหน่งพื้นที่ทำนาอย่างมาก จากเดิมที่มีการทำนาปีทั้งในพื้นที่ลุ่มและชายขอบพรุ โดยใช้วิถีการง่ายๆ ใช้แรงงานคนและสัตว์และใช้ปุ๋ยที่หาได้จากแหล่งธรรมชาติตามถ้ำต่างๆ ที่เรียกว่า “มายาเขา” ควบคู่กับมูลสัตว์มาเป็นการทำนาปรังในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่ประมาณ 15 ปี ที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงเห็นได้ชัดมาก เนื่องจากการพัฒนาระบบชลประทาน มีการใช้ข้าวพันธ์ใหม่ ใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีและเครื่องจักรกลมากขึ้น ทั้งรถไถนาและรถเกี่ยวข้าว

       โดยรวมแล้วการทำนาได้ลดลงอย่างมากในหลายพื้นที่อันเนื่องจากปัญหาการเกิดน้ำ ท่วมหรือฝนแล้ง อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงที่นาไปเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์อย่างอื่น เช่น นากุ้ง สวนยางพารา ที่อยู่อาศัย ในขณะที่บางพื้นที่มีการทำนาเข้มข้นขึ้น เช่น บริเวณทุ่งระโนด เป็นต้น

การทำประมง

       คนในชุมชนที่อาศัยอยู่รอบๆ ทะเลสาบสงขลาโดยเฉพาะที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมทะเลสาบและแหล่งน้ำต่างๆ ดำรงชีวิตด้วยการทำประมงมาอย่างยาวนาน แม้ในปัจจุบันผู้คนเหล่านี้ จำนวนไม่น้อยยังใช้ประโยชน์จากทะเลสาบสงขลาเพื่อทำการประมง โดยมีผู้ประกอบอาชีพประมงรอบทะเลสาบสงขลาไม่น้อยกว่า 5,000 ครัวเรือน วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการทำประมงได้เปลี่ยนแปลงจากการใช้เครื่องมือ ง่ายๆที่ผลิตขึ้นมาเองจากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น ไซปลาที่จากไม้และไม้ไผ่ โมร๊ะ โป๊ะน้ำตื้น ลันปลไหล อวนที่ทำจากด้าย ฯลฯ มาใช้เครื่องมือที่หาซื้อได้ง่ายในท้องตลาดและมีประสิทธิภาพมากกว่า นอกจากนี้ยังมีการทำประมงอย่างหนาแน่นในบางพื้นที่ รวมทั้งการใช้เครื่องมือประมงชนิดทำลายล้าง เช่น อวนรุน ยาเบื่อ โพงพางและเครื่องช๊อตปลา จนทำให้เกิดปัญหาตามมาจนถึงขั้นวิกฤต ซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหาผลผลิตสัตว์น้ำที่จับได้ลดน้อยลงมากจนชาวบ้านบางส่วน ต้องเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่นๆ เช่นรับจ้าง ทำงานโรงงาน ฯลฯ คนเหล่านี้ส่วนมากเข้ามาทำงานในตัวเมืองหรือชุมชน สำหรับชาวประมงพื้นบ้านในทะเลน้อยบางส่วนได้เปลี่ยนอาชีพไปขับเรือนำนักท่อง เที่ยวชมทะเลน้อย และทำการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ นักท่องเที่ยว

 

 

ผลิตภัณฑ์จังหวัดสงขลา

ผ้าทอเกาะยอ

ผ้าทอเกาะยอหรือ ผ้าเกาะยอ เป็นผ้าทอพื้นเมืองของตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา ที่มีความประณีตและสีสันที่สวยงาม โดยมีการทอยกดอกที่มีลวดลายอ่อนนุ่ม ถือเป็นสัญลักษณ์หัตถกรรมพื้นบ้านของภาคใต้และยังเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP ปี 2549 สืบสานตำนานจากชาวเกาะยอ ที่ส่วนหนึ่งอพยพมาจาก ตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ และตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมืองสงขลา มีเชื้อสายจีน ทำอาชีพทำสวนยาง สวยผลไม้ และ งานหัตถกรรมพื้นบ้าน คือการทอผ้าพื้นเมืองสำหรับใช้ในครัวเรือน จึงเป็นที่มาของ "ผ้าทอเกาะยอ” ไม่มีหลักฐานที่ปรากฏแน่ชัดว่า ชาวเกาะยอ เริ่มทอผ้ากันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ทราบว่าที่เกาะยอมีการทอผ้ามานับเป็นร้อยๆปีแล้ว ตั้งแต่เมื่อครั้งที่มีการอพยพมาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินอยู่บนเกาะยอสืบสานการถ่ายทอดภายในครอบครัวเรื่อยมา

หนังตะลุง

               หนังตะลุงที่มีแสดงอยู่โดยทั่วไปในภาคใต้นั้น ยังหาข้อยุติที่แน่ชัดลงไปไม่ได้ว่า มีความเป็นมาอย่างไร  บางท่านก็กล่าวว่าได้รับอิทธิพลมาจากชวา มลายู  บางท่านกล่าวหนังตะลุงในภาคใต้นี้มีขึ้นครั้งแรกที่จังหวัดพัทลุง คนทั่วไปจึงเรียกหนังตะลุงที่มาจากพัทลุงว่าหนังพัทลุง หรือหนังพัดลุ จนกลายมาเป็นหนังลุงหรือหนังตะลุง

ข้าวเกรียบกุ้ง

               ข้าวเกรียบกุ้ง-ปลาของสงขลา เป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองที่มีชื่อเสียงในภาคใต้ นอกจากนี้ ยังมีน้ำบูดู เม็ดมะม่วงหิมพานต์ กุ้งแก้ว ฯลฯ ซึ่งจะหาซื้อได้จากร้านค้าบริเวณถนนนครใน อำเภอเมือง

เมล็ดม่วงหิมพานต์

                                                                                                       

               กลุ่มสตรีบ้านชะแม ได้เริ่มดำเนินการกลุ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 โดยมีนางบุญญา ชุมแสง เป็นประธานกลุ่มฯ ได้นำวัฒนธรรมในการบริโภคเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ มาดัดแปลงเป็นเมล็ดมะม่วงหิมพานต์แผ่นเพื่อส่งจำหน่าย จนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ต่อมาได้มีการพัฒนารูปแบบของบรรจุภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้า จนได้รังการคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ ระดับประเทศ (5 ดาว) ประจำปี 2547 ปัจจุบันกลุ่มสตรีบ้านชะแม ได้ดำเนินการผลิตขนมพื้นเมืองหลายชนิดด้วยกัน ได้แก่ ขนมโก๋ ขนมงา ขนมนางเล็ด

Read 268 times Last modified on 06/06/2018

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.