21/02/2018

ภูมิรัฐศาสตร์และการปกครอง

Written by  โครงการเตรียมงานโรงไฟฟ้า ถ่านหินเทพา (จ.สงขลา)
Rate this item
(0 votes)

ภูมิรัฐศาสตร์และการปกครอง

จังหวัดสงขลา

ประวัติความเป็นมา

          ประวัติศาสตร์เมืองสงขลาได้เริ่มต้นอย่างแท้จริง ประมาณพุทธศตวรรษที่ 22-24 โดยมีศูนย์กลางการปกครอง หรือ สถานที่ตั้งเมือง 3 แห่งโดยสามารถลำดับจากพัฒนาการ ได้แก่

สมัยเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดง

เป็นยุคที่น่าจะมีมาก่อนพุทธศตวรรษที่ 22 ถึงปลายพุทธศตวรรษที่ 23 โดยพิจารณาจากเจดีย์บนยอดเขาน้อยที่กำหนดอายุได้ไม่น้อยกว่า พุทธศตวรรษที่ 17-18 โดยปรากฏชื่อในเอกสารต่างๆของพ่อค้าชาวตะวันตกว่า Singora บ้าง Singor บ้าง น่าจะมีชื่อเมือง สิงขร สิงคะ แปลว่าจอม ที่สูงสุดยอดเขา และภาษาไทยว่า “สิงขร” เป็นความหมายที่สอดคล้องกับที่ตั้งเมืองสงขลา โดยช่วงเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดงนี้อยู่ภายใต้การปกครองของ เจ้าเมืองและ ปฐมพลเมืองชาวมุสลิม ซึ่งได้อพยพและนำพลพรรคชาวแขกชวา หนีภัยจากโจรสลัดที่คุกคามอย่างหนัก ในแถบหมู่เกาะชวาล่องเรือมาขึ้นฝั่งบริเวณฝั่งหัวเขาแดง โดยปรากฏในเอกสารชาวต่างชาติที่มาค้าขาย เป็นต้นว่าในสำเนาจดหมายของนายแมร์ เทนเฮาท์แมน จากอยุธยา มีไปจนถึงนายเฮนดริก แจนเซน นายพาณิชย์คนที่ 1 ชาวดัทช์ ที่ปัตตานีในปี พ.ศ. 2156 ออกชื่อเจ้าเมืองสงขลาในขณะนั้นว่า “โมกุล” แต่ในบันทึกบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ ได้กล่าวถึงเมืองสงขลาในปี พ.ศ. 2165 เรียกชื่อเจ้าเมืองว่า “ดาโต๊ะโกมอลล์” จึงพอสรุปได้ว่า ผู้สร้างเมืองฝั่งหัวเขาแดงประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 22 เป็นมุสลิมที่ชาวอังกฤษในสมัยอยุทธยาเรียกว่า “โมกุล” และ ชาว ดัทช์ เรียกว่า “โมกอล” โดยดาโต๊ะโมกุล ได้ตั้งเมืองสงขลาบริเวณหัวเขาแดง เขาค่ายม่วงและ เขาน้อย ซึ่งน่าจะอยู่ระหว่าง พ.ศ. 2153 - 2154  ซึ่งตรงกับสมัยพระเอกาทศรถ สุภัทร สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง ซึ่งเป็นเชื้อสายโดยตรงของ สุรต่านสุไลมาน ได้เล่าว่า ประมาณ พ.ศ. 2145 ดาโต๊ะโมกอลซึ่งเคยปกครอง เมืองสาเลย์ที่เป็นเมืองลูก ของจาการ์ตา บนเกาะชวา (อินโดนีเซียในปัจจุบัน) ได้อพยพครอบครัว และบริวารหนีภัย การล่าเมืองขึ้น (ซึ่งใช้ปืนใหญ่จากเรือปืนยิงขึ้นฝั่งที่เรียกว่า Gunship policy)ลงเรือสำเภามาขึ้นฝั่งที่บริเวณบ้านหัวเขาแดง แขวงเมืองสงขลา เข้าใจว่าตระกูลนี้คงเคยเป็นตระกูลปกครองบ้านเมืองมาก่อน เมื่อเจอทำเลเหมาะสมหัวเขาแดง ท่านดะโต๊ะ โมกอล ก็ได้นำบริวารขึ้นบก แล้วช่วยกันสร้างบ้านแปลงเมือง และ ดัดแปลงบริเวณปากทางเข้าทะเลสาบสงขลาให้เป็นท่าจอดเรือขนาดใหญ่ที่สามารถรับเรือสำเภา หรือ เรือกำปั่นที่ประกอบธุรกิจการค้าทางทะเล แวะเข้าจอดเทียบท่าได้จนเมืองหัวเขาแดงในสมัยนั้น กลายเป็นเมืองท่าเรือระหว่างประเทศไป กิติศักย์นี้โด่งดังไปจนถึงกรุงศรีอยุธยา ด้วยเหตุนี้สมเด็จพระเอกาทศรถ (พ.ศ. 2148 - 2153) จึงได้มีพระบรมราชโองการ แต่งตั้งให้ดะโต๊ะ โมกอล เป็นข้าหลวงใหญ่ของพระเจ้ากรุงสยาม ประจำเมืองพัทลุงอยู่ที่หัวเขาแดงแขวงเมืองสงขลา

สุรต่านผู้ครองเมืองสงขลาได้ปกครองเมืองแบบรัฐสุรต่าน ของราชวงค์ ออโตมาน  ซึ่งการปกครองแบบนี้แพร่หลายเข้ามายังเกาะสุมาตรา เกาะชวา และรัฐสุรต่านต่างๆ ทางปลายแหลมมาลายู โดยสุลต่านผู้ปกครองเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดงได้นับถือศาสนาอิสลาม นิกายสุนี่ จึงดำรงค์ตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ส่วนบุตรชาย สามคนคือ มุสตาฟา ฮุสเซน และ ฮัสซัน ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงทาง กองทัพเรือ ผู้บัญชาการป้อม และ ตำแหน่งการปกครองอื่นๆ ในระบอบการปกครองแบบสุรต่าน

ปฐมการค้า กับ ฮอลันดา

ในระยะแรกของการตั้งเมืองสงขลา เจ้าเมืองได้ยอมรับในการตกเป็นเมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา โดยสุรต่านผู้ครองเมือง ได้จัดส่งเครื่องราชบรรณาการซึ่งประกอบด้วยดอกไม้เงิน และ ดอกไม้ทอง แก่กรุงศรีอยุธยา โดยเจ้าเมืองสงขลาได้กำหนดทิศทางของการพัฒนาเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดงเป็นลักษณะเมืองท่า ทำกิจการในแลกเปลี่ยนสินค้าในระดับนานาชาติ โดยเมืองท่านี้ได้ทำการค้าขายกับ ฮอลันดา โปรตุเกตุ อังกฤษ จีน อินเดีย และ ฝรั่งเศส ซึ่งประเทศ  คู่ค้าประเทศแรกๆ ที่สามารถมีสัมพันธภาพที่ดีต่อ กรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย และสามารถขยายความสัมพันธ์ทางการค้า มายังสงขลาคือ ฮอลันดา โดยเฉพาะระหว่างปี   พ.ศ. 2171 - 2201 เป็นสมัยที่ฮอลันดา มีความมั่งคั่งจาก การผูกขาดเครื่องเทศแต่เพียงผู้เดียว โดยฮอลันดาสามารถกำจัดคู่แข่งทางการค้าอื่นๆเช่น โปรตุเกตุ อังกฤษ และ พ่อค้ามุสลิม ให้ห่างจากเส้นทางการค้า มีผลทำให้ให้ฮอลันดามีความมั่งคั่ง และ มีอำนาจขึ้นในยุโรป และ ตะวันออกไกล ครั้นถึงปี พ.ศ. 2584 ชาวดัทช์สามารถยึดเมืองมะละกาซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลที่สำคัญได้จากโปรตุเกส จึงใช้มะละกาเป็นศูนย์กลางการค้าขายกับจีน และญี่ปุ่นโดยตรง  โดยมีบันทึกหลายๆ ฉบับ ได้กล่าวถึงการค้าขายบริเวณเมืองท่าสงขลาฝั่งหัวเขาแดง ดังนี้

  • จดหมายของนายคอร์เนลิส ฟอน นิวรุท จากห้างดัทช์ ที่กรุงศรีอยุทธยา ไปถึงหอการค้าเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศฮอลันดา เมื่อ พ.ศ. 2160 กล่าวถึงเมืองสงขลาไว้ว่า “ขณะนี้พ่อค้าสำคัญๆได้สัญญาว่าจะแวะเมืองสิงขระ (สงขลาฝั่งหัวเขาแดง)"
  • จดหมายของ จูร์แคง ชาวอังกฤษได้รายงานไปที่ห้างอังกฤษ บนเกาะชวาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2164 ได้กล่าวถึงการค้าขายที่เมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดงไว้ว่า “พวกดัชใช้เรือขนาดเล็กที่เรียกว่า แวงเกอร์ โดยมีเรือขนาดเล็กนี้มีอยู่ประมาณ 4-5 ลำ ประจำที่สิงขระ เพื่อกว้านซื้อพริกไทยจากพ่อค้าชาวพื้นเมืองที่เข้ามาขายให้"
  • บันทึกของ โยเกสต์ สเกาเตน ผู้จัดการห้างฮอลันดา ในสมัยพระเจ้าปราสาททอง หนังสือแต่งเมื่อ พ.ศ. 2179 ดังคำแปลในประชุมพงศาวดาร ภาค 76 กล่าวว่า “พวกเราชาวฮอลันดาได้เข้ามาอยู่ในอาณาจักรสยามได้ 30 ปีแล้ว และได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากพระมหากษัตริย์ตลอดมา การค้าขายของเราถึงจะไม่ได้รับกำไรมากมายจนเกินไป แต่กระนั้นพวกเรายังได้รับไมตรีจิต มิตรภาพจากพระมหากษัตริย์ มากกว่าชนชาติยุโรปอื่นได้รับ” ซึ่งสอดคล้องกับการพบสุสานของชาวฮอลันดา อยู่ ณ บริเวณสุสาน วิลันดา ในบริเวณพื้นที่เมืองเก่าสงขลาฝั่งหัวเขาแดง

เนื่องจากการที่เมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดงเป็นเมืองคู่ค้าที่สำคัญ กับฮอลันดา ทำให้เมืองสงขลาได้รับการคุ้มครอง และ การสนับสนุนด้านต่างๆ จากฮอลันดาเป็นอย่างมาก จนกระทั่งทำให้เมืองสงขลา โดย สุลต่านสุไลมาน ฉวยโอกาส แข็งเมืองในช่วงกบฎกรุงศรีอยุธยาใน รัชสมัยพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งผลจากการแข็งเมืองนี้เองทำให้ สุลต่านสุไลมานประกาศตัวเป็น พระเจ้าสงขลาที่ 1 และ ดำเนินการค้าโดยตรงกับนานาประเทศโดยเฉพาะ ประเทศฮอลันดา ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่า ฮอลันดาได้ทำการค้าเพื่อเอาใจ และสัมพันธ์ด้านประโยชน์ทางการค้า ทั้งกรุงศรีอยุธยาและสงขลา ไปในคราเดียวกัน ดั่งปรากฏหลักฐานว่า พระเจ้าปราสาททอง แห่งอยุธยาได้เคย ขอให้ฮอลันดาช่วยปราบกฎเมืองสงขลา แต่ฮอลันดากลับไม่ได้ตั้งใจช่วยอย่างจริงจังตามที่ได้แสดงเจตนาไว้ ซ้ำยังให้ความช่วยเหลือเมืองสงขลาด้วยในคราเดียวกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดง กับฮอลันดา ยิ่งทวีความแน่นแฟ้นขึ้นตามลำดับ โดยไม่มีบทบาทของกรุงศรีอยุธยามาแทรกแซง จนฮอลันดาสนใจจะเปิดสถานีการค้ากับเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดง

ตามบันทึกของ ซามูเอล พอทท์ส ซึ่งไปสำรวจภาวะตลาดในเอเชียเมื่อปี พ.ศ. 2221 ได้บรรยายว่าเจ้าเมืองสงขลาต้อนรับเป็นอย่างดีที่วังของเมือง แสดงความเป็นกันเอง พร้อมทั้งตั้งข้อเสนอหลายอย่างที่เป็นการจูงใจให้เข้าไปค้าขาย เช่น จะไม่เก็บอากรบ้าน จะหาบ้านและที่อยู่ให้ โดยปรากฏหลักฐานสนับสนุนเรื่องนี้จากจากแผนที่ซึ่งทำโดยชาวฝรั่งเศส ได้ระบุว่า มีหมู่บ้านของชาวฮอลันดาปรากฏอยู่ในแผนที่ นอกเหนือจากการปรากฏหลักฐานของสุสานชาวดัทช์ อยู่ใกล้ที่ฝังศพ สุลต่านสุไลมานซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดง โดยมีหลุมศพเหล่านี้กระจัดกระจายอยู่ประมาณ 22 หลุม  ซึ่งชาวบ้านได้เรียกที่ฝังศพนี้ว่า “วิลันดา” ซึ่ง หนึ่งในยี่สิบสอง หลุมนี้อาจเป็นตัว ซามูเอล พอทท์ส หรือ พรรคพวกเองก็เป็นได้ความสัมพันธ์ทางการค้ากับอังกฤษที่นำมาสู่เมืองแห่ง 20 ป้อมปืน

ความเป็นคู่แข่งทางการค้าระหว่างฮอลันดา กับ อังกฤษได้นำมาสู่การคานอำนาจของหัวเมืองต่างๆ ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา เช่น ขณะที่สงขลามีปฏิสัมพันธ์ทางการค้าและการเมืองที่ดีต่อ ฮอลันดา นั้นอังกฤษก็ได้เริ่มมุ่งความสนใจทางการค้ากับ เมืองปัตตานีที่เป็นเมืองท่าอยู่ทางตอนใต้ของสงขลา และ พยายามที่จะขยับขยายการค้ามาสู่ สงขลา ดังบันทึก ฉบับหนึ่งที่เขียนโดยพ่อค้าชาวอังกฤษ กล่าวถึงการค้าที่เมืองสิงขระว่า “จะไม่เป็นการผิดหวัง หากคิดจะสร้างคลังสินค้าขนาดใหญ่ขึ้นที่ สิงขระ ( Singora ) ข้าพเจ้าคิดว่าเราอาจจะใช้สิงขระ เป็นที่สำหรับตระเวณหาสินค้าจากบริเวณใกล้เคียง เพื่อจัดส่งให้แก่ห้างของเราที่กรุงสยาม โคชินไชน่า บอเนียว และญี่ปุ่นได้อย่างดี” โดยจาการค้าขายกับต่างชาตินี่เองทำให้เมืองสิงขระ ที่นำโดย “ดาโต๊ะโมกอล” ได้พัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับการค้าขายระดับนานาชาติ และ เพื่อสร้างความปลอดภัย และ รักษาเมืองจากการปล้นสะดมจากโจรสลัดซึ่งเกิดขึ้นอย่างมากในขณะนั้น การพัฒนาเมืองจึงได้รวมไปถึงการสร้าง ป้อมปืนใหญ่บริเวณบนเขา และ ที่ราบในชัยภูมิต่างๆถึง 20 ป้อมปืน รวมไปถึงการสร้าง ประตูเมือง และ คูดินรอบเมือง โดยได้รับการสนับสนุน เทคโนโลยี และ อาวุธ จากพ่อค้าชาวอังกฤษ แลกกับการที่อังกฤษมาตั้งห้างที่สงขลา ทั้งนี้ตรงกับหลักฐานตามที่นาย ลามาร์ ชาวฝรั่งเศส ได้บันทึกแผนผังเมืองไว้เมื่อ พ.ศ. 2230 ประกอบด้วย ประตูเมือง และ ป้อมปืน 17 ป้อม

จากการที่สงขลาแข็งเมือง ทำให้พ่อค้าชาวอังกฤษเห็นช่องทางในการลดค่าภาษีที่จะต้องส่งให้แก่กรุงศรีอยุธยา เพียงแต่ให้ของกำนัล แก่เจ้าเมือง สิงขระ เพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำการค้าขายในแถบนี้ได้แล้วดังบันทึกอันหนึ่ง ซึ่งเขียนโดยพ่อค้าชาวอังกฤษว่า “การตั้งคลังสินค้าขึ้นที่นี่ยังจะช่วยให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับห้างอีกด้วย เพราะที่นี่ไม่เก็บอากรขนอนเลย เพียงแต่เสียของกำนัลให้แก่ดาโต๊ะโมกอลล์ (เจ้าเมืองสงขลา) ก็อาจนำเงินสินค้าผ่านไปได้  โดยผลจากการประกาศแข็งเมือง และ ตั้งตนเป็นพระเจ้าสงขลาที่ 1 ของสุลต่านสุไลมัน (บุตรของดาโต๊ะโมกอล) จึงเสมือนการเปิดโอกาสให้เมืองสงขลาในระยะนี้เจริญถึงจุดสูงสุด ถึงขั้นมีการผลิตเงินตราขึ้นใช้เอง โดยมี คำว่า “สงขลา. เป็นภาษาไทยบนเหรียญ ภาษายาวีสองคำ อ่านว่า นะครี-ซิงเกอร์ แปลว่านครสงขลา และมีภาษาจีนอีก ห้าคำ  เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานในช่วงเวลาการผลิตเหรียญแต่สันนิฐานจากภาษา แขก ที่ปรากฏบนเหรียญ จึงสันนิฐานว่าน่าจะอยู่ในช่วงเวลาที่เจ้าเมืองแขกปกครองสงขลาอยู่เกือบ 40 ปี ทำให้เรา และ สามารถคาดการณ์ถึงสภาพเศรษฐกิจที่รุ่งเรืองของเมืองสงขลาในขณะ       นั้นได้  ดังนั้นหลังจากปี พ.ศ. 2185 สุลต่านสุไลมานก็ตั้งต้นเป็นเอกราช สถาปนาตนเองเป็นเจ้าเมืองสงขลา ดำเนินการค้ากับ ฮอลันดา อังกฤษ และประเทศอื่นๆ โดยตรงไม่ผ่านการส่งอากรสู่อยุธยาทำให้ พระเจ้าปราสาททอง กษัตริย์ ของอยุธยาในขณะนั้น ต้องส่งกองทหารมาปราบหลายครั้งตลอดรัชการของพระองค์ แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากสงขลาแห่งนี้ ได้ตั้งเมืองอยู่ในชัยภูมิที่ดี และ มีการก่อสร้างกำแพงเมือง คันคู ตลอดจน ป้อมปืนใหญ่ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อป้องกันเมืองทั้งทางน้ำและทางบกมากกว่า ยี่สิบป้อม (บางเล่มก็ระบุว่า 17 ป้อมผู้เขียนอยู่ระหว่างค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม) ดังหลักฐานจากข้อเขียนของ วัน วลิต (Van Vliet) ผู้แทนบริษัท Dutch East India CO,Ltd. ประจำกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเคยเดินทางมาเยือนเมืองสุรต่านที่หัวเขาแดง เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2185 ได้เขียนรายงานไว้ว่า พระเจ้าปราสาททอง ได้เคยส่งกองเรือจากกรุงศรีอยุธยามาร่วมกับกองทัพเมืองนครศรีธรรมราช (ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของสงขลา) ทำการโจมตีเมืองสงขลาถึงสองครั้งในช่วงเวลาเพียง สองปี แต่ต้องประสพความพ่ายแพ้ไปทั้งสองครั้ง

ต่อมา เมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดงได้ถูกกองทัพ ทั้งทางบก และ ทางทะเล ตีแตกในปี พ.ศ. 2223 ถัดมาในรัชการ สมัยสมเด็จพระนารายณ์ แห่งกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏในจดหมายเหตุของมองซิเออ เวเรต์ ชาวฝรั่งเศส ที่มาค้าขายในอยุธยา ใน พ.ศ. 2230 ว่า “พระเจ้ากรุงสยามได้ส่งกองทัพเรือซึ่งมีเรือรบมาเป็นอันมาก ให้มาตีเมืองสงขลาเป็นอย่างมาก และ ได้ใช้แผนล่อลวงผู้รักษาป้อมแห่งหนึ่งให้มีใจออกห่างจากนายตน จากนั้นทหารกรุงศรีอยุธยาจึงได้ลอบเข้าไปทางประตูดังกล่าวเปิดประตูให้ทหารเข้ามาทำลาย และ เผาเมือง โดยเพลิงได้ลุกลามจนไหม้ เมืองตลอดจนวังของเจ้าพระยาสงขลาหมดสิ้นอีกทั้ง ทหารกรุงศรีอยุธยาได้ยกทัพเข้าไปในเมืองทำลาย ป้อม ประตู หอรบ และบ้านเมืองจนเหลือแต่แผ่นดิน เพราะเกรงว่าจะมีคนคิดกบฎขึ้นมาอีก”

ส่วนอีกบันทึกหนึ่งได้เล่าไว้ว่า กองเรือจากกรุงศรีอยุธยาได้ร่วมกับกองทัพจากนครศรีธรรมราช ได้ยกทัพเรือมาดอบล้อมเมืองสุรต่านที่หัวเขาแดง โดยมีพระยารามเดโช เป็นแม่ทัพใหญ่ ครั้นแล้วกองทัพทั้ง สอง ฝ่ายก็ได้เริ่มทำยุทธนาการกันทั้งกลางวันและกลางคืน โดยมีลูกเรือชาวดัทช์ที่มารักษาการณ์ อยู่ที่สถานีการค้าของบริษัท Dutch East India Co.Ltd. ที่หัวเขาแดง เข้าช่วยฝ่ายสุลต่านเมืองเขาแดง เข้ารบกับกองทัพเมืองนครศรีธรรมราช ดังปรากฏที่ฝังศพของทหารอาสาชาวดัทช์ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของกุโบร์ที่ฝังศพของสุรต่านสุลัยมาน โดยในบันทึกได้บรรยายรายละเอียดว่าในคืนวันหนึ่งขณะที่ปืนใหญ่จากเรือรบของนครศรีธรรมราช กำลังกระหน่ำยิงเมืองหัวเขาแดงทหารซึ่งอยู่ที่ป้อมเมืองสงขลาของสุรต่านมุสตาฟา (บุตร สุลต่านสุไลมาน) จำนวนสองคนได้ทำการทรยศจุดคบไฟโยนลงจากบนภูเขาใส่บ้านเรือนราษฎรที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ซึ่งส่วนมากจะมุงด้วยหลังคาใบจาก จึงได้เกิดไฟไหม้ขึ้น ทำให้เกิดโกลาหลอลม่านกันขึ้น จนกระทั่งกองทัพกรุงศรีอยุธยา และ เมืองนครศรีธรรมราชสามารถยกพลขึ้นบกได้หลายจุด เช้าวันรุ่งขึ้น มุสตาฟา  และ ฮุสเซน และ ฮัสซัน น้องชาย เข้าพบและยอมจำนนแก่แม่ทัพใหญ่ เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช

ผลที่สุดจึงปรากฏว่า สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงมีพระบรมราชโองการ ให้ยุบเลิกเมือง สุลต่าน ที่หัวเขาแดง แล้วกวาดต้อนกองกำลัง และ บริวารทั้งหมดออกจากพื้นที่ แล้วลงเรืออพยพแบ่งเป็นสองพวกคือ คนที่มีอายุหกสิบปีขึ้นไป ให้อพยพไปตั้งหลักแหล่งใหม่ที่หมู่บ้านสงขลา เมืองไชยา (ในพื้นที่ จ สุราษฎร์ธานี ห่างจากสงขลา ห้าร้อยกิโลเมตรทางตอนเหนือ) ส่วนคนหนุ่มคนสาว รวมทั้งลูกเจ้าเมืองทั้ง สาม ของสุรต่านสุไลมาน ให้อพยพเข้าไปอยู่ในกรุงศรีอยุธยา  หลังจากเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดงถูกทำลายแล้วทางกรุงศรีอยุธยามีนโยบายจะยกเมืองสงขลาให้ฝรั่งเศส แต่ฝรั่งเศสไม่ยอมรับ ดังหลักฐานจากหนังสือสัญญาที่ฟอนคอนทำไว้ที่เมืองลพบุรี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม  พ.ศ. 2228 ระบุไว้ว่า “สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามยกเมืองสงขลา และ เมืองขึ้นของสงขลา พระราชทานให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และ พระราชทาน พระราชาอนุญาตให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสสร้างป้อม หรือจัดทำอะไรในเมืองสงขลาได้แล้วแต่พระทัย” แต่ข้อนี้ทางฝ่ายฝรั่งเศสได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากเมืองสงขลาในขณะนั้นอยู่ในสภาพเสียหายอย่างหนักเพราะถูกทำลายจนหมดสิ้น อย่างไรก็ตาม เมืองสงขลาฝั่งหัวขาแดงก็ยังมีการสร้างกำแพงหรือขอบเขตของเมืองด้วยไม้  แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ได้โยกย้ายไปตั้งบ้านเรือน อยู่ฝั่งแหลมสนซึ่งอยู่ทางฟากเขาอีกด้านหนึ่ง ซึ่งชุมชนนี้ต่อมาได้พัฒนาเป็นเมืองสงขลาฝั่งแหลมสน)

สมัยเมืองสงขลาฝั่งแหลมสน

หนีความทุกข์ยากหลังสงครามเมือง : Singora สู่เมืองสงขลาฝั่งแหลมสน ภายหลัง เมื่อเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดง ถูกกองทัพกรุงศรีอยุธยาทำลายจนหมดสิ้น เมื่อ พ.ศ. 2223 ประชาชนชาวสงขลาฝั่งหัวเขาแดงที่เหลืออยู่ ได้ย้ายชุมชนไปสร้างเมืองใหม่ ณ เมืองสงขลาแห่งที่สองนี้ ที่รู้จักกันในชื่อว่าเมืองสงขลาฝั่งแหลมสน โดยเมืองนี้เป็นเมืองที่ไม่ได้รับการวางแผนในการสร้างเมืองตั้งแต่ต้น ประกอบกับเป็นเมืองที่ถูกสร้างเนื่องจากการย้ายเมืองภายหลังจากสงคราม ดังนั้นลักษณะของเมืองจึงเป็นเมืองที่ถูกสร้างกันอย่างง่ายๆ บนพื้นที่เชิงเขาติดทะเล ถัดจากตำแหน่งเมืองสงขลาเดิมที่ถูกทำลายลงไปอีกด้านหนึ่งของฝากเขา เนื่องจากเป็นที่ตั้งเมืองที่อยู่บนเชิงเขา ทำให้เมืองสงลาแห่งที่สองนี้ในภายหลังประสบกับปัญหาการขาดแคนน้ำจืดอุปโภค และ ปัญหาการมีพื้นที่ในทางราบไม่เพียงพอกับการขยายและเติบโตของเมือง ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ทำให้เกิดการย้ายเมืองในเวลาต่อมา ลักษณะการสร้างบ้านเรือนของสงขลาฝั่งแหลมสน ส่วนใหญ่บ้านเรือนจะทำด้วยวัสดุไม่ถาวร เช่น ไม้ และ ใบจาก ในลักษณะเรือนเครื่องสับ จึงทำให้หลงเหลือร่องรอย และ หลักฐานไม่มากนัก เนื่องจากประชากรในการสร้างเมืองส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านธรรมดาสามัญชน ประกอบกับขนาด และ อาณาเขต รวมไปถึง อำนาจการปกครองของเมืองสงขลาได้ลดฐานะเป็นแค่เมืองเล็กๆ ของเมืองบริวาร ของเมืองพัทลุง  ดังนั้นเจ้าเมืองสงขลาคนแรกจึงถูกแต่งตั้งโดยพระยาจักกรี และ พระยาพิชัยราชา เป็นเพียงแค่การคัดเลือกชาวบ้านคนหนึ่งชื่อ “โยม” มาดำรงตำแหน่งเป็นพระสงขลา เจ้าเมืองสงขลาฝั่งแหลมสน และ ในคราวเดียวกันนั่นเอง ยังมีชาวจีนคนหนึ่งชื่อ นายเหยี่ยง แซ่เฮา ชาวจีน ซึ่งอพยพ มาจาก เมือง เจียงจิ้งหู มลฑลฟูเจี้ยน ได้เสนอบัญชีทรัพย์สิน และบริวารของตน เพื่อแลกกับสัมปทานผูกขาดธุรกิจรังนกบน เกาะสี่เกาะห้า ในทะเลสาบสงขลา เจ้าพระยาทั้งสองจึงพิจารณา แต่งตั้งให้ นายเหยี่ยง แซ่เฮา เป็นหลวงอินทคีรีสมบัติ นายอาการรังนกเกาะสี่เกาะห้า

พระสงขลาได้ปกครองเมืองสงขลาฝั่งแหลมสน อยู่จนถึงปี พ.ศ. 2317 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้ดำริว่า พระสงขลา (โยม) หย่อนสมรรถภาพในการปฏิบัติราชการ จึงให้หลวงอินทคีรีสมบัติ (เหยียง แซ่เฮา) ซึ่งเป็นนายอากรรังนก เกาะสี่เกาะห้า เลื่อนตำแหน่งเป็น หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ เจ้าเมืองสงขลา คนถัดมาซึ่งนับว่าเป็นการเริ่มต้นสายสกุล ณ สงขลา ซึ่งต่อมาได้ปกครองเมืองสงขลา มาถึง 8 รุ่น ในการปกครองสงขลาในช่วงเวลานี้นับเป็นช่วงเวลาของการทำหน้าที่ปกป้องอาณาเขต และ รับใช้ราชการปกครองแทน เมืองหลวง ซึ่งตรงกับกรุงรัตนโกสินทร์ ปกครองโดยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชการที่ 2 ปัญหาหลักของการปกครองสงขลาคือการส่งกำลังไปร่วมกำกับและควบคุมหัวเมืองแขกต่างๆ ให้อยู่ในความสงบ โดยมีเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการรบหลายครั้ง ทำให้เจ้าเมืองสงขลา ในรุ่นต่างๆได้มีโอกาสแสดงความสามารถ และ ความภัคดีทางการรบ โดยในสมัยสงขลา ครั้งนี้มีเมือง แขก ปัตตานี ได้ถูกแยกออกเป็น เจ็ดหัวเมืองย่อย ได้มาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสงขลา ซึ่งต่อมาชื่อเมืองต่างๆได้ถูกนำไปตั้งเป็นชื่อถนน ในครั้งตั้งเมืองใหม่ ณ ฝั่งบ่อยาง เมืองทั้งเจ็ดมีรายชื่อดังนี้ เมืองปัตตานี เมืองหนองจิก เมืองเมืองยะลา เมืองรามันห์ เมืองยะหริ่ง เมืองสายบุรี และเมืองระแงะ และ เมืองสุดท้ายที่เข้ามาอยู่ใต้การกำกับดูแลของสงขลา ในช่วงปี พ.ศ. 2379 คือเมืองสตูลในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 3 และตรงกับ เจ้าพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) ปกครองเมืองสงขลาฝั่งแหลมสน เนื่องจากเมืองสงขลาฝั่งแหลมสนเป็นเมืองที่ถูกสร้างอย่างง่ายๆ เพื่อรองรับการหนีภัยในช่วงเมืองแตก ทำให้เกิดปัญหาและ ข้อขัดข้องในการพัฒนาเมืองหลายประการตามมา ส่งผลต่อการพิจารณาย้ายเมืองในเวลาต่อมาไม่นานนัก

สมัยเมืองสงขลาฝั่งบ่อยาง

สร้างเมืองสงขลาฝั่งบ่อยาง สู่ความรุ่งเรือง และความมั่งคั่งของเมืองท่า จนถึงเมืองท่องเที่ยว จากการขยายตัวของเมืองสงขลาฝั่งแหลมสน ทำให้ปัญหาการขาดแคลนน้ำจืดเพื่อการอุปโภคบริโภค ทวีความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับพื้นที่บริเวณสงขลาฝั่งแหลมสน เป็นพื้นที่ลาดชันเชิงเขา ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเมืองรวมถึง อาจเป็นอุปสรรคของการขยายตัวเป็นเมืองท่าในอนาคต ซึ่งจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ น่าจะเป็นข้อได้เปรียบ แต่เนื่องจากมีพื้นที่ในแนวราบไม่เพียงพอ จึงทำให้เจ้าพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) ไปตั้งเมืองสงขลาใหม่ที่ตำบลบ่อยาง (สถานที่ปัจจุบัน) ตั้งแต่ พ.ศ. 2379 ซึ่งเมืองใหม่ที่สร้างขึ้น ก็ยังคงรักษาความเป็นเมืองท่าไว้อย่างเดิม โดยในเบื้องต้นของการสร้างเมือง เจ้าพระยาคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) ได้เริ่มสร้างป้อม กำแพงเมืองยาว 1200 เมตร และ ประตูเมือง สิบประตู ตั้งแต่ พ.ศ. 2379 หลังจากนั้นจึงได้วางหลักเมือง (ไม้ชัยพฤกษ์พระราชทาน) และสมโภชน์หลักเมืองในปี พ.ศ. 2385 และเรียกบริเวณพื้นที่นี้ว่า “เมืองสงขลาฝั่งบ่อยาง” ก่อนที่เจ้าพระยาคีรี (เถี้ยนเส้ง) จะถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2408

ถัดจากนั้น เจ้าพระยาคีรี ลำดับต่อมา ได้เป็นเจ้าเมืองสงขลาต่อ และ ได้ดำเนินการพัฒนาสงขลาในลักษณะเมืองกันชนระหว่างเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นเมืองมุสลิมที่อยู่ทางตอนใต้ของสงขลา และ เมืองนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นเมืองพุทธศาสนิกชน โดยเมืองสงขลาได้อยู่ภายใต้การปกครองของสายสกุล ณ สงขลา ซึ่งมี นายเหยียง แซ่เฮา เป็นต้นสกุล รวมเจ้าเมืองสายสกุล ณ สงขลาที่ปกครองเมืองสงขลา บ่อยาง ดังนี้

ลำดับที่ 1. พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) พ.ศ. 2360 – 2390 ผู้เริ่มสร้างเมืองสงขลา บ่อยาง

ลำดับที่ 2. พระยาวิเชียรคีรี (บุญสัง ณ สงขลา) พ.ศ. 2390 – 2408

ลำดับที่ 3. พระยาวิเชียรคีรี (เม่น ณ สงขลา) พ.ศ. 2408 – 2427

ลำดับที่ 4. พระยาวิเชียรคีรี (ชุ่ม ณ สงขลา) พ.ศ. 2427 – 2431

ลำดับที่ 5. พระยาวิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา) พ.ศ. 2431 – 2439

หลังจากพระยาวิเชียรคีรี (เม่น ณ สงขลา) ได้เป็นเจ้าเมืองสงขลาได้ประมาณปีเศษ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้เสด็จราชดำเนินมายังเมืองสงขลา และได้พระราชทานเงินบางส่วนเพื่อสร้างเจดีย์ บนยอดเขาตังกวน  ระหว่างปี พ.ศ. 2437-2439 เมืองสงขลาได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ได้ปฏิรูปการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล โดยตั้งมลฑลนครศีธรรมราช ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และ หัวเมืองแขกอีก เจ็ดเมือง โดยมี พระวิจิตร (ปั้น สุขุม) ลงมาเป็นข้าหลวงพิเศษว่าการมณฑลนครศรีธรรมราช ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งอาคารที่ว่าการอยู่ที่เมืองสงขลาบ่อยาง และลดบทบาทเจ้าเมืองเป็นผู้ว่าราชการเมือง ซึ่งถือว่าเป็นการสิ้นสุดยุคการปกครองแบบเจ้าเมืองไปด้วย ทั้งนี้เจ้าเมืองคนสุดท้ายในสายสกุล ณ สงขลา ที่ปกครองเมืองสงขลามามากกว่า แปดรุ่น ต่อมาประเทศไทยได้ปรับเปลี่ยนการปกครองอีกหลายครั้ง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2475 รัฐบาลได้เปลี่ยนแปลงการปกครองโดยยกเลิกระบบเดิมทั้งหมด และยกระดับสงขลา ขึ้นเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย

 

ที่ตั้งและอาณาเขต

          จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของภาคใต้ตอนล่างระหว่างละติจูดที่ 617-756 เหนือ ลองจิจูด 100 01-101 06 ตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 4 เมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ตามเส้นทาง รถไฟ 947 กิโลเมตร และทางหลวงแผ่นดิน 950 กิโลเมตร จังหวัดสงขลา มีอาณาเขตติดต่อกับ จังหวัดใกล้เคียง ดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดพัทลุง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อ่าวไทย
ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี รัฐเคดาห์และรัฐเปอร์ลิส ของประเทศมาเลเซีย
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสตูล

ขนาดพื้นที่ จังหวัดสงขลามีขนาดพื้นที่ 7,393,889 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4,853,249 ไร่ มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับที่ 27 ของประเทศ และใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของภาคใต้รองจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ จังหวัดนครศรีธรรมราช

 

สภาพภูมิประเทศ/ภูมิอากาศ

จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของลมมรสุมเมืองร้อน มีลมมรสุมพัดผ่านประจำทุกปีคือ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงกลางเดือนมกราคม และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม จากอิทธิพลของลมมรสุมดังกล่าว ส่งผลให้มี ฤดูกาลเพียง 2 ฤดู คือ

กั้นทำให้ฝนตกน้อยลง

 

ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด

 

รูปหอยสังข์บนพานแว่นฟ้า

หมายถึง รูปหอยสังข์ซึ่งยังค้นหา หลักฐานของความหมายได้ไม่แน่ชัด แต่บุคคลบางคนบอก
ที่มาของตราประจำจังหวัดนี้ว่า เดิมเคยเป็นตรากระดุมเสื้อฉลองพระองค์ ของกรมหลวงสงขลานครินทร์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์อดุยเดชวิกรมบรมชนกนาถ ต่อมากรมศิลปากร ออกแบบตราสังข์
ใช้เป็นเครื่องหมายตราจังหวัดสงขลา

 

ต้นไม้ประจำจังหวัดสงขลา

ต้นสะเดาเทียม เป็นไม้ยืนต้นสูงตรงไม่มีกิ่งขนาดใหญ่ เมื่ออายุน้อยเปลือกต้นเรียบ เมื่ออายุมากเปลือกจะแตกเป็นแผ่นล่อนสีเทาปนดำ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ ใบเป็นใบประกอบ ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย ใบเบี้ยวไม่ได้สัดส่วน ปลายใบแหลมเป็นติ่ง ฐานใบเบี้ยวไม่เท่ากัน เนื้อใบหนา เกลี้ยง สีเขียวเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อตามง่ามใบหรือปลายกิ่ง ดอกบานสีขาว ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม ผลทรงกลมรี ผลแก่สีเขียว เมื่อสุกจะเป็นสีเหลือง

 ผู้บริหารจังหวัดสงขลา

 

นายดลเดช   พัฒนรัฐ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา

 
     

นายศักระ  กปิลกาญจน์

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา

นายราชิต   สุดพุ่ม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา

นายขจรศักดิ์   เจริญโสภา

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา

 

หน่วยการปกครอง

การปกครองแบ่งออกเป็น 16 อำเภอ 127 ตำบล 987 หมู่บ้าน

1.       อำเภอเมืองสงขลา

2.       อำเภอสทิงพระ

3.       อำเภอจะนะ

4.       อำเภอนาทวี

5.       อำเภอเทพา

6.       อำเภอสะบ้าย้อย

7.       อำเภอระโนด

8.       อำเภอกระแสสินธุ์

9.       อำเภอรัตภูมิ

10.   อำเภอสะเดา

11.   อำเภอหาดใหญ่

12.   อำเภอนาหม่อม

13.   อำเภอควนเนียง

14.   อำเภอบางกล่ำ

15.   อำเภอสิงหนคร

16.   อำเภอคลองหอยโข่ง

 

 

การปกครองส่วนท้องถิ่น

จังหวัดสงขลา มีการแบ่งการปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนี้

เทศบาลนคร มีเทศบาลนคร 2 แห่ง คือ

 

เทศบาลเมือง มีเทศบาลเมือง 11 แห่ง คือ

 

·         เทศบาลเมืองบ้านพรุ

·         เทศบาลเมืองคลองแห

·         เทศบาลเมืองควนลัง

·         เทศบาลเมืองคอหงส์

·         เทศบาลเมืองทุ่งตำเสา

  

เทศบาลตำบล มีเทศบาลตำบลอีก 29 แห่ง ได้แก่

·         เทศบาลตำบลพะวง

·         เทศบาลตำบลเกาะแต้ว

·         เทศบาลตำบลสทิงพระ

·         เทศบาลตำบลจะนะ

·         เทศบาลตำบลบ้านนา

·         เทศบาลตำบลนาทวี

·         เทศบาลตำบลเทพา

·         เทศบาลตำบลลำไพล

·         เทศบาลตำบลสะบ้าย้อย

·         เทศบาลตำบลบ่อตรุ

·         เทศบาลตำบลระโนด

·         เทศบาลตำบลกระแสสินธุ์

·         เทศบาลตำบลกำแพงเพชร

·         เทศบาลตำบลนาสีทอง

เทศบาลตำบลปริก

เทศบาลตำบลคลองแงะ

เทศบาลตำบลสำนักขาม

เทศบาลตำบลพะตง

เทศบาลตำบลบ้านไร่

เทศบาลตำบลน้ำน้อย

เทศบาลตำบลคูเต่า

เทศบาลตำบลควนเนียง

เทศบาลตำบลบางเหรียง

เทศบาลตำบลท่าช้าง

เทศบาลตำบลนาทวีนอก

เทศบาลตำบลบ้านหาร

เทศบาลตำบลชะแล้

เทศบาลตำบลทุ่งลาน

เทศบาลตำบลโคกม่วง

เทศบาลตำบลท่าพระยา
 

อำเภอกระแสสินธุ์

ตำบลกระแสสินธุ์

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลกระแสสินธุ์ เป็นตำบลหนึ่งที่แยกมาจากตำบลเกาะใหญ่ ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาไทยแต่เป็นภาษาถิ่น (พูดใต้) นับถือศาสนาพุทธ ตั้งอยู่ในเขตการปกครองอำเภอกระแสสินธุ์ ประกอบด้วย 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านทุ่งบัว บ้านโตนดด้วน บ้านคลองโหน และบ้านม่วงงาม

   พื้นที่

สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ ดินเป็นดินเหนียวปนทราย มีพื้นที่ทั้งหมด 25 ตารางกิโลเมตร

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลเชิงแส อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลเชิงแส อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ทะเลสาบสงขลา , จังหวัดพัทลุง

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม ทำนา/เลี้ยงสัตว์

 

ตำบลโรง

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลโรง มีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม มีน้ำท่วมขังตลอดเกือบทั้งปี เดิมนั้นการคมนาคมระหว่างตำบลและภายในหมู่บ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางไปมาหาสู่กันโดยเฉพาะในฤดูน้ำหลากหรือฤดูฝน เรือจึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งของชาวบ้านที่จะต้องรักษาไว้ ชาวบ้านจึงนิยมสร้างโรงเรือนไว้เก็บเรือ ซึ่งแตกต่างไปจากพื้นที่ของหมู่บ้านตำบลอื่น ๆ ซึ่งไม่มีโรงเก็บเรือ ต่อมาจึงเรียกชุมชนนี้ว่า "โรง" เพราะมีโรงเก็บเรือมาก

 

   พื้นที่

สภาพทั่วไปของพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การทำนา เพราะมีน้ำท่วมขังเกือบตลอดทั้งปี ไม่สามารถปลูกผักสวนครัวเพื่อการจำหน่ายได้ มีการเลี้ยงสัตว์บ้างตามเนินเตี้ย ๆ ของตำบล เช่น วัว ควาย

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลเชิงแส อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลวัดสน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ทะเลสาปสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม เลี้ยงสัตว์

 

ตำบลเกาะใหญ่

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลเกาะใหญ่ เดิมมีอยู่ 13 หมู่บ้าน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2537 ได้แยกออกไป 4 หมู่บ้าน เป็นตำบลเกาะใหญ่ ปัจจุบัน มี 9 หมู่บ้าน 
มีลำคลองไหลผ่านระหว่างแผ่นดินใหญ่กับเกาะใหญ่

   พื้นที่

เป็นที่เนินเตี้ย ๆ มีสภาพดินที่อุดมสมบูรณ์ สามารถปลูกพืชผัก ผลไม้ได้เกือบทุกชนิด มีฝนตกชุกในช่วงฤดูฝน มีการประกอบอาชีพทำสวนยางพาราและสวนผลไม้

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ทะเลสาบสงขลา , ตำบลกระแสสินธุ์ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ทะเลสาบสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ทะเลสาบสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ทะเลสาบสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก - ทำสวนยางพารา
อาชีพเสริม - ทำไร่/ทำสวน และเลี้ยงสัตว์ / ประมง

 ตำบลเชิงแส

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลเชิงแส มี 4 หมู่บ้าน ประชากร 3,087 คน เป็นชาย 1,481 คน เป็นหญิง 1,579 คน คำว่า "เชิงแส" มาจากคำว่า "ซินแส" ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น "เชิงแส" จนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

เป็นที่ราบมีน้ำท่วมถึง มีภูเขาเล็กๆ จำนวน 2 ลูก ในพื้นที่

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.โรง อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ อบต.กระแสสินธุ์ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.วัดสน อำเภอระโนด และ อบต.ชุมพล อำเภอสะทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ทะเลสาบสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา,ทำไร่นาสวนผสม
อาชีพเสริม ทำน้ำตาลโตนด,ประมง และทำขนม,เลี้ยงผึ้ง,ข้าวสารซ้อมมือ

 

อำเภอคลองหอยโข่ง

ตำบลคลองหลา

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลคลองหลา เดิมมีลำคลองขนาดใหญ่ไหลผ่านภายในตำบลจากตำบลคลองหอยโข่งถึงตำบลคลองหลา ชาวบ้านเลยเรียกตำบลตามชื่อลำคลองว่า ตำบลคลองหลา

   พื้นที่

พื้นที่เหมาะแก่การทำการเกษตร เป็นที่ราบมีน้ำขังตลอดปี

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.คลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.โคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม ทำนาบัว

 

ตำบลโคกม่วง

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลโคกม่วง เป็นตำบลที่แยกมาจากตำบลทุ่งลาน เมื่อ 1 เมษายน 2535 ซึ่งเป็นเขตพัฒนาออกเป็น 8 หมู่บ้าน และต่อมาได้เปิด
เขตหมู่บ้านใหม่อีก 1 หมู่บ้าน เป็น 9 หมู่บ้าน

   พื้นที่

พื้นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การประกอบอาชีพเกษตร เป็นที่ตั้งของสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน สถานที่ผลิตน้ำดื่ม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน 3 แห่ง วัด 4 แห่ง

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลทุ่งหมอ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลทุ่งลาน อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลคลองหอยโข่ง , ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม ทำนา, ค้าขาย

 

ตำบลคลองหอยโข่ง

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลคลองหอยโข่ง เป็นตำบลดั้งเดิมตั้งแต่อำเภอคลองหอยโข่งขึ้นอยู่กับอำเภอหาดใหญ่ ปัจจุบันเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอคลองหอยโข่งอ.คลองหอยโข่ง ประชากรเป็นคนดั้งเดิมอาศัยสืบทอดมาแต่โบราณ สันนิษฐานได้จากสถานที่สำคัญทางศาสนาบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์เก่าแก่สมัยรัตนโกสินทร์ แต่ด้วยความเป็นถิ่นทุรกันดาร กระทรวงมหาดไทยจึงประกาศแยกให้เป็นกิ่งอำเภอคลองหอยโข่งตั้งแต่ 1 เม.ย.35 และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะเป็นอำเภอตั้งแต่ 11 ต.ค.2540

   พื้นที่

พื้นที่เหมาะสมแก่การทำการเกษตร ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางเป็นอาชีพหลัก

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลทุ่งหมอ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลโคกม่วง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม ทำขนม

 

ตำบลทุ่งลาน

   ประวัติความเป็นมา

พ.ศ. 2518 จัดตั้งขึ้นเป็นตำบลทุ่งลาน มี 12 หมู่บ้าน
พ.ศ. 2530 แยกเป็น 2 ตำบล คือ ต.โคกม่วง และ ต.ทุ่งลาน เหลือ 9 หมู่บ้าน
พ.ศ. 2537 เป็นสภาตำบล
พ.ศ. 2539 เป็นองค์การบริหารส่วนตำบล

   พื้นที่

ต.ทุ่งลาน มีเนื้อที่ประมาณ 35.50 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 22,200 ไร่ ห่างจากที่ว่าการอำเภอคลองหอยโข่งประมาณ 9 กิโลเมตร

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.พังลา อ.สะเดา จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.พะตง , ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.โคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา

   อาชีพ

ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร คือ การทำสวนยางพารา

 

อำเภอควนเนียง

ตำบลควนโส

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลควนโสเป็นหนึ่งใน 4 ตำบลของอำเภอควนเนียง ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของที่ว่าการอำเภอควนเนียง เดิมเล่าว่ามีครอบครัวของตาโสมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ควนแห่งหนึ่งและต่อมามีผู้มาอาศัยตั้งบ้านเรือนมากขึ้น จนกลายเป็นชุมชนและเรียกกันว่า บ้านควนโส ซึ่งต่อมาเป็นชื่อของตำบล

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่มริมทะเลสาบสงขลา สลับกับเนินดินบางส่วน ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตร เช่น ทำนา ทำสวนยางพารา สวนผลไม้ และทำการประมง มีพื้นที่ประมาณ 31.12 ตารางกิโลเมตร

 

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ คลองปากรอ-ห้วยลึก อ.สิงหนคร จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.รัตภูมิ อ.ควนเนียง จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ทะเลสาบสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.รัตภูมิ อ.ควนเนียง จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา ทำสวนยางพารา ทำประมงขนาดเล็ก
อาชีพเสริม ค้าขาย รับจ้าง

 

ตำบลห้วยลึก

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลห้วยลึกเป็น 4 ตำบลของอำเภอควนเนียง อยู่ทางทิศเหนือของอำเภอควนเนียง ประชากรมีทั้งไทยพุทธ และอิสลาม จำนวนเท่า ๆ กัน

   พื้นที่

พื้นที่ทิศตะวันออกซึ่งติดทะเลสาบสงขลา เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะกับการทำนา พื้นที่ตอนกลาง และทิศตะวันตกเป็นที่ดอน มีเนินดินเรียงเหมาะสมกับการทำสวน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลดอนประดู่ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลควนโส อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลควนโส อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลดอนทราย อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา, ทำสวน/ทำไร่, ทำประมงขนาดเล็ก
อาชีพเสริม ทำหัตถกรรมและทำขนม

 

ตำบลบางเหรียง

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลบางเหรียง มีหมู่บ้านทั้งสิ้น 12 หมู่บ้าน หมู่ที่ 1 บ้านปลายนา หมู่ที่ 2 บ้านยางหัก หมู่ที่ 3 บางเหรียงตก หมู่ที่ 4 บ้านบางเหรียงบน หมู่ที่ 5 บ้านบางเหรียงใต้ หมู่ที่ 6 บ้านเกาะน้ำรอบ หมู่ที่ 7 บ้านบางทีง หมู่ที่ 8 บ้านเกาะใหญ่ หมู่ที่ 9 บ้านคลองช้าง หมู่ที่ 10 บ้านคลองคล้า หมู่ที่ 11 บ้านแพรกสุวรรณ หมู่ที่ 12 บ้านโคกเมือง

   พื้นที่

จากที่ว่าการอำเภอควนเนียงประมาณ 8.5 กิโลเมตร

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.รัตภูมิ อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ อบต.บางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.บางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.กำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก เกษตร ทำสวนยางพารา ปลูกผัก
อาชีพเสริม ค้าขาย , รับจ้าง

 

ตำบลรัตภูมิ

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลรัตภูมิเป็น 1 ใน 4 ตำบลของอำเภอควนเนียง เคยเป็นสถานที่ตั้งของอำเภอรัตภูมิที่บ้านปากบางภูมิ หมู่ที่ 3 ต่อมาได้ย้ายไปตั้งที่ตำบลกำแพงเพชร หมู่ที่ 1 และเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอรัตภูมิ ในปี 2528 ได้ตั้งกิ่งอำเภอควนเนียงโดยแบ่งเขตพื้นที่อำเภอรัตภูมิ จำนวน 4 ตำบล ปัจจุบันที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ในหมู่ที่ 2 ต. รัตภูมิ 

   พื้นที่

พื้นที่ทิศตะวันออก ซึ่งติดทะเลสาบสงขลาเป็นที่ราบลุ่มเหมาะกับการทำนา พื้นที่ตอนกลางและทิศตะวันตกเป็นที่ดอนมีเนินดินเรียงเหมาะกับการทำสวน มีเขตเทศบาลครอบคลุม 1 หมู่บ้าน คือ เทศบาลตำบลควนเนียง ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนหนาแน่น และเป็นศูนย์รวมการคมนาคมทางบก ทั้งทางรถยนต์และรถไฟ

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลควนโส อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ทะเลสาบสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา

 

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำประมงขนาดเล็ก ทำนา ทำสวน
อาชีพเสริม ทำหัตถกรรมและทำขนม

 

อำเภอจะนะ

ตำบลขุนตัดหวาย

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลขุนตัดหวาย ปรากฏอยู่ในพงศาวดารภาคที่ 15 สมัยอาณาจักรศรีวิชัย ต่อมาได้มีการทำสงครามกับมลายู ถูกชนชาติมลายูยกทัพชิงเมืองชัยสมรภูมิของเมืองจะนะซึ่งตั้งอยู่บ้านวังโต้ เนื่องจากเมืองวังโต้ไม่เหมาะในการตั้งรับศึก จึงได้ย้ายเมืองมาตั้งที่ป่าละไมขณะนั้นท่านขุน (ชื่อเรียกตามศักดินา) มีช้างพังคู่บารมี 1 เชือก ชื่อ พญา ได้เสียชีวิตลงบริเวณเนินสูง ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า "โคกนางพญา" ต่อมาท่านขุนได้ไปตัดหวายเพื่อนำมาทำเครื่องใช้สอยบริเวณแอ่งน้ำ จึงพลาดตกน้ำเสียชีวิต ตั้งแต่บัดนั้นชาวบ้านจึงเรียก "ขุนตัดหวาย"

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่มมีน้ำท่วมขังตลอดทั้งปี มีชลประทานกั้นขวางน้ำ แบ่งการปกครองออกเป็น 9 หมู่บ้าน
หมู่ที่ 1 บ้านป่าระไมตก
หมู่ที่ 2 บ้านป่าระไมกลาง
หมู่ที่ 3 บ้านขุนตัดหวาย
หมู่ที่ 4 บ้านป่าระไมออก
หมู่ที่ 5 บ้านโอน
หมู่ที่ 6 บ้านเลียบ
หมู่ที่ 7 บ้านหัวกระทิง
หมู่ที่ 8 บ้านป่าหว้า
หมู่ที่ 9 บ้านโพรงจรเข้

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลแค อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลฉาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลท่าหมอไทร อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลน้ำขาว อำเภอจะนะ และ ตำบลนาหมอศรี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน

 

 ตำบลจะโหนง

   ประวัติความเป็นมา

ตามตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า เมื่อประมาณ พ.ศ. 2338 ผู้ว่าฯ เมืองจะนะ ได้นำเรื่องขอที่ปรึกษากับเจ้าพระยาอินทคีรี เพื่อขอย้ายเมืองจะนะ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงอนุญาตให้ย้ายเมืองจะนะ จากท่าใหญ่ไปตั้งเมืองที่บ้านจะโหนง สาเหตุที่ย้ายเนื่องจากที่เดิมการสัญจรไปมาไม่สะดวก เพราะต้องเดินทางโดยทางเรือเป็นส่วนใหญ่

   พื้นที่

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ สลับเนินเขา ภูมิอากาศเป็นแบบมรสุม มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน และฤดูฝน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลคลองเปียะ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลพิจิตร อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน ทำนา
อาชีพเสริม ค้าขาย รับจ้าง

 

ตำบลนาทับ

   ประวัติความเป็นมา

ในสมัยก่อนมีหัวเมืองตั้งอยู่ที่บ้านจะโหนง ชื่อว่าเมืองหนะ เจ้าเมืองในขณะนั้นมีชื่อว่า "พระยาหนะ" ในสมัยหนึ่งได้มีข้าศึกยกทัพมาตีเมืองสงขลา เจ้าเมืองสงขลาได้สั่งให้เจ้าเมืองหนะ นำกำลังทหารยกทัพไปเป็นทัพหน้า สะกัดกั้นข้าศึก โดยเดินทัพมาตามลำคลอง จากเมืองหนะ มาตามลำคลองนาทับ และตั้งค่ายอยู่บริเวณริมคลองนาทับ ชาวบ้านเรียกว่าค่าย หรือหน้าค่าย ต่อมาได้เรียกชื่อเพี้ยนเป็น "นาทับ" มาจนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

ตำบลนาทับเป็นที่ราบชายฝั่ง มีลำคลองนาทับไหลผ่านกลางตำบล แบ่งตำบลนาทับออกเป็น 2 ฝั่งคลอง ฝั่งละ 6 หมู่บ้าน คลองนาทับเป็นคลองน้ำกร่อย เหมาะสำหรับการประกอบอาชีพประมง

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลทุ่งหวัง , ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลตลิ่งชัน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลจะโหนง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

 

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำการประมง
อาชีพเสริม รับจ้าง

 

ตำบลบ้านนา 

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลบ้านนา ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของ อำเภอจะนะ ประกอบไปด้วย 10 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านนาตก บ้านนา บ้านคลองลึก บ้านโคกเค็ด บ้านทุ่งใหญ่ บ้านท่าชะมวง บ้านลางา บ้านโคกม้า บ้านน้ำเค็ม บ้านบ่อต้นแซะ

   พื้นที่

เป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอ โดยตั้งอยู่หมู่ที่ 2

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.สะพานแก่นไม้ อ.จะนะ จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.ป่าชิง อ.จะนะ จ.สงขลา

   อาชีพ

ทำนา และทำสวน

 

ตำบลสะพานไม้แก่น

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลสะพานไม้แก่น เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอจะนะ มีกลุ่มบ้านอยู่สองกลุ่มใหญ่ ๆ คือ บ้านคลองยอ บ้านออก เป็น กลุ่มบ้านอยู่ซีกตะวันออก คลองต้นเปลียงซึ่งเป็นคลองที่ลึกไม่สามารถเดินลงข้ามไปมาได้ ระหว่างกลุ่มบ้านฝั่งตะวันตกคือบ้านแซะ การเดินทางสมัยก่อนใช้เดินทางเข้าไปมาระหว่างสองกลุ่มบ้าน โดยข้ามสะพานที่คลองต้นเปลียง มีสะพานข้ามคลองทำด้วยไม้ตะเคียนเป็นต้นไม้ใหญ่มีแก่นแข็งแรงมาก จนคนที่สัญจรไปมาถามกันตามประสาข่าวชนบทว่ามาทางไหน ตอบว่ามาทางพานไม้แก่น เดินทางไปมานานจนคนเรียกขานกันว่าไปไม้แก่น หรือพูดว่ามาทางไม้แก่น และต่อมาได้ใช้เป็นชื่อตำบลสะพานไม้แก่นจนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

ภูมิประเทศเป็นที่ราบสลับเนินภูเขา เหมาะแก่การประกอบอาชีพด้านการเกษตร ประชาชนอาศัยอยู่ตามที่ราบเชิงเขา และมีแหล่งน้ำลำธารหลายสาย แต่เป็นสายสั้น ๆ มีน้ำไหลผ่านตลอดปี

 

 

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.ท่าหมอไทร อ.จะนะ จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.วังใหญ่ อ.เทพา จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.ท่าหมอไทร อ.จะนะ จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน 
อาชีพเสริม รับจ้าง ค้าขาย

 

ตำบลคลองเปียะ

   ประวัติความเป็นมา

เดิม คำว่าตำบลมีชื่อว่า "คลองเปรียะ" ซึ่งคำว่าเปรียะ นั้นเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้าย ๆ กับต้นหนามเตย บริเวณใบจะมีหนามคมสามารถนำไปใช้ประโยชน์สามารถนำไปทำเสื่อใช้ปูที่นอนได้ ชอบขึ้นตามสายน้ำริมธาร ซึ่งปัจจุบันยังมีชื่อคลองที่เปรียะเป็นธารน้ำเล็ก ๆ อยู่ในหมู่บ้าน ต่อมาภาษาใต้ชอบเรียกสั้น ๆ เพี้ยนมาเป็นตำบลคลองเปียะ จนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

พื้นที่ส่วนใหญ่ 8 หมู่บ้าน เป็นพื้นที่ราบลุ่มเหมาะสำหรับการทำนา และอีก 3 หมู่บ้านเป็นพื้นที่เชิงเขาเหมาะสำหรับทำสวนยางพารา แบ่งการปกครองออกเป็น 11 หมู่บ้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลจะโหนง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลนาหว้า อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลตลิ่งชัน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลคลองหรัง อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน ทำไร่
อาชีพหลัก ทำน้ำปลา

 ตำบลตลิ่งชัน

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลตลิ่งชันเดิมเป็นส่วนหนึ่งที่แยกจากตำบลบ้านนา ประชาชนอพยพมาจากหลายท้องที่เพื่อทำอาชีพประมง ขนาดเล็กชายฝั่งทะเลอ่าวไทย และได้แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 บ้านสุเหร่า หมูที่ 2 บ้านตลิ่งชัน หมู่ที่ 3 บ้านป่างาม หมู่ที่ 4 
บ้านเส่ หมู่ที่ 5 บ้านนนท์ หมู่ที่ 6 บ้านนาตีน หมู่ที่ 7 บ้านในไร่ ประชากรร้อยละ 98 นับถือศาสนาอิสลาม นับถือศาสนาพุทธร้อยละ 2

   พื้นที่

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินทราย บริเวณทั่วไปเป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล มีพื้นที่ทั้งหมด 5,260 ไร่

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อ่าวไทย
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลบ้านนา , ตำบลป่าชิง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลนาทับ , ตำบลจะโหนง , ตำบลคลองเปียะ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก เกษตรกรรมร้อยละ 70 ประมงร้อยละ 20 อาชีพเสริม แปรรูปผลิตผลทางการเกษตรและประมง

 

ตำบลนาหว้า

   ประวัติความเป็นมา

เดิม คำว่าตำบลนาหว้านั้นนำมาจากชื่อของบ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่เดิมเป็นหมู่บ้านไทยมุสลิม ได้เกิดสงคราม ยากูเด็น ชาวไทยมุสลิมแพ้สงคราม และผู้นำได้ฆ่าตัวตาย มีสุสานฝังศพของชาวไทยมุสลิม เรียกตามภาษามุสลิมว่า กูโบร โต๊ะนาหว้า ต่อมาคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธได้เข้ามาอยู่แทนประมาณ 300 กว่าปีมาแล้ว จากเดิมว่า กูโบร โต๊ะนาหว้า สำเนียงเพี้ยนมาเป็น โต๊ะนาหว้า และตามภาษาไทยภาคใต้ชอบเรียกชื่อให้สั้นกว่าเดิม จึงเรียกว่า นาหว้า เมื่อได้ยกฐานะเป็นตำบล จึงเอาชื่อนาหว้าเป็นชื่อของตำบลจนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

พื้นที่ส่วนใหญ่ 8 หมู่บ้าน เป็นพื้นที่ราบลุ่มเหมาะสำหรับการทำนา และอีก 4 หมู่บ้านเป็นพื้นที่เชิงเขาเหมาะสำหรับทำสวนยาง แบ่งการปกครองออกเป็น 12 หมู่บ้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลคลองเปียะ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลคู อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลป่าชิง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ อำเภอนาหม่อม , อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน ทำไร่
อาชีพเสริม ทำขนมพื้นเมือง

 

ตำบลป่าชิง

   ประวัติความเป็นมา

มีเรื่องเล่าว่า สมัยก่อนตำบลป่าชิง มีป่าขึ้นหนาแน่นหรือป่าทึบ ราษฎรได้เข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยหลายหลังคาเรือน โดยมาจับจองที่ทำกิน และตั้งบ้านเรือนอยู่ห่างกันมาก การสัญจรไปมาหาสู่กันมีเพียงเส้นทางเดียว และเปลี่ยวมาก เมื่อนำของมีค่าหรือผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายจะต้องระวังโจรผู้ร้ายซึ่งคอยแย่งชิงปล้นสะดมอยู่เสมอ จนกระทั่งเป็นที่เรื่องลือว่าสถานที่ดังว่า เป็นเส้นทางแย่งชิงของเหล่าโจรผู้ร้าย จึงได้ชื่อว่า "ป่าชิง" ซึ่งเป็นที่ตั้งของตำบลป่าชิงจนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

ตำบลป่าชิงตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของที่ว่าการอำเภอจะนะ ระยะทาง 6 กิโลเมตร สภาพพื้นที่เป็นที่ราบเหมาะแก่การเพาะปลูก โดยเฉพาะการทำสวนยางพารา ไม้ผล และนาข้าว

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลคลองเปียะ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลคู อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลบ้านนา , ตำบลตลิ่งชัน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลนาหว้า อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยางพารา, ทำนา
อาชีพเสริม ทำกรงนกเขา ค้าขาย เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช

 

ตำบลแค

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลแค ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของ อำเภอจะนะ ประกอบไปด้วย 7 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านโคกยาง บ้านแคเหนือ บ้านแคใต้ บ้านเนียด บ้านทุ่งครก บ้านคูนายสังข์ บ้านสำนักยอ

   พื้นที่

เป็นชุมชนชนบท มีการทำนาข้าวกันเป็นจำนวนมาก การคมนาคมในตำบลยังเป็นถนนลูกรัง ชาวบ้านในตำบลนี้ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม

  

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.คู อ.จะนะ จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.น้ำขาว , ต.ขุนตัดหวาย อ.จะนะ จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.ท่าหมอไทร อ.จะนะ จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.น้ำขาว อ.จะนะ , ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม รับจ้างทั่วไป

 

ตำบลคู

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลคู เป็นตำบลที่มีบริเวณกว้างมาก ในสมัยก่อนเดินทางไปมาหาสู่ หรือการเพื่อเยี่ยมเมืองต่าง ๆ และเยี่ยมราษฎรเจ้าพระยา หรือเจ้าเมือง หรือของเจ้าขุนมูลนายนั้น ต้องอาศัยเส้นทางเดินด้วยเท้า และจากการเส้นทางดังกล่าว มักจะเกิดการรบพุ่งกันอยู่เสมอ ๆ ชาวบ้านจึงช่วยกันขุดคูคลองบริเวณหมู่บ้านเพื่อกีดกันมิให้คนต่างถิ่นเข้ามาในบริเวณหมู่บ้านได้โดยง่าย ต่อมาราษฎรอพยพเข้ามาอยู่บริเวณดังกล่าวเรื่อย ๆ จึงพากันขนานนามพื้นที่แห่งนี้ว่า ตำบล "คู"

   พื้นที่

ตำบลคูเป็นตำบลหนึ่งที่อยู่ใน 14 ตำบลของอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ โดยมีอาณาเขตติดต่อกับตำบลต่าง ๆ

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลบ้านนา , ตำบลป่าชิง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลแค อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลท่าหมอไทร อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลนาหว้า อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน

 

ตำบลท่าหมอไทร

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลท่าหมอไทร เป็นตำบลที่ตั้งมาพร้อมอำเภอจะนะ ได้รับการเล่าขานสืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษ จนมาถึงรุ่นอดีตกำนันชื่อ นายบุญ ขวัญจันทร์ เล่าว่า นานมาแล้วมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเดินทางด้วยเท้าเพื่อจะไปจับช้างที่แถวจังหวัดปัตตานี เดินทางลัดเลาะมาตามป่าเขา ระหว่างเดินทางหัวหน้ากลุ่มเรียกว่า หมอช้าง เป็นชาวมุสลิม เกิดล้มป่วยความตั้งใจที่จะไปปัตตานีก็ต้องยกเลิก จึงพาหมอช้างกลับระหว่างทางหมอช้างป่วยหนัก จึงหยุดพักที่ทุ่งแห่งหนึ่งเพื่อดูอาการปรากฏว่าหมอช้างพอจะเดินทางต่อไปได้ จุดที่พักดูอาการหมอช้างปัจจุบันเรียกว่า "ทุ่งหมออุ่น" หลังจากเดินทางต่อหมอช้างเกิดป่วยหนักคณะจึงได้แวะพักที่ใต้ต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง ปรากฏว่าหมอช้างได้เสียชีวิตใต้ต้นไทรนั้นและได้ฝังศพของหมอช้างไว้ที่ต้นไทรนั้น ชาวบ้านจึงเรียกตรงนั้นว่า ท่าหมอไทร และได้เป็นชื่อตำบลมาจนถึงทุกวันนี้

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่มอยู่ติดกับคลองนาทวี มีภูเขาที่ฝั่งตะวันตก มีแร่วุลแฟรมเป็นจำนวนมาก การคมนาคมสามารถสัญจรไปมาได้ทั่วทุกหมู่บ้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลคู อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลฉาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลสะพานไม้แก่น อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลคู , ตำบลแค , ตำบลขุนตัดหวาย อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน

 

ตำบลน้ำขาว

   ประวัติความเป็นมา

เดิมประชากรตำบลน้ำขาวได้ย้านถิ่นฐานมาจากอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง จังหวัดตรัง ส่วนใหญ่ประชากรที่อพยพมาอยู่จะมีความรู้ ความชำนาญ เรื่องการทำนาเป็นส่วนใหญ่ จึงได้หักร้างถางพง ป่า แล้วเผาและได้ปลูกข้าวไร่ หรือเรียกตามภาษาพื้นเมืองว่า "น้ำข้าว" จึงได้เรียกพื้นที่ตรงนั้นว่า "บ้านน้ำข้าว" ซึ่งต่อมาได้เพี้ยนจาก น้ำข้าว มาเป็นน้ำขาว จนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูก พืชสวน พืชไร่ และทำนา มีถนนลาดยางภายในหมู่บ้าน และถนนลูกรังเป็นบางส่วน

  

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลแค อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลนาหมอศรี , ตำบลคลองทราย อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลขุนตัดหวาย อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม ค้าขาย

 

ตำบลสะกอม

   ประวัติความเป็นมา

ประมาณ 200 ปีมาแล้ว เดิมทีตัวตำบลสะกอมเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทางทะเล ประชากรได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานทำอาชีพประมง ต่อมาชุมชนได้ขยายมาเป็นลำดับ ทั้งพื้นที่และประชากร จึงได้แบ่งการปกครอง ออกเป็น 9 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 
บ้านสะกอม หมู่ที่ 2 บ้านจีน หมู่ที่ 3 บ้านเลียบ หมู่ที่ 4 บ้านปากบาง หมู่ที่ 5 บ้านชายคลอง หมู่ที่ 6 บ้านโคกสัก หมู่ที่ 7 บ้านบ่อโชน หมู่ที่ 8 บ้านโคกยาง หมู่ที่ 9 บ้านบนลาน ประชากรร้อยละ 99 นับถือศาสนาอิสลามร้อยละ 1 นับถือศาสนาพุทธ

   พื้นที่

พื้นที่ตำบลสะกอมตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทย สภาพทางกายภาพเป็นที่ราบมีคลองสะกอมไหลผ่าน ออกสู่ทะเล และปากอ่าวปากบางบ้านสะกอม และสภาพอื่นโดยทั่วไปเป็นดินทราย คุณภาพดินไม่ดีไม่เหมาะแก่การ เพาะปลูก พื้นที่ทั้งหมด 26,992 ตารางกิโลเมตร หรือ 16,762 ไร่

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลตลิ่งชัน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา , อ่าวไทย
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ และ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย , อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก เกษตรกรรม ร้อยละ 70 อาชีพประมง ร้อยละ 20 และอาชีพอื่น ๆ ร้อยละ 10
อาชีพเสริม หัตถกรรมพื้นบ้าน

  

อำเภอนาทวี

ตำบลคลองกวาง

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลคลองกวาง เป็นตำบลที่แยกมาจากตำบลปลักหนู เมื่อปี 2522 เหตุที่ชื่อตำบลคลองกวาง เพราะมีหมู่บ้านที่อยู่ตรงกลางของตำบลชื่อบ้านคลองกวาง และได้ตั้งชื่อตำบลตามหมู่บ้านนี้ จนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลาดและที่ราบเชิงเขา มีภูเขาสลับซับซ้อน และมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย เป็นรอยต่อเขตที่โจรคอมมิวนิสต์มาตั้งฐานปฏิบัติการในอดีต ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพสวนยางพารา

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.นากวาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ อบต.ทับช้าง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.ปลักหนู , อบต.สะท้อน อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน ทำไร่
อาชีพเสริม เลี้ยงสัตว์ และรวมกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร,ขนม

 

ตำบลทับช้าง

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลทับช้างเป็นตำบลหนึ่งในเขตการปกครองของอำเภอนาทวี คำว่า "ทับช้าง" จากคำบอกเล่าสืบต่อกันมา ครั้งหนึ่งช้างพระยาปัตตานี ชื่อพระยาหน้าดำ ได้หลบหนีมาอยู่กับช้างป่าในบริเวณบ้านทับช้าง เมื่อท่าสืบทราบจึงได้ยกขบวนทัพมา เพื่อล้อมจับช้างเชือกนั้น มีการตั้งเป็นเพนียดกั้นช้างมิให้หลบหนี ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า 
ควนค่ายช้าง ใช้เวลานานหลายเดือนจึงสามารถจับช้างเชือกนั้นกลับปัตตานีได้ คำ "ทับช้าง" จึงน่าจะมาจาก "ทัพช้าง" ที่ยกมาจับช้าง

   พื้นที่

เป็นที่ราบสูงสลับที่ราบลุ่ม ราษฎรส่วนใหญ่ปลูกพืชเศรษฐกิจ อาชีพหลักรีดยางพารา

  

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลสะท้อน อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลสะท้อน อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลคลองกวาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

ทำนา/ทำสวน/ทำไร่

 

ตำบลนาหมอศรี

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลนาหมอศรี เดิมราษฎรส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาข้าว สมัยก่อน "หมอศรี" เป็นหมอรักษาคนที่เจ็บไข้ได้ป่วยประจำตำบล มีที่นาเป็นของตนเองมาก ราษฎรจะต้องเดินผ่านที่ดินของหมอศรีเป็นประจำ ต่อมาชาวบ้านได้เรียกตำบลนี้ว่า "นาหมอศรี" มาจนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

ตำบลหมอศรีตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม มีน้ำท่วมทุกปี ทำให้ไร่นาของราษฎรได้รับความเสียหายเป็นประจำทุกปี ฉะนั้น พื้นที่ตำบลนี้ จึงไม่เหมาะที่จะทำสวนไม้ผลแต่เหมาะกับการทำนา

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลน้ำขาว อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลคลองทราย อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลฉาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลคลองทราย อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพเสริม ทำสวนไม้ผล (ในพื้นที่น้ำท่วมไม่ถึง)

 

ตำบลสะท้อน

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลสะท้อน เป็นตำบลที่อยู่ในอำเภอนาทวี และตั้งเป็นตำบลตั้งแต่ยังเป็นกิ่งอำเภอนาทวีสะท้อนเดิมเป็นสายน้ำที่ไหลลงสู่ที่ต่ำ เมื่อพื้นที่ลุ่มน้ำเต็มอิ่ม ก็จะไหลย้อนกลับมาที่เดิม เรียกว่า สะท้อน แต่ปัจจุบัน อบต. สะท้อนได้นำผลสะท้อนมาเป็นสัญลักษณ์ของตำบล

 

   พื้นที่

ตำบลสะท้อนตั้งอยู่ในที่ราบสูงเชิงเขา ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในการทำสวนยางพาราอยู่กันอย่างกระจัดกระจายในชุมชน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลท่าประดู่ , ตำบลนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลทับช้าง , ตำบลประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลสะบ้าย้อย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลคลองกวาง , ตำบลปลักหนู อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพเสริม หัตถกรรมในครัวเรือน

 

ตำบลคลองทราย

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลคลองทรายเป็นตำบลหนึ่งในเขตการปกครองของอำเภอนาทวี คำว่า "คลองทราย" มาจากชื่อของ คลองที่ทรายมาก ซึ่งเป็นสายหลักของตำบล ชาวบ้านจึงเรียกว่าคลองทราย และเป็นชื่อของหมู่ที่ 1 ใน 8

   พื้นที่

เป็นที่ราบสูงสลับที่ราบลุ่ม ทางทิศตะวันตก และเป็นที่ราบลุ่มทางทิศตะวันออก ราษฎรส่วนใหญ่มีรายได้ดีทางด้านผลผลิตทางการเกษตร

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลน้ำขาว อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลคลองกวาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลเขามีเกียรติ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

ทำนา/ทำสวน/ทำไร่

  

ตำบลท่าประดู่

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลท่าประดู่ เป็นตำบลที่มีคลองนาทวีไหลผ่านกลางหมู่บ้าน และที่หมู่ที่ 1 บ้านท่าประดู่ จะมีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่ที่ท่าน้ำหลังวัดเป็นที่ราษฎร และพระในวัดมาใช้อาบน้ำ และซักเสื้อผ้า รวมถึงสมัยก่อน ถ้าต้องการนำไม้จากภูเขามาสร้างบ้านหรือวัด ก็จะต้องล่องลงมาทางลำคลอง และจะมาขึ้นที่ท่าแห่งนี้ เพราะเป็นจุดกึ่งกลางของหมู่บ้าน

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่ม ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในการทำสวนยางพารา ทำนาข้าว และสวนผลไม้ ราษฎรจะตั้งบ้านเรือน อยู่กระจัดกระจาย

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลสะท้อน อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลสะท้อน อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลปลักหนู อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน/ไร่
อาชีพเสริม ทำนา เลี้ยงสัตว์

 

ตำบลประกอบ

   ประวัติความเป็นมา

แต่เดิมเกิดจากการที่ชาวบ้านในสมัยก่อนได้มีการล่ากระทิง จนกระทั่งกระทิงตาย และชาวบ้านได้มาพบกระดูกของกระทิง จึงกอบนำมารวมกัน แล้วตั้งชื่อหมู่บ้านชื่อว่า "บ้านประกอบ"

   พื้นที่

เป็นที่ราบสูงสลับที่ราบต่ำ ราษฎรส่วนใหญ่ปลูกพืชเศรษฐกิจ ราษฎรส่วนใหญ่มีรายได้ทางด้านผลลิตทางการเกษตร

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลสะท้อน , ตำบลทับช้าง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ อำเภอปาดังเตอรับ รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลสะท้อน อำเภอนาทวี และ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลทับช้าง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

 

   อาชีพ

ทำนา/ทำสวน/ทำไร่

 

ตำบลฉาง

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลฉางเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอนาทวี ในจำนวน 10 ตำบล เดิมราษฎรมีอาชีพการทำนาเป็นอาชีพหลัก จนปัจจุบันประชาชนได้ยึดอาชีพทำสวนยางพาราบางส่วน แต่ความสมบูรณ์ในเรื่องการทำนาข้าว ยังมีมาจนถึงปัจจุบัน ชาวบ้านจึงเรียกว่า "ฉาง" จนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม เปรียบเสมือนก้นกระทะ เมื่อเกิดภาวะน้ำท่วมในทุก ๆ ปี ตำบลฉางจึงเป็นที่รองรับน้ำที่ไหลมาจากหมู่บ้านและตำบลอื่น ๆ ก่อนที่จะลงไปสู่ทะเล ความเสียหายจึงเกิดขึ้นเกือบทุกปี

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลขุนตัดหวาย , ตำบลท่าหมอไทร อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลนาหมอศรี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก - ทำนา/ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม - สวยยางพารา /สวนผลไม้

 

ตำบลนาทวี

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลนาทวี เป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอนาทวี ซึ่งแยกมาเป็นกิ่งอำเภอจากหัวเมืองจะนะ และตั้งเป็นอำเภอนาทวี เมื่อปี 2498 เนื่องจากพื้นที่ตำบลนาทวีส่วนใหญ่เป็นที่ราบ และที่ราบเชิงเขา มีหมู่บ้านในการปกครอง 16 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านในเขตชุมชนเมือง หรือเทศบาล จำนวน 4 หมู่บ้าน และหมู่บ้านนอกเขตเทศบาล จำนวน 12 หมู่บ้าน ประชาชน ในเขตเทศบาลอยู่กันหนาแน่น เนื่องจากมีข้าราชการที่อยู่ต่างถิ่น และประชาชนที่มาประกอบอาชีพด้านการค้าขาย และรับจ้างเป็นส่วนมาก

   พื้นที่

ตำบลนาทวี สภาพโดยทั่วไปเป็นที่ราบและที่ราบเชิงเขา มีหมู่บ้านที่เป็นพื้นที่ราบ คือ หมู่ที่ 1 ในตลาดอำเภอนาทวี หมู่ที่ 2, 3, 4, 6, 7, 8, 9 และ 14 และเป็นที่เชิงเขา หมู่ที่ 5, 10, 11, 12, 13, 15 และ 16

 

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.ฉาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ อบต.ท่าประดู่ , อบต.ปลักหนู อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.วังใหญ่ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.คลองทราย อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ค้าขาย รับจ้าง รับราชการ

 

ตำบลปลักหนู

   ประวัติความเป็นมา

เดิมทีตำบลปลักหนู พื้นที่เป็นป่าธรรมชาติ ได้มีราษฎรบุกรุกเข้าไปเพื่อจัดพื้นที่เป็นที่ทำการเกษตร ในเริ่มแรกมีราษฏรชื่อนายหนู ซึ่งเป็นโรคผิวหนังได้เข้าไปปลูกบ้าน ข้างบ้านมีปลักน้ำอยู่ ซึ่งนายหนูต้องนอนแช่ปลักทุกวัน เนื่องจากคันที่เป็นโรคผิวหนัง จนชาวบ้านเรียกว่าปลักนายหนู ต่อมาเลยเรียกว่า ปลักหนู

   พื้นที่

สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่ราบและเนินสูง มีลำคลองไหลผ่าน พื้นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำสวนยางพาราและปลูกไม้ผล

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลสะท้อน อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลท่าประดู่ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลคลองกวาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน/ไร่
อาชีพเสริม เลี้ยงสัตว์ ค้าขาย

 

 อำเภอนาหม่อม

ตำบลคลองหรัง

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลคลองหรัง เดิมเป็นหมู่บ้านหนึ่งอยู่ในเขตการปกครองของตำบลทุ่งพระเคียน จากนั้นได้แบ่งการปกครองออกเป็นตำบลคลองหรัง อำเภอหาดใหญ่ และอยู่ในเขตการปกครองของกิ่งอำเภอนาหม่อม เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2537 ปัจจุบัน คือ อำเภอนาหม่อม

   พื้นที่

พื้นที่เป็นที่ราบเชิงเขา มีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนเขาเหลี่ยม เขาจันดี และเขาบ่อท่อ คลองหรัง คือ ลำน้ำสายหลักของตำบล มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 15131.25 ไร่

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลนาหม่อม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลทุ่งขมิ้น อำเภอนาหม่อม และ ตำบลนาหว้า อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลคลองเปียะ , ตำบลนาหว้า อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลทุ่งขมิ้น อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยาง
อาชีพเสริม เลี้ยงสัตว์ ค้าขาย

 

ตำบลพิจิตร

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลพิจิตร เป็นตำบลที่แยกมาจากตำบลนาหม่อม เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอนาหม่อม ซึ่งแยกจากอำเภอหาดใหญ่ ตั้งแต่ปี 2524 มีการปกครองจำนวน 6 หมู่บ้าน มีเนื้อที่ 19.13 ตารางเมตร

   พื้นที่

เป็นที่ราบชันและที่ราบและมีแหล่งน้ำขนาดเล็กประเภทลำคลองไหลผ่าน คลองปวง คลองเนินพิจิตร คลองโคกสักเป็นต้น

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อำเภอเมือง , อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลนาหม่อม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลนาหม่อม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยาง ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม เลี้ยงสัตว์ ค้าขายเป็นบางส่วนประมาณ 20% 

 

ตำบลทุ่งขมิ้น

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลทุ่งขมิ้น เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอนาหม่อม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอนาหม่อม ห่างจากที่ว่าการอำเภอนาหม่อม ประมาณ 2 กิโลเมตร

   พื้นที่

เป็นพื้นที่ราบสูง มีภูเขาและลำคลองหลายสาย

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ อบต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.คลองหรัง อ.นาหม่อม จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยางพารา
อาชีพเสริม รับจ้าง ค้าขาย

 

ตำบลนาหม่อม

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลนาหม่อม เดิมมีชื่อว่า ตำบลทุ่งพระเคียน ปี 2486 ในตำบลทุ่งพระเคียน มีหลวงเด่นมาอยู่ทำนา และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นตำบลนาหม่อม ปี 2500 ได้แยกตำบลนาหม่อม เป็น 4 ตำบล

   พื้นที่

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นที่ราบสูง เป็นควนสลับกับที่ลุ่ม มีลำห้วย และลำธารไหลตาม พื้นที่ส่วนใหญ่เหมาะแก่การทำสวนยางพารา ทำสวนผลไม้ และทำนา

 

    เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลพิจิตร อำเภอนาหม่อม และ ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลทุ่งขมิ้น , ตำบลคลองหรัง อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลพิจิตร อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลคอหงส์ , ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม ทำสวนผลไม้ เลี้ยงสัตว์

 

อำเภอบางกล่ำ

ตำบลท่าช้าง

   ประวัติความเป็นมา

เดิมเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ มีคลองผ่าน อุดมสมบูรณ์ ผู้คนสัญจรไปมาและมาแวะอาบน้ำที่ท่านี้ เวลาต่อมามีช้างเดินผ่านมา และแวะมาอาบน้ำที่คลองนี้เสมอ จึงเรียกว่า "หมู่บ้านท่าช้าง" เมื่อมีผู้คนมากขึ้น หมู่บ้านก็กว้างขึ้น และได้จัดตั้งเป็นตำบลนี้ว่า "ตำบลช้าง" ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

ตำบลท่าช้างตั้งอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน แต่อากาศไม่ร้อนจัด เนื่องจากอิทธิพลของทะเลทั้ง 2 ฤดู

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อตำบลกำแพงเพชร, อำเภอรัตภูมิ, ตำบลบางเหรียง, อำเภอควนเนียง
ทิศใต้ ติดต่อตำบลควนลัง, ตำบลฉลุง, อำเภอหาดใหญ่
ทิศตะวันออก ติดต่อตำบลบ้านหาร, อำเภอบางกล่ำ, อำเภอหาดใหญ่
ทิศตะวันตก ติดต่อตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ

   อาชีพ

อาชีพหลัก - ทำนา/ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม - รับจ้าง

 

 ตำบลแม่ทอม 

   ประวัติความเป็นมา

เล่ากันว่าสมัยโบราณบริเวณที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทอมปัจจุบันเป็นป่ารกและติดกับหนองน้ำ กลางป่ารกจะมีที่โล่งกว้าง ชาวบ้านจะไปหาไม้ หาฟืน วันหนึ่งได้มีคนไปเจอไหเงิน ไหทอง ตากแดดอยู่ที่โล่งกลางป่า ได้อุทานคำว่า "แม้ทอง" ซึ่งต่อมาได้เพี้ยนเป็นแม่ทอม

   พื้นที่

ตำบลแม่ทอม ตั้งอยู่ราบลุ่มริมคลองอู่ตะเภา ระยะห่างจากอำเภอบางกล่ำ 8 กิโลเมตร

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลบางกล่ำ , ตำบลบ้านหาร อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน ทำไร่
อาชีพเสริม รับจ้าง

 

ตำบลบางกล่ำ

   ประวัติความเป็นมา

สมัยโบราณชาวจีนได้อพยพล่องเรือสำเภามาขึ้นฝั่งที่ทะเลสาบสงขลา ต่อมาได้ล่องเรือจากทะเลสาบสงขลามาตามลำน้ำ เข้ามาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือน ทำมาหากินที่เกาะกลม เกาะนก และริมแม่น้ำลำคลอง จึงเรียกว่าบางกลม ต่อมาได้เรียกเพี้ยนจาก "บางกลม" เป็น"บางกล่ำ" มาจนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

ตำบลบางกล่ำ เป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอบางกล่ำ มีพื้นที่ประมาณ 15,744 ไร่ (25.19 ตร.กม.) ภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม ร้อยละ 90% มีความลาดซับซ้อน ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนยาง สวนผลไม้ ปลูกข่า

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.บางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ อบต.ท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.แม่ทอม อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.ท่าช่าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

 

   อาชีพ

อาชีพหลัก - ทำสวน/ทำไร่
อาชีพรอง - ประมง ค้าขาย

 

ตำบลบ้านหาร

   ประวัติความเป็นมา

โบราณ เล่ากันว่าที่ใกล้บริเวณโรงเรียนบ้านหารปัจจุบัน มีหนองน้ำสาธารณะขนาดใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง มีรูปร่างคล้ายห่าน ซึ่งหนองน้ำแห่งนี้ติดกับพื้นที่หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 2 เรียกว่าหนองละหาน ต่อมาได้มีกลุ่มชนได้เข้ามาอาศัยอยู่บริเวณรอบหนองน้ำนี้ โดยชาวพุทธอาศัยอยู่ด้านตะวันตก ชาวไทยอิสลามจะอาศัยอยู่ด้านตะวันออก ต่อมาจากหนองละหาน ได้เพี้ยนมาเป็นบ้านหาร ปัจจุบัน

   พื้นที่

ตำบลบ้านหาร ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอบางกล่ำ ระยะทางห่างจากอำเภอ 8 กิโลเมตร

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.ท่าช้าง , อบต.แม่ทอม อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ อบต.หนองแห , อบต.คลองอู่ตะเภา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.แม่ทอม อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.ท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก - ทำนา
อาชีพเสริม - ปลูกผัก / ค้าขาย

 

อำเภอระโนด

ตำบลคลองแดน

   ประวัติความเป็นมา

พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำ ลำคลองเป็นสายหลักในการดำรงชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ โดยมีลำคลองขนาดใหญ่กั้นระหว่าง อ.ระโนด จ.สงขลา และ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ตำบลนี้จึงใช้ชื่อตำบลคลองแดน

   พื้นที่

พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำ ลำคลองเป็นสายหลักในการดำรงชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ โดยมีลำคลองขนาดใหญ่กั้นระหว่าง อ.ระโนด จ.สงขลา และ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช
ทิศใต้ ติดกับ ต.ท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.แดนสงวน อ.ระโนด จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม ทำประมง รับจ้าง

 

ตำบลบ่อตรุ 

   ประวัติความเป็นมา

เทศบาลตำบลบ่อตรุ เดิมได้รับการจัดตั้งเป็นสุขาภิบาลตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2546 และได้รับการเปลี่ยนแปลงฐานะจากสุขาภิบาลเป็นเทศบาลเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2545

   พื้นที่

สภาพทั่วไปเป็นที่ราบลุ่มและจรดอ่าวไทย แบ่งการปกครองออกเป็น 5 หมู่บ้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลวัดสน อำเภอระโนด
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ
ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก การประมง
อาชีพเสริม เลี้ยงกุ้ง ค้าขาย

 

ตำบลปากแตระ

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลปากแตระเริ่มเปิดเขตพัฒนาเมื่อปี พ.ศ.2522 พื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลด้านอ่าวไทย มีลำคลองขนาดใหญ่ ประชาชนใช้น้ำในการอุปโภคในสมัยโบราณ และเป็นเส้นทางน้ำไหลลงสู่ทะเลในฤดูฝน เรียกว่าคลองปากแตระ และได้นำมาเป็นชื่อตำบลจนถึงปัจจุบันนี้ เรียกว่าตำบลปากแตระ

   พื้นที่

ตำบลปากแตระแบ่งการปกครองออกเป็น 6 หมู่บ้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลท่าบอน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลระวะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลระโนด , ตำบลพังยาง อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา,ประมง,เลี้ยงสัตว์
อาชีพเสริม รับจ้าง

 

ตำบลระโนด

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลระโนดเป็นตำบลเก่าแก่ตั้งมานานแล้ว ชื่อ ระโนด ตามคำบอกเล่ามาตั้งแต่โบราณ สันนิษฐานกันไว้ว่ามาจากการที่ชาวบ้านปลูกต้นตาลโตนดตามคันนามองเห็นเป็นราว จึงเรียกกันว่าบ้านราวโหนด ต่อมาเพี้ยนเป็นบ้านระโนด

   พื้นที่

พื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม ติดทะเลสาบสงขลา มีลำคลองลงสู่ทะเลสาบ ปกติน้ำในทะเลสาบเป็นน้ำกร่อย จืด เมื่อน้ำขึ้นก็จะขึ้นไปตามลำคลอง ชาวบ้านใช้น้ำในการทำนาได้

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลบ้านใหม่ , ตำบลท่าบอน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลพังยาง อำเภอระโนด และ ตำบลโรง อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลปากแตระ , ตำบลท่าบอน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ทะเลสาปสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา , เลี้ยงกุ้งกุลาดำ
อาชีพเสริม ทำขนม ค้าขาย

 

 ตำบลตะเครียะ

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลตะเครียะ คำว่า "ตะเครียะ" มาจาก (ตามที่คนเฒ่าคนแก่หรือชุมชนเล่าต่อกันมา) เป็นชื่อไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นไม้เนื้อแข็ง ลำต้นใหญ่ ใบหนา กว้าง ชื่อว่า "ต้นเถียะ" และได้แผลงมาเป็น "ตะเครียะ" ซึ่งตำบลตะเครียะในปัจจุบันนี้ต้นไม้ชนิดนี้ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว ต่อมาตำบลตะเครียะได้แบ่งออกเป็น 2 ตำบล คือ 1.ตำบลบ้านขาว 2.ตำบลตะเครียะ

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การทำนา

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช
ทิศใต้ ติดกับ ทะเลสาบสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.บ้านใหม่ , อบต.แดนสงวน อ.ระโนด จ.สงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.บ้านขาว อ.ระโนด จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม รับจ้าง

 

ตำบลบ้านขาว

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลบ้านขาวเป็นตำบลหนึ่งที่แยกมาจากตำบลตะเครียะ เดิมเรียกตำบลบ้านข้าว เพราะพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม มีการปลูกข้าวกันมาก ต่อมามีการเขียนเป็น บ้านขาว และไม่มีใครทักท้วง ก็เลยเรียกตำบลบ้านขาวเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน

   พื้นที่

สภาพทั่วไปเป็นที่ราบลุ่มทุ่งนา แบ่งการปกครองออกเป็น 6 หมู่บ้าน มีคลองกกและคลองบ้านขาวไหลผ่าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.ควนชะลิก อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช
ทิศใต้ ติดกับ ทะเลสาบสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.ตาเครียะ อ.ระโนด จ.สงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.ทะเลน้อย , ต.พนางตุง อ.ควบขนุน จ.พัทลุง

 

 

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม ค้าขายและอุตสาหกรรมในครัวเรือน

 

ตำบลพังยาง

   ประวัติความเป็นมา

เมื่อก่อนเรียกชื่อว่า พังยาว เพราะมีพัง (สระน้ำ) มีความยาวถึง 120 เมตร และมีต้นยางอยู่ที่บริเวณขอบพัง ต่อมาชาวบ้านทั่วไปเรียกชื่อว่า พังยาง มาจนถึงปัจจุบัน ตำบลพังยาง มาจนถึงปัจจุบัน ตำบลพังยางได้เปิดเขตพัฒนา เมื่อ พ.ศ.2522

   พื้นที่

ตำบลพังยางแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 (บ้านสามี) หมู่ที่ 2 (บ้านพังยาง) หมู่ที่ 3 (บ้านหน้าเมือง) หมู่ที่ 4 (บ้านหัวถิน)

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลระโนด อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลวัดสน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลระวะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลระโนด อำเภอระโนด และ ตำบลโรง อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม รับจ้าง เลี้ยงสัตว์ ไร่นาสวนผสม

 

ตำบลวัดสน

   ประวัติความเป็นมา

เดิมตำบลวัดสนเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ขึ้นอยู่กับตำบลบ่อตรุ อ.จะทิ้งพระ จังหวัดสงขลา ต่อมาท่านอธิการ นวล ธม.โชโต ได้สร้างวัดขึ้นในหมู่บ้านและตั้งชื่อว่า วัดสน หมู่บ้านนี้ก็เลยได้ชื่อว่าบ้านวัดสนด้วย หลังจากนั้นได้มีผู้คนมาอาศัยมากขึ้น จึงได้แยกจากตำบลบ่อตรุ มาเป็นตำบลวัดสน แต่ยังอยู่ในความปกครองของ อ.จะทิ้งพระ และทางราชการได้แต่งตั้งให้ขุนวัดสุนทรเป็นผู้ปกครองตำบล เมื่อขุนวัดสุนทร (ตาย) นายมั่ง สว่างจันทร์ ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกำนัน และก็ขอแยกมาขึ้นตรงกับอำเภอระโนด มาจนถึงปัจจุบันนี้

   พื้นที่

สภาพทั่วไปเป็นที่ราบลุ่มและจดอ่าวไทย แบ่งการปกครองออกเป็น 4 หมู่บ้าน

 

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.พังยาง อ.ระโนด จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.บ่อตรุ อ.ระโนด จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.โรง , ต.เชิงแส อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ประมง
อาชีพเสริม ค้าขาย

 

ตำบลท่าบอน

   ประวัติความเป็นมา

ในสมัยก่อนในตำบลท่าบอนมีแอ่งน้ำใหญ่ ซึ่งมีต้นบอนขึ้นเต็มชาวบ้าน จึงเรียกว่า ป่าบอน ซึ่งในปัจจุบันได้เรียกกันว่า ท่าบอน

   พื้นที่

สภาพทั่วไปของตำบลท่าบอน เป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล โดยพื้นที่ทางทิศตะวันออกมีลักษณะเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลคลองแดน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลปากแตระ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ทะเลอ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลระโนด , ตำบลบ้านใหม่ , ตำบลแดนสงวน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก เลี้ยงกุ้งกุลาดำ
อาชีพเสริม รับจ้าง

 

ตำบลบ้านใหม่

   ประวัติความเป็นมา

การก่อตัวของแหล่งชุมชนตำบลบ้านใหม่จะเริ่มปีใดไม่ปรากฎแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าคงจะมีมาก่อนปี พ.ศ.2470 โดยประชาชนส่วนใหญ่รวมกันตั้งบ้านเรือนในพื้นที่ที่เรียกว่า โคกครามและศาลาธรรม์ พื้นที่สองแห่งนี้อยู่ห่างกันประมาณ 5 ก.ม. ติดต่อกันค่อนข้างลำบาก ต่อมาประชาชนกลุ่มหนึ่งอพยพมาใหม่ จึงเกิดแหล่งชุมชนขึ้นใหม่ ซึ่งประชาชนเรียกว่า "บ้านใหม่" ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นชื่อตำบล ซึ่งมี 7 หมู่บ้าน แต่ปัจจุบันได้ขยายเป็น 9 หมู่บ้าน

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่มมีน้ำท่วมขัง ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลแดนสงวน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลระโนด อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลท่าบอน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลตาเครียะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม ค้าขาย/รับจ้าง

 

ตำบลระวะ

   ประวัติความเป็นมา

สมัยก่อนทางคลองชายเคืองเป็นเหมืองส่งน้ำ ที่สาธารณะ ซึ่งราษฎรใช้เรือบรรทุกสินค้าออกจากหมู่บ้าน ไปออกทะเลที่ตำบลโรง กิ่งอำเภอกระแสสินธุ์ ต่อมาเพื่อคลองตื้นเขินทำให้เรือไม่สามารถผ่านไปได้ ในฤดูน้ำทำให้ริมฝั่งทะเลด้านตะวันออกซึ่งเป็นเนินทรายพังลง ทำให้เกิดควมเสียหาย เพราะน้ำทะเลไหลสู่พื้นนา จนชาวบ้านเรียกกันว่า บ้านหัวระวะหรือตำบลระยะ เพราะอยู่จุดกึ่งกลางของตำบล
ระวะ

   พื้นที่

สภาพทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร แบ่งการปกครองออกเป็น 7 หมู่บ้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลปากแตระ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลวัดสน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลพังยาง อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม เลี้ยงกุ้งและค้าขาย

 

 ตำบลแดนสงวน

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลแดนสงวน เป็นตำบลที่แยกมาจากตำบลคลองแดน เมื่อปี 2533 แบ่งการปกครองออกเป็น 4 หมู่บ้าน สาเหตุที่ได้ชื่อว่าตำบลแดนสงวนเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของตำบลโดยเฉพาะหมู่ที่ 1 เป็นพื้นที่ทางราชการสงวนไว้เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ต่อมาได้มีราษฎรบุกรุกเข้ามาทำมาหากิน และอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อแยกการปกครองจากตำบลคลองแดนนจึงได้ชื่อว่าตำบลแดนสงวน จนถึงทุกวันนี้

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่มทุ่งนา ราษฎรส่วนใหญ่มีอาชีพทางการเกษตร แบ่งการปกครองออกเป็น 4 หมู่บ้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลรามแก้ว , ตำบลควนชะลิก อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลคลองแดน , ตำบลท่าบอน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 
ทิสตะวันตก ติดกับ ตำบลตาเครียะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา , ตำบลควนชะลิก อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม ค้าขาย,รับจ้าง

 

อำเภอรัตภูมิ

ตำบลกำแพงเพชร

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลกำแพงเพชร เดิมเป็นตำบลในเขตการปกครองของอำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เมื่อ พ.ศ.2435 เข้ามาอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา เรียกว่า อำเภอกำแพงเพชร และปี พ.ศ.2480 เปลื่ยนชื่อเป็น "อำเภอรัตภูมิ" ระยะห่างจากศาลากลางจังหวัดสงขลา 60 กิโลเมตร เนื้อที่รวมทั้งสิ้น 86.6 ตารางกิโลเมตร

   พื้นที่

สภาพพื้นที่เป็นที่ราบ บางส่วนเป็นภูเขาสูงทางด้านทิศใต้ของตำบล แหล่งน้ำส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาทางด้านตะวันตก

 

    เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ เทศบาลตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ อบต.ท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.ควนรู อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.ท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน ทำไร่
อาชีพเสริม ทำนา

 

ตำบลท่าชะมวง

   ประวัติความเป็นมา

สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองขึ้นพม่า มีชายผู้หนึ่งชื่อ "โต๊ะรัตน์แก้ว" เดินทางมาเพื่อหาแหล่งที่อยู่ใหม่ และได้มาพบกับชายผู้หนึ่งชื่อว่า "โต๊ะหมัด" ต่อมาทั้งสองได้เป็นเพื่อนกัน อยู่มาวันหนึ่งโต๊ะรัตน์แก้วเห็นว่าที่อยู่ใหม่มีแหล่งน้ำ (คลองรัตภูมิ) ได้ร่วมกับโต๊ะหมัดและเพื่อน ๆ ทำคันกั้นน้ำเพื่อจะเก็บน้ำไว้ใช้ในยามแล้ง (ชลประทานชะมวง) โดยแบ่งการดูแลรักษาคนละฝั่งคลอง ทางฝั่งของโต๊ะหมัด มีมัสยิดอยู่ 1 หลัง มีท่าน้ำ และมีต้นมะม่วงใหญ่อยู่ที่ท่าน้ำ 1 ต้น ชาวบ้านเรียกท่าน้ำแหล่งนี้ว่า "ท่าชะมวง" ต่อมาได้ใช้ชื่อท่าชะมวงซึ่งเป็นชื่อท่าน้ำ ใช้เรียกเป็นชื่อหมู่บ้าน และชื่อตำบลสืบมา

   พื้นที่

สภาพพื้นที่เป็นที่ราบเหมาะแก่การทำนา ทำสวนยางพารา สวนผลไม้ มีคลองธรรมชาติมีน้ำตลอดปี เหมาะแก่การทำการประมง มีถนนลาดยางเชื่อมติดกันทุกหมู่บ้าน และมีถนนลูกรังเชื่อมติดต่อกันภายในหมู่บ้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ จังหวัดพัทลุง
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลเขาพระ อำเภอรัตภูมิ และ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.กำแพงเพชร , อบต.คูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.เขาพระ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยางพารา/ทำนา/สวนผลไม้
อาชีพเสริม รับจ้าง/ค้าขาย

 

 ตำบลควนรู 

   ประวัติความเป็นมา

เล่ากันว่ามีน้ำไหลออกมาตามช่องหินบนควนเป็นรูใหญ่ กลายเป็นแอ่งน้ำ ชาวบ้านแถบนั้นได้ใช้ทำการเกษตร ต่อมาเมื่อชุมชนหนาแน่นขึ้นจึงใช้ชื่อว่า "ควนรู" เป็นชื่อชุมชนเรื่อยมา เป็นบ้านควนรู เมื่อยกฐานะเป็นตำบลจึงใช้ชื่อ ตำบลควนรู ปัจจุบันตำบลควนรูแบ่งเขตการปกครองเป็น 9 หมู่บ้าน

   พื้นที่

ตำบลควนรู ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอรัตภูมิ ภูมิประเทศเป็นที่ราบลาดเทจากทิศใต้ไปทิศเหนือ มีคลองธรรมชาติเป็นแนวเขตระหว่างตำบลกำแพงเพชร และตำบลคูหาใต้

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลโคกทราย อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลรัตภูมิ อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม ทำสวนยางพารา เลี้ยงสัตว์

 

ตำบลเขาพระ

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลเขาพระ เดิมเป็นตำบลในเขตปกครองของตำบลท่าชะมวง ต่อมาได้แยกมาจำนวน 8 หมู่บ้าน มาเป็นตำบลเขาพระ อำเภอรัตภูมิ ระยะทางห่างจากศาลากลางจังหวัดสงขลา 67 กิโลเมตร มีวัดและพระพุทธรูปอยู่บนภูเขาในหมู่บ้านเขาพระ จึงเรียกว่าตำบลเขาพระ

   พื้นที่

สภาพพื้นที่เป็นที่ราบสูง ป่าไม้ และภูเขา แหล่งน้ำเกิดจากเทือกเขาทางทิศตะวันตก เขตติดต่อกับจังหวัดสตูล

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ และ ตำบลท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา และ จังหวัดพัทลุง

 

 

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน ทำไร่
อาชีพเสริม ทำสวน

 

ตำบลคูหาใต้

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลคูหาใต้ เดิมเป็นตำบลในเขตการปกครองของอำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง พ.ศ.2435 เข้ามาอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา อยู่ทางตอนใต้ของพื้นที่ เรียกว่า คูหาใต้มาจนทุกวันนี้ ระยะห่างจากศาลากลางจังหวัดสงขลา 65 กิโลเมตร

   พื้นที่

สภาพพื้นที่เป็นที่ราบ บางส่วนเป็นภูเขาสูง มีคำคลองใหญ่ผ่านหมู่บ้านต่าง ๆ มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง
ทิศใต้ ติดกับ อบต.ควนรู , อบต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.ควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน

 

อำเภอสทิงพระ

ตำบลกระดังงา

   ประวัติความเป็นมา

เดิมเป็นชื่อวัดซึ่งมีต้นกระดังงาขึ้นหนาแน่นเป็นวัดสมัยกรุงศรีอยุธยาเคยเจริญรุ่งเรือง ต่อมาโจรเข้าปล้นทรัพย์และเผาทำลายย่อยยับจึงกลายเป็นวัดร้างไป ต่อมา พ.ศ.2152 ออกสุเทพตำรวจสั่งให้มีการบูรณะขึ้นใหม่จึงเป็นตำบลเก่าแก่มีมาตั้งแต่นั้นมา

   พื้นที่

มี 7 หมู่บ้าน เป็นที่ราบลุ่มในคาบสมุทรสทิงพระ มีพื้นที่ทั้งหมด 5,000 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัย 2,000 ไร่ ซึ่งพื้นที่เป็นดินปนทราย เป็นพื้นที่ทำนา 3,000 ไร่ ซึ่งพื้นที่เป็นดินเหนียว

 

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลสนามชัย อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ทะเลอ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลคลองรี อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลักทำนา ทำสวน ทำน้ำตาลโตนด
อาชีพรอง หัตถกรรม จักสาน

 

ตำบลจะทิ้งพระ

   ประวัติความเป็นมา

ในอดีตกาลโน้น ยังมีเจ้าหญิง และเจ้าชาย 2 พระองค์ คือ พระเหมราชา และพระชนกุมาร ซึ่งเป็นพระธิดา และพระโอรส ของพระเจ้าโกสีราช แห่งประเทศลังกา เจ้าหญิงและเจ้าชายทั้ง 2 พระองค์ ได้อัญเชิญพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า หนีข้าศึกผ่านมาทางเมืองสทิงพระ พอมาถึงหน้าวัดสทิงพระทั้งสองพระองค์ก็ลงจากเรือมาทรงน้ำ พระภคนีไปสรงน้ำที่บ่อจันทร์ พระอนุชาเฝ้าพระบรมธาตุไว้ แต่ภายหลังตามไปด้วย พระภคนี ถามว่า "จะทิ้งพระ" เสียแล้วหรือ คำนั้น ใช้เป็นชื่อ หมู่บ้านตำบล และวัดจนถึงปัจจุบันนี้

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่ม บริเวณพื้นที่เป็นที่สร้างบ้านเรือนอยู่อาศัยบริเวณชายหาดของอ่าวไทยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินทราย สำหรับพื้นที่ทำการเกษตร (ทำนา) ส่วนใหญ่เป็นดินเหนียว

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลกระดังงา อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลบ่อดาน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลคูขุด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน ทำไร่
อาชีพเสริม เลี้ยงกุ้ง ค้าขาย รับจ้าง

 

 ตำบลท่าหิน 

   ประวัติความเป็นมา

เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ มีก้อนหินก้อนใหญ่เท่าสาดครัวลอยกระเพิ่มน้ำ ที่ท่าต้นโพธิ์ เด็ก ๆ ที่ลงเล่นน้ำที่ท่าต้นโพธิ์ เคยขึ้นเล่นบนก้อนหินนั้น เมื่อเด็กขึ้นหินก็จะจมลง แต่จะโผล่เหนือน้ำอีกด้าน ต่อมาเกิดลมพายุหินที่ท่าต้นโพธิ์หายไปโดยไม่มีใครพบเห็น ต่อมามีคนหาปลาเห็นก้อนหินโผล่อยู่ทางทิศตะวันตกของท่าต้นโพธิ์อยู่ในหนองน้ำแห่งหนึ่ง คนเรียกว่า ทอนบังหิน ต่อมาไม่มีใครเห็นก้อนหินอีกเลย

   พื้นที่

พื้นที่ราบลุ่ม มีทุ่งนากว้าง อยู่ติดริมทะเลสาบสงขลา ดินเป็นดินเหนียว

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลคูขุด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลบางเขียด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลบ่อแดง , ตำบลบ่อดาน , ตำบลวัดจันทร์ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ทะเลสาบสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำน้ำตาลโตนด
อาชีพเสริม แปรรูปไม้ตาลโตนด , ทำดอกไม้จันทน์ , พวงหรีด , ทำผลิตภัณฑ์ใบตาล , ใยตาลโตนด , ทำผ้าบาติก

 

ตำบลวัดจันทร์

   ประวัติความเป็นมา

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นที่ราบชายฝั่งทะเล และที่ราบลุ่ม มีหมู่บ้าน 6 หมู่บ้าน มีถนนสายหลัก จำนวน 1 เส้นทาง ในการคมนาคมติดต่อระหว่างหมู่บ้านและตำบลใกล้เคียง สภาพดินเป็นดินเหนียวปนทราย เหมาะในการเพาะปลูก

   พื้นที่

ราษฎรตั้งบ้านเรือน อาศัยอยู่กระจัดกระจายทั่วไป ในแต่ละหมู่บ้าน มีการนับถือศาสนาพุทธ อาชีพหลักคือการทำนา

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลบ่อแดง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ทะเลอ่าวไทย 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

 

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม

 

ตำบลคลองรี

   ประวัติความเป็นมา

เป็นตำบลที่มีพื้นที่ขนานไปกับริมทะเลสาบสงขลา มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า เดิมมีเรือสองลำล่องมาจากเมืองหลวงมีความสวยงามมาก ชื่อเรือสิทธิ์และเรือรี เป็นของสองพี่น้องมาจอด และแตกแยกกันที่บ้านจากเมื่อเรือไปแล้วชื่อก็ยังปรากฎชัด ชาวบ้านเรียกว่าคลองเรือสิทธิ์ เรือรี ต่อมาก็เรียกสั้นเข้าตามแบบของชาวใต้เลยเรียกเป็นคลองรีตั้งแต่นั้นมา จนกระทั่งทางราชการยกฐานะเป็นตำบล จึงเรียกว่า ตำบลคลองรี จนกระทั่งทุกวันนี้

   พื้นที่

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของที่ว่าการอำเภอสทิงพระ ความยาวด้านตะวันตกขนานกับทะเลสาบสงขลา มีสภาพเป็นที่ราบต่ำ

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลดีหลวง , ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลคูขุด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลดีหลวง , ตำบลสนามชัย , ตำบลกระดังงา อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ทะเลสาบสงขลา และ ตำบลกระแสสินธุ์ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม เลี้ยงสัตว์ รับจ้าง

 

ตำบลชุมพล

   ประวัติความเป็นมา

ประมาณ พ.ศ. 1200 กองโจรทมิฬจากมาเลเซีย ออกปล้นตีหัวเมืองต่าง ๆ ทางภาคใต้ของไทย ได้เดินทางบุกรุกมาถึงเมืองสทิงปุระ (สทิงพระ) หัวเมืองท้าวโคต ชาวบ้านโพธิ์ หัวเมืองพารานาสีหยัง (บ้านสีหยัง) ได้รวบรวมทหารพลรบ มาประชุมทางทิศตะวันออกของภูเขาพัทธสิงห์ (เขาพะโคะ) แล้วยกกองทหารดังกล่าวไปตีข้าศึกโจรทมิฬแตกพ่ายไป ฉะนั้น ชื่อบ้านชุมพล เพราะเป็นที่ประชุมพลรบของท้าวโคต

   พื้นที่

สภาพภูมิประเทศมีลักษณะเป็นที่ราบทุ่งนา และมีภูเขา

 

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลบ่อตรุ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลดีหลวง , ตำบลคลองรี อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ทะเลอ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม ทำผลิตภัณฑ์ตาลโตนด , รับจ้าง

 

ตำบลบ่อดาน

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลบ่อดานเป็นตำบลหนึ่งในจำนวน 11 ตำบลของอำเภอสทิงพระ ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสทิงพระไปทางทิศใต้ 5 กิโลเมตร โดยประมาณตำบลบ่อดานได้รับการยกฐานะจากสภาตำบลเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยและได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับทั่วไป เล่มที่ 113 ตอนที่ 9ง. ลงวันที่ 30 มกราคม 2539 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2539

   พื้นที่

เป็นที่ราบ ชายทะเล บางส่วนเป็นที่ราบลุ่ม ช่วงหน้าฝนจะมีลักษณะดินชุ่มน้ำ

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.จะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ อบต.บ่อแดง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ทะเลอ่าวไทย อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.คูขุด , อบต.ท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน 
อาชีพเสริม ทำประมง ทำน้ำตาลโตนด

 

ตำบลสนามชัย

   ประวัติความเป็นมา

เป็นชุมชนเก่าแก่เกิดขึ้นมานานแล้วย้อนยุคไปถึงสมัยศรีวิชัย เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรสทิงพระทอดตัวยาวบนที่ราบแนวสันทรายริมทะเลอ่าวไทย ในตำบลยังมีร่องรอยโบราณสถานแบบศรีวิชัยหลงเหลืออยู่ ได้จัดตั้งเป็น อบต.เมื่อ 23 ก.พ.2540

 

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่มมี 2 ฤดู คือร้อน และฝน มีการคมนาคมสะดวกทั่วถึงทั้งตำบล มี 5 หมู่บ้าน คือ ม.1 พังกก ม.2 สนามชัย ม.3 สนามชัยระวาง ม.4 ดอนเด็จ ม.5 ปลายคลอง

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.ดีหลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.กระดังงา อ.สทิงพระ จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.คลองรี อ.สทิงพระ จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา และเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ
อาชีพเสริม ทำผลิตภัณฑ์จากต้นตาลโตนด, ค้าขาย,ทำขนมพื้นเมือง

 

ตำบลคูขุด

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลคูขุด ตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบสงขลา มีเนื้อที่ทั้งหมด จำนวน7,825 ไร่ มีหมู่บ้าน จำนวน 9 หมู่บ้าน มี วัด จำนวน 5 แห่ง โรงเรียนการประถมศึกษา จำนวน 4 แห่ง มีสถานที่ท่องเที่ยว จำนวน 1 แห่ง

   พื้นที่

ตำบลคูขุด มีประชากร รวม 4,763 คน การนับถือ นับถือศาสนาพุทธ จำนวน 95% นับถือศาสนาอิสลาม 5% มีการตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบสงขลา

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.คลองรี อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ อบต.ท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลกระดังงา , ตำบลจะทิ้งพระ , ตำบลบ่อดาน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ทะเลสาบสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม ประมง รับจ้าง

 

 ตำบลดีหลวง

   ประวัติความเป็นมา

เมื่อก่อนบริเวณวัดกุฎีหลวง (ปัจจุบันคือวัดดีหลวง) ที่ดินบริเวณนี้จะเป็นดินสีขาว ไม่มีหญ้าหรือต้นไม้ขึ้นปกคลุมเลยแต่บริเวณโดยรอบจะมีหญ้าและต้นไม้ขึ้นคลุมทั่วไป ซึ่งเป็นที่อัศจรรย์แก่ผู้พบเห็น และเลื่องลือไปถึงพระชายาของเจ้าเมืองนคร ได้เดินทางมาชมยังบริเวณนี้ และเห็นว่าเป็นบริเวณที่แปลก จึงให้ชาวบ้านสร้างเจดีย์ก่ออิฐ เรียกว่าเจดีย์หลวงไว้หน้ากุฎีหลวง แต่ปัจจุบันเจดีย์องค์นี้ได้พังไปแล้ว และต่อมาเมื่อมีการแบ่งเขตการปกครอง ชาวบ้านจึงเรียกกันสั้น ๆ ว่า บ้านดีหลวง และเรียกเป็นชื่อตำบลจนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

สภาพทั่วไปของตำบลดีหลวง เป็นที่ราบ

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.ชุมพล อ.สทิงพระ จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ อบต.สนามชัย อ.สทิงพระ จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ทะเลอ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.คลองรี อ.สทิงพระ จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม ทำขนมพื้นเมือง หัตถกรรมเส้นใยตาลโตนด,รับจ้าง

 

ตำบลบ่อแดง

   ประวัติความเป็นมา

ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่ามีชายชราคนหนึ่งนำข้าทาสเดินทางมาจากจังหวัดสงขลาเพื่อไปจังหวัดนครศรีธรรมราช และได้มาพักตรงจุดดังกล่าว และได้ขุดบ่อน้ำขึ้น เพื่อหาน้ำใช้และก่อนการออกเดินทางชายชราผู้นั้นได้เสียชีวิตลง และต่อมาบ่อน้ำที่ขุดนั้นน้ำในบ่อมีสีแดง ชาวบ้านเลยเรียกว่า บ่อแดงและเป็นชื่อของตำบลมาตราบจนถึงทั่วทุกวันนี้

   พื้นที่

องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแดง มีสภาพทางกายภาพเป็นที่ราบลุ่ม-ชายทะเล ในพื้นที่หมู่ที่ 1,2,3 และ 4 ดินมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.บ่อดาน อ.สทิงพระ จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.วัดจันทร์ อ.สทิงพระ จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.ท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน ทำไร่
อาชีพเสริม ค้าขาย ประมง พนักงานโรงงาน

 

อำเภอสะบ้าย้อย

ตำบลคูหา

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลคูหา ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบระหว่างหุบเขา มีลำธารน้ำไหลผ่านพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การปลูกยางพาราและไม้ผล แต่ก่อนเมื่อมีการขโมยวัวจากที่อื่นเข้ามาในพื้นที่ตำบลคูหาแล้วมักจะหาย หาไม่เจอ เพราะพื้นที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน เลยเรียกว่าโคหาย ต่อมาเพื้ยนมาเป็นคูหา และเป็นชื่อตำบลจนถึงบัดนี้

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลลำไพล อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลเขาแดง อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลสะบ้าย้อย , ตำบลทุ่งพอ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลสะท้อน อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

ทำนา ทำสวน ทำไร่

 

ตำบลธารคีรี

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลธารคีรี เป็นตำบลหนึ่งที่แยกออกจากตำบลจะแหน สภาพพื้นที่ราบสูงเชิงเขา มีป่าไม้และต้นน้ำธารไหลผ่านหมู่บ้าน ลำธารเล็กใหญ่หลายสาย มีน้ำไหลตลอดปี มีความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะแหล่งน้ำและพืชพันธุ์ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติดี จึงตั้งชื่อตำบล "ธารคีรี" ปัจจุบัน

   พื้นที่

เนื่องจากมีพื้นที่เป็นที่ราบสูงเชิงเขาป่าไม้และไม้พื้นเมืองที่มีมาก คือ ต้นส้มแขก ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจทำรายได้ โดยเฉพาะผลส้มแขกแปรรูปหรือผลสดทำรายได้ให้กับตำบลตามฤดู

 

 

 

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.สะบ้าย้อย , อบต.เปียน , อบต.บ้านโหนด อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ อบต.กาบัง อำเภอกาบัง และ อบต.กาตอง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.กาตอง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.จะแหน อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา, ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม เลี้ยงสัตว์

 

ตำบลสะบ้าย้อย

   ประวัติความเป็นมา

ก่อตั้งเป็นอำเภอสะบ้าย้อยโดยนายอำเภอคนแรก ชื่อ นายชาญ ณ พัทลุง เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2499

   พื้นที่

ตำบลสะบ้าย้อย ประกอบด้วย 9 หมู่บ้าน มีพื้นที่ 39,435 ไร่ หมู่ที่ 1 ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลสะบ้าย้อยและที่ว่าการอำเภอสะบ้าย้อย เป็นต้นน้ำ แม่น้ำเทพา นาทวี ที่ราบสูงและมีภูเขาสูงทั่วไป

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลลำไพล อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลทุ่งพอ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลเปียน อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลคูหา อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา 196 ครัวเรือน ทำสวน/ทำไร่ 1,327 ครัวเรือน
อาชีพเสริม กลุ่มอาชีพต่าง ๆ กลุ่มผลิตส้มแขก

 

ตำบลจะแหน

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลจะแหน มีเขตการปกครองแบ่งออกเป็น 5 หมู่บ้าน ม.1 บ้านสวนใน ม.2 บ้านตราย ม.3 บ้านวังโอ๊ะ ม.4 บ้านมุนี ม.5 บ้านนาจะแหน

   พื้นที่

พื้นที่ของตำบลโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง และมีที่ลุ่มสำหรับทำนาบ้างเล็กน้อย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพาราและเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนทำสวนผลไม้ เช่น ลองกอง ลางสาด ทุเรียน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลทุ่งพอ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลกาบัง อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลธารคีรี อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลบาโหย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยางพารา
อาชีพเสริม รับจ้างกรีดยางพารา, ทำสวนผลไม้

 

ตำบลบาโหย 

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลบาโหย มีการแบ่งการปกครองออกเป็น 5 หมู่บ้าน

   พื้นที่

ตำบลบาโหยมีพื้นที่ราบสูงเชิงเขาพื้นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ต้นน้ำแม่น้ำเทพา แบ่งการปกครองออกเป็น 5 หมู่บ้าน อาชีพส่วนใหญ่ทำสวนยาง

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลทุ่งพอ , ตำบลจะแหน , ตำบลเขาแดง อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ประเทศมาเลเซีย
ทิศตะวันออก ติดกับ อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลเขาแดง อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก รับจ้าง
อาชีพเสริม หาของป่าขาย

 

ตำบลเขาแดง

   ประวัติความเป็นมา

พ.ศ. 2467 ได้ตั้งชื่อตำบลเขาแดง ขึ้นต่อกิ่งอำเภอบาโหยและต่อมา พ.ศ. 2485 เปลี่ยนชื่อจากกิ่งอำเภอบาโหย เป็นกิ่งอำเภอสะบ้าย้อย 
พ.ศ.2499 เป็นอำเภอสะบ้าย้อย ตำบลเขาแดงตั้งตามลักษณะภูเขา
ในพื้นที่ตำบลที่มีหน้าผาสีแดง จึงเรียกว่าตำบลเขาแดง

 

   พื้นที่

เป็นที่ราบระหว่างหุบเขาราษฎรตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยและจับจองที่ดินทำมาหากินโดยมีอาชีพหลัก ทำสวนยางพารา อาชีพรองทำสวนผลไม้

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลคูหา อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลบาโหย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา และ ประเทศมาเลเซีย
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลบาโหย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม เลี้ยงสัตว์

 

ตำบลทุ่งพอ

   ประวัติความเป็นมา

สภาพพื้นที่เดิมที่ราบลุ่ม มีพันธุ์ไม้ป่าขึ้นปกคลุมโดยทั่วไป ไม้ป่าสวนใหญ่จะเป็นไม้สน "หลุมพอ" ไม้เนื้อแข็ง ที่นิยมใช้ปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน เลยเรียกตามสภาพพื้นที่ ว่าตำบลทุ่งพอ

   พื้นที่

โดยทั่วไปพื้นที่ราบ ที่ทุ่งนา ท้องทุ่ง ป่าไม้ดินอุดมสมบูรณ์ มีที่ราบสูงบ้าง เช่น ภูเขา ป่าไม้ มีทรัพยากรที่สำคัญของชาติ คือ แหล่งถ่านหินลิกไนต์

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.สะบ้าย้อย , ต.คูหา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.บาโหย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.จะแหน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.เขาแดง อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยาง
อาชีพเสริม ทำขนม,หัตถกรรม เครื่องใช้ในครัวเรือน

 

 

 

 

 

ตำบลบ้านโหนด

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลบ้านโหนดได้ชื่อมาจากการที่มีต้นตาลโตนดขึ้นอยู่มากมายในทุกพื้นที่ของตำบลจึงใช้ชื่อตำบลบ้านโหนดถึงปัจจุบัน มีหมู่บ้าน 7 หมู่บ้านได้แก่ บ้าน กะเชะ ห้วยบอน นากัน นาม่วง โคก โหนด และพรุจา

   พื้นที่

พื้นที่เป็นที่ราบสูง ป่าพื้นเมืองมีต้นส้มแขก ต้นจำปาดะ พื้นที่เหมาะสำหรับทำการเกษตร ทำนา ทำสวนยางพารา

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.ช้างให้ตก อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำการเกษตร ทำนา ทำสวน และทำสวนยางพารา

 

ตำบลเปียน 

   ประวัติความเป็นมา

การตั้งชื่อตำบลสาเหตุมาจากการเรียกชื่อเปลี่ยนไปตามระยะเวลาที่ยาวนาน เดิมมีการตั้งบ้านเรือนของราษฎรที่นับถือศาสนาอิสลาม (ชาวไทยมุสลิม) อยู่ก่อนพื้นที่ตอนบนของตำบลเป็นต้นน้ำ มีการถ่ายมูลชำระล้างสิ่งสกปรกลงน้ำ ชาวไทยพุทธอยู่ตอนล่าง อพยพเข้าแทนที่ มีการเปลี่ยนที่อยู่กันจึงเรียกว่า เปลี่ยน เพี้ยนคำเป็น "เปียน" จึงตั้งชื่อตำบลเปียนในปัจจุบัน

   พื้นที่

เป็นพื้นที่ราบสูงอยู่ในรัศมีของเทือกเขาสันกาลาคีรี มีป่าไม้มากเนื้อที่ทำนามีน้อย ส่วนใหญ่ทำสวนยางพารา และสวนผลไม้ เลี้ยงสัตว์ เพื่อยังชีพและขายเล็กน้อย ผลไม้พื้นเมืองมีค่าทางเศรษฐกิจ คือ ผลส้มแขก

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลท่าม่วง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลธารคีรี อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลบ้านโหนด อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลสะบ้าย้อย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

 

 

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม เลี้ยงเป็ด ไก่ หมู

 

อำเภอสะเดา

ตำบลทุ่งหมอ

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลทุ่งหมอเป็นตำบลหนึ่งใน ห้า ตำบลของอำเภอสะเดา ก่อนมีการแยกตำบล ประชากรในช่วงแรกส่วนมากย้ายถิ่นฐานมาจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่จากสภาพพื้นที่ที่เป็นป่า มีที่ว่างเปล่าเป็นจำนวนมากจึงมีราษฎรจากหลาย ๆ พื้นที่ย้ายมาตั้งถิ่นฐาน ส่วนชื่อทุ่งหมอจากการบอกเล่าของผู้สูงอายุความว่า เดิมพื้นที่ที่เป็นหมู่ที่ 1 ชื่อว่าบ้านคุ้งหมอ เนื่องจากมีพ่อค้าชาวจีนได้ล่องเรือมาตามคลองรำเพื่อขายหม้อและไหดินเผา เมื่อถึงบริเวณดังกล่าวซึ่งมีสภาพคลองคดโค้ง จึงทำให้เรือล่มหม้อและไหที่ขนมาจมน้ำหมด ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนั้นว่าคุ้งหมอ และเรียกเพี้ยนมาเป็นทุ่งหมอในปัจจุบัน

   พื้นที่

ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีเนินเขาทางด้านทิศตะวันตก ประชากรเกือบทั้งหมดมีอาชีพการทำสวนยางพารา มีถนนเข้าสู่ตำบลได้ 3 สาย มีหมู่บ้านทั้งหมด 7 หมู่บ้าน เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 58,800 ไร่ มีลำคลองไหลผ่านสองสาย

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลคลองหอยโข่ง อำเภอคลองหอยโข่ง และ ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลปริก , ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก - ทำการเกษตรโดยการทำสวนยางพารา
อาชีพเสริม - ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ บริเวณบ้านเรือน

 

ตำบลปาดังเบซาร์

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลปาดังเบซาร์ แยกจากตำบลทุ่งหมอ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2527 เพราะตำบลทุ่งหมอมีพื้นที่กว้าง ยากแก่การปกครอง และตำบลปาดังเบซาร์เป็นตำบลติดต่อกับชายแดนประเทศมาเลเซีย อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอสะเดา มีจำนวนหมู่บ้านทั้งสิ้น 10 หมู่บ้าน แยกออกเป็นเขตเทศบาล 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 บ้านต้นพยอม หมู่ที่ 2 บ้านปาดังเบซาร์ และหมู่ที่ 9 บ้านควนขัน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.ทุ่งหมอ อ.สะเดา จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา , รัฐเปอริส ประเทศมาเลเซีย
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ จ.สตูล , ประเทศมาเลเซีย

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน ผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าว
อาชีพรอง รับจ้างทั่วไป ทำสวนยางพารา ตัดเย็บเสื้อผ้า

 

ตำบลสำนักขาม

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลสำนักขามได้แยกตำบลออกจากตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เมื่อปี พ.ศ. 2531 และมติที่ประชุมสภาตำบลได้ตั้งชื่อตำบลโดยกำหนดเอาพื้นที่ศูนย์พัฒนาตำบลตั้งอยู่ คือ บ้านสำนักขาม เพื่อเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป

   พื้นที่

ตำบลสำนักขาม เป็นตำบลชายแดนติดต่อกับรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย พื้นที่ราบ มีเนินเขาเตี้ย ๆ มีพื้นที่ป่าไม้ บางหมู่บ้านมีลำธาร,ลำคลองไหลผ่านกลางบ้าน มีพื้นที่การปกครองแบ่งออกเป็น 7 หมู่บ้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ เทศบาลเมืองสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.สำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.ปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก - ทำสวนยาง
อาชีพเสริม - ค้าขาย

 

ตำบลท่าโพธิ์

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลท่าโพธิ์ เมื่อก่อนมีเส้นทางที่จะออกมาคลองแงะหรือมาอำเภอ ชาวบ้านต้องเดินผ่านทุ่งนาเพราะไม่มีรถ ระหว่างเส้นทางมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่หลายต้น ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา จะต้องแวะพักผ่อนเพื่อที่จะเดินทางต่อไป ชาวบ้านเรียกบริเวณที่แห่งนี้ว่าท่าโพธิ์ เรียกกัน
ติดปากตลอดมา จนเมื่อตำบลพังลาแยกตำบลใหม่ขึ้นมา ราษฎรก็เลยตั้งชื่อตำบลใหม่นี้ว่า "ตำบลท่าโพธิ์"

   พื้นที่

เป็นที่ราบมีเนินเขาเตี้ย ๆ พื้นที่ส่วนใหญ่ของตำบลปลูกยางพารา และไม้ผล เช่นส้มโอ ลองกอง ทุเรียน ในบางหมู่บ้านมีลำคลองหรำ และคลองอู่ตะเภา ไหลผ่าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลทุ่งลาน อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลพังลา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลทุ่งหมอ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก - ทำสวน/ทำไร่
อาชิพเสริม - ค้าขาย

 

ตำบลพังลา

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลพังลา สาเหตุที่ชื่อพังลา เนื่องจากมีราษฎรกลุ่มหนึ่งอพยพมาตั้งถิ่นฐาน ซึ่งส่วนใหญ่ราษฎรมีอาชีพทำสวน และปลูกกล้วยซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกล้วยพังลา โดยนำใบตองมาห่อขนมพื้นบ้านจึงเรียกบ้านพังลา ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งตำบลจึงใช้ชื่อว่าตำบลพังลา

   พื้นที่

ตำบลพังลาเป็นตำบลที่มีพื้นที่ราบ พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกยางพารา ซึ่งเป็นอาชีพหลักของตำบลพังลา มีพื้นที่การปกครอง 6 หมู่บ้าน และเขตเทศบาล มี 9 ชุมชน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.เขามีเกียรติ อ.สะเดา จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.ท่าโพธิ์ อ.สะเดา จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม ค้าขาย รับจ้าง

 

 ตำบลสำนักแต้ว

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลสำนักแต้ว แต่เดิมมีชาวจีนมาตั้งสถานที่เป็นสำนักของคนจีน ประกอบอาชีพค้าขาย ปลูกผักอยู่ในสวน ชาวบ้านละแวกนั้นเรียกว่า นักแต้ว ต่อมาเมื่อเกิดเป็นชุมชนใหญ่ขึ้น ผู้นำชุมชนของตำบลได้เรียนชื่อว่า สำนักแต้ว จนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

ตำบลสำนักแต้ว มีพื้นที่ชายแดนติดต่อกับรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ เป็นที่ราบ และบางแห่งเป็นที่ราบสูง มีแม่น้ำลำคลองไหลผ่านกลางบ้าน แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 10 หมู่บ้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย
ทิศตะวันออก ติดกับ ป่าสงวนแห่งชาติ เขาน้ำค้าง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลสะเดา , ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน

 

ตำบลปริก 

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลปริกเป็นที่ตั้งกิ่งอำเภอปริก ขึ้นกับเมืองไทรบุรี ต่อมาได้แบ่งเขตประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ที่บ้านหัวถนน ดังนั้นจึงได้ย้ายที่ตั้งกิ่งอำเภอมาที่ตลาดสะเดา และได้ตั้งชื่อใหม่เป็นอำเภอสะเดาจนปัจจุบันนี้และได้ประกาศเขตตำบลปริกเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอสะเดา

   พื้นที่

เป็นพื้นที่ราบร้อยละ 70 และที่ราบเชิงภูเขาร้อยละ 30 ในบริเวณพื้นที่ราบเชิงภูเขามีป่าไม้ลุ่มน้ำ และป่าชุมชน ด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงเกิดแหล่งน้ำลักษณะลำคลองหลายสาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีคลองอู่ตะเภาเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญไหลผ่าน ซึ่งเอื้อต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.พังลา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ เทศบาลตำบลสะเดา , อบต.สำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.คลองทราย , อบต.ปลัดหนู อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.ทุ่งหมอ , อบต.ปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

 

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยางพารา
อาชีพเสริม ค้าขาย

 

ตำบลสะเดา

   ประวัติความเป็นมา

เดิมเทศบาลตำบลสะเดา เป็นตำบลเล็ก ๆ ขึ้นกับเมืองไทรบุรี มีชื่อเรียกว่า "สะดาห์" หรือ "ซีดาห์" และเป็นตำบลหนึ่งที่พระยาไทรบุรีเดินผ่าน เพื่อนำต้นไม้เงินต้นไม้ทองมายังกรุงเทพฯ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2405 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทำการสร้างทางไปเมืองไทรบุรี และเมื่อปี พ.ศ.2414 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสเมืองไทรบุรี จึงได้ปรับปรุงถนนสายสงขลา-เมืองไทรบุรี ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2450 เมืองไทรบุรีได้ตกเป็นเมืองของประเทศอังกฤษ ดังนั้น รัฐบาลไทยและรัฐบาลอังกฤษจึงได้กำหนดเขตแดนขึ้นใหม่ ตำบลสะเดาหรือซีดาห์จึงไปขึ้นกับเมืองสงขลา และเทศบาลตำบลสะเดาได้ยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลสะเดา

   พื้นที่

สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง โดยเฉพาะที่ตั้งสำนักงานเทศบาลเป็นเนินสูง ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 180 ฟุต มีคลองอู่ตะเภาไหลผ่านทางทิศตะวันออก และคลองเล่ไหลผ่านทางทิศตะวันตก และคลองทั้งสองไหลมาบรรจุกันที่เส้นแบ่งเขตตำบลสะเดากับตำบลปริก บริเวณ 2 ฝั่งคลองเป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง มีราษฎรอาศัยอยู่ 3 หมู่บ้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลปริก อำเภอสะเดา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม ค้าขาย

 

ตำบลเขามีเกียรติ

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลเขามีเกียรติเป็นตำบลที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นส่วนใหญ่ และมีภูเขาลูกหนึ่งซึ่งชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ชื่อว่า "เขามีเกียรติ" ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเมื่อก่อนมีเสือตัวใหญ่อาศัยอยู่แต่ไม่เคยทำร้ายใคร และชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์สามารถบนบานขอสิ่งต่าง ๆ ได้ จนชาวบ้านเรียกว่า "ทวดเขามีเกียรติ"

 

   พื้นที่

เป็นที่ราบมีเนินเขาเตี้ย ๆ เป็นส่วนใหญ่ พื้นที่ส่วนใหญ่ของตำบลปลูกยางพารา และผลไม้บ้างเล็กน้อย บางหมู่บ้านมีคลองไหลผ่าน มีพื้นที่ทำการปกครองออกเป็น 5 หมู่บ้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลคลองทราย อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลพังลา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก - ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม – ค้าขาย

 

อำเภอสิงหนคร

ตำบลชะแล้

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลชะแล้ มีหมู่บ้านทั้งสิ้น 5 หมู่บ้าน หมู่ที่ 1 บ้านปากช่อง หมู่ที่2 บ้านสว่างอารมณ์ หมู่ที่ 3 บ้านกลาง หมู่ที่ 4 บ้านชะแล้ หมู่ที่ 5 บ้านเขาผี

   พื้นที่

เป็นพื้นที่ราบลุ่มทะเลสาบสงขลาติดต่อกับทะเลสาบ จำนวน 1 ด้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลบางเขียด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลรำแดง , ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ทะเลสาบสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม ทำสวน , รับจ้าง

 

ตำบลบางเขียด

   ประวัติความเป็นมา

เชื่อกันว่าในทะเลสาบบริเวณปากบาง มีกบทอง 2 ตัว อาศัยอยู่ในอ่างริมทะเลสาบบริเวณ หมู่ที่ 2 ตำบลบางเขียด ต่อมามีพ่อค้าจากต่างถิ่นได้นำกบสองตัวนี้ไปจำหน่าย ปัจจุบันคงเหลือแต่อ่างที่อาศัยของกบดังกล่าว ซึ่งอยู่ในทะเลสาบห่างจากฝั่งประมาณ 1 กิโลเมตร ชาวบ้านโดยทั่วไปจึงเรียกตำบลนี้ว่า "ตำบลบางเขียด" ส่วนประชากรเดิมอาศัยอยู่ริมทะเลสาบ หมู่ที่ 2 ซึ่งมีชุมชนตั้งอยู่หนาแน่น มีวัด ตลาดนัด สถานีตำรวจ ต่อมามีน้ำท่วม และน้ำกัดเซาะชายฝั่งริมทะเลสาบราษฎรจึงได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในที่ตั้งปัจจุบัน

   พื้นที่

ตำบลบางเขียด อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสิงหนครประมาณ 24 กิโลเมตร เป็นท้องที่ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบสงขลา ช่วงรอยต่อระหว่างจังหวัดสงขลากับจังหวัดพัทลุง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มทะเลสาบ พื้นที่ทั้งหมด 10.79 ตร.กม.

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลชะแล้ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ทะเลสาบสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม ประมง ค้าขาย เลี้ยงสัตว์ ทำน้ำตาลโตนด

 

ตำบลม่วงงาม

   ประวัติความเป็นมา

แต่เดิมมีต้นมะม่วงใหญ่มีลักษณะเป็นง่าม ชาวบ้านเรียกกันว่ามะม่วงง่าม แต่เนื่องจากการสื่อสารเกิดการฟังผิดพลาดเมื่อนานเข้าก็เรียกเพื้ยนเป็นมะม่วงงาม จนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่มและที่ดอน โดยพื้นที่ทางตะวันออกมีลักษณะเป็นที่ราบชายทะเลยาว 7.2 กิโลเมตร อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสิงหนคร 18 กิโลเมตร

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.วัดจันทร์ อ.สทิงพระ จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.วัดขนุน อ.สิงหนคร จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ทะเลอ่าวไทย
ทิศตะวัน ติดกับ ต.บางเขียด , ต.ชะแล้ , ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ ประมง
อาชีพเสริม รับจ้าง ค้าขาย บริการและอุตสาหกรรมในครัวเรือน

 

ตำบลสทิงหม้อ

   ประวัติความเป็นมา

สร้างหมู่บ้านก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา มีตำนานเล่าว่า ราษฎรในหมู่บ้านมีอาชีพปั้นดินแล้วนำมาเผา ซึ่งสิ่งที่ปั้นทั้งหมดนั้น จะเป็นภาชนะที่ใช้ในครัวเรือน เมื่อปั้นและเผาเสร็จจะบรรทุกเรือ นำไปเร่ขายในหมู่บ้านใกล้เคียง คนในหมู่บ้านนี้มีความภาคภูมิใจในฝีมือการปั้นมาก ว่ามี "สทิง" ซึ่งแปลว่า สวยงาม จึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "สทิงหม้อ"

   พื้นที่

มี 6 หมู่บ้าน ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลสทิงหม้อทั้งหมด 6 หมู่บ้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ จรดตำบลทำนบ และตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ จรดตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร และตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองฯ และทะเลสาบสงขลา
ทิศตะวันออก จรดตำบลชิงโค และตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก จรดทะเลสาบสงขลา ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองฯ และตำบลทำนบ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ค้าขาย
อาชีพเสริม รับจ้าง

 

ตำบลชิงโค

   ประวัติความเป็นมา

เดิมมีเรื่องเล่ากันว่า มีพ่อค้าเดินทางไปซื้อวัวจากอำเภอสทิงพระ เมื่อเดินทางกลับเพื่อนำวัวไปขายที่จังหวัดสงขลาและต้องมาพักค้างแรมบริเวณต้นไม้ใหญ่ มักจะมาถูกโจรขโมยในเขตพื้นที่นี้ พ่อค้าที่เดินทางผ่านที่เรียกพื้นที่นี้ว่า "ที่ชิงโค" เมื่อจัดตั้งตำบลจึงเรียกว่า "ตำบลชิงโค" มาจนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

ตั้งอยู่ทิศเหนือของที่ว่าการอำเภอสิงหนคร แบ่งการปกครองเป็น 10 หมู่บ้านและได้แบ่งปกครองเป็น 2 ส่วน คือ หมู่ที่ 1-4 อยู่ในเขตเทศบาลตำบลสิงหนคร หมู่ที่ 5 - 10 เป็น อบต.ชิงโค

 

 

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.วัดขนุน อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ เทศบาลตำบลสิงหนคร อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา 
ทิสตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.ทำนบ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน
อาชีพเสริม ค้าขาย, รับจ้าง

 

ตำบลปากรอ

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลปากรอตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอสิงหนคร อยู่ริมฝั่งทะเลสาบสงขลาช่วงรอยต่อระหว่าง จังหวัดสงขลากับจังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นช่องทะเลส่วนที่แคบเป็นคลองเชื่อมต่อระหว่างทะเลสาบสงขลาตอนล่างกับทะเลหลวง เดิมการคมนาคมการติดต่อของชุมชนจะอยู่ภายในเขตหมู่บ้าน การเดินทางจะใช้เรือพายหรือเรือแจวมาตามลำคลองเล็กภายในหมู่บ้าน มาออกสู่ทะเลสาบสงขลา หรือมารอเรือโดยสารที่บริเวณบ้านแหลมจาก หมู่ที่ 6 บ้านบางไหน หมู่ที่ 3 และบ้านใต้ หมู่ที่ 4 บริเวณนี้จึงได้ชื่อว่า "ตำบลปากรอ" มาจนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

ตำบลปากรอตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอสิงหนครห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 19 กม. ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที มีเนื้อที่ประมาณ 12.36 ตร.กม. หรือ 7,789 ไร่ เป็นที่ราบริมฝั่งทะเลด้านตะวันตกของพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบ น้ำทะเลท่วมถึงในฤดูฝน ภูมิอากาศมี 2 ฤดู คือ ฝนกับร้อน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลชะแล้ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลป่าขาด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลรำแดง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ทะเลสาบสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา,ทำการประมง
อาชีพเสริม ทำน้ำตาลโตนด,เลี้ยงปลาในกระชัง,ทำนากุ้ง

 

 

 

 

ตำบลรำแดง

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลรำแดง เป็นตำบลที่ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอสิงหนคร มีจำนวนหมู่บ้านทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านหนองโด หมู่ 2 บ้านห้วยพุด หมู่ 3 บ้านรำแดง หมู่ 4 บ้านหนองโอย หมู่ 5 บ้านนอก หมู่ 6 บ้านรำแดง หมู่ 7 บ้านป่าขวาง

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.บางเขียด อ.สิงหนคร จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.ทำนบ อ.สิงหนคร จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.วัดขนุน อ.สิงหนคร จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.ชะแล้ อ.สิงหนคร จ.สงขลา

   อาชีพ

ประชาชนตำบลรำแดงมีอาชีพ ทำนา ทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์
รับจ้างทั่วไป

 

ตำบลหัวเขา

   ประวัติความเป็นมา

ที่ตั้งกลุ่มบ้าน เป็นที่ราบสูงเลียบทะเลสาบ ราษฎรสร้างบ้านเรือนบนเนินเขา สถานที่ชาวบ้านเรียกว่า "หน้าเขา" สมัยก่อนเรียกสถานที่นี้ว่า "เมืองสิงขร" เป็นเมืองเก่า และภูเขาเหล่านี้ เมื่อมองระยะห่างจากที่อื่น จะเห็นดินสีแดง ทุกคนจะเรียกภูเขาบริเวณนี้ว่า "หัวเขาแดง" และในปัจจุบันเป็นที่ตั้งของตำบล "หัวเขา" อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

   พื้นที่

ราษฎรประกอบอาชีพประมง ตั้งบ้านเรือนเป็นกลุ่มหนาแน่น นับถือศาสนาอิสลาม 90% นับถือศาสนาพุทธ 10%

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ จรด ต.สทิงหม้อ
ทิศใต้ จรด ต.ทะเลสาบสงขลา
ทิศตะวันออก จรด ทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย
ทิศตะวันตก จรด ทะเลสาบสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ประมง
อาชีพเสริม ค้าขาย รับจ้าง

 

ตำบลทำนบ

   ประวัติความเป็นมา

มีชาวบ้านเล่าสืบทอดกันมาว่าในสัมยก่อนนั้น มีลำน้ำและสระน้ำเป็นจำนวนมากและชาวบ้านได้ช่วยกันทำขั้นน้ำแต่ละสาย ต่อมาชาวบ้านเลยตั้งชื่อเรียกว่า "ทำนบ" และชาวบ้านได้ตั้งชื่อว่า "ตำบลทำนบ"

   พื้นที่

ลักษณะภูมิประเทศ สภาพพื้นที่เป้นที่ราบลุ่ม เหมาะสำหรับทำการเกษตร ทำไร่ ทำนา ทำร่นาสวนผสม พื้นที่จะมีต้นตาลโตนดเป็นส่วนมาก

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลรำแดง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลป่าขาด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ทำการเกษตร ไร่นาสวนผสม
อาชีพเสริม ทำน้ำตาลแว่น

 

ตำบลป่าขาด

   ประวัติความเป็นมา

เดิมขึ้นอยู่กับตำบลปากรอ เล่ากันว่าชาวบ้านได้เดินทางไปเที่ยวตามแนวป่าเมื่อเดินทางมาสุดแนวป่าก็พบพื้นดินที่ไม่มีป่าไม้เลยก็คิดว่าพื้นที่นี้น่าจะขาดจากกัน จึงเรียกบริเวณนั้นว่า "ป่าขาด"

   พื้นที่

เป็นพื้นที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบสงขลา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ห่างจากที่ว่าการอำเภอสิงหนครประมาณ 15 ก.ม.

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลทำนบ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ทะเลสาบสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลักส่วนใหญ่ทำนา 
อาชีพเสริม ได้แก่ การทำประมง เลี้ยงสัตว์ ทำน้ำตาลโตนด

ตำบลวัดขนุน

 

   ประวัติความเป็นมา

สมัยก่อนประชาชนนิยมปลูกขนุนกันมาก เพราะต้นขนุนเป็นต้นไม้เศรษฐกิจมีผู้คนนิยมมาก และต้นขนุนส่วนที่เป็นแก่นประชาชนนำมาทำเป็นคันไถ ลูกแอก ด้ามมีดพร้า เพราะตำบลนี้เป็นที่ราบเหมาะกับการปลูกไม้ผล เช่น ขนุน เป็นต้น ต่อมาตำบลนี้ประชาชนคิดตั้งวัดขึ้น เพื่อใช้กล่อมเกลากิเลสของมนุษย์ เพราะวัดเป็นของคู่บ้านคู่เมือง เมื่อประชาชนสร้างวัดขึ้นมาแล้ว ไม่รู้ว่าจะใช้ชื่ออะไรดี แต่เห็นว่าตำบลนี้มีขนุน เลยตั้งชื่อว่า "ตำบลขนุน" มาจนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

สภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มเหมาะสำหรับทำการเกษตร ทำไร่ ทำนา ทำไร่นาสวนผสม

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม ทำการเกษตร เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู ไร่นาสวนผสม
ทำน้ำตาลโตนด รับจ้างแรงงาน

 

อำเภอหาดใหญ่

ตำบลคลองอู่ตะเภา

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลคลองอู่ตะเภาแยกมาจากตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ มีแม่น้ำชื่อคลองอู่ตะเภาผ่านพื้นที่ตำบลจึงมีชื่อตำบลคลองอู่ตะเภา

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่มเป็นพื้นที่ทำนา และทำสวน แบ่งการปกครองเป็น 4 หมู่บ้าน เป็นตำบลที่อยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่เพียง 6 กม.

 

 

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.บ้านหาร อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ อบต.ท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ เทศบาลตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.ท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน
อาชีพเสริม ค้าขาย

 

ตำบลคอหงส์

   ประวัติความเป็นมา

สภาพทั่วไปเป็นชุมชนเมือง การรวมตัวของชุมชนไม่เหนียวแน่น

   พื้นที่

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของนครหาดใหญ่ ห่างจากที่ว่าการอำเภอ 2.5 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดสงขลาประมาณ 30 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 1,125 กิโลเมตร

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ จดตำบลคลองแหและตำบลน้ำน้อย
ทิศใต้ จดเขตเทศบาลตำบลบ้านพรุและตำบลบ้านพรทิศตะวันออก จดตำบลทุ่งใหญ่และตำบลนาหม่อน
ทิศตะวันตก จดเขตเทศบาลนครหาดใหญ่และตำบลควนลัง

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม รับจ้าง

 

ตำบลทุ่งตำเสา

   ประวัติความเป็นมา

ปัจจุบัน ตำบลทุ่งตำเสา ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของ อำเภอหาดใหญ่ ประกอบไปด้วย 10 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านทุ่งเลียบ บ้านทุ่งตำเสา บ้านหูแร่ บ้านนายสี บ้านโฮ๊ะ บ้านนาแสน บ้านพรุชะบา บ้านท่าหมอไชย บ้านวังพา บ้านเกาะมวง แต่เดิมเป็นท้องทุ่งซึ่งมีต้นตำเสาขึ้นอยู่เป็นบริเวณกว้าง เป็นพื้นที่ทุรกันดาร อยู่ภายใต้อิทธิพล 
ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์

 

 

   พื้นที่

เป็นตำบลที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในอำเภอหาดใหญ่ ฝนตกตามฤดูกาล พื้นที่ในตำบลน้ำท่วมถึง อยู่ทางตะวันตกของอำเภอหาดใหญ่ห่างประมาณ 15 กม.

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.ฉลุง , ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.คลองหลา , ต.คลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยางพารา
อาชีพรอง รับจ้าง

 

ตำบลน้ำน้อย

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลน้ำน้อย เป็นตำบลที่ตั้งอยู่ระหว่าง อำเภอหาดใหญ่ กับ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ความเป็นมาของชื่อตำบลนี้ ชาวบ้านเรียกกันว่า “บ้านน้ำน้อย” เพราะตรงหลักกิโลเมตรที่ 19 มีภูเขาและต้นไม้ใหญ่มากมาย ภายในภูเขาแห่งนี้มีธารน้ำไหลตลอดทั้งปี ชาวบ้านสมัยก่อน จึงเรียกว่า “บ้านน้ำย้อย” ต่อมาทางราชการได้ตั้งชื่อใหม่ว่า “บ้านน้ำน้อย” ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

ตำบลน้ำน้อย มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาที่ราบทุ่งนา พื้นที่ลาดเชิงเขาและลาดเอียงจากภูเขาน้ำน้อยไปจดทะเลสาบสงขลา ตามแนวคลองน้ำน้อยและคลองพะวง

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.พะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ อบต.ทุ่งใหญ่ , เทศบาลตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.ท่าข้าม , อบต.ทุ่งใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.คูเต่า , เทศบาลตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ทำไร่
อาชีพเสริม ปลูกผัก ทำไร่ ค้าขาย รับจ้าง

 

ตำบลหาดใหญ่

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลหาดใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลหาดใหญ่

   พื้นที่

อยู่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 28 กิโลเมตร เป็นประตูผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้าน คือ มาเลเซีย และสิงคโปร์ เนื่องจากอยู่ห่างจากด่านสะเดาเพียง 60 กิโลเมตร หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางทางด้านธุรกิจการค้า การขนส่ง การสื่อสาร การคมนาคม การศึกษา และการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อสินค้าต่าง ๆ ได้ บริเวณถนนนิพัทธ์อุทิศ 1, 2 หรือ 3 ศูนย์การค้ามีหลายแห่งคือ ศูนย์การค้าลิโด ศูนย์การค้าโอเดียน ถนนเสน่หานุสรณ์ ศูนย์การค้าหาดใหญ่พลาซ่า และตลาดซีกิมหยง ถนนเพชรเกษม

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติด ต.คลองแห ,ต.คลองอยู่ตะเภา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทิศใต้ ติด ต.ควนลัง ,ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติด ต.คอหงส์ ,ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติด ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ ,ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพ ค้าขาย และรับจ้างทั่วไป

 

ตำบลคลองแห

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลคลองแห ประกอบด้วย 11 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านท่าไทร หมู่ที่ 1, บ้านหนองบัว หมู่ที่ 2 ,บ้านคลองแห หมู่ที่ 3, บ้านคลองเตย หมู่ที่ 4, บ้านป่ากัน หมู่ที่ 5, บ้านหนองนายขุ้ย หมู่ที่ 6, บ้านทุ่งปาน หมู่ที่ 7, บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 8, บ้านทุ่งน้ำ หมู่ที่ 9, บ้านหนองทราย หมู่ที่ 10 และบ้านเกาะหมี หมู่ที่ 11

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่มทุ่งนาสลับเนินสวนยางพารา ตามแนวลุ่มน้ำคลอง
อู่ตะเภาและคลองแห สภาพทั่วไปจะประสบภาวะน้ำท่วมในฤดูฝน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลคู่เต่า
ทิศใต้ ติดต่อเทศบาลนครหาดใหญ่
ทิศตะวันออก ติดต่อตำบลน้ำน้อย
ทิศตะวันตก ติดต่อเขตอำเภอบางกล่ำ

 

 

ตำบลคูเต่า 

   ประวัติความเป็นมา

ในสมัยก่อนมีคู โดยคนสมัยนั้นมองเห็นว่ามีลักษณะเหมือนเต่าเลยเรียกว่า คูเต่า ปัจจุบัน ต.คูเต่า ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของ อ.หาดใหญ่ ประกอบไปด้วย 10 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านบางโหนดนอก บ้านบางโหนดใน บ้านแหลมโพธิ์ บ้านเกาะนก บ้านควน บ้านคูเต่า บ้านใต้ บ้านวัดดอน บ้านหัวควาย บ้านบางโทง

   พื้นที่

ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ จุดศูนย์กลางของตำบลห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 15 กิโลเมตร จุดไกลสุด คือบ้านเกาะนก ระยะห่าง 17 กิโลเมตร

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ทะเลสาบสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.แม่ทอม อ.บางกล่ำ จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน ค้าขาย ทำนา ประมง
อาชีพเสริม ผลิตภัณฑ์เชือกกล้วย และเชือกกล้วยสำเร็จรูป

 

ตำบลทุ่งใหญ่

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลทุ่งใหญ่ เมื่อก่อนได้มีราษฎรอพยพมาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนบริเวณที่ราบทุ่งใหญ่ เห็นว่าพื้นที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูก จึงได้ชวนกันตั้งบ้านเรือนบริเวณนั้น ปัจจุบันบริเวณที่ทุ่งราบ คือบริเวณ ม.2 บ้านทุ่งใหญ่

   พื้นที่

เป็นที่ราบกว้างใหญ่มีเทือกเขาคอหงส์กั้นระหว่างตำบลคอหงส์ เป็นแหล่งกำเนิดของลำคลอง ซึ่งประชาชนสามารถนำน้ำมาทำการเพาะปลูก

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.น้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ อบต.พิจิตร อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.ท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.คอหงส์ , เทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา

ตำบลบ้านพรุ

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลพรุ มาจากคำว่า "พรุ" ซึ่งหมายถึงพื้นดินข้างบนแข็ง แต่ข้างล่างเป็นหลุม เนื่องจากพื้นที่ตั้งของตำบลอยู่ในที่ราบลุ่มมีโคลนตม การสัญจรไปมาของราษฎรเมื่อผ่านบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะต้องติดหล่มซึ่งชาวบ้านเรียกว่าพรุ เมื่อมีการตั้งบ้านเรือนอาศัยในบริเวณนี้จึงเรียกตำบลบ้านพรุตามลักษณะของภูมิประเทศดังกล่าว

   พื้นที่

ทางทิศตะวันออกของตำบลเป็นที่ราบสูงตลอดแนวตำบล ทางตอนเหนือและตอนกลางเป็นเขตเทศบาลซึ่งเป็นที่ราบลุ่มบริเวณริมคลองอู่ตะเภา ดินข้างล่างสีน้ำตาลอ่อนการระบายน้ำค่อนข้างเลว เป็นเขตเทศบาลตำบล 6 หมู่บ้าน และเขต อบต. 5 หมู่บ้าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ เทศบาลตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ อบต.พะตง , เทศบาลตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.ทุ่งขมิ้น , อบต.นาหม่อม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ เทศบาลตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ , อบต.ทุ่งลาน อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยาง อาชีพรองค้าขาย

 

ตำบลควนลัง

   ประวัติความเป็นมา

เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น เดิมตำบลควนลัง ชื่อ “บ้านควนคลัง” เนื่องจากเป็นที่เก็บเสบียงอาหาร อาวุธ และอื่น ๆ ในคลัง ต่อมาก็เรียกเพี้ยนเป็นควนลังจนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอหาดใหญ่ ห่างจากเทศบาลนครหาดใหญ่ ประมาณ 6 กิโลเมตร มี 2 ฤดู คือ ฤดูฝน และฤดูร้อน ภูมิประเทศมีลักษณะเป็นที่ราบสูง ซึ่งจะพบที่สูงบริเวณทางด้านใต้ของตำบลควนลัง

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดต่อ ตำบลฉลุง อำเภอหาดใหญ่ ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ
ทิศใต้ ติดต่อ ตำบลทุ่งลาน ตำบลโคกม่วง อำเภอคลองหอยโข่ง
ทิศตะวันออก ติดต่อ ตำบลหาดใหญ่ ตำบลคอหงส์ ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่
ทิศตะวันตก ติดต่อ ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่

 

 

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน / ทำไร่
อาชีพเสริม ค้าขาย รับจ้าง

 

ตำบลฉลุง

   ประวัติความเป็นมา

เมื่อ 300 กว่าปี เดิมตำบลฉลุงตั้งอยู่ที่ครบเทียบเท่า อยู่ทางทิศเหนือของคลองปอบเป็นจุดกึ่งกลางของหมู่บ้านฉลุง ซึ่งสถานที่นี้เป็นที่ฝึกหัดช้าง เรียกว่า "หลุงช้าง" จนกระทั่งมีการจัดช้างตำบล จึงเรียกตำบลนี้ว่า "ตำบลฉลุง"

   พื้นที่

เนื้อที่ 84,018.75 ไร่

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ และ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ และ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน ทำไร่
อาชีพเสริม เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์

 

ตำบลท่าข้าม

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลท่าข้ามเดิมมีท่าใช้สำหรับข้ามไปยังตำบลน้ำน้อย และที่ท่านี้เองมีหญิงคนหนึ่งข้ามไปหาคนรักซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งเมื่อข้ามไปแล้วได้เสียชีวิตอยู่ฝั่งตรงข้ามคือฝั่งบ้านท่านางหอม ตำบลน้ำน้อยในปัจจุบัน และที่ตรงนี้เองจึงเรียกว่าบ้านท่าข้าม ต่อมาเป็นตำบลท่าข้าม

   พื้นที่

ภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มระหว่างภูเขา มี 8 หมู่บ้าน คือ บ้าน แม่เตย คลองจิก ท่าข้าม ปีก หนองบัว หินเกลี้ยง เขากลอนออก เขากลอนตก

 

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลพิจิตร อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยางพารา

 

ตำบลพะตง

   ประวัติความเป็นมา

ชื่อ"พะตง" เป็นชื่อของตำบล เรียกชื่อตามพื้นที่ของตำบล ซึ่งมีลำคลองไหลผ่านหลายสาย มีพืชที่ขึ้นอยู่ริมฝั่งคลองอย่างหนาแน่นตลอดลำคลอง คือ "ไผ่ตง" เมื่อแบ่งเขตการปกครองเป็นตำบลจึงได้ชื่อว่า "ตำบลไผ่ตง" และได้เพี้ยนมาเป็น "ตำบลพะตง"จนถึงปัจจุบันนี้

   พื้นที่

ลักษณะภูมิประเทศของตำบลพะตงเป็นที่ราบเชิงเขา มีลำคลองไหลผ่านหลายสายพื้นที่ส่วนใหญ่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูกและเกษตรกรรม เช่น สวนยางพารา และผลไม้

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ และ ตำบลทุ่งลาน อำเภอคลองหอยโข่ง และ ตำบลทุ่งขมิ้น , ตำบลคลองหรัง อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลพังลา , ตำบลเขามีเกียรติ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลแค , ตำบลน้ำขาว อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลทุ่งลาน อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม ทำสวนทุเรียน,ลองกอง,ลางสาด,มังคุด,เงาะ,ส้มโอ

 

อำเภอเทพา

ตำบลท่าม่วง

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลท่าม่วง ตามประวัติเล่าต่อกันมาว่า ในสมัยนั้นการคมนาคมส่วนใหญ่อาศัยทางน้ำ โดยใช้เรือเป็นพาหนะ สำหรับไปมาติดต่อค้าขายหรือจะเดินทางไปอำเภอ ท่าจอดเรือดังกล่าวมีต้นมะม่วงใหญ่ เป็นสำคัญจึงเรียกท่าจอดเรือแห่งนี้ว่า ท่าจอดเรือต้นมะม่วง แต่ชาวบ้านจะเรียกสั้น ๆ เป็นที่เข้าใจว่า "ท่าม่วง" (ท่าจอดเรือบ้านมะม่วง) และต่อมาเพี้ยนเป็น ท่าม่วง และใช้เป็นชื่อตำบลในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

พื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำไหลผ่าน

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลเปียน อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลท่าเรือ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลลำไพล อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยางพารา ทำนา รับจ้าง
อาชีพรอง ปลูกพืชผัก ผลไม้

 

ตำบลวังใหญ่

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลวังใหญ่ เป็นตำบลอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ประกอบด้วย 8 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านคลองยอ, หมู่ที่ 2 บ้านพรุกง, หมู่ที่ 3 บ้านควนหมาก, หมู่ที่ 4 บ้านใหม่, หมู่ที่ 5 บ้านทุ่งหรี, หมู่ที่ 6 บ้านวังใหญ่, หมู่ที่ 7 บ้านโหล๊ะบอน, หมู่ที่ 8 บ้านควนหินเภา

   พื้นที่

สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง เชิงเขา

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.ลำไพล อ.เทพา จ.สงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.เทพา อ.เทพา จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา

 

   อาชีพ

อาชีพหลัก เกษตรกรรม

 

ตำบลเทพา

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลเทพาเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แบ่งการปกครองออกเป็น 8 หมู่บ้าน คือ บ้านเทพา บ้านพระพุทธ บ้านพรุหมาก บ้านท่าดี บ้านป่ากอ บ้านป่าโอน บ้านปากบางเทพา และบ้านปากทุ่ง

   พื้นที่

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสำคัญไหลผ่านคือ แม่น้ำเทพา ไหลลงสู่ทะเลที่ปากบางเทพา มีหาดทรายชายทะเลที่สะอาดเหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อน มีพื้นที่ทั้งหมด 14,500 ไร่

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อ่าวไทย
ทิศใต้ ติดกับ อบต.ลำไพล อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.ปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.เกาะสะบ้า อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยาง ทำนา ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม ทำประมงทะเล

 

ตำบลปากบาง

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลปากบาง เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอเทพา สภาพเป็นที่ราบลุ่มและจากการสอบถามผู้สูงอายุในพื้นที่ เมื่อสมัยที่ประเทศไทยเสียดินแดนส่วนให้ให้กับอังกฤษนั้น ดินแดนส่วนนี้พวกมาลายาครอบครองอยู่ และมีอาชีพทำการประมงออกหาปลาตามหัวหาดและชายทะเล เมื่อมองดูตามแผนที่ตำบลจะเห็นว่าส่วนที่ติดต่อกับตำบลเทพา จะมีรูปคล้ายปากแหลมยื่นออกมา เมื่อคนมาลายาออกหาปลาเสร็จแล้วจะนำสินค้ามาขายที่บริเวณนี้ เรียกว่า "มูเจ๊ะซีปี" แปลเป็นไทยว่า ปากบาง จึงเรียกตำบลนี้ว่า ตำบลปากบาง

   พื้นที่

ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร อาชีพรองคือทำสวน ปลูกผัก ทำการประมง

 

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อ่าวไทย
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลท่าม่วง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อำเภอหนองจิก , อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยาง ทำนา
อาชีพรอง ประมง

 

ตำบลสะกอม 

   ประวัติความเป็นมา

ในสมัย ร.5 ทรงปรารภว่า ตามหัวเมืองยังไม่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปกครอง ดูแลพสกนิกร จึงได้ส่งเข้าหัวเมือง คือ เจ้าขุนสะกอมไกร มาดูแลหัวเมืองที่ปากบางสะกอม ในด้านภาษาซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ศัพท์สูงสันนิษฐานว่ามาจากการใช้ราชาศัพท์กับนายหัวเมือง คือ เจ้าขุนสะกอมไกร และมาจากภาษามาลายูบ้าง "สะกอม" มาจากภาษามาลายู "สภาโฮม" แปลงมาเป็นสะกอม

   พื้นที่

มีเนื้อที่ 122 ตร.กม. 66,705 ไร่ เป็นเขตร้อนชื้น มีฝนตกชุกตลอดปี
ทิศเหนือเป็นชายฝั่งทะเล ส่วนทางด้านทิศใต้มีภูเขาและเป็นที่ราบ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมยางพารา ประมง ค้าขาย

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อ่าวไทย
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลสะพานไม้แก่น อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลเกาะสะบ้า อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวน/ทำไร่

 

ตำบลลำไพล

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลลำไพล เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอเทพามีร่องรอยประวัติศาสตร์มาไม่น้อยกว่า 200 ปี สภาพพื้นที่เป็นที่ราบภูเขา มีแม่น้ำไหลผ่าน อดีตมีพืชพันธุ์ไม้ธรรมชาติ อาทิเช่น พืชประเภทสมุนไพรมาก จึงได้ชื่อว่า "ลำไพล"

 

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่ม ภูเขา สภาพดินเป็นดินร่วน และดินร่วนภูเขา

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลคูหา อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลท่าม่วง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำสวนยาง
อาชีพเสริม ทำสวนผลไม้ เลี้ยงสัตว์ ปลูกผักเพื่อการค้า

 

ตำบลเกาะสะบ้า

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลเกาะสะบ้าเป็นตำบลหนึ่งใน 7 ตำบลของอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ประชากรตำบลเกาะสะบ้าเป็นคนพื้นเพเดิมที่ได้มีการปลูกยางพาราพื้นเมืองกันแบบธรรมชาติ มีการทำนาหาของป่า เดิมเป็นพื้นที่ที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์มาก ได้มีการตัดไม้ทำลายป่า ปลูกพืชไร่ ยางพารา แต่ในช่วงนั้นผลผลิตได้ไม่ดี ในปัจจุบันเมื่อกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางได้เข้าไปสงเคราะห์จึงได้ปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดีกันเกือบจะเต็มพื้นที่ ผลผลิตจากยางพารานับว่าสูงพอสมควร ประชากรมีการตื่นตัวในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร ปัจจุบันเริ่มสนใจปลูกผลไม้กันมากขึ้น ทำในลักษณะไร่นาสวนผสม

   พื้นที่

ตำบลเกาะสะบ้าตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอเทพา และอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด พื้นที่ประมาณ 130 ตารางกิโลเมตร หรือ 81,250 ไร่ เป็นที่ราบเชิงเขาในตอนกลางของตำบล

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อบต.สะกอม อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และ อ่าวไทย
ทิศใต้ ติดกับ อบต.เทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และ อ่าวไทย
ทิศตะวันออก ติดกับ อบต.เทพา , อบต.วังใหญ่ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันตก ติดกับ อบต.วังใหญ่ , อบต.สะกอม อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก - ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม - ค้าขาย

 

อำเภอเมืองสงขลา

ตำบลทุ่งหวัง

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลทุ่งหวัง เดิมเป็นถิ่นฐานของชาวไทยมุสลิม ชื่อหวัง ได้อพยพมาจากตำบลเกาะแต้ว มาตั้งรกราก โดยเห็นว่าที่ดินกว้างพอที่จะทำนาได้ ต่อมามีชาวบ้านเป็นจำนวนมากได้อพยพตามมา และเรียกบริเวณนี้ว่า "ทุ่งไอหวัง" เรื่อยมาต่อมาเรียกว่า"ทุ่งหวัง"จนถึงปัจจุบัน

   พื้นที่

เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การทำการเกษตร

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลจะโหนง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม ทำสวน/ทำไร่

 

ตำบลเกาะยอ

   ประวัติความเป็นมา

เกาะยอเป็นเกาะที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบสงขลาตอนล่าง มีฐานะเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ระยะห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองสงขลาไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้โดยทางบกประมาณ 20 กิโลเมตร และโดยทางน้ำหรือทางทะเลประมาณ 6 กิโลเมตร
ที่ตั้งตามพิกัดภูมิศาสตร์ เกาะยอตั้งอยู่บริเวณเส้นรุ้งที่ 6 องศา 17 ลิปดา ถึง 7 องศา 56 ลิปดาเหนือ และเส้นแวงที่ 100 องศา 1 ลิปดา ถึงเส้นแวงที่ 101 องศา 6 ลิปดา ตะวันออก

   พื้นที่

เกาะยอมีสภาพทางกายภาพเป็นเกาะ มีน้ำล้อมรอบกลางทะเลสาบสงขลา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและเนินเขาสูงประมาณ 10-151 เมตร โดยทิศเหนือสุดของเกาะเป็น"เขาบ่อ" หรือ"เขาแคะ" มีภูเขาและเนินเขาเล็กติดกับโรงเรียนวัดเขาบ่อ เรียกว่า "เขาหัวแดง" จากเขาบ่อเชื่อมต่อไปทางทิศใต้ เรียก "เขากุฏิ" ซึ่งสูงที่สุดประมาณ 151 เมตร ยาวพุ่งไปทางทิศใต้ เชื่อมต่อกับเขาสวนใหม่ เขากลางหรือเขาในบ้าน เขาสวนเตย และทางทิศใต้สุดเป็นเขาหัวหรัง เขาเกาะแกง นอกจากนี้ยังมีภูเขาและเนินเขาเล็กๆ
พื้นที่ราบพบน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นที่ราบระหว่างเนินเขาและริมฝั่ง
อ่าวรอบเกาะยอที่สำคัญมีหลายแห่ง 


เกาะยอมีแหล่งน้ำธรรมชาติน้อย ส่วนใหญ่เป็นแหล่งน้ำที่ขุดขึ้นมาใช้ประโยชน์ นอกจากนี้ยังมีน้ำใต้ดินในปริมาณสูงในช่วงมรสุมจะมีตาน้ำไหลมาจากภูเขาเป็นทางน้ำหรือธารน้ำ
ภูมิอากาศ มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ ถึงเดือน พฤษภาคม และฤดูฝนมี 2 ช่วง เริ่มตั้งแต่ เดือน พฤษภาคม ถึงเดือน ตุลาคม เป็นช่วงที่ฝนตกไม่มากนัก ช่วงที่ 2 เริ่มตั้งแต่เดือน ตุลาคม ถึงเดือน มกราคม เป็นช่วงที่ฝนตกมากกว่าช่วงแรก

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก รับจ้าง เกษตรกรรม
อาชีพรอง ค้าขาย รับราชการ อุตสาหกรรมในครัวเรือน

 

ตำบลบ่อยาง

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลบ่อยางตั้งอยู่ในเขตเทศบาล

   พื้นที่

เป็นชุมชนเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของหน่วยงานต่างๆของจังหวัด เป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการต่างๆ เช่น ศาลากลางจังกวัด ศาลจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สถานีรถไฟ วัดชัยมงคล แหลมสมิหลา เป็นต้น

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติด อ่าวไทย
ทิศใต้ ติด ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติด อ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติด ทะเลสาบสงขลา

   อาชีพ

อาชีพ ค้าขาย,รับราชการและรับจ้างทั่วไป

 

ตำบลเกาะแต้ว

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลเกาะแต้ว เป็นตำบลที่ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอเมืองสงขลา ประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามเข้ามาบุกเบิกเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย และต่อมาประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธก็เข้าอาศัยเป็นจำนวนมาก จึงเรียกชุมชนของตนเองว่า "ชุมชนเกาะแต้ว" มีจำนวนหมู่บ้านทั้งสิ้น 10 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านแหลมเคียน, หมู่ที่ 2 บ้านสามกอง, หมู่ที่ 3 บ้านชุมพอ, หมู่ที่ 4 บ้านด่าน, หมู่ที่ 5 บ้านด่าน, หมู่ที่ 6 บ้านเกาะแต้ว, หมู่ที่ 7 บ้านเกาะวา, หมู่ที่ 8 บ้านบ่ออิฐ, หมู่ที่ 9 บ้านชูเกียรติ

   พื้นที่

ตำบลเกาะแต้ว อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองสงขลาไปทางทิศเหนือประมาณ 14 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 28.38 ตารางกิโลเมตร

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมือง และ ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา

 

ตำบลพะวง

 

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลพะวง ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของ อำเภอเมือง ประกอบไปด้วย 8 หมู่บ้านได้แก่ บ้านบางดาน บ้านน้ำกระจาย บ้านควนหิน บ้านห้วยขัน บ้านดอนขี้เหล็ก บ้านบ่อระกำ บ้านนาป๋อง บ้านโคกไร่ เดิมประชาชนร่วมกันสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ไว้เป็นศูนย์รวมจิตใจเรียกชื่อ "พระวง" ต่อมาเรียกชื่อเพี้ยนไปเป็น "พะวง" เป็นที่มาของตำบล

   พื้นที่

เป็นชุมชนนอกเขตเทศบาล การคมนาคมสะดวก มีพื้นที่ 40.34 ตารางกิโลเมตร ห่างจากที่ว่าการอำเภอไปทางทิศใต้ 15 กม.

 

 

 

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา
ทิศใต้ ติดกับ ต.ท่าข้าม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.เกาะแต้ว , ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

   อาชีพ

ทำสวนยางพารา

 

ตำบลเขารูปช้าง 

   ประวัติความเป็นมา

ตำบลเขารูปช้าง ตั้งชื่อตามลักษณะภูเขา ซึ่งมีรูปร่างลักษณะคล้ายช้าง หันหัวไปทางทิศเหนือ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของมหาวิทยาลัยทักษิณสงขลา หมู่ที่ 2 ตำบลเขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา

   พื้นที่

ตำบลเขารูปช้าง มีสภาพพื้นที่เป็นภูเขา ด้านตะวันตกตอนกลางเป็นที่ราบ ตะวันออกติดอ่าวไทย มีโรงงานอุตสาหกรรม มีลักษณะกึ่งชุมชนเมือง

   เขตพื้นที่

ทิศเหนือ ติดกับ เทศบาลเมืองสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 
ทิศใต้ ติดกับ อบต.เกาะแต้ว , อบต.พะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 
ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับ ทะเลสาบสงขลา

   อาชีพ

อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน/ทำไร่
อาชีพรอง งานประดิษฐ์หัตถกรรม

Read 721 times Last modified on 08/06/2018

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.